บทที่ 27: ห้องเสบียงใต้ดิน
เสียง ครืด... ครืด... แกรก... ที่ดังก้องสะท้อนออกมาจากเนินเขาหินปนดินทางทิศเหนือของบ้านหินไม่ใช่เสียงของการทำลายล้าง แต่เป็เสียงของ ‘การรังสรรค์’ ที่แม่นยำและทรงประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่รัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุคเคยมีมาไม่มีแรงสั่นะเื ไม่มีเศษดินถล่ม มีเพียงจังหวะที่สม่ำเสมอราวกับเครื่องจักรขนาดั์กำลังทำงานอยู่ใต้ผืนดิน
อีไลอัสในร่างเด็กชายวัยสิบสองปียืนกอดอกมองดูฝุ่นผงที่ค่อยๆ ลอยฟุ้งออกมาจากปากอุโมงค์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งบาร์นีย์ หมีั์อสูรรถเครนประจำไซต์งาน นั่งจุ้มปุ๊กอยู่ข้างๆทำคอตกและหูปรกลงอย่างคนตกงานชั่วคราว กรงเล็บขนาดั์ของมันที่เคยเป็หัวใจของงานขุดกลับวางนิ่งอยู่บนพื้นดินอย่างไร้ประโยชน์เป็ครั้งแรกส่วนฟินน์และเดซี่ก็มายืนชะเง้อคอมองความคืบหน้าของโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ด้วยความตื่นเต้น
ผ่านไปเพียงแค่สองชั่วโมงนับั้แ่ดัสตี้ตุ่นอสูรหมวกเซฟตี้หัวหน้าวิศวกรโยธา และลูกน้องตุ่นป่าอีกห้าตัวมุดดินลงไปรับเหมาขุด ‘ห้องเก็บเสบียงใต้ผิวดิน’ การทำงานของพวกมันรวดเร็วปานสายฟ้าแลบทว่าไร้ซึ่งแรงสั่นะเื ที่จะทำให้หน้าดินถล่มเหมือนตอนที่บาร์นีย์ใช้กรงเล็บตะกุย
“การสั่นะเืความถี่สูง ที่กรงเล็บของตุ่นอสูรทำงานเหมือนเครื่องเจาะอุโมงค์หัวเพชร ในโลกเดิมเลยแฮะ”อีไลอัสวิเคราะห์การทำงานของลูกบ้านใหม่ “มันแยกชั้นหินและดินออกจากกันอย่างนุ่มนวลแล้วใช้เกล็ดแข็งบนหัวบดอัดผนังดินให้เรียบเนียนเพื่อป้องกันการหลุดร่วง...เพอร์เฟกต์จริงๆ”
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าเตาะแตะก็ดังขึ้นจากความมืด ดัสตี้เดินปัดฝุ่นออกจากขนสีน้ำตาลเข้มของมันหมวกเซฟตี้เกล็ดแข็งบนหัวมีรอยขูดขีดเล็กน้อยซึ่งเป็ร่องรอยของการทำงานหนัก เศษดินที่เกาะอยู่บนตัวมันร่วงหล่นลงอย่างเป็จังหวะเหมือนวิศวกรที่เพิ่งเดินออกมาจากไซต์งานหลังปิดโปรเจกต์ ตุ่นอสูรตัวจ้อยเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าอีไลอัสยืดอกขึ้นและท้าวสะเอวอย่างภาคภูมิใจ
“บอส!โครงการขุดเจาะพื้นที่ใต้ดินเฟสแรกเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์!” ดัสตี้รายงานด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความฮึกเหิม“ผนังดินถูกฉาบและบดอัดจนได้ศูนย์ได้ฉาก ระดับความลึกสี่เมตรกว้างสองเมตรตามที่ออกแบบไว้เป๊ะ! เข้าไปตรวจรับงาน ได้เลย!”
“ยอดเยี่ยมมากท่านหัวหน้าโยธา!ทีมงานเฮเซลบรุค ตามฉันมา!”
