มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 154 ไส้ศึก

    ณ พระราชวังฤดูร้อน เป็นที่พระราชวังที่อยู่ติดกับแม่น้ำตงเจียง ที่เป็นแม่น้ำที่ไหลจากเทือกเขามังกรหลับ บรรยากาศร่มรื่นย์เย็นสบาย เหมาะสำหรับ มาพักผ่อนยามฤดูร้อน จักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์ต้องย้ายกันมาพักที่พระวังแห่งใหม่แทนที่พระราชวังเดิม เพราะถูกหยางเฟยหลง วางระเบิดจนพินาจย่อยยับไป

    ตอนนี้จักรพรรดิจางมู่เฉิน เรียกเหล่าเชื้อพระวงศ์ เสนาบดี ทั้งฝ่ายบุ๋น และ บู้ มารวมตัวกันเพื่อต้านศึกทัพฮาน มีไป๋อี้ซุน ทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ เข้าร่วมประชุมอยู่ด้วย ไป๋เซียงแม้ไม่มีตำแหน่งในกองทัพ แต่ก็มายืนเคียงข้างกับ พระสนมไป๋ ที่ดวงตาแดงกล่ำ คล้ายกับว่า ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

    “ กองทัพฮานเริ่มโจมตีด้วย ปืนใหญ่ มันมีอานุภาพทำลายล้างสูง อีกทั้งพวกมันยังมีกับดับที่ทำเอาไว้ดักทางหนีทั้งหมด ทำให้ท่านแม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่ พ่ายแพ้ภายในชั่วพริบตา ตอนนี้มันเริ่มโจมตีเข้าใส่เมืองหลวงแล้ว ทุกๆ คน มีใครรู้บ้าง ว่าจะจัดการกับ ปืนใหญ่ของมันได้อย่างไร”

    จักรพรรดิจางมู่เฉินเอ่ยถามทุกๆ คน แต่ละคนเกิดมาก็ไม่เคยพบกับปืนใหญ่มาก่อน พอเห็นอานุภาพของมัน ก็มีอาการหวั่นเกรงกันถ้วนหน้า ราเชนเองถึงแม้นจะรู้จักมันดี แต่ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะตนเองยังไม่มีใครรู้จักเท่าใด

    “ บัดซบ พวกเจ้าทำงานกันประสาอะไร ไม่มีใครคิดจะตอบโต้พวกมันเลยหรือไง”

    “ กราบทูลฝ่าบาท ทหารรักษาเมืองของพวกเรามีแค่ 2 แสนคนเท่านั้น หากออกไปปะทะกับพวกมันที่มีมากถึงสองล้าน เกรงว่าจะพากันไปตาย จะไม่มีทหารรักษาเมือง ขอเพียงพวกเราป้องกันกำแพงเมืองเอาไว้อีก 14 วัน รอให้กองทัพทั้งสี่ภาคมาถึง ก็จะช่วยกันขับไล่กองทัพฮานไปได้อย่างแน่นอน”

    เสนาบดีกลาโหม นามว่า สั้งเหยียน เป็นผู้กล่าวออกมา

    “ เจ้าพูดเหมือนกับว่า ไม่เห็นอานุภาพของปืนใหญ่ของมันนั่น ที่เราเจอเป็นเพียงปืนใหญ่ของทัพหน้าไม่กี่กระบอก หากปืนใหญ่ของทัพหลวงมันมาถึง กำแพงของเราสามารถต้านพวกมันเกิน 1 วันอย่างนั้นเร๊อะ?”

    ในห้องโถงพระราชวังถึงกับเงียบกริบ

    แล้วเสนาบดีฝ่ายบุ๋น นามว่า ไจ๋หยาง เอ่ยออกมาว่า

    “ ตอนนี้เหตุการณ์คับขัน กระหม่อมขอเสนอให้ ฝ่าบาทและเชื้อพระวงศ์ย้ายไปอยู่ที่ปลอดภัยจะดีกว่า หากพวกทัพฮานเข้ามา ก็จะหาพระองค์ไม่เจอ ดังนั้นราชวงศ์จางก็ยังคงอยู่ได้ ไม่ว่าจะอยู่สถานที่แห่งใดก็ตาม”

    ตอนนี้แต่ละคนล้วนเสนอสถานที่หลบภัย กันอย่างเคร่งเครียด ทำให้จักรพรรดิจางมู่เฉินถึงกับส่ายหัว  จนรัชทายาทเอ่ยว่า

