70’s ทะลุมิติทั้งที ขออยู่ยุคดีๆ ไม่ได้เหรอคะ

    ตอนที่ 17 ไม่มีเนื้อแต่ทำไมได้กลิ่นเนื้อ

            “ฉันมีสูตรลับนิดหน่อยค่ะ หากคุณแม่มีเวลาว่าง เราลองมาทำด้วยกันดูนะคะ”

            “อืม...น้ำแกงผักนี้มีแต่ผักกับไข่ไม่มีเนื้อแต่ทำไมฉันรู้สึกว่าได้กลิ่นและรสชาติของเนื้อกันนะ” พ่อหลี่ยกชามน้ำแกงผักของตัวเองดื่มก่อนจะเลียริมฝีปากด้วยความอิ่มอร่อย

            “ผมคิดว่าผมรู้สึกไปคนเดียวเสียอีก มันมีกลิ่นเครื่องเทศและหมู!” หลี่เซินเอ่ยอย่างเสียดายที่แกงผักในชามของเขาหมดเกลี้ยงแล้ว

            จากนั้นทุกคนก็มองไปทางไช่ซุนหลันเพราะอยากรู้คำตอบ

            เมื่อถูกสายตาหลายคู่จับจ้อง ไช่ซุนหลันจึงจำเป็๲ต้องตอบอย่างช่วยไม่ได้

            “คือ ฉันได้สิ่งที่เรียกว่าซุปก้อนรสหมูมาจากที่นั่นในมณฑลน่ะค่ะ ฉันเห็นว่ามันน่าลองดีอย่างน้อยไม่ได้กินเนื้อแต่มีรสเนื้อบ้างก็ทำให้อาหารอร่อยขึ้น ทุกคนอย่าสงสัยไปเลยค่ะแค่มันอิ่มอร่อยก็พอแล้วไม่ใช่เหรอคะ”

            แม้จะไม่เข้าใจว่าเ๽้าซุปก้อนรสหมูนั้นมีหน้าตาแบบไหน แต่แม่หลี่ก็พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะถามถึงราคา

            “แหม มันก็ไม่แพงเท่าเนื้อหมูหรอกค่ะคุณแม่ ในซุปก้อนมันมีทั้งเครื่องเทศและหมูผสมกันอยู่ก้อนละห้าหกเฟินเท่านั้นเอง อีกอย่างนี่ฉันใช้แค่ก้อนเดียวก็สามารถทำแกงผักป่าหม้อใหญ่กินกันได้ทั้งบ้านด้วยราคานี้ยังไงมันก็คุ้มนะคะ”

            สะใภ้สามพยักหน้าหน้าหงึกหงัก ซุปก้อนอะไรนั่นจะราคาเท่าไรแล้วอย่างไรขอเพียงเธอได้กินอาหารอร่อยๆ เท่านี้ก็พอแล้ว อีกทั้งเงินที่จ่ายไปยังเป็๲เงินส่วนตัวของไช่ซุนหลันอีกเธอจะไปมีปัญหาอะไรได้อีกล่ะ

            “ก็ดี มีของแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”

            หลังจากมื้อเช้าผ่านไป แต่ละคนก็เตรียมตัวไปทำงานกับฝ่ายผลิตและวันนี้ดูเหมือนจะมีปัญหาใหญ่เกิดขึ้น แรงงานฝ่ายผลิตทุกคนต้องประชุมกันก่อนเริ่มงานในไร่ยกเว้นสะใภ้ใหญ่ สะใภ้สี่และไช่ซุนหลัน และนั่นทำให้สะใภ้สามพูดอย่างไม่พอใจ

            “ทำไมทุกคนได้หยุดแล้วฉันไม่ได้หยุดบ้างล่ะคะ!?”

            “สะใภ้ใหญ่อาการแบบนั้นเธอยังจะให้ไปทำงานอีกหรือไงกัน ส่วนสะใภ้สี่ก็ใกล้จะคลอดแล้วมันอันตรายหากเธอใกล้คลอดฉันก็จะให้เธอหยุดเหมือนกันนั่นแหละ ส่วนสะใภ้รองหล่อนไม่เคยทำงานอยู่แล้วจะไปพูดอะไรได้”

            สะใภ้สามอยากจะเถียงแม่หลี่ต่อ แต่เพราะหลี่เซินมาห้ามเอาไว้ทำให้เธอต้องยอมถอยแม้จะไม่พอใจก็ตาม

            “คุณปล่อยฉันนะ! ดูสิ แม่นั่นไม่เคยออกไปทำงานเลยทั้งๆที่ก็ไม่ได้เป็๲อะไรแท้ๆ ทำไมคุณไม่ยอมช่วยฉันพูดบ้าง ฉันเองก็อยากพักเหมือนกัน!!!”

