ความมืดมิดเข้าครอบคลุมอีกครั้ง แต่ครานี้มันไม่ใช่ความมืดที่ว่างเปล่า เยว่ซินรู้สึกราวกับตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันไกลโพ้น รอบกายเต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ แต่ใจกลางของทุกสิ่งคือความว่างเปล่าสีดำสนิทที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง...หลุมดำที่เธอเคยเห็นเพียงในตำราดาราศาสตร์
บัดนี้มันปรากฏอยู่ตรงหน้า และน่าประหลาดที่เธอไม่รู้สึกหวาดกลัว กลับกัน...เธอรู้สึกคุ้นเคยราวกับมันเป็ส่วนหนึ่งของเธอทันใดนั้นเอง กระแสพลังงานอันเย็นเยียบที่เธอััได้ก่อนหมดสติก็พลันปะทุขึ้นจากใจกลางหลุมดำนั้น มันไหลบ่าเข้าสู่ร่างของเธออย่างเชี่ยวกราก
แต่แทนที่จะทำลายล้าง มันกลับค่อยๆ ซ่อมแซมาแทั่วร่างของเธออย่างน่าอัศจรรย์ ความเ็ปที่ศีรษะและแผ่นหลังบรรเทาลงอย่างรวดเร็ว ความอ่อนล้าจางหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
"นี่คือ...พลังของข้าหรือ?"
เยว่ซินในห้วงสติรำพึงกับตัวเองเธอลองรวบรวมสมาธิ เพ่งจิตไปยังพลังงานสายนั้น มันตอบสนองต่อความคิดของเธออย่างง่ายดายราวกับเป็อวัยวะชิ้นหนึ่ง เธอบังคับให้มันไหลวนไปตามเส้นชีพจรต่างๆ ทะลวงจุดที่เคยติดขัด ความรู้สึกอึดอัดที่เคยมีอยู่ในร่างของ "หลี่เหยา" มาตลอดสิบหกปีพลันสลายไปสิ้น!ไม่ใช่ว่าร่างนี้ไม่มีพลังปราณ...แต่พลังของมันยิ่งใหญ่และลึกลับเกินกว่าที่เครื่องมือวัดพลังปราณของโลกนี้จะตรวจจับได้!
เยว่ซินตระหนักได้ในทันที มารดาของหลี่เหยาไม่ได้ผนึกพลังนี้เพื่อทำร้ายนาง แต่เพื่อปกป้องนางต่างหาก! พลังนี้มันอันตรายเกินไปสำหรับเด็กสาวที่ยังไม่รู้จักโลกดีพอแต่ตอนนี้...ผู้ที่อยู่ในร่างนี้คือเยว่ซิน คือนักยุทธศาสตร์ผู้เจนจบการต่อสู้และเล่ห์เหลี่ยมของมนุษย์!เมื่อเยว่ซินลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ท้องฟ้าภายนอกหน้าต่างก็เริ่มสว่างแล้ว เธอลุกขึ้นจากพื้นอย่างกระฉับกระเฉง ร่างกายเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน าแที่หน้าผากเหลือเพียงรอยขีดข่วนจางๆ ส่วนรอยฟกช้ำอื่นๆ ก็หายไปเกือบหมดสิ้น
"คุณหนู! คุณหนูตื่นแล้วหรือเ้าคะ!"
สาวใช้ร่างเล็กนามว่า
"เสี่ยวชุ่ย"
ถลาเข้ามาด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา นางคือสาวใช้ประจำตัวเพียงคนเดียวที่ยังภักดีต่อหลี่เหยา
"บ่าวเป็ห่วงแทบแย่! ท่านแม่ทัพให้คนไปตามท่านหมอหลวงแล้วนะเ้าคะ"
เยว่ซินมองสาวใช้ที่ร้องไห้จนตาบวมแดง ในความทรงจำของหลี่เหยา เสี่ยวชุ่ยคือคนเดียวที่คอยปกป้องและดูแลนางเสมอมา เธอจึงส่งยิ้มบางๆ ไปให้
"ข้าไม่เป็ไรแล้ว เสี่ยวชุ่ย ไม่ต้องร้องไห้"
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ความสงบนิ่งในแววตา และรอยยิ้มที่ดูมั่นใจของนายสาว ทำให้เสี่ยวชุ่ยชะงักไปครู่หนึ่ง คุณหนูของนางดู...เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน
"ไปเตรียมน้ำให้ข้าอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ แล้วเตรียมเทียบเชิญให้ข้าด้วย"
เยว่ซินสั่งการด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"เทียบเชิญ? คุณหนูจะไปที่ใดหรือเ้าคะ?"