    “ กราบทูลเสด็จพ่อ ราชครูฟ้าได้บอกพวกเราว่า ศิษย์ของท่านจะช่วยพวกเราต้านศึกครั้งนี้ได้ ลองฟังเขาพูดก่อนดีกว่า”

    “   นั่นซิ โฮว่เฟย เจ้าคิดเห็นอย่างไร” จักรพรรดิจางมู่เฉินเริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้างแล้ว

    “  ข้อแรก กระหม่อมคิดว่า ฝ่าบาทไม่ควรหนีไปไหน อยู่ที่นี่จะเหมาะสมที่สุดแล้ว”

    “ อะไรนะ นี่เจ้าจะให้ข้าอยู่นี่ แล้วหากพวกมันยิงปืนไฟใหญ่เข้ามาเล่า จะทำอย่างไร และหากพวกมันทำลายกำแพงเมืองได้ แล้วบุกเข้ามาจะหนีทันได้อย่างไร”  จักรพรรดิจางมู่เฉินเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วย

    “ เจ้าเป็นศิษย์ราชครูฟ้า จริงๆ หรือเปล่านี่” ไป๋อี้ซุน ถึงกับออกมาต่อว่าราเชนด้วย

    เหล่าเสนาบดีทั้งหลาย ต่างส่ายหัวกับความคิดของราเชน ไป๋เซียง กับ พระสนมไป๋ ก็ถึงกับถอนหายใจ ไม่คิดว่าราเชนจะพูดคำนี้ จนกระทั่งราเชนได้พูดต่อว่า

    “ กระหม่อมดูจากระยะยิงแล้ว กระสุนปืนใหญ่ ไม่มีทางยิงมาถึงพระราชวังฤดูร้อนอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องกำแพงเมืองจะถูกพวกกองทัพฮานทำลายนั้น ก็ตัดปัญหาไปได้เลย กระสุนปืนเช่นนี้ไม่อาจทำลายกำแพงเมืองที่เป็นคอนกรีตหนาขนาดนี้ได้อย่างแน่นอน แม้แต่ประตูเหล็กก็ยังไม่อาจทำลายได้”

    ราเชนมั่นใจ ว่ากำแพงเมืองที่เป็นคอนกรีตอย่างหนา ไม่ใช้การนำอิฐมาวางเรียงซ้อนเหมือนอาณาจักรอื่น ทำให้ลูกปืนใหญที่มีแต่ดินปืนคุณภาพต่ำ ไม่อาจทำลายได้ ส่วนประตูเหล็กนั้นก็ทำจากเหล็กหนา ยิ่งยากที่จะทำลาย ซึ่งราเชนมั่นใจว่า กำแพงเมืองและประตูเมืองต้องถูกสร้างโดยฝีมือของราชครูฟ้าอย่างแน่นอน

    “ เจ้ามั่นใจได้อย่างไร”

    “ ชีวิตของกระหม่อมอาจไม่มีค่าพอ แต่ขอสาบานด้วยชีวิตของอาจารย์ข้า ราชครูฟ้า เพราะท่านเป็นคนสร้างกำแพงและประตูเมือง ทั้งหมดด้วยตัวของท่านเอง”

    คราวนี้ทุกๆ คนต่างอึ้งไป ไม่คิดว่า ราเชนจะสาบานด้วยชีวิตของอาจารย์ตัวเอง

    “ เรื่องที่สอง คือต้องจัดการกับไส้ศึกคนทรยศ ที่ส่งข่าวการศึกให้กับทัพฮาน เป็นเหตุให้ท่านแม่ทัพใหญ่ไป๋ลู่ ต้องตายไประหว่างทาง”

    “ เจ้า เจ้าพูดบ้าอะไร มีไส้ศึกที่ไหนกัน” สั้งเหยียน เสนาบดีกลาโหม เอ่ยเสียงหนักออกมา

    “ ใช่ เจ้าพูดลอยๆ มาเช่นนี้ มีหลักฐานอะไรมายืนยันหรือไม่” ไจ๋หยางเสนาบดีฝ่ายบุ๋นก็เอ่ยออกมา

    คราวนี้มีขุนนาง แม่ทัพ หลายคน ออกมาต่อว่า ราเชนที่พูดจาเพ้อเจ้อ เหลวไหล

    “ โฮ่วเฟย เจ้าพูดมาเช่นนี้มีหลักฐานอะไรหรือไม่”  รัชทายาทจางอี้เอ่ยถามทันที

    “ ข้าไม่มี แต่ว่า ข้าสามารถติดต่อวิญญาณเกาจิ้งอัน แล้วบีบบังคับให้มันบอก รายชื่อสายลับทั้งหมดที่อยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้”

