พันธกาลวิญญาณรัก [นิยายแปล]

    ตอนที่ 4 (4)

            จากนั้นไห่เยวียนก็ให้อาฉาที่แบกกระสอบสมบัติพาดบ่านั่งซ้อนท้าย ขับมอเตอร์ไซค์ ‘บรื้นนน’ ไปยังหอพักที่โรงเรียนด้วยกันสองคน

            ระหว่างนั่งมอเตอร์ไซค์ อาฉาพลันนึกขึ้นมาได้ว่าดูเหมือนไห่เยวียนจะยังอายุไม่ถึงสิบแปด จึงรีบตบไหล่เด็กหนุ่ม “นายมีใบขับขี่รึเปล่า” เขาถามผ่านหมวกกันน็อก

            “หา” เนื่องจากลมแรง ประกอบกับสวมหมวกกันน็อก ไห่เยวียนจึงไม่ได้ยินว่าคนข้างหลังพูดอะไร

            “นาย-มี-ใบ-ขับ-ขี่-รื้อออ-เปล่าาาา...”

            “ไม่มี” เด็กหนุ่มตอบ

            “งั้นจอดเลย เดี๋ยวฉันขับเอง ไม่มีใบขับขี่แล้วขี่รถได้ยังไง...” อาฉา๻ะโ๷๞ดังลั่น

            “ประสาท!” ไห่เยวียนตอกกลับไป “ตอนนี้นายก็ไม่มีใบขับขี่ ใครขับก็ค่าเท่ากันแหละ”

            “จริงด้วย...” อาฉาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ร่างกายของเขาอายุแค่สิบเจ็ดเท่านั้น

            “แต่ว่า...” เขาพูดขึ้นมาอีก “งั้นเราสองคนอย่าขับมอเตอร์ไซค์เลยดีกว่า นั่งรถไปต๊ะ ให้คนอื่นขับแทน...เดี๋ยวฉันเรียกเหล่าหวังมารับ นายขี่เองมันอันตราย แถมยังขี่ซะเร็วเชียว”

            อาฉาชะโงกหน้าไปมองเข็มไมล์ “เหยด...ขับตั้งเก้าสิบกว่า อยากให้คนแก่หัวใจวายตายรึไง ช้าหน่อยสิ...ช้าหน่อยๆ...”

            “หนวกหูเป็๲บ้า อย่าเอาแต่บ่นได้ไหม ฉันฟังนายบ่นจนเจ็บหูไปหมดแล้ว” ไห่เยวียนตวาด

            รถแล่นไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง ลมพัดหวีดหวิว

            ระหว่างเส้นทางอันยาวไกล ทั้งคู่โต้ตอบกันทีละประโยคสองประโยคไม่หยุด

            อาฉารู้สึกว่าแม้ปากไห่เยวียนจะบ่นตลอด แต่น่าจะอารมณ์ดีมากทีเดียว ไม่อย่างนั้นมีหรือจะหาเ๹ื่๪๫ชวนเขาคุยเรื่อยๆ แทนที่จะหุบปากเงียบไม่สนใจเขา

            ++++

            หอพักชาย โรงเรียนมัธยมเอกชนซินหฺวา

            ไห่เยวียนเอามอเตอร์ไซค์ไปจอดในตรอกเล็กข้างหอพัก แล้วพาอาฉาไปที่หอ

            อาคารด้านหน้าของหอพักโรงเรียนซินหฺวาเป็๞อาคารคอนกรีตเสริมใยเหล็กสมัยใหม่ ข้างในมีระบบปรับอากาศจากส่วนกลาง หน้าหนาวอุ่น หน้าร้อนเย็นสบาย แถมยังมีโรงอาหารนักเรียนที่เปิดถึงห้าทุ่ม ดูหรูหราสะดวกสบายไปทุกอย่าง

            แต่ไห่เยวียนพาเขาเดินทะลุหอพักแสนหรูนั่นมายังป่าละเมาะขนาดใหญ่ด้านหลังที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี ใจกลางป่ามีอาคารไม้สองชั้นกินพื้นที่ไม่น้อย ดูจากสภาพน่าจะสร้างมานานเต็มทีแล้ว แต่ภายนอกได้รับการบำรุงรักษาดีพอใช้ ให้ความรู้สึกเหมือนหอพักญี่ปุ่นยุคก่อน

            “นึกว่าตึกด้านหน้านั่นซะอีกนะเนี่ย” อาฉาผิดหวังนิดๆ

            “ตึกนั้นเป็๲ของพวกปีสาม มีแต่เด็กเตรียมเอนท์กับอาจารย์เท่านั้นแหละถึงจะเข้าไปอยู่ได้” ไห่เยวียนตอบ “ปีหนึ่งกับปีสองต้องอยู่ตึกโทรมๆ นี่”

            เวลาสองทุ่มกว่านักเรียนกินนอนกลับเข้าหอกันหมดแล้ว กำลังเป็๞๰่๭๫จอแจของหอ นักเรียนสามสี่คนยืนคุยกันอยู่บนระเบียงทั้งที่ยังไม่ได้ถอดเครื่องแบบ พอเห็นไห่เยวียนกับอาฉาเดินมา ก็หันไปซุบซิบกันใหญ่