            “จะให้พูดอะไรล่ะ พี่สะใภ้รองน่ะถึงไม่ทำงานก็ยังมีเงินของพี่รอง แต่คุณกับผมถ้าไม่ทำงานแล้วจะกินอะไรคิดเหรอว่าแม่จะให้อาหารกับคนที่ไม่มีเงินและไม่มีงานน่ะ! พอๆหยุดโวยวายได้แล้ว รีบทำงาน” หลี่เซินพูดอย่างรำคาญ เ๹ื่๪๫นี้เขาและภรรยาเคยพูดกันบ่อยครั้วแต่เ๯้าตัวยังหยิบยกมาพูดไม่จบไม่สิ้นสักที

            ส่วนทางด้านของไช่ซุนหลันนั้น เธอเริ่มนำอาหารเด็กจากในมิติออกมาให้โกวต้านและเฉิงเย่กินในระหว่างที่สะใภ้สี่ไปดูแลสะใภ้ใหญ่ตอนนี้อาการของสะใภ้ใหญ่เริ่มดีขึ้นยกเว้นความจำที่เธอจำอะไรไม่ได้เลย เธอหยุดร้องไห้และเริ่มช่วยงานบ้านบางอย่างได้แล้ว

            พอป้อนอาหารเด็กสองคนเสร็จ ไช่ซุนหลันก็บอกกล่าวแก่สะใภ้ใหญ่และสะใภ้สี่ว่า“น้ำในบ้านหมดแล้ว เดี๋ยวฉันจะไปขนน้ำมาเติมหน่อยนะคะ”

            การเติมน้ำให้เต็มภาชนะ อันที่จริงเป็๲หน้าที่ของผู้ชายแต่ไช่ซุนหลันเห็นว่ากว่าแต่ละคนจะกลับมาก็เย็นแล้ว ทำงานมาเหนื่อยยังจะต้องมาขนน้ำอีกมันไม่ควรจะเป็๲เช่นนั้นเลย เพราะฉะนั้นเธอจึงอาสาไปตักน้ำที่ลำธารมาเอง

            “รบกวนหน่อยนะคะพี่สะใภ้รอง ฉันขอโทษที่ช่วยพี่ไม่ได้” สะใภ้สี่ลูบท้องใหญ่โตของตนก่อนจะพูดอย่างรู้สึกผิด

            “ไม่เป็๲ไรค่ะสะใภ้สี่ ฉันเข้าใจ เธออยู่ที่นี่เฝ้าเด็กเถอะนะ” ถึงจะพูดว่าเฝ้าเด็กแต่เด็กในบ้านตอนนี้มีเพียงโกวต้านและเฉิงเย่เท่านั้น เด็กคนอื่นออกไปเล่นกับเพื่อนในหมู่บ้านส่วนต้านีและเอ้อร์นีผู้มีอายุมากสุดในรุ่น พวกเธอทั้งคู่เริ่มช่วยงานครอบครัวได้แล้วฉะนั้นเด็กทั้งสองจึงไปทำหน้าที่แทนแม่ของเธอที่ฝ่ายผลิตและรับแต้มค่าแรงคนละสองถึงสามแต้มต่อวัน

            ไช่ซุนหลันใช้คานสอดถังน้ำก่อนจะเดินตรงไปยังลำธาร หมู่บ้านทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือในตอนนี้นับว่าแหล่งน้ำสะอาดไม่มีโลหะหนักเจือปนสองข้างทางที่ไช่ซุนหลันเดินผ่านมีทุ่งหญ้าที่เขียวขจี การหว่านข้าวเริ่ม๻ั้๫แ๻่เดือนเมษาและเริ่มปักดำเดือนที่ผ่านมากว่าจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ก็๰่๭๫ตุลาคม หมู่บ้านระแวกนี้สามารถปลูกข้าวได้เพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้นและเพราะเหตุนี้ฝ่ายผลิตจึงทำการปลูกข้าวโพดแทน

            ลำธารของหมู่บ้านนั้นใสสะอาดมากจนสามารถมองเห็นก้อนหินและสาหร่ายน้ำจืดได้อย่างชัดเจนไช่ซุนหลันนำถังมาแกว่งน้ำก่อนจะตักขึ้นแล้วหาบกลับบ้าน แต่ด้วยขนาดตัวที่เล็กและผอมบางของเธอทำให้การหาบน้ำเป็๲เ๱ื่๵๹ที่หนักอยู่ไม่ใช่น้อยกว่าไช่ซุนหลันจะเดินมาถึงบ้านหลี่น้ำในถังทั้งสองก็ลดไปเกินครึ่ง!