ดวงตาของเยว่ซินทอประกายเย็นเยียบ
"ไปเยี่ยมเยียน 'ผู้มีพระคุณ' ที่มอบ 'ของขวัญ' ชิ้นใหญ่ให้ข้าเมื่อวานนี้...ที่จวนราชครูซู"
ข่าวที่คุณหนูใหญ่หลี่เหยาฟื้นขึ้นมาและกำลังจะไปเยือนจวนราชครูแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว สร้างความประหลาดใจให้ทุกคนที่ได้ยิน โดยเฉพาะฮูหยินรองจางซินอี๋และหลี่เฟิ่งที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในเรือนของตน
"นางยังไม่ตาย แถมยังจะไปหาเื่คุณหนูซูอีกรึ? สมองกระทบกระเทือนจนเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร!"
หลี่เฟิ่งแค่นเสียงอย่างดูแคลนฮูหยินรองจางซินอี๋ขมวดคิ้ว
"อย่าประมาทไป บางทีนางอาจจะไปเพื่อขอขมาลาโทษนางอาจสำนึกผิดแล้วก็ได้"
"ขอโทษ? คนอย่างนางน่ะหรือ? ไม่มีทาง!"
แต่ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร รถม้าของจวนแม่ทัพก็ได้มาหยุดลงที่หน้าจวนราชครูซูแล้ว หลี่เหยาในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ก้าวลงจากรถม้าอย่างสง่างาม ใบหน้ายังคงซีดเซียวเล็กน้อย แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรงอย่างทระนงองอาจ กิริยาท่าทางที่เปลี่ยนไปทำให้บ่าวไพร่ที่เคยดูแคลนนางถึงกับยืนนิ่งตะลึงเมื่อมาถึงห้องโถงรับรอง ซูเม่ยหลินกำลังนั่งรออยู่แล้วด้วยรอยยิ้มที่เสแสร้งอย่างสมบูรณ์แบบ
"น้องหญิงลี่เหยา พี่เป็ห่วงแทบแย่ ได้ยินว่าเ้าไม่เป็อะไรก็ค่อยโล่งใจหน่อย"
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานปานน้ำผึ้งเยว่ซินทรุดกายนั่งลงตรงข้ามอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ
"ข้าเองก็ต้องขอบคุณความเป็ห่วงของคุณหนูซูเช่นกัน...และต้องขอบคุณสำหรับ 'ของขวัญ' ที่ท่านมอบให้ข้าเมื่อวานนี้ด้วย"
ซูเม่ยหลินชะงักไปเล็กน้อย
"ของขวัญ? พี่ไม่เข้าใจ"
"ไม่เข้าใจหรือ?"
เยว่ซินวางถ้วยชาลง เสียงดังกริ๊กเบาๆ แต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องพลันตึงเครียด
"ม้าพยศตัวนั้น...เป็ของขวัญจากแดนตะวันตกที่องค์ชายรองเพิ่งได้รับมาใช่หรือไม่? และคนที่รู้วิธีกระตุ้นให้มันคลุ้มคลั่งโดยใช้ 'ผงกระตุ้นอสูร' ที่ไร้สีไร้กลิ่น ก็มีเพียงไม่กี่คนในเมืองหลวงนี้...ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือหอโอสถที่ตระกูลของท่านให้การสนับสนุนอยู่"
ฉ่า! ใบหน้าของซูเม่ยหลินซีดเผือดราวกับกระดาษ! นางจ้องเยว่ซินอย่างไม่อยากจะเชื่อ
"เ้า...เ้าพูดเื่อะไร! ข้าไม่รู้เื่!"
"ท่านไม่รู้? แต่ข้ารู้"
เยว่ซินยิ้มเย็น
"ข้ารู้ว่าท่านจงใจปล่อยข่าวให้ข้ารู้ว่าองค์ชายรองจะเสด็จผ่านเส้นทางนั้น ข้ารู้ว่าท่านเตรียมม้าพยศไว้ และข้ารู้ว่าท่านคาดหวังให้ข้า...ไม่ตายก็พิการ"
ทุกคำพูดของเยว่ซินราวกับค้อนที่ทุบลงบนกำแพงแห่งการเสแสร้งของซูเม่ยหลินจนพังทลายลงไม่มีชิ้นดี!
"และที่ข้ามาในวันนี้..."
เยว่ซินหยิบห่อผ้าเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ แล้ววางลงบนโต๊ะ
"ก็เพื่อนำ 'ของขวัญ' มาตอบแทน"
ซูเม่ยหลินมองห่อผ้าด้วยความหวาดระแวง
"นั่นอะไร?"
"เปิดดูสิ"
ด้วยมือที่สั่นเทา ซูเม่ยหลินค่อยๆ คลี่ห่อผ้าออก สิ่งที่อยู่ข้างในคือ...กระจุกขนม้าสีดำสนิทที่ถูกมัดรวมกับเศษผ้าสีน้ำเงินเข้มที่ถูกฉีกขาด...เศษผ้าจากอาภรณ์ขององค์ชายรองจ้าวเหวิน!
