“ต้องพยายามอีกแค่ไหนกันฉันถึงจะได้เธอคนเดิมกลับคืนมา”
“นายจับตาดูหมอนั่นเอาไว้”ชินกระซิบบอกกับเขา “แล้วถ้านึกอะไรได้ก็รีบๆจัดการซะที”
แล้วเด็กหนุ่มก็พุ่งออกไปข้างหน้า
ร่างกายของชินเข้าปะทะกับออเร้นจ์ดูเหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาจะพุ่งเข้าหาถึงได้เตรียมพร้อมกับมือเป็อย่างดีมันเป็เื่ที่น่าประหลาดใจมากที่เห็นร่างเล็กๆของนักรบอเวจีหนุ่มเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วเขาหลบหลีกการโจมตีทางกายภาพของชินไปด้วยพร้อมกับที่ลากวงแหวนเวทในมือไปมาชินพยายามที่จะหยุดฝ่ามือนั้น แต่เห็นได้ชัดว่าร่างกายที่ใหญ่กว่าเป็อุปสรรคในการเข้าถึงตัวออเร้นจ์เคลื่อนไหวได้ดีพอๆกับชินอาจจะเหนือกว่าด้วยตรงที่เขายังสามารถใช้พลังไปด้วยได้ในขณะที่ชินเอาแต่เหวี่ยงขาไปมา
วงแหวนเวทที่ฝ่ามือของออเร้นจ์สร้างเสร็จแล้วเขาก็ปลดปล่อยพลังแสงทำลายล้างออกจากฝ่ามือข้างนั้น แสงไฟที่ทำให้ชินและมาโมรุตาพร่าแต่เ้าของพลังกลับไม่เป็อะไรเลยแม้แต่น้อย
“ไม่ถนัดเอาซะเลย”
ชินบ่น
สายลมในอากาศสั่นไหวอยู่รอบๆตัวพวกเขาราวกับจะบีบเอามวลอากาศให้ไหวเวียนแ่าอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งซึ่งก็คือใต้ร่างของชินเด็กหนุ่มเพ่งสมาธิ จ้องเขม็งไปยังร่างของออเร้นจ์ แล้วในที่สุดเขาก็ส่งมวลอากาศนั่นฟาดฟันเข้าที่ร่างของเด็กหนุ่ม
“ผมไม่ถนัดรับการโจมตีแบบนี้เลยจริงๆนะ”
นักรบอเวจีหนุ่มพูดพร้อมกับหลับตา
พายุของชินพุ่งเข้าปะทะกับอะไรบางอย่างเสียงดังสนั่นแรงปะทะนั้นดันอากาศกระจายตัวออกรอบทิศทางจนร่างของมาโมรุและชินเซถลาถอยไปด้านหลังหลังลมสงบออเร้นจ์ยังคงยืนอยู่ได้เื้ักำแพงโปร่งแสงที่เขาสร้างขึ้นเช่นเดียวกับที่ใช้กำบังร่างของมิกิที่อยู่ด้านหลัง
“ไม่ได้เื่เอาซะเลยนะครับสายลมของคุณเนี่ย” ออเร้นจ์บอกกับชิน “เทียบกับเกรย์แล้ว พายุของคุณแ่เบาเสียยิ่งกว่าลมหายใจของเขาอีก”
ใบหน้าของชินกระตุก
“โกรธซะแล้วสิ” ออเร้นจ์ยิ้มหวาน
ฟึ่บ...