    คราวนี้แต่ละคนถึงกับหัวเราะออกมา ไม่มีใครเชื่อราเชนสักคน แต่ว่า จักรพรรดิจางมู่เฉินกลับเชื่อ

    “ มีเวลาไม่มากแล้ว เจ้าจะทำอย่างไรก็ได้ หารายชื่อไส้ศึกออกมา ข้าก็อยากรู้นัก ว่าพวกฮานมันให้อะไรกับพวกมัน ถึงได้กล้าทรยศอาณาจักรของข้า”

     ราเชนยิ้มให้กับทุกๆ คน แล้ว นำธูปสีดำอันใหญ่ ออกมา แล้วปักลงไปที่พื้นกลางห้องโถง

    “ ปิดประตูห้องโถง ห้ามใครเข้าออก ทุกๆ คนยืนเข้าแถวเป็นวงกลม รายล้อมตัวข้าเอาไว้” ราเชนประกาศออกไป ทหารมองหน้าจักรพรรดิ ซึ่งพยักหน้า ทหารถืออาวุธเฝ้าทางออก เหล่าเสนา ทหารทั้งหลาย ต่างยืนรายล้อมราเชนเป็นวงกลม

    ราเชนใช้พู่กันเขียนอักษร คำว่า ใช่ หรือ ไม่ตรงพื้นห้องโถง แล้วเริ่มอัญเชิญวิญญาณเกาจิ้งอันออกมา พร้อมกับจุดธูปสีดำ พอไฟสว่างวาบ   ก็มีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน เป็นรูปร่างคนคล้ายกับ เกาจิ้งอัน ทุกๆ คนต่างอ้าปากค้ารอย่างตกใจ ราเชนนำชามสีทองออกมาจากแหวนมิติ แล้วครอบไปที่กลุ่มควันสีดำมันพยายามจะหลบหนี แต่ไม่อาจทำได้ ถูกชามสีทองที่อักขระยันต์ดูดเข้าไปจนหมด

    “ บอกมา เจ้าคือเกาจิ้งอันใช่หรือไม่”  ชามสีทอง ถึงกับหมุนไปมา แต่ก็เคลื่อนไปหยุดที่ตัวอักษรคำว่า ใช่ 

    ทุกๆ คนต่างอ้าปากค้าง ไม่คิดว่า จะเป็นเรื่องจริง

    “ หยางเฟยหลงเป็นคนตัดหัวของเจ้าจริงหรือไม่”

    ชามสีทองลงยันต์ ก็หมุนไปมา แล้วไปหยุดที่คำว่าใช่อีกครั้ง คราวนี้มีคนส่งเสียงฮือฮากันมาก

    “ ใครที่ไม่ใช่ไส้ศึก ไม่ต้องกลัวไป ข้าจะให้เกาจิ้งอัน เขียนรายชื่อของไส้ศึกให้ทุกๆ คนได้เห็น เกาจิ้งอันเจ้าจะยอมบอกหรือไม่”

    ราเชนกระทืบเท้าออกคำสั่ง  แต่ชามสีทองลงยันต์กลับไม่ขยับเขยื้อน ราเชนทำท่าขึงขัง แล้วตวาดออกไปเสียงดังลั่นห้องโถง

    “ เกาจิ้งอัน หากเจ้าไม่บอก ข้าจะทำลายวิญญาณของเจ้าไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป”

    ราเชน ดึงผ้ายันต์ผืนใหญ่ออกมาจากแหวนมิติ แล้วปล่อยออกไป มันลอยกลางอากาศ ส่องแสงสัญลักษณ์สวัสดิกะออกมา มีกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งเป็นรูปคนลักษณะเหมือนเกาจิ้งอัน ดันชามสีทองลงยันต์ขึ้นมา ราเชนยกมือทำท่าบีบที่คอของมัน เงาดำก็คุกเข่ากับพื้น แล้วก็ค่อยๆ ถูกดูดกลับไปในชามสีทองลงยันต์อีกครั้ง  สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกๆ คนยิ่งนัก

    “ เขียนรายชื่อให้ข้าเดี๋ยวนี้”

    ราเชนเอ่ยจบ ก็ใช้พู่กัน จุ่มหมึกสลัดออกไป หมึกสีดำที่ตกลงพื้น ชามสีทองลงอักขระยันต์ก็เคลื่อนตัวเข้าใส่ น้ำหมึก แล้วมันก็กลายเป็นตัวหนังสือ มีชื่อคนปรากฏขึ้นมาทีละชื่อ ทีละชื่อ  ทุกๆ คนต่างอ้าปากตาค้าง ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องประหลาดมหัศจรรย์เช่นนี้  ตัวอักษรที่เขียนออกมา เป็นรายชื่อของไส้ศึกของอาณาจักรอุดรทั้งหมด เริ่มจากเจ้าหอสุขสันต์ พ่อค้าในเมือง และข้าราชการในสำนัก รายชื่อที่อยู่บนพื้น มีอยู่นับร้อย 100 ชื่อ   และที่สำคัญมีรายชื่อของ เสนาบดีไจ๋หยาง  และที่น่าตกใจ มีชื่อองค์ชายเก้า รวมอยู่ในรายชื่อด้วย

    “ ไม่จริง ข้าไม่ใช่ไส้ศึก เหลวไหล เจ้ามันพวกนักพรตตุ้มตุ๋น เหลวไหล หลอกลวง เชื่อไม่ได้  แล้วนี่อะไร องค์ชายเก้าด้วยมันกล้าลบหลู่เบื้องสูง โทษของมันคือต้องถูกประหารชีวิต ขอฝ่าบาททรงโปรดพิจารณาด้วย" เสนาบดีไจ๋หยางคุกเข่าไปกับพื้น ฟ้องจักรพรรดิจางมู่เฉินทันที

    “ เสด็จพ่อ มันใส่ร้ายลูก อย่าไปเชื่อคนหลอกลวงผู้นี้ หม่อมฉันไม่ทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้อย่างแน่นอน” องค์ชายเก้ารีบเอ่ยปฏิเสธออกมาอย่างลนลาน

    คนที่มีรายชื่อ อยู่ในห้องโถง ถึง ยี่สิบคน แต่ละคนต่างรุม ด่าราเชนว่า บ้าบ้าง มั่วบ้าง

    แต่ว่า จักรพรรดิจางมู่เฉินกลับส่งสายตาหวาดระแวง มาทั้งยี่สิบคน

    “ แค่หลักฐานเท่านี้ จะให้เสด็จพ่อคิดว่าพวกเขาเป็นไส้ศึก โฮว่เฟยมันไร้สาระสิ้นดี”

    รัชทายาทจางอี้ เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไร แต่ราเชนยิ้ม เพราะสิ่งเหล่านี้เขาเป็นผู้สร้างขึ้นมาจากพลังจิตขั้นเซียนของเขา ขอเพียงมีใครมีพลังจิตเทียบเท่าหรือสูงกว่า จะรู้ดี แต่ราเชนหาได้สนใจไม่ เขาสนแต่จักรพรรดิจางมู่เฉินนั้นคิดอย่างไร กับรายชื่อเหล่านี้ ซึ่งเขาเองก็ยังมีมายากลระดับเซียนคอยจัดการกับไส้ศึกเหล่านี้อยู่อีก

    “ นี่คือลูกแก้วอัคคี หากใครพูดโกหก จะถูกลูกแก้วอัคคีเผาร่าง หากใครพูดความจริง จะปลอดภัย ลองทดสอบดูก็ได้”

    ราเชนนำลูกแก้วอัคคี มาวางบนโต๊ะกลางห้องโถง  มีหลายคนต่างหัวเราะเยาะเย้ยราเชนอีกครั้ง แต่จักรพรรดิออกคำสั่งให้ทหารสองคน ออกมาทดสอบ

    ทหารที่ถือดาบไว้ด้านหลัง ใช้มือซ้ายจับลูกแก้วอัคคี แล้วพูดว่า

    “ ข้ามีดาบ” ลูกแก้วไม่มีปฏิกิริยาอันใด

    พอทหารอีกคนถือดาบเอาไว้ที่ด้านหลัง ลองเอ่ยออกมาว่า

    “ ข้าไม่มีดาบ” ทันใดนั้นเอง ลูกแก้วก็ส่งเปลวเพลิง พุ่งขึ้นมาเผามือแขนและร่างของทหารที่พูดเท็จ แม้จะมีคนมาช่วย แต่ก็ไม่อาจช่วยได้ทัน ถูกไฟเผาผลาญไปทั้งแขน

    “ ถึงเวลาแล้ว”

    ราเชนมองไปที่จักรพรรดิจางมู่เฉิน ที่ออกคำสั่งให้ทุกๆ คน ที่มีรายชื่อเป็นไส้ศึกเข้ามาทดสอบกับลูกแก้วอัคคี แล้วให้พูดว่า

    “ ข้าไม่ใช่ไส้ศึกอาณาจักรอุดร”

    คนที่มีรายชื่อทั้งหมด ต่างไม่รอด แขนถูกเผาไหม้ บางคนถึงกับแขนหลุดหลุด

    บางคนไม่กล้าแตะต้องลูกแก้วอัคคี ก็ถูกทหารตัดหัวกลางท้องพระโรงทันที

    “ เสนาไจ๋หยาง ถึงตาเจ้าแล้ว”  จักรพรรดิจางมู่เฉินนั้น ได้รับสัญญาณบางอย่างจากขันที ที่กระซิบบางอย่างออกมา ทำให้จักรพรรดิจางมู่เฉิน ยิ่งแสดงสีหน้าไม่พอใจมากขึ้น

    เสนาบดีไจ๋หยาง ตอนนี้ถึงกับกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ราเชนนั้นรู้อยู่แล้ว    พอเสนาบดีไจ๋หยางเอ่ยคำว่า ข้าไม่ใช่ไส้ศึกอาณาจักรอุดร เพลิงไฟก็พุ่งเข้าสู่ร่างของ เสนบดีไจ๋หยางจนเต็มไปหมด  แม้นจะใช้พลังปราณเซียนขั้นต้น เพื่อขับไล่เปลวไฟ ไม่ให้เผาตัวเองหรือไม่

    “ ไส้ศึก เสนาบดีไจ๋หยางเป็นไส้ศึก”

    เสนาบดีไจ๋หยาง สลัดเสื้อผ้าออกมาเพื่อดับไฟ แล้วระเบิดพลังปราณเซียนของตนออกมา ไฟที่ลุกท่วมก็ดับลง

    ผู้พิทักษ์ราชวงศ์ สิบคน  เคลื่อนไหวออกมาปานภูตพราย 

    พุ่งเข้าตัดแขนที่ไฟไหม้จนขาดสะบั้น

    ฉัวะ  !!!   อ๊ากกกกก !!!

    เสนาบดีไจ๋หยางร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แต่ไม่อาจทนบาดแผล คุกเข่าลงไปกับพื้น

    “ ไจ๋หยาง เจ้ากล้าทำผิดต่อข้า อย่างนั้นเร๊อะ?”

    “  ข้าไม่ได้ผิดต่อท่าน แต่ข้ากำลังหา จักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ต่างหาก  จางมู่เฉิน เจ้ามีดีอะไร เมื่อเทียบกับ จักรพรรดิฮานผู้ยิ่งใหญ่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    “ บัดซบ” จักรพรรดิจางมู่เฉิน  ใช้พลังของตนดึงดาบวงเคียวขององครักษ์ แล้วเหวี่ยงออกไป มันพุ่งเข้าตัดหัวของเสนาบดีไจ๊หยาง จนกลิ้งไปกับพื้น ตายไปอย่างน่าอนาถ

    “ องค์ชายเก้า ถึงเวลาของท่านแล้ว" ขันทีคนสนิทของจักรพรรดิเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็น

    องค์ชายเก้า ตอนนี้ปากคอสั่น ปัสสาวะไปกองกับพื้น คุกเข่าต่อหน้าจักรพรรดิและ รัชทายาทจางอี้ ที่ถึงกับถีบหน้าอก จนองค์ชายเก้ากระเด็นกลับไป

    “ เจ้าเก้า เจ้าทำเช่นนี้ คิดหรือว่า จะช่วยให้เจ้าได้บัลลังก์ของข้า รัชทายาท เป็นพี่ชายเจ้าแท้ๆ เจ้ายังคิดชั่วได้ รัชทายาทเจ้าจัดการมันแทนข้า”

    “ เสด็จพี่ ช่วยหม่อมฉันด้วย หม่อมฉันหลงผิดไปเชื่อ เจ้าไจ๋หยาง เสด็จพี่ เรามีแม่คนเดียวกันนะ” องค์ชายเก้าเอ่ยอย่างร้อนรน สับสนปนแปไปหมด

    “ ใช่ ท่านแม่ต้องเสียใจมากแน่ ที่มีลูกอย่างเจ้า” รัชทายาทก้มลงไปกอดที่หัวขององค์ชายเก้า แล้วบิดหัวขององค์ชายเก้าดังกร๊อบ  !!

    คอขององค์ชายเก้า ถูกบิดกลับหลัง สิ้นใจตายไป ด้วยสายตาเบิกโพลง........

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกห้าแผ่นดิน ที่คุณอ่าน