สวีหว่านหนิงมองหลี่เชี่ยนเชี่ยนพลางยิ้มหยัน
“หลี่เชี่ยนเชี่ยนเธอคิดว่าฉันโง่มากใช่ไหม คิดว่าฉันดูแผนการกระจอกๆ ของเธอไม่ออก?”
หลี่เชี่ยนเชี่ยนใจกระตุกหว่านหนิงรู้ตัวแล้วงั้นหรือ?
ทว่าหลังจากสายตาของหลี่เชี่ยนเชี่ยนเหลือบไปเห็นกลุ่มคนที่กำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็ย่ามใจ
“เธอดูออกแล้วจะทำอะไรได้สวีหว่านหนิง วันเวลาดีๆ ของเธอกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว!”
พูดจบเธอก็ผลักสวีหว่านหนิงไปด้านหลัง
แต่สวีหว่านหนิงกลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวกับเท้าติดอยู่กับพื้นไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด
หลี่เชี่ยนเชี่ยนไม่มีเวลาครุ่นคิดเธอรีบวิ่งตรงไปยืนอยู่ด้านหลังกู้จวิ้น
“สวีหว่านหนิงถ้ายังอยากรอดชีวิตก็ส่งเงินทั้งหมดที่มีออกมา รวมถึงสัญญากู้ยืมเงินของพวกเราด้วยไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้เธอเห็นดีแน่”
แปะ แปะ แปะ! สวีหว่านหนิงปรบมือ“ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน พวกเธอสองคนใจกล้าขึ้นนี่ ฉันขอดูหน่อยสิว่าตกลงพวกเธอแน่แค่ไหน”
สายตาของเธอกวาดมองกลุ่มชายหน้าแหลมแก้มตอบเ่าั้พลางเลิกคิ้ว
“จะเข้ามาทีละคนหรือจะเข้ามาพร้อมกัน?”
“โอ้ดูไม่ออกเลยนะว่าน้องสาวจะอดใจไม่ไหวขนาดนี้ ถ้าพวกพี่เข้าไปพร้อมกัน ร่างบางๆของน้องสาวจะรับไหวหรือจ๊ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาทีละคน!” สวีหว่านหนิงี้เีเปลืองน้ำลาย เธอก้าวไปข้างหน้าสองก้าวแล้วยื่นแขนออกไปคว้าตัวคนที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อนจะทุ่มเขาลงกับพื้นจนใบไม้แห้งปลิวว่อนไปทั่ว
ทุกคนยังไม่ทันตั้งตัวก็เห็นพรรคพวกของตนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น
เธอกระดิกนิ้วพลางชี้ไปยังชายหนุ่มอีกคน “เข้ามาสิ!”
......
บ้านตระกูลหลิน
หลินอันกำลังเล่นขี่ม้าอยู่กับลูกทั้งสองคน
เขารับบทเป็ม้า
ในบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะก้องกังวานของเยาเม่ย
“พ่อจ๋าหนูอยากขี่สูงกว่านี้จ้ะ!”
“ได้สิลูก”
คำขอของลูกสาวต้องตามใจ
ทันใดนั้นก็มีคนผลักประตูเข้ามาในบ้านอย่างแรงหยวนซินใช้แขนยันประตูพลางหอบหายใจ ก่อนจะพูดเสียงขาดๆ หายๆ ว่า
“พี่หลินยะ...แย่แล้ว หว่านหนิงเธอ...เธอถูกกู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยน...พาตัวไป...แล้ว”
หลินอันขมวดคิ้วมุ่นแล้ววางเยาเม่ยลงกับพื้นทันที
ที่แท้ตอนบ่ายเขาไม่ได้ตาฝาดกู้จวิ้นคิดวางแผนชั่วอยู่จริงๆ และเป้าหมายก็คือหว่านหนิง!
“พี่หลินพี่รีบไปดูเถอะ!”
“หยวนจือชิงขอบใจเธอมาก”
หลินอันหันหลังมากำชับต้าชุนกับเยาเม่ย “พวกลูกเป็เด็กดีอยู่ที่บ้านกับคุณย่าพ่อจะออกไปข้างนอกหน่อย”
หลังหลินอันออกจากบ้านแม่หลินก็ก้าวออกมาจากห้อง สีหน้าดูเป็กังวล “อาหนิงจะต้องไม่เป็ไร”
ตุบ!เสียงของหนักตกลงกับพื้นดึงดูดความสนใจจากแม่หลิน
เธอก้มหน้าลงแล้วเห็นต้าชุนเพิ่งโยนดาบไม้ลงบนพื้นใบหน้าที่คล้ายกับหลินอันมากเต็มไปด้วยความดื้อรั้น
“แม่ไปกับกู้จือชิงอีกแล้วเธอเคยรับปากพวกเราว่าจะไม่ไปไหนมาไหนกับกู้จือชิงอีก”
“ต้าชุน!” แม่หลินตำหนิ “จะพูดจาเหลวไหลไม่ได้ ไม่ได้ยินหยวนจือชิงบอกหรือว่าแม่ของพวกหลานถูกกู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนพาตัวไป เธอไม่เต็มใจ”
“แต่...แต่ว่า...”
“ต้าชุน”แม่หลินลูบศีรษะต้าชุน พลางพูดอย่างหนักใจ “ใครจะสงสัยแม่ของพวกหลานก็ช่างแต่หลานกับเยาเม่ยทำแบบนั้นไม่ได้ เธอคือผู้ให้ชีวิตกับหลานอีกอย่าง่นี้แม่ดูแลพวกหลานอย่างไร หลานลืมไปแล้วหรือ”
“ไม่ลืม!”เยาเม่ยพูดเสียงนุ่มนิ่ม “เยาเม่ยเชื่อแม่แม่รับปากพวกเราแล้วต้องทำได้ กู้จือชิงคงอยากทำร้ายแม่ ย่าจ๋าแม่จะไม่เป็ไรใช่ไหมจ๊ะ”
แม่หลินเองก็เป็ห่วงแต่จะปล่อยให้พวกเด็กๆ ดูออกไม่ได้
“ไม่เป็ไรหรอกพ่อของพวกหลานไปหาเธอแล้ว เธอจะต้องไม่เป็อะไร”
เมื่อหลินอันไปถึงจุดหมายก็เห็นคนนอนกองอยู่เต็มพื้นมีเพียงสวีหว่านหนิงยืนอยู่คนเดียวเท่านั้น
เธอปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนมือพลางกล่าวเสียงเย็น
“กู้จวิ้นหนอกู้จวิ้นทำไมนับวันยิ่งถอยหลังลงคลอง ลืมไปแล้วหรือว่าฉันเติบโตในสภาพแวดล้อมแบบไหนคิดว่าหาอันธพาลมาแค่ไม่กี่คนก็จะรังแกฉันได้ง่ายๆ ช่างโง่เขลาเหลือเกิน!”
ร่างเดิมแม้จะไม่ใช่คนใช้แรงงานแต่ก็เติบโตมาในบ้านที่รับราชการเธอถูกพ่อของตนบังคับให้เรียนศิลปะการต่อสู้ั้แ่สามขวบ หนึ่งเพื่อปกป้องตัวเองสองเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เพราะฉะนั้นสภาพร่างกายของร่างเดิมจึงแข็งแรงดีมาก
กอปรกับตัวเธอเองก็เคยถูกบังคับให้ฝึกวิชาการต่อสู้มานานหลายปีแม้ฝีมือจะไม่สูงส่ง แต่จัดการกับพวกอันธพาลผอมแห้งพวกนี้ได้ไม่ยาก
“สวีหว่านหนิงนี่เธอ...”
เพียะ!
สวีหว่านหนิงสะบัดฝ่ามือใส่หน้ากู้จวิ้นเขาที่เพิ่งยันตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบากล้มคะมำลงไปอีกครั้งก่อนจะร้องโอดโอยด้วยความเ็ป
“พูดอะไรระวังปากบ้าง”
“เธอ...”
“เธอไม่เป็ไรแล้วก็ดี”
เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาสวีหว่านหนิงสะดุ้งโหยง เธอรีบหันกลับไปมอง ก่อนจะเห็นหลินอันกับหยวนซินยืนอยู่ด้านหลัง
หยวนซินยกนิ้วโป้งให้เธอ“ฉันรู้ว่าเธอมีวิชาติดตัวอยู่บ้าง แต่ไม่รู้เลยว่าเธอเก่งขนาดนี้ท่าทางฉันจะประเมินเธอต่ำเกินไป”
“พวกเธอมาได้ยังไง”
หลินอันอธิบายต้นสายปลายเหตุก่อนจะทอดสายตามองคนที่นอนกองอยู่บนพื้น แล้วกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ผิดกฎหมาย้าให้ฉันช่วยพาพวกเขาไปส่งสถานีตำรวจไหม”
“้า!”
หลินอันโล่งใจ
เขากังวลจริงๆว่าสวีหว่านหนิงจะเป็เหมือนเมื่อก่อนเตรียมทำเื่ใหญ่ให้กลายเป็เื่เล็กเพราะเห็นแก่กู้จวิ้นและหลี่เชี่ยนเชี่ยน
ไม่รู้ว่าเขาไปเอาเชือกมาจากไหนเขาใช้มันมัดกู้จวิ้น หลี่เชี่ยนเชี่ยน และอันธพาลอีกสี่คนเข้าด้วยกัน
“หว่านหนิงช่วยฉันด้วย!” หลี่เชี่ยนเชี่ยนร้องไห้ฟูมฟาย“ฉันผิดไปแล้ว ฉันสำนึกผิดแล้วจริงๆ ยกโทษให้ฉันสักครั้งได้ไหม”
ถ้าถูกส่งไปสถานีตำรวจเธอจะต้องมีประวัติติดตัว แล้วอนาคตจะหางานและคู่ครองดีๆ ได้อย่างไร?
“ช้าก่อน” สวีหว่านหนิงเอ่ยห้าม
มือของหลินอันหยุดชะงักแล้วหันมามองเธอ
“มัดตัวหลี่เชี่ยนเชี่ยนต่างหากอย่ามัดรวมกับพวกผู้ชายตัวเหม็นพวกนั้น”
แม้เธอจะไม่ชอบหน้าหลี่เชี่ยนเชี่ยนแต่ยุคสมัยนี้ใจร้ายกับผู้หญิงมากเกินไป หลี่เชี่ยนเชี่ยนสมควรชดใช้ความผิดที่ตัวเองก่อแต่ไม่ควรถูกกระทำมากกว่านั้น
สวีหว่านหนิงไม่อยากทำลายชื่อเสียงของหลี่เชี่ยนเชี่ยนอย่างน้อยมันก็ไม่ควรถูกทำลายเพราะเธอเป็สาเหตุ
หลินอันพยักหน้าก่อนจะหยิบเชือกอีกเส้นออกมามัดสองมือของหลี่เชี่ยนเชี่ยน
หลี่เชี่ยนเชี่ยนกับกู้จวิ้นนึกไม่ถึงเลยว่าจากเดิมที่พวกเขาวางแผนร้ายกับสวีหว่านหนิง กลับกลายเป็พวกเขาเองที่ถูกจับ และกำลังจะถูกพาตัวไปยังสถานีตำรวจ!
“หว่านหนิงสวีหว่านหนิง พวกเราผิดไปแล้ว ยกโทษให้พวกเราสักครั้งได้ไหม ฉันรับประกันว่าต่อไปจะทำดีกับเธอฉันจะตัดขาดกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนั้แ่ตอนนี้ต่อไปจะดีกับเธอแค่คนเดียวดีหรือเปล่า”
“ทำตัวให้มันดีๆหน่อย!” หลินอันยกเท้าเตะหัวเข่าของกู้จวิ้น