“เ้าโดนสกัดจุดนี่เอง” ปีศาจกระต่ายน้อยเดินวนรอบกายของคนที่ยืนแข็งทื่อ แต่หมาป่าน้อยก็ยังไม่ตอบอันใด
“ข้าสามารถช่วยเ้าได้ แต่…….”
สิ้นเสียง แววตาที่เย็นชาไม่สนใจเมื่อครู่กลับเบิกกว้างเปลี่ยนเป็นสีส้มหมุนขวับมายังปีศาจกระต่ายน้อยทันทีปีศาจกระต่ายน้อยตะลึงกับสีตาของอีกฝ่ายยิ่งนักที่แปรเปลี่ยนไปอีกสีทำให้เผลอจ้องตานั้นจนลืมตัว“ว่ามา” เสียงเย็นเยียบเอ่ยมาจากปากของคนตรงหน้า
อ้าว!………….นางไม่ได้โดนสกัดจุดใบ้นี่!
“จ….จะ….เ้า เ้าไม่ได้โดนสกัดจุดใบ้หรอกหรือ? แล้วเหตุใดเ้าถึงไม่ตอบคำถามของข้าเล่า?” สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มเอ่ยตะกุกตะกักด้วยความโมโห นิ้วชี้เรียวเล็กชี้ไปใส่หน้าของคนที่ยืนนิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไร
หน็อย!……เ้านี่มัน………
“แต่อะไร”
ดูนั่นสิ………..ยังถามได้หน้าตาเฉย เดี๋ยวก็ไม่ช่วยเสียเลยนี่ ปีศาจกระต่ายน้อยทำแก้มป่องหายใจฟึดฟัด
เห็นฝ่ายนั้นกอดอกจ้องหน้าทำท่าราวกับไม่อยากจะเสวนาด้วย หลางเสวี่ยก็นิ่งเฉยพยายามใช้กำลังภายในอันน้อยนิดทลายจุดต่อโดยไม่สนใจอีกฝ่ายแม้แต่น้อยฮึ!……ยังไม่มาขอร้องข้าอีกนะ ดูซิจะทนไปได้ซักกี่น้ำ………….อ่าาาาาา………..…แต่นาง้าให้ปีศาจตรงหน้าช่วยเหลือนี่
สุดท้ายผู้มาช่วยเหลือกลับต้องขอร้องเสียเอง
“เอาน่า…..เ้าให้ข้าช่วยเถอะ…..นะ ข้าช่วยเ้าได้จริง ๆ ข้าเนี่ยเป็ปีศาจกระต่ายที่ถือว่าเก่งกาจพอสมควร เื่เล็กน้อยแค่นี้ เ้าให้ข้าช่วยเถิดนะ ” นางยิ้มละไมทำตาเยิ้มขอร้องสุดฤทธิ์
“เ้า้าอะไร” ปีศาจหมาป่าเอ่ยอย่างรู้ทันทำเอาอีกฝ่ายต้องเกาหัวเลิ่กลั่กแล้วยิ้มแห้ง ๆ
“แหะ ๆ ข้าก็แค่อยากจะช่วยเ้าก็เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรหรอก” เห็นได้ชัดว่ามีพิรุธอย่างมาก
“ถ้าเช่นนั้นข้าไม่้า” หลางเสวี่ยตอบเสียงเย็น
“ อ๊า!……ไม่ได้นะ เ้าต้องให้ข้าช่วย เฮ้อ!……ข้ายอมบอกเ้าก็ได้ ข้ามีเื่อยากให้เ้าช่วยเล็กน้อยเท่านั้น”
“ถ้าเจ้าช่วยข้าได้ เหตุใดเจ้าไม่ช่วยตัวเองเล่า” โอย……นังปีศาจบ้า จะมัวดื้อด้านพิรี้พิไรเยอะแยะทำไมกันยอมให้ข้าช่วยคลายจุดซะดี ๆ ก็จบเรื่องไปแล้ว “เอาเถิดน่า……เจ้าต้องช่วยข้า ดังนั้นข้าจะช่วยเจ้า” ไม่รอให้อีกฝ่ายปฏิเสธก็รีบคลายจุดให้นางทันใด หลางเสวี่ยงุนงงอยู่ในใจแต่ก็ไม่เอ่ยถามสิ่งใด นางบิดร่างกายที่แข็งกระด้างให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายลง ในใจยังทึ่งเล็กน้อยที่ปีศาจกระต่ายมีพลังลมปราณมากมายกว่านางนัก“ข้าช่วยเ้าแล้วนะ เ้าต้อง……”