"เ้า!"
ซูเม่ยหลินกรีดร้องออกมาเสียงหลง
"เ้าไปเอามันมาได้อย่างไร!"
"ก็แค่เดินไปหยิบมา...จากอานม้าตัวที่ท่านเตรียมไว้"
เยว่ซินตอบอย่างสบายอารมณ์
"ท่านคงจะรีบร้อนไปหน่อย เลยเก็บกวาดหลักฐานไม่หมดสิ้น...ท่านคิดดูสิ หากของสิ่งนี้ไปปรากฏอยู่ในมือของหน่วยพิราบสื่อสารของท่านอ๋องเฟยหลง...หรือถูกส่งไปยังตำหนักของฮ่องเต้ พร้อมกับคำให้การของข้า...บุตรีแม่ทัพใหญ่ที่เกือบต้องสังเวยชีวิตเพราะแผนการแย่งชิงความรักของสตรีผู้สูงศักดิ์...อะไรจะเกิดขึ้น?"
ซูเม่ยหลินตัวสั่นเทิ้มราวกับลูกนก ความงดงามบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว นางรู้ดีว่าหากเื่นี้แดงขึ้นมา ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงของนางจะป่นปี้ แม้แต่ตระกูลซูก็อาจจะถูกลากเข้าไปพัวพันกับข้อหาลอบทำร้ายเชื้อพระวงศ์!
"เ้า...เ้า้าอะไร!"
นางเค้นเสียงถามเยว่ซินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาของนางจับจ้องไปที่ซูเม่ยหลินอย่างผู้ชนะ
"สิ่งที่ข้า้า...ง่ายมาก"
นางโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของซูเม่ยหลินด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"หนึ่ง...ยาฟื้นฟูพลังปราณชั้นเลิศสามสิบขวด สอง...หญ้าิญญาพันปีหนึ่งต้น และสาม...คุกเข่าขอขมาข้าที่หน้าประตูจวนแม่ทัพ...เดี๋ยวนี้"
"ไม่มีทาง!"
ซูเม่ยหลินตวาดกลับอย่างลืมตัว
"งั้นหรือ?"
เยว่ซินยืดตัวตรงแล้วหันหลังกลับ
"ก็ได้ งั้นข้าจะไปเข้าเฝ้าองค์ชายรองด้วยตัวเอง...พร้อมกับ 'ของขวัญ' ชิ้นนี้"
"เดี๋ยว!"
ซูเม่ยหลินร้องเสียงหลง นางกัดริมฝีปากจนห้อเื ความอัปยศอดสูฉายชัดในแววตา แต่เมื่อเทียบกับการสิ้นสิ้นทุกอย่างแล้ว...นางไม่มีทางเลือก!
"ข้า...ข้าตกลง!"
สายลมยามสายพัดผ่านหน้าจวนแม่ทัพใหญ่หลี่เจิ้ง ผู้คนในบริเวณนั้นต่างหยุดชะงักและมองดูภาพที่ไม่น่าเชื่อสายตา...คุณหนูซูเม่ยหลินผู้สูงศักดิ์และงดงามราวเทพธิดา กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นเบื้องหน้าคุณหนูใหญ่หลี่เหยาที่พวกเขาเคยตราหน้าว่าไร้ค่า!ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง!บนหอสูงของหอเมฆาดำ เฟยหลงรับฟังรายงานจากองครักษ์เงาด้วยแววตาพึงพอใจ
"น่าสนใจ...น่าสนใจจริงๆ"
เขารำพึง
"นางไม่ได้แค่มีเขี้ยวเล็บ...แต่ยังรู้จักใช้สมองเพื่อพลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็หลังมือ"
"นายท่าน...ดูเหมือนว่าคุณหนูหลี่จะไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่ข่าวลือว่าไว้นะขอรับ"
อิงเอ่ยขึ้นเฟยหลงยกจอกสุราขึ้นจิบ
"ไร้ค่า?หึ...ข้าว่าพวกเรากำลังจะได้เห็น...ัที่ซ่อนกายอยู่ในร่างบุปผาต่างหาก...อิงส่งเทียบเชิญของข้าไปที่จวนแม่ทัพ บอกว่าข้าอยากจะ 'ทำความรู้จัก' กับคุณหนูใหญ่
หลี่เหยาให้มากขึ้น"
สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงได้เริ่มพัดโหมกระหน่ำในเมืองหลวงแห่งนี้แล้ว และศูนย์กลางของพายุลูกนั้น...คือสตรีที่ชื่อ
"หลี่เหยา"