อีไลอัสจุดคบเพลิงแล้วเดินนำขบวนลูกบ้านทั้งหมดก้าวเข้าสู่อุโมงค์ที่เพิ่งขุดเสร็จใหม่ๆทันทีที่ก้าวพ้นปากถ้ำเข้ามา สิ่งแรกที่ทุกคนััได้คือ ‘ความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ’อย่างฉับพลัน
“บรื๋อ!ทำไมข้างในนี้มันเย็นจังเลยเ้านาย! หนาวกว่าตอนอยู่ข้างนอกตั้งเยอะ!” ฟินน์ขนลุกซู่ หางฟูๆของมันตวัดมาซุกไว้ใต้พุง
“นั่นแหละคือความมหัศจรรย์ของฟิสิกส์และสถาปัตยกรรมใต้ดิน” อีไลอัสยิ้มกริ่ม เขาลูบผนังอุโมงค์ที่เย็นเฉียบ “เมื่อเราลงมาลึกใต้ผิวดินระดับนี้อุณหภูมิของแผ่นดินจะถูกตัดขาดจากสภาพอากาศภายนอกอย่างสิ้นเชิง มันจะรักษาความเสถียรอยู่ที่ประมาณ10 ถึง 15 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี!ไม่ว่าข้างนอกจะแดดร้อนจัดจนดินแห้งแล้ง หรือหิมะตกหนักจนน้ำแข็งเกาะแต่ในห้องเสบียงนี้จะเย็นสบายและมีความชื้นที่สมดุลเสมอ!”
เด็กชายชูคบเพลิงขึ้นสูงสาดส่องแสงสว่างให้เห็นโครงสร้างอันวิจิตรบรรจงที่อยู่เหนือศีรษะ
ผนังอุโมงค์ถูกขุดให้มีความโค้งมนโอบล้อมจากพื้นด้านซ้ายขึ้นไปกันที่จุดกึ่งกลางเพดานและโค้งลงมาจดพื้นด้านขวา ไร้ซึ่งมุมฉากที่แข็งกระด้างผิวััของผนังดินเรียบเนียนราวกับถูกขัดเงา
อีไลอัสหันไปหาบาร์นีย์ที่กำลังมองเพดานด้วยความงุนงง“ดูไว้นะบาร์นีย์นี่คือโครงสร้างรูปทรงโค้ง หรือ Arch Structure! เหตุผลที่ฉันสั่งให้ดัสตี้ทำเพดานโค้งแบบนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงามแต่มันคือการ ‘กระจายน้ำหนัก’... ูเาทั้งลูกที่อยู่บนหัวเรามีน้ำหนักมหาศาลถ้าเราทำเพดานแบนๆ แบบที่แกทำพังตอนแรก ดินตรงกลางมันจะรับน้ำหนักไม่ไหวและแอ่นตัวลงมาจนถล่ม”
เขาวาดนิ้วไปตามแนวโค้งของเพดาน“แต่เมื่อเป็รูปทรงArch น้ำหนักและแรงกดทับ จะถูกดันออกไปด้านข้าง วิ่งไปตามเส้นโค้งและถ่ายเทลงสู่พื้นดินสองฝั่งอย่างสมบูรณ์แบบ! โครงสร้างนี้เปลี่ยนจุดอ่อนของแรงโน้มถ่วงให้กลายเป็ตัวล็อกที่ทำให้ผนังยิ่งแข็งแกร่งขึ้น!นี่คือสุดยอดวิศวกรรมที่อยู่ยงคงกระพันมาั้แ่ยุคโรมันเลยนะ!”
“โอ้โห...บอสพูดศัพท์ยากๆ อีกแล้ว แต่ฟังดูเท่เป็บ้าเลย!” ดัสตี้ยืดอกรับคำชมหมวกเซฟตี้สั่นพั่บๆ “โครงสร้างนี่รับรองว่าแข็งแรงระดับต้านแผ่นดินไหวได้เลยบอส!แต่บอส... งานของฉันเสร็จแล้ว ทีนี้ก็ตาระบบระบายอากาศ ของบอสแล้วนะ ถ้าไม่เจาะท่อห้องนี้ก็เป็แค่สุสานอับๆ ดีๆ นี่เอง!”
