“ปึก” หญิงสาวใช้เท้าถีบหน้าอกโคลนจนกระเด็นไปไกล
“อ๊อกกก” ชายหนุ่มไอเอาเืที่ติดค้างอยู่ในลำคอออกมา
โคลนนึกไปถึงตอนที่ได้กลิ่นหอมบาง ๆ หลังจากนั้นก็รู้สึกเหม่อลอยและทำอะไรได้เชื่องช้า จึงสรุปได้ว่านั่นคือทักษะที่ว่า
“หน็อยแน่ ใช้กลิ่นอย่างนั้นเรอะ” โคลนพูดพลางลุกขึ้นยืน
“ใครอยู่ด้านนอก ปล่อยให้ศัตรูบุกเข้ามาได้อย่างไร” หัวหน้าโจระโ
“เปล่าประโยชน์ ฉันฆ่าทุกคนไปหมดแล้ว รายต่อไปก็คือเธอ!” โคลนพูดเสร็จก็พุ่งเข้าหาโจรสาวอย่างรวดเร็ว
“ตายหมดแล้ว? หึ เ้าพวกสัตว์ป่าไร้ประโยชน์” เธอเอ่ยออกมาก่อนจะใช้มีดสั้นรับการโจมตี
“เคร้ง”
“ฆ่าข้า? อาศัยฝีมืออย่างเ้าเรอะ ฮ่า ๆ เ้าโง่!” เธอโจมตีสวนกลับไปที่โคลนอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สวมใส่เครื่องป้องกัน แต่เธอก็หาได้เกรงกลัวโคลนไม่ กลับกันโจรสาวกลับมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วกว่าในยามปกติเสียอีก
โคลนเอี้ยวตัวหลบซ้ายขวาก้อนจะตวัดมีดออกไป เธอหลบคมมีดของโคลนได้ทั้งสองครั้ง แต่ก็ต้องถูกถีบจนโซเซถอยออกไปถึงสามก้าว
“หึ เดี๋ยวเราจะได้รู้กัน” ชายหนุ่มพูดเสร็จก็พุ่งสลับซ้ายขวาเข้าหาเธอ
“โมสต์” ร่างเงาสีดำหายไปจากสายตาของหญิงสาว สีหน้าของเธอแสดงอาการวิตกอย่างเห็นได้ชัด
“ฉัวะ” ผ้าบางสีขาวขาดวิ่น เืสีแดงสดไหลออกมาจากชายโครงของเธอ โคลน้าจะโจมตีซ้ำแต่ทันใดนั้นเองสมองของเขาก็พลันว่างเปล่าหลังจากได้กลิ่นหอมจาง ๆ
“ฉัวะ”
“-250 HP”
ความเ็ปทำให้เขากลับมาได้สติอีกครั้ง โคลนรีบะโถอยออกมาตั้งหลักอย่างรวดเร็ว
‘อีกแล้ว? เธอใช้ทักษะั้แ่ตอนไหนกัน ทำไมฉันมองไม่เห็นเลย’ โคลนขมวดคิ้วสงสัย
“เ้าผู้ชายหน้าโง่ แกใช้ทักษะบ้าอะไร” โจรสาวะโออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนใช้มือกุมแผลที่ชายโครง
“เธอนั่นแหละใช้ทักษะบ้าอะไร!” โคลนสวนกลับทันควัน
“หึ” เธอไม่ตอบอะไรแต่เคลื่อนตัวเข้ามาหาโคลนแทน
“ฮึบ” โคลนรีบกลั้นหายใจและรับการโจมตีจากเธอ ทั้งสองผลัดกันรุกรับอย่างสูสี แต่ชั่วครู่ต่อมาโคลนก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาจำต้องสูดลมหายใจเข้าปอดดังเฮือก
“ฉัวะ ๆ” เป็จังหวะนี้เองที่โคลนสติหลุดลอยไปเสี้ยววินาที เธออาศัยโอกาสนั้นฟันเข้าไปที่ลำตัวของชายหนุ่มสองทีก่อนจะดีดตัวถอยออกมาตั้งหลัง โชคยังดีที่ได้เกราะหมีนิลลดทอนความเสียหายไปได้ส่วนหนึ่ง
“บ้าเอ๊ย กลิ่นนั่นน่ารำคาญชะมัด!” โคลนบ่นเสร็จก็สูดอากาศเข้าไปเก็บไว้เต็มปอด ก่อนจะเคลื่อนที่ฉีกออกไปด้านข้าง
การเคลื่อนไหวดังกล่าวของเขาอยู่ในสายตาของโจรสาวทุกฝีก้าว แต่แล้วจู่ ๆ ร่างเงาสีดำก็เลือนรางหายไปจากสายตาของเธอ
โจรสาวเรียนรู้จากประสบการณ์ เธอรีบะโถอยไปด้านหลังทันที แต่ด้วยพื้นที่ที่มีอย่างจำกัด มีหรือระยะแค่นั้นจะหนีรอดจากความเร็วของโคลนไปได้
“ฟุบ!”