“ว่ามา”
คำพูดต่อไปถูกหยุดไว้ที่คอหอยปีศาจกระต่ายยิ้มพราย นึกว่าจะลืมไปเสียแล้ว
“อืม…….ตอนนี้ข้ายังคิดไม่ออก ข้านึกออกเมื่อไรค่อยบอกเ้าละกัน ถือว่าเ้าติดหนี้บุญคุณข้าแล้วนะ ”
…………….ปีศาจหมาป่าน้อยงงไปใหญ่กับคำตอบแปลกประหลาดของปีศาจตรงหน้า
จมูกพลันได้กลิ่นอายปีศาจอันคุ้นเคย นางหันขวับไปทางต้นเสียง “ข้าต้องไปแล้ว” นางคิดจะรีบชิ่งหนีไปตอนนี้ไม่เช่นนั้นมัวแต่เล่นตามน้ำไปเรื่อย ๆ มีหวังกลับถึงแดนปีศาจหมาป่ากันพอดี“ให้ข้าช่วยสิ่งใดหรือไม่?” กระต่ายน้อยเอ่ยอย่างเ้าเล่ห์ แต่นางไม่คิดจะติดหนี้บุญคุณใครเวลานี้หรอก
“ไม่ ขอบคุณมากวันหลังข้าจะมาทดแทนบุญ รักษาตัวด้วย” เอ่ยจบก็แปลงกายอยู่ในร่างหมาป่าสีขาวร่างเพรียวกำลังจะกระโดดข้ามฟากแม่น้ำ“ไม่ได้ เ้าต้องให้ข้าช่วย!!” ไม่ทันปฏิเสธนางก็ถูกกระชากร่างปลิวลิ่วไปอย่างไม่อาจต้านทาน
อยากจะกัดคอนางให้ตายนัก!!
สวบ!…..ปีศาจหมาป่าแขนด้วนแหวกหญ้าสูงเดินตรงมายังลำธาร สายตากวาดหาร่างบางที่ยืนแข็งทื่ออยู่หัวใจพลันดิ่งวูบ
นางหายไปได้อย่างไร!!!…………ถ้านายท่านรู้ต้องตายแน่!!
“นี่!……หาสิ่งใดอยู่หรือ?” เสียงอ่อนหวานของสตรีร่างน้อยหน้าตาน่ารักดังขึ้นข้างกายทำเอาเขาสะดุ้งสุดตัว
“เ้า………”
ในขณะที่กำลังลุกลนไม่ทันตั้งตัวก็ได้ยินเสียงใสแ่เบาและหัวที่ตกลงพื้นพร้อมกับร่างที่ไร้วิณญาณ
“สุดยอดจริง ๆ กระบี่ของเ้าช่างคมกริบเฉียบขาดเหลือเกิน ขอข้าดูหน่อยได้หรือไม่” กระต่ายน้อยจอมพูดมากเอ่ยชมตบมือเปาะแปะ มองกระบี่หิมะจันทราด้วยแววตาเป็ประกาย
สังหารสมุนไปได้หนึ่งเท่ากับโอกาสรอดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่ง นางไม่คิดจะเสียเวลาจึงกระโดดเหยียบหินข้ามลำธารโดยไม่สนใจเสียงร้องเจื้อยแจ้วของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ทว่าเจ้าปีศาจกระต่ายไม่ยอมเลิกรากระโดดตามไปติด ๆ“แล้วอีกอย่าง เ้าเป็ปีศาจหมาป่าหรือนี่ ทำไมเ้าไม่บอกข้าก่อนล่ะ ดีนะที่ข้าไหวตัวทันไม่เช่นนั้นคงโดนเขมือบไปแล้วแน่ ๆ………..” นางยังพูดต่อไปไม่หยุด จนชนเข้ากับแผ่นหลังตรงหน้าที่หยุดกะทันหันอย่างจัง
