"ท่านพี่ หากเราจะจ้างช่างมาทำรั้วรอบๆที่ดินของเราต้องใช้เงินเท่าไรเ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
"เ้าอยากจะทำรั้วบ้านหรือ พื้นที่บ้านเรามีแค่หนึ่งหมู่หากทำรั้วก็คงจะสี่ถึงห้าตำลึง ราคานี้น่าจะรวมค่าช่างด้วยหรือไม่นั้นข้าก็ไม่มั่นใจเท่าไร" เซียวซูเหวินตอบออกไปแบบไม่แน่ใจราคาเท่าไรนัก
"ถ้าเช่นนั้นพวกเราทำรั้วบ้านดีหรือไม่เ้าค่ะ พรุ่งนี้หลังจากที่ท่านพี่นำถั่งเฉ้าแล้วก็หมูป่ากับปลาไปขายแล้ว ท่านพี่ก็แวะถามราคาที่ร้านช่างดูก่อนดีหรือไม่เ้าค่ะ เราทำรั้วบ้านก่อนเพื่อความปลอดภัยเวลาพวกเราไม่อยู่ที่บ้านด้วย อีกอย่างเวลาเราจะทำอะไรก็จะได้ไม่ต้องคอยหลบๆซ่อนๆสายตาของพวกชาวบ้านด้วยเ้าค่ะ"
"เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะลองไปคุยกับท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านดูก่อนว่าท่านพอจะแนะนำช่างที่เก่งๆไว้ใจได้ให้เราได้หรือไม่"
"เช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนตอบออกไปแค่นั้นก่อนจะยิ้มหวานๆให้กับสามี
"นอนเถิด พรุ่งนี้ยังมีอะไรให้ทำอีกมาก" เซียวซูเหวินพูดพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้กับภรรยาและตัวของเขาเอง
เช้านี้ก็เป็อีกหนึ่งวันที่หลินฟางเซียนต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำอาหารเช้าเตรียมไว้ให้กับสามีและน้องๆของสามี แต่วันนี้นางไม่ต้องไปจับปลาเหมือนทุกๆวันเพราะวันนี้เซียวซูเหวินไม่ได้ไปดูกับดักสัตว์เหมือนทุกๆวัน เขาจึงให้นางอยู่บ้านเพื่อทำอาหารไป ส่วนเขาและน้องๆก็พากันออกไปจับปลาที่ลำธารกันเอง
หลินฟางเซียนเดินเข้ามาในครัวเพื่อหุงข้าวก่อนเป็อย่างแรก 'วันนี้ทำข้าวห่อไข่ง่ายในแบบฉบับของแม่นางฟางเซียนคนงามก็แล้วกัน วัตถุดิบมีอะไรก็ใส่ลงไปเลยเดี๋ยวอร่อยเอง ฮ่าๆๆๆ' คิดเองเสร็จแล้วก็นั่งหัวเราะอยู่คนเดียวกับความหลงตัวเอง ระหว่างที่รอข้าวสุก หลินฟางเซียนก็นำหมูมาสับให้ละเอียด จากนั้นก็นำเห็ดหอมมาหั่นเป็ชิ้นเล็กๆเท่าลูกเต๋า แล้วก็เอาแครอท มะเขือเทศ ต้นหอมที่มีเหลืออยู่ในมิติออกมาหั่นเป็ลูกเต๋าไว้เช่นกัน เมื่อหั่นทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เอากระเทียมมาตำให้ละเอียดแล้วก็ใส่ไว้ในถ้วยเล็กๆรอไว้ก่อน แล้วจากนั้นก็นั่งตีไข่เตรียมไว้รอเพราะต้องใช้ไข่เยอะนางเลยต้องตีไข่ไว้รอเลย หลินฟางเซียนนั่งเฝ้าหม้อข้าวอยู่ครู่หนึ่งข้าวก็สุก จึงยกหม้อข้าวลงมาแล้วเอากระทะที่นางเอาออกมาจากมิติมาตั้งบนเตาแทน