เงาร่างสีดำขึ้นโผล่ขึ้นที่ไหล่ขวาของโจรสาว ก่อนจะตวัดมีดออกไปอย่างรวดเร็ว ของเหลวสีแดงไหลอาบย้อมไปถึงต้นขา โคลนเคลื่อนไหวต่อเนื่อง มือซ้ายบีบเข้าไปที่ลำคอพร้อมดันเธอไปด้านหลัง ขณะเดียวกันก็ก้าวเท้าซ้ายออกมาขัดขวาง จนโจรสาวเสียสมดุลหงายหลังล้มดังตึงอาวุธหลุดกระเด็นไปไกล โคลนขึ้นคร่อมร่างของเธอและเสือกแทงมีดเขี้ยวอสูรไปยังบริเวณหน้าอกซ้าย
แต่โจรสาวกลับไหวตัวทัน คว้าข้อมือของโคลนไว้พลางยกสะโพกขึ้นพร้อมใช้ขาเกี่ยวรัดลำตัวของโคลนเอาไว้อย่างแ่า
โคลนไม่เหลืออาวุธใด ๆ อีกต่อไป แต่ทันใดนั้นก็นึกไปถึงตอนที่สู้กับฮัลค์ เขาเลียนแบบการโจมตีของมันโดยตั้งใจจะใช้หัวโขกไปที่ใบหน้าเธอ
โจรสาวก็มีความเชี่ยวชาญในการต่อสู้ระยะประชิดไม่แพ้กัน เธอใช้แขนซ้ายดันไหล่ของโคลนไว้พร้อมพลิกตัวขึ้นมาเป็ฝ่ายอยู่้าแทน
“ซวยล่ะ”
“ปึก ๆ ปึก ๆ”
“-70 HP”
“-74 HP”
“-75 HP”
“-79 HP”
โคลนถูกรัวหมัดถี่ยิบ เขารวบรวมเรี่ยวแรง คว้าคอของหัวหน้าโจรป่าลงมาแนบชิดกับลำตัวของตนเอง เพื่อหยุดยั้งการสาวหมัดของเธอ มันได้ผล...ตอนนี้เธอไม่มีองศาในการเหวี่ยงหมัดอีกต่อไป แต่โคลนกำลังจะขาดอากาศหายใจ เขาไม่มีทางเลือกอื่น ตัดสินใจแทงมีดลงมาที่หลังของเธอ ด้วยความรุนแรงและแหลมคมของเขี้ยวอสูร ไม่เพียงแค่โจรสาวที่ได้รับความเสียหาย โคลนก็ถูกคมมีดของตนเองไปด้วย มันแทงทะลุเกราะหมีนิลลงไปถึงสองนิ้ว โจรสาวดวงตาเบิกกว้างรีบลุกขึ้นและเว้นระยะออกไป
“เป้าหมายติดพิษ!”