อะไรบางอย่างพุ่งผ่านใบหน้าออเร้นจ์ไปนักรบอเวจีหนุ่มเอี้ยวตัวหลบได้ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายแต่ดูเหมือนวัตถุนั้นจะพุ่งผ่านใบหน้าของเขาไปกระทบกับกำแพงแสงที่ปกป้องมิกิอยู่ก่อนจะตกลงพื้น
“ดาวกระจายหรือครับ”น้ำเสียงของออเร้นจ์ไม่อ่อนโยนเหมือนเคยเมื่อสังเกตเห็นอาวุธที่พุ่งผ่านตัวเขาไป“คุณจะทำร้ายผมก็ได้นะ แต่อย่ายุ่งกับเธอ”
ดูเหมือนเด็กสาวจะเป็สาเหตุเดียวที่ทำให้ออเร้นจ์เป็เดือดเป็ร้อนได้เขาสร้างลูกไฟขึ้นมามากมายในอากาศและสั่งให้มันพุ่งเป้าโจมตีใส่ชินแต่อีกฝ่ายเองก็ไม่ได้เอาแต่ตั้งรับเหมือนก่อน ชินพุ่งตัวเข้าหาออเร้นจ์สะบัดมือออกข้างตัว ปล่อยดาวกระจายและมีดสั้นจำนวนหนึ่งใส่เขา
การต่อสู้ของชินและออเร้นจ์รวดเร็วเสียจนมาโมรุมองตามไม่ทัน
แต่นอกเหนือไปจากนั้นเขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมออเร้นจ์ถึงต้องพยายามปกป้องมิกิมากขนาดนั้น คนที่ควรต้องทำอย่างนั้นควรจะเป็เขา...
ไร้พลัง...นายน่ะปกป้องสิ่งสำคัญไว้พร้อมกันไม่ได้หรอก...
ใครสักคนเคยเอ่ยเอาไว้ใครสักคนที่เด็กหนุ่มจำหน้าไม่ได้แต่สมองของเขากลับจำคำพูดนั้นได้อย่างแม่นยำ
เกลียด...เกลียดตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้ในเวลาแบบนี้
“อาฮิราวะ ถอย!”
มาโมรุะโบอกชินแม้จะไร้ซึ่งพลังแต่กระนั้นก็ยังพยายามจะลุกขึ้นยืน มาโมรุะโเตะขาออเร้นจ์ นักรบอเวจีหนุ่มะโหลบอย่างว่องไวชินอาศัยจังหวะนั้นสะบัดท่อนขาใส่หน้าออเร้นจ์แทน
ขาของชินกระแทกเข้ากับอะไรแข็งๆที่จู่ๆก็ฝุดขึ้นมาขวางระหว่างเขากับออเร้นจ์เอาไว้ใบหน้าของนักรบอเวจีหนุ่มสะบัดหลบไปตามสัญชาตญาณ ไม่ได้สนใจว่ามีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเขาั์ตาคู่นั้นเอาแต่จ้องมองมาโมรุ
“สู้เหรอครับ?”
ออเร้นจ์ถามมาโมรุ
“ผมเพิ่งบอกไปไม่ใช่เหรอครับว่าคุณไม่จำเป็สำหรับาครั้งนี้ทำแบบนี้น่ะหมายความว่ายังไงรู้ตัวหรือเปล่าครับ?”
“ฉันรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่”มาโมรุบอกเสียงเดือด
“คิดจะปกป้องเธอหรือยังไงครับ?” ออเร้นจ์ถามอีก “คุณในตอนนี้น่ะไม่ได้พลังมากพอที่จะปกป้อง ‘เธอ’ ไว้ทั้งสองคนหรอกนะครับ”
“เพราะอย่างนั้นถึงได้พยายามอยู่นี่ยังไงเล่า!” มาโมรุะโก้อง “เพราะอย่างนั้นฉันถึงได้เป็ผู้พิทักษ์ไม่ใช่เหรอไง!”
อะไรบางอย่างสว่างไสวอยู่รอบตัวของมาโมรุเด็กหนุ่มััได้ถึงไอร้อนที่พวยพุ่งออกมาจากในตัวของเขาแล้วจู่ๆใต้ฝ่าเท้าของเด็กหนุ่มก็ปรากฏรูปร่างของวงแหวนสีส้มทองส่องแสงเรืองรองสว่างไสวลำแสงของวงแหวนเวทอาบไล้ไปทั่วร่างของเขา
ท่ามกลางความตื่นตะลึงนั้นออเร้นจ์กำลังยิ้ม...