“แน่นอน!ระบบปรับอากาศพาสซีฟ คือขั้นตอนต่อไป!”
อีไลอัสไม่รอช้าเขาสั่งให้ฟินน์และกระต่ายลูกน้องของเดซี่วิ่งไปลากกระบอกไม้ไผ่ที่ทะลวงข้อปล้องเตรียมไว้แล้วเข้ามาในห้องเสบียง
“การเก็บผักและผลไม้สดไว้ในที่ปิดตายคือหายนะ”อีไลอัสอธิบายพลางหยิบท่อไม้ไผ่ขนาดใหญ่ขึ้นมา “พืชที่ถูกเก็บเกี่ยวแล้ว มันยังหายใจอยู่นะทีมงาน มันจะคายความชื้นและปล่อย ‘ก๊าซเอทิลีน ’ออกมา ก๊าซตัวนี้คือฮอร์โมนเร่งความสุกถ้าเราปล่อยให้ก๊าซนี้สะสมตัวอยู่ในห้องมันจะกลายเป็ห้องอบที่เร่งให้ผักทุกอย่างเน่าเละเป็น้ำจุลินทรีย์ภายในสามวัน!”
เด็กชายเดินไปที่ผนังด้านลึกสุดของถ้ำใช้สกิล [สถาปนิกแห่งพงไพร] เจาะทะลุผนังดินเฉียงขึ้นไปหาผิวดินด้านนอกแล้วสอดท่อไม้ไผ่ท่อแรกเข้าไป โดยให้ปลายท่อด้านในถ้ำลอยอยู่ ‘ชิดกับระดับเพดานโค้ง’
“นี่คือ ‘ท่อระบายอากาศชื้น้า ’!” อีไลอัสชี้ไปที่ท่อ “ก๊าซเอทิลีนและอากาศร้อนซึ่งมีน้ำหนักเบาจะลอยตัวสูงขึ้นมาสะสมที่เพดาน ท่อนี้จะทำหน้าที่เป็ปล่องควันดูดเอาอากาศเสียและก๊าซเน่าเปื่อยระบายทิ้งออกไปนอกูเา!”
จากนั้นเขาเดินกลับมาที่บริเวณใกล้กับประตูทางเข้าถ้ำ เจาะรูทะลุผนังอีกจุดและสอดท่อไม้ไผ่ท่อที่สองเข้าไป แต่คราวนี้ ปลายท่อด้านในถ้ำถูกวางให้ลอยอยู่ ‘เรี่ยกับระดับพื้นดิน’
“และนี่คือ‘ท่อรับอากาศเย็นด้านล่าง ’!” อีไลอัสอธิบายด้วยแววตาเป็ประกาย ทุกสายตาจับจ้องไปที่ท่อไม้ไผ่สองเส้นราวกับกำลังดูการทดลองบางอย่าง
“อากาศบริสุทธิ์จากภายนอกโดยเฉพาะในตอนกลางคืนที่มีอากาศเย็นและหนัก จะไหลทะลักเข้ามาทางท่อนี้เลียดไปตามพื้นห้องเพื่อเติมเต็มมวลอากาศที่ถูกดูดออกไปทางท่อ้า เกิดเป็ปรากฏการณ์ Stack Effect ที่ทำให้อากาศในห้องนี้หมุนเวียน ถ่ายเทความชื้นและรักษาอุณหภูมิความเย็นไว้ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยที่เราไม่ต้องใช้มอเตอร์ไฟฟ้าหรือพัดลมดูดอากาศเลยแม้แต่ตัวเดียว!”
“ยอด... ยอดเยี่ยมไปเลยบอส!!” ดัสตี้เบิกตากว้าง กรงเล็บแบนๆของมันตบมือแปะๆ รัวๆ “ใช้ธรรมชาติขับเคลื่อนธรรมชาติ! นี่แหละคือสถาปัตยกรรมที่แท้จริง!”