“ โอ๊ย! นี่…..จะหยุดเดินทำไมไม่บอกกันก่อนเล่า แล้วก็……”
“ข้าต้องไปแล้ว ขอตัวลา ไว้วันหน้าข้าจะมาทดแทนบุญคุณ” น้ำเสียงนางเรียบเฉยไม่มีความรำคาญแม้แต่น้อยปีศาจกระต่ายอดเลื่อมใสมิได้จึงยิ้มร่า“โธ่เอ๋ย…….เ้าจะรีบไปไหนกัน มีข้าอยู่ไม่เห็นต้องกังวลสิ่งใด ข้าเนี่ยเป็ปีศาจกระต่ายอายุแค่25ปีอยู่เลย แต่มีฝีมือเก่งกาจไม่แพ้ใคร”
เมื่อได้ยินอายุของคนตรงหน้าหลางเสวี่ยจึงเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ “ขออภัยท่านผู้าุโ ข้านั้นต้องรีบไปแล้ว ขอท่านช่วยเปิดทางให้ข้าด้วย”
“……………….” ดะ……….เดี๋ยวนะ นังปีศาจหมาบ้านี่กล้าเรียกข้าว่าผู้าุโงั้นรึ!!
“แล้วเ้าอายุเท่าไหร่?” เสียงที่เอ่ยฟังดูน่าขนลุกไม่น้อย
“16”
…………………ร่างกายราวกับวิณญาณลอยออกจากร่าง นังหมาั์อายุแค่16เองหรือ ข้าแก่กว่านางใช่หรือไม่???มัวแต่จมอยู่ในภวังค์หมาป่าตรงหน้าก็ทะยานตัวออกไปไกลจนลับสายตาไปแล้วปล่อยให้นางยืนบื้ออยู่คนเดียว
อะไรกันเนี่ย!! น่าหงุดหงิดชะมัด หวังว่านางจะไม่ลืมที่นางพูดไว้นะ อาาาาา…….ลืมถามชื่อไป เอาไว้เจอกันคราหน้าจะให้นางชดใช้หนี้อย่างหนักเลย
กระต่ายน้อยยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยความเริงร่ากำลังจะแปลงกายกลับเป็กระต่ายสันหลังพลันเสียววาบ
“เจ้าเห็นสตรีคนหนึ่งหรือหมาป่าตัวหนึ่งผ่านมาแถวนี้หรือไม่?” เสียงแหลมฟังระคายหูเอ่ยอย่างอำมหิตนางหันกายไปทันใดพร้อมกับทำหน้าตาใสซื่อ “ อืม………….ไม่รู้สิ เหมือนจะไม่เห็นนะ……..” นางลากเสียงยาว ยังไม่ทันจบคนตรงหน้าก็ฟันดาบเข้าใส่ร่างน้อยทันใด นางเอี้ยวตัวหลบคมดาบไปได้อย่างหวุดหวิด ปากก็ยังไม่หยุดพูด“พูดจากันดี ๆ ก็ได้ ไม่เห็นจะต้องลงไม้ลงมือกันเลยนี่ แล้วอีกอย่างเ้าไม่เห็นหรือไงว่าข้าก็เป็สตรีเช่นกัน บังอาจมาทำเช่นนี้กับสตรีหน้าตางดงามหาใครเปรียบเช่นข้าได้อย่างไร……..” น่าเหลือเชื่อ….นางพูดจ้อ ๆ ไปไม่หยุดแต่ยังรับกระบวนท่าหมายเอาชีวิตของอีกฝ่ายได้อย่างไม่พลาดพลั้ง
เจ้าปีศาจหมาป่าทนเสียงร้องโวยวายอันน่าหนวกหูไม่ไหวตะโกนก้องด้วยความโกรธจัด ทว่าไม่ทันไรคอหอยก็เสียงหายไป เถาวัลย์สีเขียวสดเส้นเล็กพันรอบคอรัดแน่นจนหายใจไม่ออก หน้าของปีศาจหมาป่าเขียวคล้ำดำขึ้นเรื่อย ๆจนกระทั่งหมดลมหายใจปีศาจกระต่ายสาวเตะร่างใหญ่โตนั้นออกไปจนกระแทกต้นไม้ใบร่วงกรูลงมามากมาย แต่นางก็ยังไม่หยุดปาก