เมื่อตั้งกระทะเสร็จแล้วก็เทน้ำมันลงไปเล็กน้อยตามด้วยกระเทียมที่ตำไว้รอก่อนหน้านี้ลงไป เจียวกระเทียมให้หอมแล้วตักข้าวใส่ลงไปทั้งหมด จากนั้นก็ใส่เห็ดหอมกับแครอทลงไปก่อน เมื่อผัดทุกอย่างเข้ากันดีแล้วก็ปรุงเครื่องด้วยซอสมะเขือเทศ น้ำตาล ผงปรุงรส น้ำปลา ซอสปรุงรสลงไป แล้วผัดให้เข้ากันอีกครั้งก่อนจะชิมดูรสชาติ 'โอ้วววว อิจฉาตัวเองจริงๆที่ได้กินของอร่อยๆอยู่ตลอดเลย คนอะไรทั้งสวยทั้งเก่ง อิอิ' เมื่อได้รสชาติที่้าแล้วนางก็ใส่มะเขือเทศกับต้นหอมที่หั่นรอไว้แล้วลงไป แล้วก็ผัดให้ทุกอย่างเข้ากัน พอเข้ากันดีแล้วจึงยกกระทะข้าวผัดออกไปตั้งไว้อีกเตาที่ไม่ได้จุดไฟไว้ก่อน จากนั้นก็นำกระทะอีกใบมาตั้งลงบนเตา พอเตาเริ่มร้อนก็ตักไข่ลงไปแล้วเขย่ากระทะให้ไข่กระจายออกไปให้เต็มกระทะ พอหลังจากไข่เริ่มสุกระดับหนึ่งแล้วนางก็ตักข้าวลงไปห่อทันที หลินฟางเซียนทำอยู่แบบนี้จนกระทั่งข้าวกับไข่หมดแล้วจึงได้เลิกทำ แต่ก็ได้ข้าวห่อไข่มาถึงสิบหกห่อเลยทีเดียว เมื่อทำอาหารเสร็จแล้วแต่สามีและน้องๆยังไม่กลับมา นางจึงทำน้ำซุปกระดูกหมูเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง
หลังจากที่ทำอาหารเสร็จแล้ว ระหว่างที่หลินฟางเซียนกำลังจะเดินไปดูสามีและน้องๆที่ลำธารก็เจอเข้ากับทั้งสามคนที่กำลังจะกลับบ้านพอดี
"พี่สะใภ้ พวกข้าได้ปลามาเยอะเลยขอรับ" เซียวเทียนิที่เห็นว่าหลินฟางเซียนกำลังเดินมาใกล้พวกตนแล้วจึงรีบพูดโอ้อวดก่อนใครทันที
"ดีมากเลย ถ้าเช่นนั้นกลับบ้านกันเถิด เ้าหิวหรือยังเล่า พี่สะใภ้ทำของอร่อยๆไว้รอทุกคนแล้ว" หลินฟางเซียนตอบเซียวเทียนิ
"หิวสิขอรับ ข้าอยากกินๆ พี่รองเรารีบกลับบ้านกันเถิดขอรับ" เมื่อได้ยินว่ามีของกินอร่อยๆรออยู่ก็รีบชวนพี่ชายของตนกลับบ้านทันที
"ไปสิๆ เรารีบไปกันเถิดน้องเล็ก" เซียวเหว่ยเถียนตอบน้องชาย ก่อนที่ทั้งสองคนจะรีบวิ่งกลับบ้านก่อนใครไป
"ฮ่าๆๆ..ท่านพี่เหนื่อยหรือไม่เ้าค่ะ มาเ้าค่ะข้าช่วยถือเอง" หลินฟางเซียนเมื่อเห็นเด็กชายทั้งสองคนที่นับวันรู้สึกว่าจะกินเก่งขึ้นทุกวันรีบวิ่งกลับบ้านไปแล้ว นางจึงหันมาพูดกับสามีบ้าง
"ข้าไม่เหนื่อย ถังปลามันหนักมากเ้าไม่ต้องช่วยหรอกข้าถือเองดีแล้ว" เซียวซูเหวินบอกภรรยา
"ถ้าเช่นนั้นเรากลับบ้านกันเถิดเ้าค่ะ" พูดแล้วก็ขยับไปเดินข้างๆสามีทันที
"อืมม" จากนั้นทั้งสองคนก็เดินกลับบ้านกันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรอีก
เมื่อเดินมาถึงบ้านก็เห็นน้องๆทั้งสองคนพากันเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว เซียวซูเหวินจึงเดินเอาถังปลาไปวางไว้ที่หลังบ้านก่อนจะเดินเข้าบ้านไปเปลี่ยนชุดบ้าง
"เดี๋ยวข้าไปเตรียมอาหารรอก่อนนะ ท่านพี่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเราจะได้กินข้าวกัน" หลินฟางเซียนที่เห็นว่าสามีของนางเดินเข้าบ้านไปแล้ว จึงหันไปบอกกับเหว่ยเถียนและเทียนิ
"ให้ข้าสองคนไปช่วยด้วยนะขอรับ" เซียวเหว่ยเถียน
"อืมมม ขอบใจมาก" หลินฟางเซียนตอบ จากนั้นทั้งสามคนก็พากันเดินเข้าไปในครัวทันที
"โอ้วว นี่คืออะไรหรือขอรับพี่สะใภ้" เซียวเทียนิเมื่อเข้าครัวมาเห็นอาหารที่ไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อนก็รีบถามขึ้นทันที
"นี่เรียกว่าข้าวห่อไข่ ข้ากลัวทุกคนจะกินไม่อิ่มเลยทำไว้เยอะมาก" หลินฟางเซียนตอบ
"พี่สะใภ้เก่งจังเลยขอรับ ข้าจะกินให้หมดเองขอรับ" เซียวเทียนิ
"ฮ่าๆๆ รีบยกอาหารไปขึ้นโต๊ะก่อนเถิด" หลิงจากเซียนพูดจบ ทั้งสามคนก็พากันช่วยกันยกอาหารออกไป
เมื่อทุกคนได้ลองกินข้าวห่อไข่ที่หลินฟางเซียนทำแล้วก็พากันกินโดยไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย จนกระทั่งทุกคนกินอิ่มกันแล้ว กินกันจนหมดไม่มีเหลือเลยจริงๆ เซียวเหว่ยเถียนกับเซียวซูเหวินจึงพากันช่วยกันเก็บจานชามไปล้าง แต่ก่อนที่ทั้งสองจะเดินไปหลินฟางเซียนก็เรียกพวกเขาไว้ซะก่อน
"เดี๋ยวก่อน เ้าสองคนเอานี่ไปด้วย มันคือน้ำยาล้างจาน ส่วนนี่ก็ฟองน้ำล้างจาน" เมื่อเห็นทั้งสองคนยังพากันยืนสงสัยอยู่ นางจึงสอนวิธีใช้เพื่อให้พวกเขาเข้าใจ เมื่อทั้งสองคนเข้าใจแล้วก็พากันเดินไปหลังบ้านด้วยความตื่นเต้นทันที
"ท่านพี่จะนำของไปขายเลยหรือไม่เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนถามสามีเมื่ออยู่กันสองคน
"อืมมม ไปเช้าๆเช่นนี้แดดไม่ร้อนด้วย เดี๋ยวข้าไปขอเช่าเกวียนท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านก่อนนะ"
"เ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะนำหมูออกมาไว้รอท่านพี่นะเ้าค่ะ"
"ขอบใจนะ ข้าไปก่อน"
"เ้าค่ะ" จากนั้นทั้งสองก็แยกกันไป เมื่อเห็นว่าสามีเดินไปบ้านท่านหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว หลินฟางเซียนก็เดินไปที่แคร่ไม้ มองซ้ายมองขวาแล้วไม่เห็นว่ามีใครเดินผ่านไปผ่านมา นางก็เอาหมูออกมาจากกำไลทันที ผ่านไปไม่นานเซียวซูเหวินก็กลับมาพร้อมกับเกวียนวัว เมื่อขับเกวียนเข้ามาจอดในบ้านแล้วก็ยกของทั้งหมดขึ้นเกวียนทันที