“โฮ่ง!ฉันไม่ค่อยเข้าใจเื่ลมอะไรนั่นหรอกนะเ้านาย แต่ถ้ามันแปลว่าผักจะไม่เน่าแล้วหมีอ้วนไม่ต้องมากินผักจนท้องแตกตาย ฉันก็ว่ามันเจ๋งสุดๆ ไปเลย!” ฟินน์เห่าสนับสนุน
“ใช่แล้วฟินน์!และเพื่อเป็การดับเบิลความปลอดภัย ” อีไลอัสเริ่มลงมือประกอบชั้นไม้วางของตามแนวกำแพง“เดซี่! เอาสมุนไพรไล่แมลง และใบตะไคร้หอมที่แกปลูกไว้มาปูรองพื้นตามชั้นไม้พวกนี้ให้หมด! กลิ่นของสมุนไพรจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของสปอร์เชื้อรา และไล่พวกแมลงปีกแข็งไม่ให้มายุ่งกับเสบียงของเรา”
เดซี่กระต่ายอสูรรับคำสั่งอย่างเริงร่ามันและเพื่อนกระต่ายป่าช่วยกันคาบฟ่อนสมุนไพรป่ามาปูลาดบนชั้นไม้อย่างเป็ระเบียบกลิ่นหอมระเหยของสมุนไพรผสมผสานกับกลิ่นไอดินเย็นๆ ทำให้ภายในห้องเสบียงใต้ดินนี้รู้สึกสดชื่นและสะอาดสะอ้านอย่างเหลือเชื่อ
เมื่อโครงสร้างและระบบวิศวกรรมทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์อีไลอัสก็ปัดฝุ่นที่มือ หันไปเผชิญหน้ากับลูกบ้านทุกตัว
“เอาล่ะทีมงานเฮเซลบรุค! ห้องเสบียงใต้ดิน พร้อมใช้งานร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว!ปฏิบัติการกู้ภัยอาหารเริ่มต้นได้!ไปลำเลียงคลื่นสึนามิผักบนแปลงเกษตรเข้ามาเก็บไว้ในนี้เดี๋ยวนี้เลย!”
มหกรรมขนย้ายเสบียงครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐอิสระเฮเซลบรุคจึงอุบัติขึ้น!
บาร์นีย์หมีั์อสูรที่เพิ่งย่อยอาหารเสร็จ รับหน้าที่เป็หน่วยลำเลียงของหนักมันแบกหัวไชเท้าั์ขนาดเท่าแตงโมครั้งละสี่ห้าหัวไว้ในอ้อมแขนเดินเตาะแตะเข้ามาในห้องใต้ดินอย่างระมัดระวังไม่ให้หัวไชเท้าช้ำ
“หัวไชเท้าเป็พืชรากที่มีน้ำเยอะ เอาไปวางเรียงไว้ที่ชั้นกลางบาร์นีย์!เว้นช่องว่างระหว่างหัวนิดนึงให้อากาศถ่ายเท!” อีไลอัสยืนเป็ผู้จัดการคลังสินค้า สั่งการจัดเรียง
ฟินน์และกองทัพกระต่ายธรรมดาอีกสี่สิบกว่าชีวิตช่วยกันคาบและกลิ้งหัวมันเทศป่าสีม่วงแดงเข้ามาในถ้ำอย่างขะมักเขม้นเสียงดุ๊กดิ๊กของฝีเท้าสัตว์ตัวเล็กๆ ดังก้องไปทั่วอุโมงค์
“มันเทศป่าต้องรักษาความชื้นไม่ให้เปลือกมันเหี่ยว!”อีไลอัสชี้ไปที่มุมห้องด้านในสุดซึ่งเขาได้ทำกระบะไม้สี่เหลี่ยมบรรจุทรายแม่น้ำชื้นๆ เอาไว้ “เอาหัวมันเทศฝังกลบลงไปในกระบะทรายชื้น เลย! ทรายจะทำหน้าที่เป็ฉนวนห่อหุ้มเก็บรักษาความชื้นและป้องกันไม่ให้หัวมันเทศัักับอากาศเย็นโดยตรงรับรองว่าอยู่ได้เป็เดือนๆ!” เม็ดทรายชื้นๆ ค่อยๆกลบผิวของหัวมันเทศจนมิด ราวกับกำลังถูกเก็บรักษาไว้ในหีบสมบัติใต้ดิน