“ เป็อย่างไรล่ะ บังอาจมาล้อเล่นกับข้า สมควรแล้ว แล้วอีกอย่างจะตามจับนังปีศาจหมาป่านั่นทำไมกัน ดูท่าทางไม่ใช่คนเลวร้ายสักหน่อย แถมนางยังติดหนี้บุญคุณข้าอีก ถ้านางตายไปใครจะชดใช้หนี้ให้ข้ากันเล่า เ้าน่ะหรือ ฮึ! ตายไปแล้วจะมาชดใช้อะไรได้อีกล่ะ ” ใครที่ได้มาฟังนางพูดก็คงยกมือกุมขมับไปตาม ๆ กัน
มีแต่นังปีศาจหมาป่านั่นที่ไม่มีท่าทีรำคาญแม้แต่น้อย น่าเลื่อมใสนัก เ้าติดหนี้ข้าอีกหนแล้วนะ!
ล่ากวางมาได้อีกสองตัวหัวหน้าสมุนและลูกน้องทั้งสามเดินกลับมายังที่พักแรมด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าแค่ได้กลิ่นเนื้อที่แบกอยู่บนหลังก็มีกำลังเดินต่อแล้ว
กวางบนบ่าวางดังตุ้บที่พื้น คนแบกบิดตัวไปมา “ปวดหลังชะมัด กวางตัวนี้เนื้อแน่นมากเลย”
“ข้าสิหนักกว่าเ้าอีก ต้องคอยกันปีศาจกวางที่มายุ่มย่ามอยู่นั่นแหละ เจอข้าตัดเขาไปหนึ่งข้างคงจะเข็ดเสียที”
ทั้งสามพูดคุยกันอย่างออกรส หัวหน้าสมุนวาดมือให้ทั้งหมดเงียบแล้วเอ่ยเสียงเย็น
“ไปตามสองคนนั้นและคุณหนูมา”
“ ฮ่า ๆ ๆ ได้เลยขอรับ ” สมุนคนหนึ่งแปลงกายเป็ร่างหมาป่าสีน้ำตาลแล้ววิ่งกระโจนไปยังลำธารที่อยู่ไม่ไกล
หัวหน้าสมุนกวาดสายตามองไปทั่วบริเวณเงี่ยหูฟังเสียงรอบกายและสูดดมกลิ่นเพื่อจับความผิดปกติ
กลิ่นคาวเื? ไม่แน่ว่าจะเป็กลิ่นของกวางที่เพิ่งล่ามา …………..กลิ่นอายปีศาจ?………..คงจะเป็กลิ่นของลูกน้องที่เพิ่งไปตามคำสั่งตน เสียงรอบข้างก็มีแต่เสียงของนกร้องเจื้อยแจ้วและลมที่พัดผ่านยอดไม้ให้เกิดเสียงใบไม้เสียดสีกัน
ไม่นานเกินรอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งมาด้วยความตื่นตระหนก เ้าหมาป่าตัวเมื่อครู่นี่เอง แต่ท่าทางเช่นนั้น
หรือว่า! ……………
เ้าหมาป่าสีน้ำตาลวิ่งมาด้วยความเร็วสูงปานพายุจนแทบหกล้มคะมำ แต่พอเปลี่ยนร่างมาเป็มนุษย์ก็เห็นหัวหน้าอยู่ในร่างหมาป่าวิ่งไปทางที่ตนมาเสียแล้ว
“เดี๋ยวก่อนท่าน……….ปั๊ดโธ่! ข้าวิ่งมาแทบตายจะไม่ฟังกันสักหน่อยเลยหรือ” เขาพูดไปพร้อมกับหอบหายใจคำโตราวกับจะขาดใจ
“เกิดอะไรขึ้นหรือ” สมุนที่เหลือรีบกรูกันมาถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ เ้าสองคนนั้นตายแล้ว” แสดงว่านางหนีไปได้แล้วรึ? ทั้งหมดใจหายวาบรีบตามหัวหน้าไปทันที มาถึงริมลำธารเห็นหัวหน้านั่งยอง ๆ อยู่หน้าร่างไร้หัวของสมุนแขนด้วน ช่างน่าอนาถใจนัก