หลินฟางเซียนนำถั่งเฉ้าที่ตากแล้วใส่ลงไปในตะกร้าแล้วนำผ้าผืนเก่าๆมาปิดไว้กันสายตาชาวบ้านอีกที ถั่งเฉ้าเมื่อนำไปตากแดดแล้ว จากตอนที่เก็บมาได้ถึงสองตะกร้าใหญ่ๆ แต่พอนำไปตากแล้วเหลือแค่ตะกร้ากว่าๆเอง แต่แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้วคงขายได้ราคาดีอยู่ เมื่อขนของขึ้นเกวียนเสร็จแล้ว ก่อนที่เซียวซูเหวินจะขึ้นเกวียน
"ท่านพี่ นี่น้ำเ้าค่ะข้าเตรียมไว้ให้ท่านดื่มเวลาเหนื่อยๆจะได้สดชื่นเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนบอกกับสามี
"อืมมม ขอบใจเ้า..แต่น้ำที่เ้าเตรียมไว้ให้เวลาดื่มเข้าไปแล้วสดชื่นจริงๆ อีกอย่างจากเหนื่อยๆอยู่ก็หายเหนื่อยทันทีเลยด้วย เซียนเออร์ นี่มันคือน้ำอะไรหรือ"
"มันก็คือน้ำที่เรากินอยู่ทุกๆวันนี่ล่ะเ้าค่ะ แต่ข้าแค่แช่กำไลลงไปเพื่อให้ช่วยบำรุงร่างกายของพวกเราทุกคนและยังช่วยให้รู้สึกสดชื่นแล้วก็หายเหนื่อยด้วยอย่างที่ท่านรู้สึกนี่ล่ะเ้าค่ะ"
"ข้าเข้าใจแล้ว ขอบใจเ้ามากนะ เช่นนั้นข้าไปก่อนล่ะ"
"เ้าค่ะ รีบๆกลับมานะเ้าค่ะอย่าไปนานนักเล่า..ข้าคิดถึง" พูดหยอดสามีเสร็จ ก็ยืนส่งยิ้มหวานไปให้สามีอยู่ข้างๆ
"อ่ะ...อื้มมม ข้าไปแล้ว" เซียวซูเหวินเมื่อได้ยินสิ่งที่ภรรยาพูดก็เกิดอาการเขินอายจนทำตัวไม่ถูก จากนั้นก็รีบเดินไปขึ้นเกวียนแล้วขับออกไปทันที พอพ้นสายตาของหลินฟางเซียน เซียวซูเหวินที่คิดถึงแต่คำพูดของนางที่บอกว่าคิดถึงตนก็เอาแต่นั่งยิ้มอยู่คนเดียวอยู่บนเกวียน
ทางด้านหลินฟางเซียนที่เห็นสามีอายนางจนต้องรีบขับเกวียนออกไปแล้วก็ได้แต่หัวเราะกับตัวเองเบาๆ "คิคิ...เวลาอายนี่น่ารักที่สุดเลยสามีช้านนนน ฮ่าๆๆๆ' จากนั้นก็เดินไปหลังบ้านเพื่อไปช่วยเหว่ยเถียนกับเทียนิรดน้ำผัก แต่หลินฟางเซียนก็ไม่ลืมนำกำไลลงไปแช่ในน้ำที่ใช้รดผักแล้วขอพรให้ผักเจริญเติบโตงอกงามด้วย เมื่อรดน้ำผักเสร็จนางก็นำผ้าไปซักที่ลำธาร ส่วนเหว่ยเถียนกับเทียนินางให้อยู่เฝ้าบ้าน แต่ก่อนที่จะไปซักผ้า หลินฟางเซียนก็ได้นำเอาช็อคโกแลตกล่องใหญ่ให้ทั้งสองคนด้วย เมื่อทั้งสองคนเห็นสิ่งที่หลินฟางเซียนให้ต่างก็พากันดีใจกันยกใหญ่พร้อมกับกล่าวขอบคุณนางกันอย่างพร้อมเพรียงกันเลย
หลินฟางเซียนกลับมาบ้านก็เห็นว่าสามีของนางยังไม่กลับมาจากในเมือง จึงเดินเข้าบ้านไปเอาผ้าห่มกับหมอนออกมาตากแดดไว้ โดยมีเหว่ยเถียนกับเทียนิมาช่วยด้วย จากนั้นทั้งสามคนก็ไปช่วยกันทำความสะอาดบ้านกันต่อ
"เหว่ยเถียน เทียนิ เรามาช่วยกันยกที่นอนเก่าๆพวกนี้ไปทิ้งกันก่อนเถิด" หลินฟางเซียนบอกกับทั้งสองคน