ความทรงจำมากมายหลั่งใหลเข้ามาในหัวของมาโมรุนับั้แ่ตอนที่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่เอิร์ธซันจนกระทั่งถึงวันที่เขาได้รับเลือกให้เป็ผู้พิทักษ์แม้จะไม่ค่อยปะติดปะต่อนักแต่ความรู้สึกคำนึงหาที่อัดแน่นนั้นปะทุอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มราวกับััได้ถึงเหตุการณ์ต่างๆอย่างแม่นยำ
ร่างของมาโมรุลอยสูงขึ้นจากพื้นวงแหวนเวทเลื่อนผ่านตัวเขาเปลี่ยนร่างของเด็กหนุ่มให้อยู่ในชุดเสื้อคลุมสีดำโบกสะบัดมีสัญลักษณ์แห่งแสงของเอิร์ธซันส่องสว่างตรงกลางอก
ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธซันถูกปลดผนึกแล้ว!
“นั่นช่วยได้เยอะเลย”ชินบอก ยิ้มนิดๆให้เขาอย่างจริงใจก่อนจะหันไปสนใจกับออเร้นจ์อีกครั้งราวกับเหตุการณ์ทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้นั้นนำผลลัพธ์ที่เป็ไปตามความคาดหมายมาสู่เด็กหนุ่ม
เพื่ออะไรกันแน่...?
“นี่คือคำตอบของคุณสินะครับ” ออเร้นจ์ว่าชินกำลังคิดว่าคนตรงหน้าเขาตีหน้าเศร้าได้อย่างแเีทีเดียว
มีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทำให้ออเร้นจ์มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่บางทีคงเป็เื่ความทรงจำของมาโมรุ อย่างไรก็ตาม การพบกันระหว่างมาโมรุและออเร้นจ์ดูเหมือนจะทำให้ฝั่งเขาได้เปรียบมากกว่ามาโมรุปลดผนึกได้แล้ว และตอนนี้พวกเขาก็มีคนมากกว่าอีกฝ่ายถึงสองเท่าแถมฝั่งนั้นเองก็ดูเหมือนจะมีเื่ที่ต้องให้กังวลใจเกี่ยวกับการปกป้องเด็กสาวแปลกหน้านั่นอีกนั่นนับเป็ความได้เปรียบของพวกเขาไม่ใช่น้อย
แต่ทำไมกันนะ! ทั้งๆที่คิดได้แบบนั้นแล้วแท้ๆแต่ดูเหมือนพวกเขาจะเอาชนะเด็กหนุ่มตรงหน้านี่ไม่ได้เลย
มีความแตกต่างกันมากเกินไประหว่างพวกเขากับนักรบอเวจีตรงหน้าชินคิดขณะที่ทำได้แค่หลบพลังของออเร้นจ์ไปมา
ออเร้นจ์เชี่ยวชาญการต่อสู้มากกว่ามาโมรุหรืออาจจะเทียบได้กับเขาในตอนนี้ ทั้งๆที่เด็กหนุ่มตรงหน้าตัวเล็กกว่าดูบอบบางกว่า และดูเหมือนจะอายุน้อยกว่าพวกเขาด้วยแต่ทักษะการใช้พลังและการเคลื่อนไหวของออเร้นจ์นั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลยแถมยังรู้จุดอ่อนของตัวเองดีพอที่จะหาวิธีป้องกันด้วยหลายครั้งหลายคราแล้วที่พายุของเขาทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้แม้จะเล่นงานได้หนักหน่วงขนาดไหน คนตรงหน้าก็ยังมีเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งของเอิร์ธซันที่คอยช่วยเขาไว้อยู่เรื่อยเพราะงั้นชินถึงได้พยายามใช้อาวุธเข้าช่วย แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์
“จุดอ่อนของพวกนายคืออะไร?”ชินหันมากระซิบถามมาโมรุ
“เื่พลังโจมตีล่ะมัง”มาโมรุตอบอย่างไม่แน่ใจนัก
“ไม่น่าจะใช่นะครับ”
ออเร้นจ์พูดยิ้มๆเห็นได้ชัดว่าได้ยินเื่ที่พวกเขาพูด
อะไรบางอย่างสว่างไสวอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าชินเพิ่งรู้สึกตัวเอาในตอนนั้นเองว่านั้นคือวงแหวนเวทของออเร้นจ์เขาผลักมาโมรุออกจากวงแหวนเวทนั่นได้ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่วงแหวนเวทพวกนั้นจะเรืองแสงและเริ่มะเิต่อเนื่องกันเป็ชุดๆ
ไม่ธรรมดาแล้วแบบนี้!