“เฮือกกก”
โคลนสูดหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ก่อนจะพบว่าหัวหน้าโจรสาว้าวิ่งไปหยิบมีดสั้นกลับมา แต่โคลนไม่้าให้เธอทำสำเร็จ เขากัดฟันฝืนความเ็ป รีบพุ่งตัวไปชิงมีดตัดหน้าเธอได้ทัน แต่ขณะเดียวกันนั้นเองสติของเขาราวกับจะหลุดลอยหายไป
‘เกิดอะไรขึ้น...ฉันไม่ได้สูดลมหายใจเสียหน่อย’ เขาคิด
โจรสาวคว้าข้อมือของโคลนจากนั้นจึงพยายามแย่งมีดสั้นกลับคืน โคลนรวบรวมสติที่เหลือน้อยนิด กัดกระพุ้งแก้มของตัวเองจนเืท่วมปาก ทันใดนั้นสติที่เลือนรางก็กลับมาแจ่มชัด โคลนแทงซ้ำไปที่แผล่หน้าอกของเธอ เพื่อเรียกความเสียหายพิเศษจากผลของพิษ ชายหนุ่มเคลื่อนไหวต่อเนื่องหมุนตัวเตะจนโจรสาวกระเด็นไปไกล
“ฉันรู้แล้ว...เธอสามารถใช้ทักษะได้โดยไม่ต้องร่าย แถมทักษะยังส่งผลกับคนที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเธอได้โดยไม่จำเป็จะต้องสูดดมเข้าไป แต่แน่นอนว่ามันก็มีข้อเสียอยู่ คือมันจะไม่รุนแรงเท่าการสูดดม! หึหึ ฉันเดาถูกไหม” โคลนกำมีดสั้นทั้งสองไว้ในมือพลางวิเคราะห์
หัวหน้าโจรป่าไม่ตอบคำ เธอคว้าวัตถุที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดและขว้างใส่โคลน ทันทีที่โคลนปัดวัตถุนั้นออกไปเธอก็พุ่งตัวไปทางประตูกระโจมทันที
‘แย่ล่ะ! เธอจะหนี’
โคลนรีบใช้โมสต์เพื่อเร่งความเร็วตามเธอไป เมื่อเข้าประชิดตัวได้เขาก็ใช้ทั้งเขี้ยวอสูรและมีดสั้นของเ้าชายระดมฟันไปที่แผลเก่าด้านหลังของเธอ แต่โจรสาวไม่ยอมล้มลงไป เธอวิ่งต่อไปจนออกไปจากกระโจมได้
“หน็อย มันหลอกข้า!” โจรสาวมีสีหน้าโกรธแค้นเมื่อพบว่าตนเองนั้นถูกหลอกด้วยคำพูดง่าย ๆ
“ไอ้พวกโง่ จะกินเหล้ากันไปถึงเมื่อไหร่ ต้องรอให้ข้าตายก็ใช่ไหม” โจรสาวตวาดลั่น
พวกโจรป่าที่ได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าแตกตื่น หัวหน้าของมันวิ่งออกมาจากกระโจมที่พักพร้อมกับเืที่อาบย้อมร่างกายจำนวนมาก เป็จังหวะเดียวกับที่โคลนวิ่งตามออกมา ตอนนี้ชายหนุ่มไม่ได้กังวลกับหัวหน้าโจรป่าอีกต่อไป สภาพของเธอตอนนี้เรียกได้ว่าเข้าขั้นวิกฤต แถมยังติดพิษของมีดเขี้ยวอสูรอยู่อีกต่างหาก แต่ปัญหาก็คือเขาจะทำอย่างไรกับพวกโจรป่าสิบกว่าคนที่กำลังล้อมเขาอยู่ตอนนี้ พวกมันมองมาทางโคลนอย่างโกรธแค้น
“ไอเวรนี้เป็ใครวะ”
“แกกล้าดีอย่างไรมาทำร้ายหัวหน้าพวกเรา”
“ถุย! พูดไปก็เปลืองน้ำลาย พวกเรารุมแม่งเลย!!”
“ฟุบ ๆ ๆ”
ลูกธนูห้าดอกพุ่งเข้ามาหาโคลนในทิศทางที่ต่างกัน แต่โคลนระวังตัวอยู่ก่อนแล้ว เขาวิ่งฉีกไปด้านข้างเพื่อหหลบการโจมตีและสร้างทางหนีของตน หากชายหนุ่มตั้งรับอยู่กับที่จะต้องโดนรุมโจมตีจากทุกทิศทาง มือทั้งสองตวัดมีดฟาดฟันอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด โคลนะโหมุนตัวกลางอากาศราวกับกงจักร โจรป่าร่างกำยำรับมีดทั้งสองได้ แต่ไม่สามารถรับมือกับลูกเตะต่อเนื่องที่ตามมา มันลอยกระเด็นไปไกลทำให้เส้นทางหลบหนีของโคลนถูกเปิดออก อาศัยจังหวะนี้เคลื่อนตัวหลุดรอดออกมาจากวงล้อมของศัตรูได้อย่างหวุดหวิด
“ฉึก!”