"ยกไปทิ้งหรือขอรับ แล้วเราจะเอาที่นอนจากไหนมาปูนอนขอรับพี่สะใภ้ เรายังไม่ได้ซื้อที่นอนใหม่เลยนะขอรับ" เซียวเทียนิรีบพูดขึ้นเพราะกลัวว่าตนจะไม่มีที่นอน
"เอาที่นอนเก่าไปทิ้งก็ย่อมต้องมีที่นอนใหม่รออยู่แล้ว เ้าไม่อยากได้ที่นอนใหม่ อุ่นๆนุ่มๆนอนหรืออย่างไรกัน" หลินฟางเซียน
"อยากได้สิขอรับ เช่นนั้นข้าจะรีบเอาไปทิ้งเดี๋ยวนี้เลยขอรับ" พูดจบเซียวเทียนิก็รีบเอาที่นอนเก่าๆของตนไปทิ้งก่อนใครทันที
"ฮ่าๆๆๆๆ" เมื่อเห็นท่าทางดีใจจนออกนอกหน้าของเซียวเทียนิเช่นนั้น หลินฟางเซียนกับเซียวเหว่ยเถียนก็พากันะเิเสียงหัวเราะกันออกมาทันที จากนั้นก็ช่วยกันขนที่นอนเก่าไปไว้ที่หลังบ้านกันก่อน
"ป่ะเข้าบ้านกันเถิด ไปดูที่นอนใหม่ขอพวกเรากัน" หลินฟางเซียนยิ้มอย่างใจดีให้กับทั้งสองคน
"ขอรับ / ขอรับ"
เมื่อเดินกลับเข้ามาในบ้านแล้ว ทั้งสามคนก็เดินตรงไปที่ห้องนอนของเหว่ยเถียนกับเทียนิก่อนทันที 'ห้องเล็กแค่นี้ สภาพบ้านก็ไม่แข็งแรงเท่าไรนัก เอาแค่ที่นอนยางพาราแท้ไม่หนามากนัก ขนาดสักห้าฟุตก็คงจะพอนอนได้สองคนล่ะมั้ง ต้องลองดูก่อนละนะ' หลินฟางเซียนยืนคิดอยู่คนเดียว จากนั้นก็เอาที่นอนยางพาราที่ไม่หนามากขนาดห้าฟุตออกมาจากกำไลมิติ แล้วหลินฟางเซียนและน้องๆก็ช่วยกันเอาที่นอนวางลงไปในห้อง
"โอ้วววว...พี่สะใภ้ ที่นอนนี้ใหญ่มากเลยขอรับ แค่ที่นอนอันเดียวก็เต็มห้องของพวกข้าสองคนแล้ว" เซียวเหว่ยเถียนบอกออกไปอย่างตื่นเต้น
"ใช่ๆขอรับ ที่นอนนี่คงจะนุ่มแล้วก็อุ่นมากๆเลยใช่หรือไม่ขอรับ ข้าไม่เคยนอนแล้วก็ไม่เคยเห็นที่นอนใหญ่ๆแบบนี้มาก่อนเลยขอรับ" เซียวเทียนิพูดด้วยความดีใจ
"ห้องของเ้าสองคนเล็กแค่นี้ พวกเ้าก็นอนด้วยกันไปก่อนนะ อีกหน่อยถ้าเรามีเงินสร้างบ้านให้ใหญ่ขึ้นกว่านี้ พี่สะใภ้จะเอาที่นอนที่หนากว่านี้และใหญ่กว่านี้ให้เ้าสองคนได้นอนแน่นอน แต่ตอนนี้พวกเ้าต้องนอนด้วยกันไปก่อนนะ เข้าใจหรือไม่ อ้อ!!..ส่วนนี่คือหมอนของเ้าสองคนเอาไปคนล่ะอัน" หลินฟางเซียนบอกกับทั้งสองคน
"หมอนหรือขอรับ มันนุ่มมากเลยขอรับ" เซียวเหว่ยเถียน
"นุ่มจริงๆด้วย คืนนี้ข้าคงหลับสบายที่สุดเลยขอรับ ขอบคุณพี่สะใภ้ขอรับ ท่านดีที่สุดเลยขอรับ" เซียวเทียนิ
"เช่นนั้นข้าไปก่อนนะ เ้าสองคนก็พักผ่อนก่อนเถิด รอท่านพี่กลับมาเราค่อยขึ้นเขากัน" หลินฟางเซียน
"พี่สะใภ้จะไปไหนหรือขอรับ" เซียวเหว่ยเถียน
"ข้าก็ต้องไปจัดห้องของข้าบ้างสิ เ้าสองคนก็ได้ที่นอนแล้ว แต่ข้ากับท่านพี่ของพวกเ้ายังไม่มีที่นอนเลยนะ หรือเ้าอยากให้ข้านอนพื้นไม้แข็งๆนี่กัน ฮ่าๆๆๆ" หลินฟางเซียนพูดแซวน้องๆสามี
"ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นนะขอรับ ข้าก็แค่ถามเผื่อว่าท่านจะมีอะไรให้พวกข้าช่วยหรือไม่" เซียวเหว่ยเถียนรีบพูดแก้ตัวให้ตัวเองทันที
"ข้าแค่พูดเย้าเ้าเล่นๆเอง ไม่เห็นจะต้องทำหน้าเช่นนั้นเลย พวกเ้าพักผ่อนกันเถิด ข้าไปก่อน" พูดจบหลินฟางเซียนก็หันหลังเดินออกจากห้องของทั้งสองคนแล้วเดินกลับห้องของตัวเองทันที
เมื่อเข้ามาในห้อง 'เฮ้อออ ถ้าเอาที่นอนหกฟุกออกมาจะวางได้มั้ยเนี่ย ลองดูหน่อยแล้วกัน' จากนั้นหลินฟางเซียนก็เอาที่นอนขนาดหกฟุตขนาดไม่หนามากเท่าไรออกมาจากกำไลมาวางลงดูก่อน เมื่อวางที่นอนแล้วก็กินพื้นที่ห้องของนางเกือบหมดเลยทีเดียว แต่ก็ไม่เป็ไรเพราะของในห้องก็มีไม่มากอยู่แล้ว เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหมด นางก็ทิ้งตัวลงนอนที่นอนใหม่ดูบ้าง 'ว้าวววว...รู้สึกดีขึ้นมากกว่าเดิมมากเลยแฮะ คืนนี้ข้าจะได้นอนเต็มที่แล้ว ฮ่าๆๆ' หลังจากนอนคิดอะไรเพลินๆอยู่สักพัก หลินฟางเซียนก็ได้ยินเสียงเหมือนมีใครอยู่ด้านนอก นางจึงลุกขึ้นออกมาดู
"อ้าว..ท่านพี่กลับมาแล้วหรือเ้าค่ะ เป็ยังไงบ้างเ้าค่ะขายได้หรือไม่" หลินฟางเซียนถามสามี
"เราเข้าไปคุยกันข้างในเถิด" เซียวซูเหวิน
"เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนตอบสามีก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินเข้าไปในห้อง
"มีเื่อะไรหรือไม่เ้าค่ะ ทำไมถึงคุยข้างนอกไม่ได้" เมื่อเข้ามาในห้องกันแล้ว หลินฟางเซียนจึงถามขึ้นทันที
"ไม่มีเื่ร้ายแรงอันใดหรอกเซียนเออร์ ข้าแค่กลัวว่าจะมีใครมาได้ยินเื่ที่เราคุยกันแค่นั้น"
"ท่านพี่เล่ามาเถิดเ้าค่ะ ข้ารอฟังอยู่" หลินฟางเซียนถามออกไป แต่เซียวซูเหวินก็ยังไม่ยอมพูดอะไรก่อนจะยื่นถุงเงินที่ดูเหมือนจะหนักมากๆส่งให้กับนางทั้งๆที่มือของเขาก็ยังสั่นๆอยู่
"อะไรหรือเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนรับถุงนั้นมาก่อนจะถามขึ้นอีกครั้ง
"นี่คือเงินทั้งหมดที่ขายของได้วันนี้ พวกหมูป่า ไก่ป่าแล้วก็ปลาได้ราคาเท่าเดิม วันนี้ขายได้ทั้งหมดสามตำลึงกับอีกเก้าร้อยเจ็ดสิบอีแปะ ส่วนถั่งเฉ้าข้าไปถามขายที่ร้านยาของท่านหมอที่เคยมารักษาเ้า ท่านหมอให้ราคาถังเช่าจินล่ะห้าสิบเหรียญทอง แต่เราตากถังเช่าก่อนจะนำไปขายท่านหมอเลยให้ค่าตากถังเช่าเพิ่มอีกจินล่ะหนึ่งตำลึงทองเลยนะ ถังเช่าที่เราเก็บมาได้มีทั้งหมดเจ็ดสิบสามจิน นี่คือเงินทั้งหมด เซียนเออร์เ้าเก็บไว้เถิด" เซียวซูเหวินบอกกับภรรยาด้วยอาการที่ยังตื่นใไม่หาย เพราะเขาไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อนเลย