“ นางยังไปได้ไม่ไกล รีบตามไป!! ” หมาป่าที่เหลือทั้งสี่พุ่งทะยานข้ามลำธารไปอย่างว่องไว เสียงเท้าทั้งสิบหกคู่เคลื่อนไหวรวดเร็วโดยแทบไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าสักนิด ควบตะบึงไปตามทางที่ได้กลิ่นอายปีศาจไม่ไกล จนกระทั่งมาถึงยังจุดที่หมาป่าอีกตัวตายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในสภาพถูกรัดคอตาย
ดูท่าพวกเขาคงประเมินนางต่ำเกินไปเสียแล้ว
หัวหน้าสมุนเจ็บใจยิ่งนักที่เสียรู้ให้กับคุณหนูจอมแสบทำได้แต่ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันเพื่อระงับความโกรธแล้ววิ่งตะบึงต่อไปอย่างสุดฝีเท้า
มาถึงทางแยกที่มีสองทาง หัวหน้าสมุนยังไม่เลือกเดินไปทางใดแต่เดินสำรวจบริเวณรอบ ๆ นั้นอย่างรอบคอบทางขวานั้นเป็นทางไปสู่ป่าทึบอันเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าและปีศาจชนิดอื่น ๆ ส่วนทางซ้ายเป็นป่าที่มีแต่น้ำแข็งหิมะตกหนาวเย็นตลอดปีทำให้แทบจะไม่มีสัตว์ตัวใดย่างกรายออกไปอีกทั้งถ้าข้ามป่านี้ไปได้ก็จะเป็นแดนของมนุษย์อีกด้วย นางคงจะเลือกเดินเส้นทางป่าหิมะนี้เป็นแน่ สายตาพลันเห็นเศษผ้าสีขาวชิ้นหนึ่งเกี่ยวอยู่กับกิ่งไม้ที่ไร้ใบเป็นตัวบ่งชี้ว่านางอาจวิ่งมาทางนี้ด้วยความเร็วจนผ้าเกี่ยวกิ่งไม้
แต่เขาจะไม่ยอมโดนหลอกง่าย ๆ อีกแน่!…………..
เข้าไปใกล้ ๆ มีรอยเท้าของหมาป่ารอยนั้นลึกยิ่งนักเนื่องจากพื้นเป็หิมะขาวโพลนไปหมด แต่กลับเป็รอยเท้าเดิมนั้นที่วกกลับมาไปยังเส้นทางที่นำไปสู่ป่าทึบทางขวาหัวหน้าหมาป่าเดินไปยังทางขวาที่เป็ทางนำไปสู่ป่าทึบ
มีรอยเืหยดเล็ก ๆ ตรงใบไม้นี่ด้วย! ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็แทบจะมองไม่เห็นอีกทั้งยังเป็กลิ่นของหมาป่า ยิ่งเดินเข้าไปเรื่อย ๆ ไอปีศาจก็ยิ่งรุนแรงแสดงว่านางยังไปได้ไม่ไกล หมาป่าหัวหน้ายิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมน่าสะพรึงกลัว
“เ้ากลับไปรายงานนายท่านแล้วขอกำลังเสริมมาช่วย เ้าทั้งสองไปทางซ้าย ส่วนข้าจะไปทางขวา”
หัวหน้าสมุนสั่งการอย่างรอบคอบ ทุกตัวต่างแยกย้ายกันไปตามคำสั่ง
หึ! ครานี้แหละ ข้าจะจับเ้าไปให้นายท่านให้จงได้!!!