แต่ในจังหวะนี้เองที่ลูกธนูปริศนาพุ่งใส่ต้นขาซ้ายของเขา โคลนเสียจังหวะล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง พวกโจรป่าไม่ปล่อยให้เขาได้นอนพัก มันยิงธนูเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
“อ๊ากกกกกก” โคลนกัดฟันฝืนความเ็ปดึงธนูออกจากต้นขาพลางกลิ้งตัวหลบ เนื่องจากเขาเสียหลักล้มลงทำให้พวกโจรที่ถืออาวุธระยะประชิดตามมาได้ทันและล้อมชายหนุ่มเอาไว้ได้อีกครั้ง โจรถือขวานคนหนึ่งแหกปากเสียงดังก่อนจะวิ่งเข้าหาโคลน
“เคร้ง!” โคลนยกมีดภารกิจขึ้นรับการโจมตี จากนั้นใช้เขี้ยวอสูรแทงเข้าไปที่ท้องของมันอย่างรวดเร็ว เป็เวลานี้เองที่โจรป่าถือธนูโจมตีมาอีกครั้ง โคลนออกแรงดันตัวของโจรป่าถือขวานเพื่อมาบังลูกธนู
“อ๊ากกก!” โจรป่าถือขวานร้องออกมาอย่างเ็ป
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 4497 หน่วย”
ในขณะที่โคลนดึงมีดออก ลูกธนูสามดอกก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ด้วยเวลาที่เหลือเขาไม่สามารถหลบมันได้ทั้งหมด
“ฉึก” ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเข้าใส่ไหล่ซ้าย มันโดนกระดูกเข้าอย่างจัง เขาอยากจะร้องออกมาดัง ๆ เพื่อคลายความเ็ปแต่ก็ไม่มีเวลาให้ทำ คนมีแผลเต็มตัวหลบดาบจากโจรป่าทั้งสามที่รอซ้ำเขาอยู่ จากนั้นจึงวิ่งเข้าหาชายอีกคนที่อยู่ด้านตรงข้าม
“โมสต์” ด้วยความคุณสมบัติพิเศษของทักษะส่วนตัว ความสามารถในการมองเห็นของโจรป่าทั้งหมดลดลง จนไม่สามารถตามความเร็วของเขาได้ทัน จู่ ๆ โคลนก็หายไปจากสายตาของพวกมันราวกับล่องหนได้ พริบตาต่อมาโจรป่าถือดาบคนหนึ่งก็ถูกชนกระเด็น โคลนสามารถสังหารมันได้แต่เขาไม่้า เป้าหมายของเขาคือโจรป่าถือธนูที่โจมตีเขาก่อนหน้านี้ เมื่อเข้าประชิดตัวมันได้โคลนระดมโจมตีโดยไม่พัก โจรป่าถือธนูไม่มีความเชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด อีกทั้งอาวุธของมันก็ไม่เอื้ออำนวยต่อการนั้น โคลนได้เปรียบทุกอย่างมีหรือจะยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไปได้
“ฉูด!!”
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 4407 หน่วย”
“ฉัวะ!” แม้โคลนจะสังหารโจรป่าถือธนูลงได้คนหนึ่ง แต่ก็ต้องแลกมากับความเ็ปที่แผ่นหลังเนื่องจากการโจมตีที่รุนแรง เกราะหนังหมีนิลเพียงแค่ลดทอนความเสียหาย แต่ไม่สามารถปกป้องเขาจากคมดาบได้
“ไอเวรนี่กล้าฟันฉันจากด้านหลังเหรอ!!” โคลนะโอย่างโมโห เขาหันหลังกลับพลางไขว้มือเหวี่ยงมีดทั้งสองจากบนลงล่างพร้อมกัน “ฉูด!” ด้วยความโมโหโคลนไม่ยอมจบลงแต่เพียงเท่านี้ เขาพลิกข้อมือเปลี่ยนไปจับอาวุธแบบรีเวิร์ส กริป (Reverse Grip) จากนั้นตวัดมีดจากล่างขึ้นบนซ้ำที่เดิม
“อย่าคิดว่าจะจบง่าย ๆ นะไอ้บ้าเอ๊ย” พูดเสร็จโคลนก็ถีบไปที่หน้าอกของมันอย่างแรง จนร่างลอยกระเด็นไปโดนโจรป่าด้านหลัง พวกโจรป่าที่เห็นความบ้าคลั่งของโคลนก็เริ่มแสดงอาการหวาดกลัว
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 4444”
“ยินดีกับผู้เล่นที่ปลดล็อกเงื่อนไขทักษะส่วนตัว เอนดอร์ฟ-โหมด (Endorp-Mode) โปรดตรวจสอบรายละเอียดที่หน้าต่างทักษะ”
“ฮะ! ทักษะใหม่เหรอ แต่คิดว่าฉันจะมีเวลาว่างมาตรวจสอบมันหรือไง แน่จริงก็บอกให้เ้าพวกนี้เลิกโจมตีฉันสิ”
“เอนดอร์ฟ-โหมด ทำงาน”
“เอ๊ะ! มันทำงานเอง” โคลนรู้สึกได้ว่าความเหนื่อยล้าที่มีจางลงนิดหน่อย เขาไม่ได้หายใจเหนื่อยหอบอีกต่อไป ความเ็ปตรงกระดูกไหล่ก็ลดลง แต่เมื่อเหลือบมองดูที่แผลมันยังคงมีเืไหลซึมออกมาเช่นเดิม
“เ้าพวกโง่! มีกันตั้งเยอะ…ทำไมไม่เข้าไปพร้อมกัน อย่าให้มันรอดไปได้” เมื่อได้รับคำสั่งจากหัวหน้าโจรมันจึงรีบทำตามอย่างว่าง่าย
โคลนหลบดาบของโจรป่าห้าคนแรกได้สำเร็จ แต่สำหรับดาบที่เหลือนั้นต่างออกไป เขาถูกฟันไปหลายแผลจนนับไม่ไหว เสื้อสีขาวด้านในของเขาถูกอาบย้อมด้วยเืจนกลายเป็สีแดงทั้งตัว แต่ก็แลกมาด้วยการสังหารโจรป่าไปอีกหนึ่งคน นี่เป็ผลจากทักษะเอนดอร์ฟ-โหมด มันช่วยทำให้ความเ็ปแสดงผลน้อยลง เมื่อไม่รู้สึกเ็ปโคลนจึงสามารถโจมตีสวนกลับไปได้ หากเป็คนอื่นที่โดนรุมโจมตีแบบนี้คงต้องกรีดร้องออกมาอย่างเ็ป และทรมานจากาแจนไม่สามารถแบ่งสมาธิเพื่อโจมตีสวนกลับได้ แต่ในรสหวานก็ยังมีความขม ความรู้สึกเ็ปไม่ได้เป็สิ่งที่เลวร้ายไปทั้งหมด ความเ็ปทำให้มนุษย์รู้จักลิมิตของตนเอง ความเ็ปทำให้มนุษย์รู้จักความกลัว และความกลัวก็ทำให้มนุษย์รอดพ้นจากอันตราย
โคลนที่หลงระเริงไปกับความด้านชาของร่างกาย เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าค่า HP ของตนเองลดลงเหลือเพียงแค่หนึ่งในห้าเท่านั้น นี่เป็ขอบเขตที่อันตรายอย่างมาก หากถูกรุมโจมตีอีกเพียงครั้งเดียวค่า HP ของเขาก็จะหมดลงซึ่งนั่นหมายถึงความตาย
“โมสต์”
คนผมสีเทาพุ่งเข้าหาเหยื่อด้วยความเร็ว เป้าหมายของเขาไม่ใช่ใครอื่น มันคือตัวตนที่ระบบ้า
“หมดสภาพแล้วแต่ยังกล้าสั่งการ ตายซะเถอะ ยัยผู้หญิงตัวเหม็น!!!”
สิ่งสุดท้ายที่หัวหน้าโจรสาวทำก่อนจะสิ้นลมหายใจก็คือการก่นด่าและสาปแช่งคนที่ด่าเธอว่าตัวเหม็น เธอภูมิใจกับกลิ่นหอมของตัวเธอมาตลอด การถูกสังหารลงโดยที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะแก้ตัวทำให้เธอเจ็บใจยิ่งกว่าการถูกสังหาร
“คุณได้รับค่าประสบการณ์ 9237 หน่วย”
“ฉึก! ฉึก!” ลูกธนูพุ่งออกไปด้วยความเร็ว มันเสียบทะลุต้นขาทั้งสองข้าง โคลนไม่สามารถควบคุมขาของตนเองได้อีกต่อไป ชายหนุ่มทรุดเข่าลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง ภาพที่เขาเห็นคือโจรป่ากว่าสิบคนวิ่งมาทางเขาอย่างเดือดดาล โคลน้าจะลุกขึ้นและวิ่งหนีไปให้เร็วที่สุด จิตใจของเขายังสมบูรณ์ดี แต่ขาของเขากลับไม่ยอมฟังคำสั่ง
ทันใดนั้นเองอุณหภูมิรอบ ๆ ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความหนาวเย็นในยามค่ำคืนแปรเปลี่ยนเป็ความอบอุ่น
พร้อมกับเสียงใสที่ดังขึ้น “คือว่า...้าให้ช่วยไหมคะ”
เมื่อโคลนหันไปตามทิศทางของเสียง ก็เห็นลูกไฟสีแดงเข้มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่าหนึ่งเมตร ผู้ร่ายยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์ของโจรป่าราวกับเทพีแห่งดวงอาทิตย์ในยามค่ำคืน มันใหญ่เสียจนบดบังดวงหน้าของผู้พูดจนมิด
“้าให้ฉันช่วยไหมคะ” เธอถามย้ำ
“รบกวนด้วยครับ”
“ตูมมมมมมมมมม!!!”
จบตอน...