ส่วนเดซี่และดัสตี้ช่วยกันจัดการกับูเาผักกาดขาวใบหนาเตอะ พวกมันคาบผักกาดขาวมาวางเรียงซ้อนกันเบาๆบนชั้นไม้ระแนง้าสุด ซึ่งเป็จุดที่รับอากาศไหลเวียนจากท่อระบายได้ดีที่สุด
การทำงานประสานกันข้ามเผ่าพันธุ์มนุษย์ หมี จิ้งจอก กระต่าย และตุ่น ดำเนินไปอย่างสนุกสนานและมีประสิทธิภาพสูงสุดท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นสบายของห้องใต้ดินความเหนื่อยล้าถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะและเสียงเห่าร้องหยอกล้อกัน
จากวิกฤตความอุดมสมบูรณ์ที่เกือบจะกลายเป็หายนะอาหารเน่าเสียบัดนี้ กองทัพผักและมันเทศนับร้อยกิโลกรัม ได้ถูกจัดเรียงอย่างเป็หมวดหมู่ บนชั้นไม้และในกระบะทรายภายในตู้เย็นธรรมชาติที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากโลกและแรงโน้มถ่วง
อีไลอัสยืนอยู่หน้าประตูกรอบไม้หนาเตอะที่เขาเพิ่งประกอบเสร็จประตูนี้ถูกบุด้วยหญ้าคาแห้งเพื่อทำหน้าที่เป็ฉนวนกันความร้อนเพิ่มเติม เขาค่อยๆ ดึงประตูไม้ให้ปิดสนิทล็อกด้วยสลักไม้กะเทาะอย่างแ่า
เมื่อบานประตูถูกปิดลงรัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุคก็ได้รับการการันตีถึง ‘ความมั่นคงทางอาหาร ’ อย่างเป็ทางการและถาวร
เด็กชายวัยสิบสองปีหันหลังพิงประตูไม้สูดอากาศบริสุทธิ์ของป่ายามเย็นเข้าปอดรอยยิ้มที่กว้างที่สุดและจริงใจที่สุดปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ในอดีตเขาเคยออกแบบตึกระฟ้าราคาหลายพันล้านเพื่อแลกกับความพึงพอใจของนายทุนที่ไม่เคยเห็นค่าความเหนื่อยยาก แต่ในวันนี้...เขาได้ออกแบบตู้เย็นใต้ดินเล็กๆ ที่ไม่มีแม้แต่สายไฟสักเส้นแต่กลับช่วยชีวิตลูกบ้านและเพื่อนร่วมชะตากรรมของเขาให้อยู่รอดปลอดภัยจากความหิวโหย
"นี่คือตู้เย็นที่ไม่ต้องเสียค่าไฟไม่ทำลายชั้นโอโซน และไม่มีวันพัง..." อีไลอัสรำพึงกับตัวเองเสียงนกฮูกป่าเริ่มดังแว่วมาตามสายลมยามเย็น "สโลว์ไลฟ์ที่แท้จริงไม่ใช่การไม่ทำอะไรเลย... แต่มันคือการสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณค่าโดยพึ่งพาวิถีของธรรมชาติอย่างชาญฉลาดที่สุดต่างหาก"
สถาปนิกน้อยมองดูลูกบ้านทั้งสี่เผ่าพันธุ์ที่กำลังนั่งล้อมวงกินมันเทศเผาเคลือบน้ำผึ้งเป็มื้อเย็นด้วยกันอย่างมีความสุขแสงสีส้มจากเตาผิงหน้าบ้านหินสาดส่องกระทบใบหน้าของพวกเขา
รากฐานของการมีชีวิตรอดได้ถูกฝังลึกลงไปในผืนแผ่นดินเฮเซลบรุคแล้ว...อนาคตของการสร้างเมือง กำลังรอคอยให้พวกเขาขีดเขียนมันในหน้าถัดไป!