เด็กหนุ่มร่างเล็กกำลังลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากสนามบิน เป็เวลานานกว่าสองปีแล้วที่ทิวาและแม่ไม่ได้เจอหน้ากัน หลังจากที่ครอบครัวตัดสินใจแยกทาง ทิวาก็เติบโตมากับตาและยาย ส่วนแม่ของเขานั้นแต่งงานใหม่และย้ายไปอยู่เมืองนอกั้แ่ลูกชายยังเด็ก
ถึงแม้จะไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนกับครอบครัวอื่น แต่ตายายทั้งสองก็ไม่เคยปล่อยให้หลานชายตัวน้อยรู้สึกขาดตกบกพร่อง สองเฒ่าช่วยกันเลี้ยงดูโดยไม่ปล่อยให้หลานลำบาก และตอนนี้ทิวาก็ได้เข้าเรียนมหาลัยเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“ผมถึงแล้วครับแม่”
ลูกชายพูดคุยกับมารดาผ่านโทรศัพท์
ตอนนี้แม่และสามีฝรั่งเดินทางมาพักผ่อนที่ไทยเป็ที่เรียบร้อย ทั้งสองเช่าบ้านเล็กๆติดริมทะเลประมาณสองเดือน แม่จึงใช้โอกาศนี้สั่งให้ลูกชายหอบข้าวของมาพักผ่อนในบ้านหลังนี้ด้วย ตอนแรกทิวาก็เกรงใจเนื่องจากไม่อยากรบกวน แต่ลุงจอห์นกลับยินดีเป็อย่างยิ่งที่จะให้ลูกเลี้ยงของเขามาที่นี่
เด็กหนุ่มจำหน้าพ่อเลี้ยงฝรั่งไม่ค่อยได้
แต่เขาจำได้เป็อย่างดีว่าหุ่นและรูปร่างของชายอเมริกันคนนั้นสูงใหญ่ล่ำสันขนาดไหน
“ทิวา”
“สวัสดีครับแม่”
“เข้ามาในบ้านก่อน ตอนนี้ลุงจอห์นออกไปวิ่ง”
สองแม่ลูกสวมกอดกันหน้าบ้านด้วยความคิดถึง
แม้จะไม่มีเวลาให้กันมากนัก แต่ผู้เป็แม่ก็ส่งเงินให้ลูกชายจนได้ร่ำเรียนโรงเรียนดีๆกว่าชาวบ้านทั่วๆไป ทิวาเดินเข้ามาในบ้านพักตากอากาศริมทะเล โดยที่มีแม่ช่วยจัดแจงข้าวของอยู่บนห้องนอน ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยถามไถ่กันไปเรื่อยๆ ฝรั่งหัวทองร่างใหญ่ก็ปรากฎตัวด้วยเหงื่อที่โชกไปทั่งร่างกำยำ
“สวัสดีครับ…ลุงจอห์น”
“ครับ”
จอห์นเป็ชายวัยกลางคนอายุสี่สิบปลายๆ
ร่างกายของเขาสูงใหญ่ตามประสาฝรั่ง หุ่นล่ำสันบึกบึนและมีผิวสีแทนเนื่องบจากชอบอาบแดด ทิวาเคยเจอพ่อเลี้ยงฝรั่งคนนี้เมื่อสองปีก่อน และตอนนี้ดูเหมือนลุงจอห์นจะกล้ามล่ำมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แม้หน้าตาของเขาจะมีรอยย่นตามอายุขัย แต่ก็ไม่ทำให้อะไรหลายๆอย่างน่ามองน้อยลงเลยสักอย่าง เนื่องจากจอห์นเคยทำงานที่ไทยเป็เวลานาน เื่ภาษาจึงไม่ใช่อุปสรรคของเขาอีกต่อไป
“เดี๋ยวอีกหน่อยลุงจอห์นจะพาไปทานข้าว ทิวารีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ”
“ครับแม่”
เด็กหนุ่มเดินตรงขึ้นไปบนห้อง เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของทะเลยามเช้า แต่ระหว่างที่กำลังจะเดินออกมาจากห้องนั้น พ่อเลี้ยงอเมริกันก็เดินเข้ามาสำรวจความเรียบร้อย ลุงจอห์นตัวเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ร่างสูงใหญ่กำยำของเขามีเพียงผ้าขนหนูผืนน้อยพันรอบเอวหนาแกร่ง
ทิวาสังเกตเห็นว่ากลางเป้าผ้าขนหนูสีขาวนั้นมีลำยาวพาดนูนตุงๆ ถ้าเกิดไม่ได้ยินเสียงถามจากลุงจอห์น เด็กหนุ่มคงเอาแต่จ้องมองสิ่งนั้นตลอดเวลา!
“ห้องเล็กไปมั้ย” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม
“เอ่อ ไม่ครับ”
“มีอะไรบอกไอได้เลยนะ”
“ครับ”
ลุงจอห์นเอ่ยถามด้วยสำเนียงไทยคำฝรั่งคำ แต่ทุกประโยคนั้นเด็กหนุ่มก็เข้าใจและสนทนาด้วยได้เป็อย่างดี เมื่อพ่อเลี้ยงเห็นทุกอย่างเรียบร้อย เขาจึงค่อยๆเดินออกไปจากห้องนอน สายตาของร่างเล็กจ้องมองแผ่นหลังหนาแกร่งจนสุดตา มัดกล้ามกำยำหนาใหญ่ของพ่อใหม่นั้นมันเรียงตัวเป็ลอน จนทำเอาจิตใจคนมองสั่นไหวแปลกๆ
ความรู้สึกนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน
และตอนนี้ดูเหมือนมันจะยังไม่หายไปไหนเลยสักนิด!
ตกดึก...
หลังจากที่ออกไปทานอาหารในยามเช้า ลุงจอห์นและแม่ก็พาทิวาเดินท่องเที่ยวและแวะพักตามจุดต่างๆบนชายหาดจนมืดค่ำ หลังจากที่รับประทานอาหารเย็นกัน ทุกคนก็กลับบ้านมาพักผ่อนเพื่อเติมแรง แต่ดูเหมือนใครบางคนจะยังไม่หมดแรงเหมือนกับคนอื่น เสียงสบถเป็ภาษาอังกฤษเล็ดลอดออกมาจากผนังห้องข้างหัวเตียง จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงแรงกระแทกที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงเกินทน
ทิวานอนฟังเสียงคู่รักร่วมสวาทกันอย่างเมามัน...
สองชั่วโมงผ่านไปนั้น ทำให้เด็กหนุ่มรู้ว่าพ่อเลี้ยงอเมริกันหื่นกามและอึดถึกทนแค่ไหน!