“นายหาทางทำอะไรสักอย่างกับหมอนี่ทีเถอะ!” ชินอ้อนวอน
“แล้วคิดว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ”มาโมรุสบถอย่างหัวเสีย
แต่ก็จริงอย่าที่ชินว่านั่นแหละ มาโมรุทำอะไรไม่ได้เลยในตอนนี้ความทรงจำของเด็กหนุ่มเพิ่งจะฟื้นกลับมาเขาเพิ่งจะปลดผนึกเป็ผู้พิทักษ์ได้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้แล้วจะให้เอาอะไรไปสู้กับคนที่เคยชินกับการต่อสู้มาแล้วเป็อย่างดีอย่างออเร้นจ์กันล่ะ
ชินไม่สนใจมาโมรุแล้วการหวังพึ่งผู้พิทักษ์ที่เพิ่งจะปลดผนึกได้ดูจะเป็การใจร้ายกับเ้าตัวเกินไปหน่อยเขาคงต้องพึ่งตัวเองแล้ว
ชินสะบัดแขนออกข้างลำตัวอีกครั้งแรงอัดอันมหาศาลจากกระแสลมที่ไหลวนอยู่รอบตัวเด็กหนุ่มพัดกระจายออกรอบทิศผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้ยืนอยู่ใจกลางพายุนั้นปล่อยให้กระแสลมฟาดฟันเข้าใส่ทุกอย่างที่ขวางกั้น
ออเร้นจ์ะโไปยืนอยู่ข้างมิกิตามสัญชาตญาณความรุนแรงของพายุที่ชินสร้างนั้นทำให้เด็กหนุ่มต้องร่ายเวทเสริมความแข็งแกร่งเกราะป้องกันเด็กสาวเพิ่มขึ้นอีกการโจมตีแบบไม่เลือกทิศทางของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้เป็รูปแบบการต่อสู้ที่เขาไม่ถนัดที่สุด
แล้วในวินาทีต่อมาร่างของชินก็พุ่งออกมาจากตาพายุตรงเข้าใส่ออเร้นจ์
ความกังวลต่อความปลอดภัยของเด็กสาวทำให้นักรบอเวจีหนุ่มในชุดขาวเคลื่อนไหวได้ไม่ดีเท่าความคิด ออเร้นจ์สร้างโล่แสงขึ้นมาป้องกันการโจมตีทางกายภาพจากชินนี่เป็ครั้งแรกที่เขาเป็ฝ่ายล่าถอย
ระหว่างที่กำลังรับมือกับผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวินดี้อยู่นั้นร่างของมาโมรุก็ปรากฏขึ้นอยู่ด้านหลัง
ออเร้นจ์หันขวับไปมองอย่างตื่นตะลึง
แม้จะทำอะไรไม่ได้เลยก็ตามในตอนนี้แต่มาโมรุก็เริ่มจะจำได้แล้วว่าเขาจะสามารถใช้พลังของตัวเองได้อย่างไรเกราะแสงแปดเหลี่ยมของออเร้นจ์ที่เด็กหนุ่มเพียรพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องเด็กสาวแหลกสลายไปอย่างรวดเร็วทันทีที่มาโมรุััั์ตาสีแดงสดของมาโมรุเรืองแสงจ้าขณะที่รับเอาร่างของมิกิเข้ามาไว้ในอ้อมแขนกลับไปสมทบกับชินในทันที
“ฝากเธอด้วย”
มาโมรุส่งร่างของมิกิให้ชินดูแลแล้วเด็กหนุ่มก็หันมาเผชิญหน้ากับออเร้นจ์
ไม่มีร่องรอยของความอ่อนล้าปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเด็กหนุ่มร่างเล็กตรงหน้าเขาเลยสมแล้วที่เป็นักรบอเวจีความต่างชั้นกันของการฝึกฝนคงแสดงออกมาในเวลาแบบนี้เองสินะ
“ฉันจะสู้กับนายเอง”
มาโมรุบอก
“คุณคิดว่าจะทำอะไรผมได้เหรอครับ?”ออเร้นจ์ถามพร้อมกับรอยยิ้ม
วงแหวนเวทห้าวงปรากฏขึ้นพร้อมกันอยู่รอบตัวของมาโมรุพวกมันกำลังขีดเขียนอักขระเรืองแสงสีส้มทองอยู่ใจกลางวงแหวนเวทแต่ละวงของตัวเองมาโมรุปรายตามองตัวอักษรที่ปรากฏอยู่ในวงแหวนเวทพวกนั้นความทรงจำที่ฟื้นกลับคืนมานั้นช่วยเขาได้มากทีเดียว
เด็กหนุ่มยื่นมือไปแตะวงแหวนเวทแต่ละวงสำแสงที่กำลังสลักเป็ลวยลายอักขระเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็ข้อความอื่นที่ทำให้ออเร้นจ์ตกตะลึงอีกครั้ง
มาโมรุกำลังบังคับวงแหวนพวกนั้นแทนเขา!
“คิดจะใช้พลังของฉันทำร้ายฉันอย่างงั้นเหรอ”
น้ำเสียงของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธซันแปลกไปจากที่เคย
วงแหวนเวทของออเร้นจ์ส่องสว่างอยู่รอบตัวมาโมรุแทนที่มันจะะเิเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นตอนที่เขาใช้กับชินดูเหมือนวงแหวนนั่นจะกำลังเพิ่มพลังให้มาโมรุแทนร่างของมาโมรุดูดซับเอาพลังที่ไหลอาบทั่วร่างของเขาเอาไว้ราวกับออเร้นจ์กำลังยื่นพลังนั่นมอบให้เขา
ไม่รอช้าออเร้นจ์สร้างวงแหวนเวทอันใหม่ขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ดูเหมือนมาโมรุจะตามแก้ทางมันได้ทุกครั้งและดูเหมือนยิ่งเขาจัดการแก้ไขพลังของออเร้นจ์ได้มากขึ้นเท่าไหร่ตัวของมาโมรุเองก็จะยิ่งดูเชี่ยวชาญกับการใช้พลังนั้นมากขึ้นเรื่อยๆกลายเป็ฝ่ายออเร้นจ์เองที่เสียเปรียบโดยสมบูรณ์
ชินจ้องมองอยู่ด้านหลัง
เขาไม่เคยสู้กับออเร้นจ์หรือคนจากเอิร์ธซันมาก่อนรูปแบบพลังของอีกฝ่ายเองก็ยังจับทางไม่ได้ รู้แค่ว่าออเร้นจ์จะแข็งแกร่งขึ้นด้วยพลังของวงแหวนเวทพวกนั้นมาโมรุเองเช่นกัน
บางทีนี่อาจะเป็พลังของพวกเอิร์ธซันล่ะสินะ!
แล้วในที่สุดมาโมรุก็ไล่ต้อนออเร้นจ์จนมุมพลังของนักรบอเวจีหนุ่มไม่สามารถทำอะไรมาโมรุได้เลยเมื่อตัวเขารู้วิธีแก้ไขอักขระนั่นได้แต่ออเร้นจ์ยังคงยิ้มอยู่ ยิ้มอย่างพึงพอใจมากเสียด้วย
“ยอดเยี่ยมมากทีเดียวครับ”
เด็กหนุ่มเอ่ยชมอย่างจริงใจ
“แต่อย่าเข้ามาใกล้มากไปกว่านี้จะดีกว่านะครับเพราะ ‘เขา’ น่ะไม่ชอบให้ผมถูกทำร้ายซะด้วยสิ”
แต่มาโมรุยังไม่ทันเข้าใจว่า‘เขา’ ที่ออเร้นจ์พูดนั้นหมายถึงใครเพราะเด็กหนุ่มเพิ่งสร้างวงแหวนเวทของตัวเองเสร็จไปเมื่อครู่นี้เองและดูเหมือนออเร้นจ์เองก็ยังไม่ทันรู้ตัวเสียด้วยแต่ถึงจะเห็นเข้าในตอนที่มันกำลังจะทำงานก็ไม่ทันการเสียแล้ว
ออเร้นจ์ดูจะใมากทีเดียวที่เห็นวงแหวนเวทของมาโมรุกำลังทำงานอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าของเขาเองอักขระที่เขียนร่ายอยู่บนวงแหวนเวทนั้นก็ซับซ้อนเกินกว่าที่เด็กหนุ่มจะแก้ไขได้ทัน
แรงะเิดังสนั่นไปทั่วบริเวณชินประคองร่างของมิกิไว้แน่น ดูท่าทางมาโมรุจะหาวิธีใช้พลังของตัวเองได้แล้วแล้วก็ทำได้ดีเสียด้วยร่างของออเร้นจ์อยู่ภายใต้วงแหวนเวทที่กำลังะเิเป็ชุดอยู่ตรงหน้าเขาแล้วพอฝุ่นควันจากแรงปะทะนั่นเริ่มจาง ชินก็มองเห็นร่างของมาโมรุที่ยืนหอบและออเร้นจ์ที่เนื้อตัวสะบักสะบอม
“นายแพ้แล้วล่ะ ออเร้นจ์”
เสียงที่ไม่คุ้นหูเลยดังมาจากด้านหลังของออเร้นจ์บนต้นไม้สูงที่อยู่หลังศาลเ้าตรงที่เดียวกับที่เด็กหนุ่มเคยปรากฏตัวขึ้นเมื่อก่อนหน้านี้
“ยังไม่แพ้เสียหน่อยครับ บราวน์!”
นักรบอเวจีหนุ่มหันไปทำเสียงดุใส่
ชินและมาโมรุเงยหน้าขึ้นมองตามออเร้นจ์มีร่างสูงของนักรบอเวจีหนุ่มอีกคนนั่งอยู่บนกิ่งไม้ที่อยู่เหนือขึ้นไปทางด้านหลังออเร้นจ์และจากท่าทีสงบนิ่งของเขาแล้วเดาได้เลยว่าคงจะมาอยู่ที่นี่พร้อมกันกับออเร้นจ์ั้แ่แรกแล้วเป็แน่
แต่ทำไม!? ชินคิดทำไมเขาไม่รู้สึกถึงหมอนั่นเลยสักนิดตอนที่สู้กับออเร้นจ์อยู่
“จัดการธุระเสร็จก็ไปกันได้แล้ว”
บราวน์ะโลงจากต้นไม้มายืนข้างออเร้นจ์ก่อนจะค่อยๆยืดตัวขึ้นเต็มความสูงตอนนั้นเองที่มาโมรุสังเกตเห็นว่าคนมาใหม่ดูเป็ผู้ใหญ่กว่าพวกเขาสุขุมและนิ่งกว่าออเร้นจ์ที่ยืนสะบักสะบอมอยู่ตรงหน้าและดูท่าว่าจะรับมือได้ยากกว่าด้วย
“แต่ผมยังไม่ได้พูดกับเธอเลยนะครับ!”ออเร้นจ์แย้ง เหลือบมองร่างของเด็กสาวที่ถูกแย่งชิงไปในอ้อมแขนของชินก่อนจะหันมาอ้อนวอนบราวน์
“เราไม่ได้มาอยู่ที่นี่เพื่อทำเื่แบบนี้”
บราวน์ยื่นคำขาดออเร้นจ์เงียบเสียงไป เด็กหนุ่มพยักหน้าให้เขาอย่างยอมแพ้ก่อนจะหันหน้ามาเผชิญหน้ากับมาโมรุอีกครั้ง
“ดูแลเธอให้ดีด้วยนะครับ”เด็กหนุ่มร่างเล็กในชุดนักรบอเวจีสีขาวกล่าว “ถ้าถึงเวลาที่คุณจำทุกอย่างได้คุณจะเข้าใจเองว่าทั้งหมดที่พวกเราทำมันเพื่ออะไร”
“พอได้แล้ว ออเร้นจ์!”