            “กลับมาซะที...โดดเรียนนานโคตร...แล้วทำไมถึงกลับมาด้วยกันได้วะ...” พวกนั้นกระซิบกระซาบ

            ไห่เยวียนเอามือล้วงกระเป๋าเดินขึ้นชั้นสองสบายๆ โดยไม่สนใจคนพวกนั้น มีอาฉาเดินตามต้อยๆ อยู่ข้างหลัง สองตากวาดมองสภาพแวดล้อมและผู้คนรอบตัวอย่างกระตือรือร้น

            เขาแบกกระสอบ ใจเต้นโครมครามในอกอย่างบ้าคลั่ง ที่นี่คือหอพักของเจ๋อฟาง ออกจะเก่าอยู่สักหน่อย แต่ก็ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายนักเรียน

            อาฉาอมยิ้ม เดินไปพลางมองไปพลาง

            ไห่เยวียนหันมาเห็นเขาเดินรั้งห่างไปไกลโยชน์ ก็๻ะโ๠๲เร่ง “เดินให้เร็วหน่อยสิ เป็๲เต่าหรือไง”

            “จะให้คนแก่เดินเร็วสักแค่ไหนกันเชียว นายนั่นแหละช้าหน่อย!” อาฉาวิ่งตามมาสองก้าว ไห่เยวียนหยุดรอ จนอีกฝ่ายไล่ขึ้นมาอยู่ข้างตัวแล้วถึงค่อยออกเดินไปด้วยกัน

            เด็กหอตามทางที่รู้ความสัมพันธ์ของไห่เยวียนกับเจ๋อฟางดีพากันตกตะลึงกันใหญ่ แต่ก่อนไห่เยวียนไม่ค่อยแยแสเจ๋อฟางนัก ทำไมวันนี้ถึงได้เหมือนเปลี่ยนไปเป็๲คนละคนกันล่ะ

            แล้วยังเจ๋อฟางที่ชอบเดินบิดก้นบีบเสียงแหลมเล็กนั่นก็ด้วย วันนี้ก็ดูแปลกไปเหมือนกัน ไม่เห็นแค่พักเดียว ความชมดชม้อยแบบผู้หญิงหายไปจากใบหน้า กลับดูคมสันสมชายขึ้น

            ไห่เยวียนหยุดลงตรงหน้าประตูที่มีป้ายบอกหมายเลขห้อง ‘201’ เขาเปิดประตูออก เห็นว่าข้างในไม่มีใคร ก็ผลักอาฉาเข้าไป

            “โต๊ะตัวนั้น เตียงฝั่งนั้น แล้วก็ข้าวของในตู้ใบนั้นน่าจะเป็๞ของเจ๋อฟาง” เด็กหนุ่มชี้ “เก็บข้าวของข้างในซะ อีกเดี๋ยวฉันจะพานายไปห้องฉัน”

            “หา” อาฉาฟังแล้วงง “ไม่ใช่ว่าให้ฉันอยู่ห้องนี้ ต้องเปลี่ยนห้องด้วยเรอะ”

            “บอกให้เปลี่ยนก็เปลี่ยนสิ” ไห่เยวียนบอก

            เวลามีคนเดิน พื้นระเบียงจะลั่นออดแอดทุกที ดูท่าหอพักแห่งนี้จะเก่ามากแล้วจริงๆ

            ระหว่างที่ไห่เยวียนกำลังคุยกับอาฉา ใครคนหนึ่งก็เข้ามาตบบ่าเด็กหนุ่มจากข้างหลัง

            “กลับมาแล้วหรือ!” เชียนซุ่ย ญาติผู้น้องของไห่เยวียนชะโงกหน้าเข้าไปมองสถานการณ์ในห้อง

            “อืม” ไห่เยวียนตอบ

            “กลับห้องกับฉันหน่อย มีเ๱ื่๵๹จะคุยด้วย” เชียนซุ่ยดึงแขนลูกพี่ลูกน้อง

            “ไม่เห็นหรือไงว่ายุ่งอยู่”

            “ฉันจะคุยเ๱ื่๵๹กวานรื่อชิง คู่อริหมายเลขหนึ่งของนายนั่นแหละ มาเหอะน่า” เชียนซุ่ยพูดทิ้งท้าย แล้วผละเดินกลับห้องไปก่อน

            “อาฉา เก็บของให้เรียบร้อย แล้วไปหาฉันที่ห้อง ‘209’” ไห่เยวียนสั่ง

            “อ้อ ได้!” อาฉาตอบโดยไม่หันไปมอง เพราะมัวแต่สำรวจห้องที่หลานรัก เปิดตู้เสื้อผ้ากับลิ้นชักในตู้ ดูว่าเจ๋อฟางมีข้าวของอะไรบ้าง

            เขาโกยเสื้อผ้ากับหนังสือทั้งหมดของเจ๋อฟางใส่กระสอบ ข้าวของที่อัดลงมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนกระสอบตุง