วันนี้เป็วันที่ผู้คุมนักโทษได้พานางมารพิษไร้เงาในสภาพไร้วรยุทธ์ออกเดินทางไปที่ชายแดน
“เอ่อ ข้าขอคุยกับนางสักครู่จะได้หรือไม่” นายหญิงกล่าว
“เร็วๆ นะ พวกเราต้องรีบออกเดินทาง หนทางยังอีกยาวไกล” ผู้คุมกล่าวเสร็จก็เดินไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อเฝ้าดูนักโทษที่ถูกล่ามโซ่ตรวนอยู่ห่างๆ
หว่านชิงประคองนายหญิงให้เข้าไปใกล้นักโทษหญิงที่แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์
“มีอะไรกับข้าไม่ทราบ” นางมารเกลียดคนในตระกูลซูเข้ากระดูกดำ
“ข้าได้ข่าวมาว่าเ้าเป็คนจ้างให้จือหม่าอี้สวมรอยเป็โจวเว่ยเพื่อแก้แค้นตระกูลข้าใช่หรือไม่”นายหญิงมาคุยเพื่อจบประเด็นความแค้นระหว่างตระกูล
“ใช่! ข้าจ้างเอง ในวันแต่งงานของลูกชายเ้าข้าได้ช่วยจือหม่าอี้สลับตัวกับโจวเว่ยตัวจริงได้สำเร็จ” นางมารกล้าทำกล้ารับ
“เ้าแค้นอะไรครอบครัวข้านักหนา ทำไมถึงขั้นต้องฆ่าแกงกันด้วย” นายหญิงไม่รู้ชาติกำเนิดของนางมาร
“ตระกูลซูได้แย่งกิจการค้าเกลือมาจากตระกูลหลีเ้ารู้มั้ยว่าหลังจากนั้นมาท่านพ่อของข้าก็เอาแต่สำมะเลเทเมา วันๆ ไม่ทำอะไรพอท่านพ่อไม่มีอัฐไปซื้อเหล้า ท่านก็ขายข้าให้เป็นางโลม โชคดีที่ข้าหนีออกมาได้ั้แ่นั้นมาข้าก็พยายามฝึกวิทยายุทธ์ เพื่อไม่ให้ใครกล้ามารังแกข้าอีก” นางมารเล่า
“ในตอนนั้นตระกูลซูได้ซื้อกิจการมาจากท่านพ่อของเ้าแล้วนี่ทำไมท่านพ่อของเ้าถึงไม่นำอัฐไปตั้งตัวใหม่ล่ะ” นายหญิงทราบเื่ราวมาบ้าง
“ท่านพ่อบอกข้าว่าพวกเ้าแย่งกิจการไปเสียดื้อๆ ต่างหาก” นางมารแย้ง
“ข้ายังเก็บสัญญาการซื้อขายไว้ เ้าจะดูมั้ย” นายหญิงมีหลักฐาน
“ไม่มีประโยชน์ ต่อให้ท่านพูดจริง ข้าก็ได้กระทำสิ่งเลวร้ายไปแล้ว” นางมารย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้แล้ว
“ข้าขอร้องได้มั้ย ขอให้พวกเราเลิกแล้วต่อกันเ้าอย่าได้คิดทำร้ายคนในตระกูลซูอีกเลย” นายหญิงกลัวลูกหลานตระกูลซูจะถูกสังหารอีก
“ความจริง ข้าสั่งให้จือหม่าอี้สังหารแค่พี่ชายสามีเ้าคนเดียวเท่านั้นส่วนคนอื่นๆ ข้าไม่เกี่ยว” นางมารไม่ได้้าฆ่าล้างตระกูล
“จะไม่เกี่ยวได้ยังไง ในเมื่อคนอื่นที่เ้าว่าพวกเขาต่างก็ได้รับพิษฮัวเหมยเหมือนกับท่านลุง” หว่านชิงไม่เข้าใจ
“ข้ามอบขวดยาพิษขวดใหญ่ให้จือหม่าอี้ไปเพื่อสังหารท่านลุงของซูฟานซึ่งเป็คนที่แย่งกิจการค้าเกลือเพียงคนเดียวเท่านั้นพอเสร็จภารกิจ แทนที่นางจะคืนขวดยาพิษให้ข้าแต่นางกลับนำไปใช้สังหารคนที่นาง้ากำจัด” นางมารเล่า
“ถ้าเป็อย่างที่เ้าว่าจริง ทำไมถึงสังหารเฉพาะพี่ชายสามีข้าล่ะ” นายหญิงสงสัย
“เพราะเขาวางแผนทำลายครอบครัวตระกูลหลีมาั้แ่แรกไงล่ะ” นางมารเชื่อคำพูดของท่านพ่อ
แต่ความจริงคือกรรมการในโรงเกลือลงมติว่าควรเปลี่ยนผู้บริหารใหม่เนื่องจากท่านพ่อของนางมารไม่ทำงานวันๆ ก็เอาแต่เสพสุขมั่วอบายมุข
“การล้างแค้นกันไปมาแบบไม่จบไม่สิ้น มีแต่ทำลายซึ่งกันและกันเท่านั้น”นายหญิงรู้สึกเบื่อหน่าย
“เ้าไม่ต้องกลัว ถ้าข้าพ้นโทษและมีโอกาสได้กลับมาในเมืองนี้ข้าขอสาบานว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวของเ้าอีก” นางมารจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อหาเลี้ยงชีพเท่านั้น
“ข้ายอมรับว่าข้าแค้นเ้ามาก แต่หากข้าไม่ระงับความแค้นลูกหลานข้าก็ต้องไปล้างแค้นตระกูลเ้าต่อไปอีก ดังนั้นข้าขออโหสิกรรมให้ข้าเองก็จะไม่ฝากฝังความแค้นไปสู่ลูกหลานเช่นกัน” นายหญิงขอจบความแค้นแต่เพียงเท่านี้
“คุยจบหรือยัง” คนคุมนักโทษะโ
“จบแล้ว ข้าขอลา” นายหญิงะโกลับ
คนคุมนักโทษรีบเดินไปคุมตัวนางมารเพื่อเดินทางต่อส่วนหว่านชิงก็รีบประคองนายหญิงกลับไปที่บ้านตระกูลซู
***************************
ณห้องโถงของตระกูลซู
“การที่พี่สาวของเ้าเข่นฆ่าสามี ลูกชายของข้า และแม่บังเกิดเกล้า ก็คงเป็เพราะนางโกหกเื่ชาติกำเนิดของตัวเองหากใครล่วงรู้ความลับหรือใครขัดขวางทางรุ่งเรืองของนาง นางก็ฆ่าไม่เว้นแต่ที่พี่สาวเ้าไม่ได้รับโทษปะาชีวิต เพราะนางเ้าเล่ห์มากนางทำยังไงกันนะถึงทำให้สาวใช้และคนรักต่างยอมรับผิดแทนนาง” นายหญิงไม่เข้าใจ
“ข้าขออนุญาตไปเยี่ยมพี่สาวได้มั้ยเ้าคะ” หว่านชิงกล่าว
“เ้าไม่แค้นนางบ้างเลยงั้นหรือ” นายหญิงสงสัย
“แค้นเ้าค่ะ แต่ข้าเป็ห่วงหลาน เด็กเป็ผู้บริสุทธิ์เขาควรได้รับการบำรุงยามเมื่ออยู่ในครรภ์” หว่านชิงกลัวพี่สาวจะแท้งลูกซะก่อน
“เ้าไปเถอะ แต่ต้องมีธงสือติดตามไปด้วย ยังไงข้าก็ไม่ไว้ใจพี่สาวเ้าอยู่ดี”นายหญิงเป็ห่วง
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ” หว่านชิงรู้สึกซึ้งใจที่นายหญิงเข้าใจนาง
“เจียงหยา! มานวดให้ข้าที” นายหญิงรู้สึกเมื่อยล้า
“เ้าค่ะ” เจียงหยารับคำ
“งั้นข้าขอตัวก่อนนะเ้าคะ” หว่านชิงเองก็อยากพัก
***************************
ณห้องนอนของหว่านชิง
พอนางมาถึงห้องของตัวเองก็พบว่ามีนกพิราบได้มาเกาะอยู่บนโต๊ะรอนางอยู่ก่อนแล้ว
“มีใครส่งจดหมายให้ข้างั้นหรือ” หว่านชิงแปลกใจ
หว่านชิงแกะจดหมายออกจากขาของนกแล้วรีบเปิดอ่านทันที
หว่านชิงที่รัก
ข้าคิดถึงเ้ามากเลยนะว่าแต่เมื่อไหร่เ้าจะส่งจดหมายมารายงานข้าล่ะ ข้ารอจดหมายของเ้ามาหลายวันแล้วนะ
รักและคิดถึงเสมอ
ซูเฉิน
หว่านชิงคิดในใจว่า“ข้าลืมเสียสนิทเลยข้าคงต้องรีบเขียนจดหมายตอนนี้ซะแล้ว”
หลังจากนั้นนางก็เลยเขียนเล่าเื่ราวคดีความให้ซูเฉินโดยย่อจากนั้นก็มัดจดหมายน้อยติดกับขานกและปล่อยมันบินออกทางหน้าต่างไป
พอดำเนินการเสร็จเรียบร้อยนางก็บ่นว่า “แค่นี้ก็ต้องทวงด้วย”
ผ่านไปไม่นานเจียงหยาก็เคาะประตู
“เข้ามาได้” หว่านชิงะโ
“ท่านเป็อะไรหรือเปล่าทำไมหน้าแดงล่ะเ้าคะ” เจียงหยาทัก
“ขะ ข้า ไม่ได้เป็อะไร” หว่านชิงรีบแก้ตัว
“แน่นะเ้าคะ หากท่านไม่สบาย หรือาเ็เพียงน้อยนิดนายท่านเล่นงานข้าตายแน่ๆ” เจียงหยากลัวนายท่าน
“เ้าเองก็พูดเกินไป ซูเฉินไม่ทำอะไรเ้าหรอก ข้าไม่ได้สำคัญขนาดนั้น”หว่านชิงกล่าว
“ข้าก็ไม่รู้หรอกนะเ้าคะว่านายท่านเกิดหลงรักท่านไปตอนไหน รู้ตัวอีกทีนายท่านถึงกับเตรียมการจัดพิธีแต่งงานกับท่านไปแล้ว” เจียงหยานึกไม่ถึงว่านายท่านจะรักหว่านชิงทำให้นางต้องกลับมาเคารพอดีตลูกจ้างรุ่นน้อง
“อะไรนะ! จัดพิธีแต่งงาน ข้ายังไม่ตอบรับรักเขาเลยนะ” หว่านชิงใ
“ข้าพนันได้เลยว่า ท่านต้องตอบตกลงเข้าสักวันเ้าค่ะ” เจียงหยาคิดว่านายท่านมีเสน่ห์มาก ผู้หญิงน้อยคนที่จะปฏิเสธเขา
“มั่นใจเกินไปหรือเปล่า ถึงนายท่านของเ้าจะรูปหล่อ ร่ำรวย มีฐานะดีแถมมีวรยุทธ์สูง ก็ใช่ว่าข้าจะชอบนี่” หว่านชิงคิดเอาชนะนางจึงต้องใจแข็งเข้าไว้
“มันเป็เพราะนายท่านกัดไม่ปล่อยต่างหาก ถ้าเขาจะจีบผู้หญิงคนไหน เขาก็คงทำถึงที่สุดนั่นแหละเ้าค่ะ”เจียงหยารู้ดีเพราะทำงานกับนายท่านมานาน
“ว่าแต่เ้ามีธุระอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงรีบเปลี่ยนเื่
“นายหญิงสั่งให้ข้าไปเป็เพื่อนท่านตอนท่านไปเยี่ยมจือหม่าอี้ด้วยเ้าค่ะ”เจียงหยาว่าธุระ
“ข้าไปคนเดียวก็ได้นะ” หว่านชิงเกรงใจ
“เผื่อเกิดเื่ไม่คาดคิด ข้าจะได้ช่วยท่านได้ทันไงเ้าคะ” เจียงหยากลัวหว่านชิงถูกพี่สาวหลอกใช้
“ก็ได้! เจอกันวันพรุ่งนี้ตอนสายๆ ข้าอยากไปพบท่านหมอก่อนค่อยไปเยี่ยมพี่สาว” หว่านชิงบอกแผน
“เ้าค่ะ” เจียงหยากำลังจะเดินออกไปจากห้องแต่นางเหลือบไปเห็นจดหมายตกอยู่บนพื้น นางก็เลยเก็บขึ้นมาอ่าน
“เอ๊ะ! จดหมายของนายท่านนี่” เจียงหยาแอบยิ้ม
หว่านชิกในางก็เลยรีบแย่งจดหมายน้อยกลับคืนมา และรีบเก็บไว้กับตัวทันที
“จากไปเพียงไม่กี่วัน ก็ส่งจดหมายบอกคิดถึงซะแล้วนะเ้าคะ” เจียงหยาแซว
“เ้านายของเ้าคงแค่ปั่นหัวข้าเล่นเท่านั้น พอเขาเจอผู้หญิงคนใหม่เดี๋ยวเขาก็ลืมข้าแล้ว” หว่านชิงไม่คิดว่าจะเจอผู้ชายที่มีรักคงมั่น
“คงต้องใช้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์เท่านั้น ข้าไปก่อนนะเ้าคะ” เจียงหยารู้สึกเขินแทน นางก็เลยขอตัวกลับไปหานายหญิง
หว่านชิงอายมากนางคิดในใจว่า “บ้าจริง! ดันซุ่มซ่ามทำจดหมายตกซะได้”
***************************
ณเรือนหมอผายฟง ที่อยู่ห่างจากคุกไม่ไกลมากโดยเรือนหมอนี้เป็สถานที่รักษานักโทษโดยเฉพาะ
หว่านชิงและเจียงหยาเลยพากันเดินเข้าไปในเรือนหมอ
“บุคคลภายนอกห้ามเข้านะ” ท่านหมอรีบห้ามเพราะเห็นผู้หญิงที่ไม่ได้สวมชุดนักโทษเดินเข้ามา
“เอ่อ ท่านหมอ ข้ามีเื่จะขอให้ช่วยเ้าค่ะ” หว่านชิงรีบว่าธุระ
“ให้ช่วยอะไรก็ว่ามา” ท่านหมอรอฟัง
“พี่สาวของข้าซึ่งมีนามว่าจือหม่าอี้ นางเป็นักโทษและกำลังตั้งครรภ์อยู่ดังนั้นข้าจะขอให้ท่านช่วยจัดยาบำรุงให้นางจะได้หรือไม่เ้าคะ” หว่านชิงขอร้อง
“นักโทษจือหม่าอี้ไม่ได้ตั้งครรภ์นี่นา” ท่านหมอแปลกใจ
“อะไรนะเ้าคะ!” หว่านชิงใ
“ข้าได้ตรวจชีพจรของนางแล้ว นางไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆ” ท่านหมอยืนยัน
“แสดงว่านางโกหกอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงพึมพำกับตัวเอง
“ไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอตัวนะเ้าค่ะ” เจียงหยารีบตัดบท
เจียงหยาประคองหว่านชิงออกมาจากเรือนหมอ
“ท่านพี่ของข้าโกหกว่าตัวเองตั้งครรภ์ทำไมกัน” หว่านชิงไม่เข้าใจ
“ถ้าข้าเดาไม่ผิดน่าจะใช้เพื่อหลอกใช้ให้เทียนสงยอมทำทุกอย่างเพื่อนางน่ะสิเ้าคะ” เจียงหยาเดาออก
“ข้าจะไปถามนางให้รู้เื่ นางทำร้ายคนที่รักนางแบบนี้ได้ยังไงและสุดท้ายนางจะเหลือใครที่รักนางบ้าง” หว่านชิงเป็ห่วงพี่สาว
***************************
หว่านชิงได้กล่าวกับทหารผู้คุมคุกว่าจะขอพบพี่สาวทหารนายหนึ่งจึงเข้าไปสอบถามนักโทษว่าจะให้พบหรือไม่
พอทหารนายนั้นเดินออกมาถึงหน้าประตูใหญ่เขาก็เลยว่า “นางยอมให้น้องสาวเข้าไปพบคนเดียวเท่านั้น”
“ทำไมล่ะ” เจียงหยากำลังจะแย้งแต่ถูกหว่านชิงพูดตัดบท
“ไม่เป็ไรเจียงหยา ข้าพูดคุยกับพี่สาวไม่นานนักหรอก เวลาแค่นี้พี่สาวข้าคงทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” หว่านชิงกล่าว
“ท่านอย่าประมาทนะเ้าคะ” เจียงหยาเตือน
“ธงสือเองก็อยู่แถวนี้ หากเกิดอะไรขึ้นข้าจะะโสุดเสียงเพื่อเรียกให้เขาช่วยก็แล้วกัน” หว่านชิงพูดเพื่อให้เจียงหยาหายห่วง
“ก็ได้เ้าค่ะ” เจียงหยาจำต้องยืนรออยู่หน้าประตูใหญ่
ณห้องคุกที่ขังจือหม่าอี้
“มาทำไมไม่ทราบ มาเยาะเย้ยข้าอย่างนั้นหรือ” จือหม่าอี้กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ทำไมท่านต้องโกหกว่าท้องด้วยเพียงเพื่อหลอกให้เทียนสงยอมรับผิดทุกอย่างแทนท่านอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงไม่เข้าใจ
“ข้าก็แค่เอาตัวรอด ถ้าข้าไม่เอาเื่ลูกมาอ้างเทียนสงจะยอมรับผิดแทนข้าอย่างนั้นหรือ” จือหม่าอี้ไม่ได้รู้สึกผิดอะไร
“ท่านไม่นึกถึงจิตใจคนรักของท่านบ้างเลยอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงคิดว่าพี่สาวเืเย็นจนเกินไป
“ท่านแม่สอนให้พวกเราเอาตัวให้รอด เ้าจำไม่ได้งั้นหรือ” จือหม่าอี้อ้างคำสอนของท่านแม่
“แล้วทำไมต้องวางยาท่านแม่ด้วย” หว่านชิงอยากรู้
“หงเหม่ยเป็คนทำต่างหาก” จือหม่าอี้ไม่ยอมรับ
“หากท่านไม่สั่ง นางจะกล้าทำร้ายท่านแม่ของเ้านายอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงไม่เชื่อ
“หงเหม่ยรู้สึกไม่พอใจที่เห็นท่านแม่ของข้าขู่กรรโชกเอาอัฐจากข้ามาโดยตลอดถ้าข้าไม่ยอมมอบอัฐ นางจะเปิดเผยความลับเื่ที่ข้าสวมรอยเป็โจวเว่ยไงล่ะ”จือหม่าอี้เล่า
“กฎแห่งกรรมมีจริงนะ ท่านไม่กลัวอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงจดจำคำสั่งสอนของท่านซือไท่ได้ดี
“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดไม่เช่นนั้นใต้เท้าจะตัดสินจำคุกข้าเพียงหนึ่งเดือนอย่างนั้นหรือ” จือหม่าอี้กล่าวอ้าง
“หวังว่าท่านจะสำนึกผิดเข้าสักวัน ข้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอลา” หว่านชิงหมดคำจะพูด นางกำลังจะเดินหนี
“เ้าเป็สะใภ้ตระกูลซูไปแล้วนี่ ข้าขอแสดงความยินดีด้วยนะข้าก็ขออวยพรให้เ้าได้เป็เ้าของโรงเกลือสมใจก็แล้วกัน” จือหม่าอี้คิดว่าน้องสาวนั้นมีความคิดอยากฮุบทรัพย์สมบัติเหมือนนาง
“ข้าไม่เคยคิดเื่นี้” หว่านชิงหยุดเดินและหันไปกล่าว
“พวกเรามันพวกเดียวกัน เ้าก็ไม่ต่างจากข้านักหรอก” จือหม่าอี้คิดว่าหว่านชิงมีนิสัยเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
“คอยดูต่อไปก็แล้วกัน” หว่านชิงจะพิสูจน์ให้ดูว่านางเป็ผู้มีจิตสำนึกนางไม่ได้เป็ปิศาจเหมือนตอนเป็เด็กอีกแล้ว