บราวน์ปรามอีกครั้งฉุดร่างของเด็กหนุ่มเข้ามาใกล้ก่อนจะยกท่อนแขนขึ้นมาบังใบหน้าของออเร้นจ์เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มกำลังจะร้องไห้มาโมรุไม่เข้าใจเลยว่าทำไม... ทำไมนักรบอเวจีที่คิดจะฆ่าเขาถึงร้องไห้เพื่อเขาได้ทำไมท่าทีของออเร้นจ์ที่มีต่อเขาถึงดูโหยหาราวกับว่าพวกเขารู้จักกันมาอย่างเนิ่นนานแล้วพรากจากกันไป บางทีมันอาจมีคำตอบ...หากความทรงจำของเขาอยู่ที่มิกิจริง บางทีเขาอาจรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
มาโมรุรับร่างของเด็กสาวจากชินมาประคองไว้เองเธอยังคงไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ของผงนิทราแต่อย่างน้อยก็ไม่ได้รับาเ็จากลูกหลงในการต่อสู้บราวน์มองดูพวกเขา บ่นสบถด้วยภาษาที่เขาไม่เข้าใจแล้วใต้ฝ่าเท้าของสองนักรบอเวจีก็เรืองแสงสว่างไสววงแหวนเวทไม่คุ้นตาสีม่วงเข้มปรากฏขึ้น สูบร่างของสองคนนั้นให้หายวับไปจากสายตา
ทันทีที่นักรบอเวจีทั้งคู่จากไปบรรยากาศรอบข้างก็สั่นไหวเขาและชินกลับมาอยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียนอีกครั้งเมื่อทัศนียภาพรอบข้างดูกระจ่างขึ้นกำแพงรั้วศาลเ้าและพื้นถนนที่ถูกะเิกลายสภาพเป็เหมือนเมื่อตอนที่สองคนนั้นยังไม่ปรากฏตัวขึ้นมันราวกับว่าพวกเขาหลุดเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่ไม่ใช่ที่นี่
“แล้วจะเอาไงต่อ?”
ชินถาม
“พายัยนี่กลับบ้านฉันก่อนปล่อยเธอไว้ที่นี่อย่างนี้ไม่ได้หรอก”
มาโมรุบอกพยายามไม่ใส่อารมณ์ใดๆลงไปในคำพูด
ชินมองมาที่เขาอย่างประหลาดใจ
“ผู้หญิงคนนี้เป็ใครทำไมคนพวกนั้นถึงได้พยายามปกป้องเธอขนาดนั้น”
ถ้าพระเ้ามีจริงอย่างน้อยก็ช่วยดลใจอย่าให้คนข้างตัวถามในสิ่งที่เขาไม่อยากตอบจะได้ไหม?
“นายรู้จักเธอ?” ชินคาดคั้น
มาโมรุจำเป็ต้องพูดออกไปในที่สุด
“ยัยนี่ชื่อนางามิมิกิ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงแ่เบาที่สุด “เป็คู่หมั้นของฉันเอง”