"ขายได้เงินมากขนาดนี้เชียวหรือเ้าค่ะท่านพี่ หากขายได้จินล่ะห้าสิบเอ็ดตำลึงทอง ทั้งหมดเจ็ดสิบสามจินก็เท่ากับเราได้เงิน...โอ้ววว!! สามพันเจ็ดร้อยยี่สิบสามตำลึงทองเลยหรือเ้าค่ะ ท่านพี่..พวกเราจะมีเงินสร้างบ้านกันแล้ว ข้าดีใจที่สุดเลยเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนเมื่อคำนวณจำนวนเงินที่ขายสมุนไพรมาได้แล้วก็ดีใจเป็ที่สุด ก่อนจะะโเข้าไปกอดสามีของนางอย่างลืมตัว ส่วนเซียวซูเหวินที่อยู่ๆภรรยาก็ะโเข้ามากอดตนเช่นนี้ก็ใอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวหนีนางไปไหนแต่กลับกอดตอบนางด้วยความเต็มใจ
"เอ่อออ..ข้าขอโทษเ้าค่ะท่านพี่ พอดีข้าดีใจจนลืมตัวเผลอทำกิริยาไม่งามออกไปเช่นนี้" หลินฟางเซียนเมื่อรู้ตัวว่านางเผลอไปกอดสามีเข้าก็รีบพูดขึ้น
"ไม่เป็ไร ข้าหาใช่คนอื่นไม่ หากเ้าอยากกอดข้าอีกเมื่อไรเ้าก็มากอดได้เลยทุกเมื่อ ข้ายินดี" เซียวซูเหวินพูดออกไปพร้อมกับยิ้มให้นางอย่างพอใจที่เห็นภรรยาของตนเขินอายบ้างแล้ว
"ท่านพี่...ท่านห้ามไปยิ้มเช่นนี้ให้ใครเห็นอีกนะเ้าค่ะ หากมีหญิงสาวมาตกหลุมรักท่านข้าจะทำเช่นไร อีกอย่างหากข้ากอดท่านบ่อยๆขึ้นมาจริงๆท่านห้ามบ่นลำคาญข้าก็แล้วกันนะเ้าค่ะ" พูดจบก็ส่งยิ้มหวานไปให้สามีเช่นกัน
"จะมีหญิงสาวที่ไหนมาชอบคนจนๆเช่นข้ากัน อีกอย่างข้าก็หาสนใจหญิงอื่นไม่ ที่ข้าสนใจก็มีเพียงแค่เ้า" เซียวซูเหวิน
เมื่อได้ยินสามีพูดมาเช่นนั้น หลินฟางเซียนก็รีบหลบสายตาสามีเพื่อกลบเกลื่อนความอายของตัวเอง ก่อนจะเผลอพูดขึ้นเบาๆอย่างลืมตัว
"ก็มีข้านี่ไงเ้าค่ะที่ชอบท่านอยู่ เอ่อออ..อ้อ!! ข้าลืมทำอาหารมื้อกลางวันเลย เดี๋ยวข้าไปทำอาหารก่อนนะเ้าค่ะ" เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเผลอพูดอะไรออกไป ก็รีบเปลี่ยนเื่ก่อนจะรีบออกจากห้องไปด้วยความรีบร้อนทันที
เซียวซูเหวินเมื่อได้ยินว่าภรรยาชอบตนก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจที่รู้ว่านางชอบตนจริงๆก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปเช่นกัน แต่ก่อนจะเดินออกจากห้องเขาก็รู้สึกเหมือนจะมีอะไรแปลกไปจากเดิม จึงมองดูรอบๆห้องถึงรู้ว่าในห้องมีที่นอนกับหมอนใหม่ 'สงสัยนางจะเอาที่นอนใหม่ออกมาจากกำไลมิติสินะ' คิดได้เช่นนั้นก็ยิ้มบางๆก่อนจะเดินออกจากห้องไป