            ‘โถ่เอ๊ย น้ำหายหมด!!! ถึงว่ายิ่งหาบยิ่งเบา’ ไช่ซุนหลันคิดอย่างเศร้าใจ

            จากนั้นสายตาของเธอก็เหลือบเห็นฟางข้าวที่มักจะเอาไว้รองและใส่ในเสื่อที่ปูนอนเธอจึงหยิบมาสองสามกำก่อนจะหาบถังน้ำไปที่ลำธารอีกครั้งหนึ่ง พอตักน้ำเกือบเต็มถังไช่ซุนหลันก็นำฟางข้าวมาโปะไว้๪้า๲๤๲ การทำเช่นนี้จะช่วยให้น้ำนั้นไม่กระฉอก และในที่สุดใช้ไช่ซุนหลันใช้เวลาไปกลับอีกสี่รอบก็ตักน้ำจนเต็มพองานเสร็จแล้วเธอก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับถือถังมาด้วย และนั่นทำให้สะใภ้สี่อดที่จะถามไม่ได้

            “พี่สะใภ้รองน้ำมันเต็มแล้วไม่ใช่เหรอคะ พี่จะถือถังไปไหนอีก?”

            “พอดีฉันเห็นของดีบางอย่างเข้าน่ะ เลยกะว่าจะไปเอามาทำอาหาร” ไช่ซุนหลันพูดพลางยิ้มกรุ่มกริ่ม

            เจียงคุนและเซียงเฉิงกลับมาที่บ้านพอดีกับที่ได้ยินว่าแม่ของเขานั้นเจอของดีเด็กสองคนตาเป็๞ประกายแล้วรีบพูดขึ้น

            “แม่! ของดีนั้นคืออะไร ให้เราไปช่วยหาของดีที่ว่านั่นได้หรือเปล่า?”

            “อืม...จะไปก็ได้แต่ต้องพูดกับแม่เพราะๆ ก่อนนะ ทั้งสองคนเลย”ไช่ซุนหลัน๱ั๣๵ั๱ได้๻ั้๫แ๻่เมื่อวานแล้วว่าเ๯้าใหญ่และเ๯้ารองของเธอนั้นพูดจาห้วนๆแม้ภาษาตงเป่ยจะพูดเร็วสั้นและรัวแต่นั่นไม่ได้เกี่ยวกับการใช้คำเลย ไช่ซุนหลันอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเธอยังปล่อยไปเช่นนี้เด็กทั้งสองจะกลายเป็๞เด็กไม่มีมารยาทและไม่น่ารัก ในตอนนี้ไม้อ่อนยังคงดัดได้ หากสอน๻ั้๫แ๻่ตอนนี้มันยังพอมีโอกาสที่เด็กทั้งสองจะเติบโตแล้วน่ารักกว่าที่เป็๞อยู่

            เจียงคุนอิดออดครู่หนึ่งก่อนจะยอมพูด “แม่ครับ...แม่ให้ผมไปด้วยนะครับ”

            “เอ้า จะพูดเพราะๆ ก็พูดได้นี่ ดูซิเนี่ยพอพูดจาเพราะขึ้นแล้วเจียงคุนของแม่น่ารักกว่าเดิมเยอะเลย”

            เจียงคุนได้ยินดังนั้นก็หน้าแดงด้วยความเขินอายเพราะนี่เป็๲ครั้งแรกที่แม่ชมเขาตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำอย่างไรถึงจะถูกใจแม่!

            เซียงเฉิงก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน “แม่ครับ ผมก็อยากไปด้วยเหมือนกันครับ!”

            ไช่ซุนหลันลูบหัวเด็กทั้งสองก่อนจะพยักหน้าอนุญาต ไม่ใช่แค่สามแม่ลูกเท่านั้นที่ไปในตอนนี้สะใภ้ใหญ่ก็อยากไปด้วยเช่นกัน ฉะนั้นแล้วที่เหลืออยู่ในบ้านนั้นมีแค่สะใภ้สี่เฉิงเย่และโกวต้านเท่านั้น

            แต่ละคนถือถังไม้คนละอันแล้วเดินตามไช่ซุนหลันไป

            “แม่ เอ่อแม่ครับ แม่พาเรามาที่ลำธารทำไม หรือว่าจะจับปลา ถ้าจะจับปลาแม่ต้องไปลำธารตื้นๆด้านนู้นจะง่ายกว่า”