เข้าเดือนสามแล้วถึงเวลาที่หยวนอีย่วนนัดพบกับหนานหมิงเหอเสียที
หยวนอีย่วนตระเตรียมห้องส่วนตัวด้านนอกจวนไว้รอเขาไปอย่างมีความสุข
นางแต่งตัวสวยสดงดงาม ผ่านปีใหม่มาบาดแผลบนใบหน้านางก็รักษาจนหายแล้ว ทั้งยังตัวสูงขึ้นมากเหมือนเยี่ยนเจาเจา เริ่มมีภาพลักษณ์บริสุทธิ์หยาดเยิ้มเฉกเช่นเด็กสาวแรกรุ่น
แต่เรื่องเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตการสังเกตของหนานหมิงเหอ
สิ่งที่เขาพบคือรายละเอียดแปลกประหลาดมากมายและเพิ่งตระหนักตอนมาถึงนั่นเองว่าหยวนอีย่วนอาจซ่อนบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจเอาไว้จริงๆ
เช่นชาที่อยู่ในห้องมิใช่ชาหลงจิ่ง [1]ที่พบได้ทั่วไปทางตอนใต้ แต่เป็นยอดชาทางเหนือ “หลงหยิ่น” ซึ่งหาซื้อได้ยากแทน
พื้นที่ผลิตชาหลงหยิ่นอยู่ใต้อาณาเขตปกครองของชิงเหออ๋องชิงเหออ๋องและราชสำนักต้าซีเป็นปฏิปักษ์กันหลายปี หยวนอีย่วนนำชาคุณภาพชั้นยอดเช่นนี้มาได้เห็นได้ชัดว่านางพยายามยิ่งนัก และบังเอิญเหลือเกินที่ชาโปรดของหนานหมิงเหอก็คือชาหลงหยิ่น
ไม่เพียงแค่ชาในห้องส่วนตัวยังแขวนพัดพับลายไม้เมฆาขดโดดเด่นด้ามหนึ่ง
พัดจำพวกนี้ราคาไม่สูง แต่ตามหลักแล้วไม่ควรปรากฏอยู่ในห้องส่วนตัวเช่นนี้
และบังเอิญอีกเช่นกันพัดพับอันแรกที่หนานหมิงเหอครอบครอง ก็เป็นพัดพับกระดาษซู่เซวียน [2]ด้ามไม้ลายเมฆาขดเช่นนี้
นอกเหนือจากของแปลกๆ เหล่านี้ยังมีของชี้ชัดอีกหลายอย่าง เช่นอาหารรสหวานนำบนโต๊ะ ปลาหลีฮื้อเปรี้ยวหวานโจ๊กเจินจวิน [3] สุราดีจากทะเลสาบต้งถิง [4]โดยเฉพาะอย่างยิ่งรากบัวปรุงรสแบบง่ายๆ
ทุกอย่างเป็นสิ่งที่หนานหมิงเหอชอบอย่างไม่มีข้อยกเว้น
หยวนอีย่วนดูจะรู้จักหนานหมิงเหอมากกว่าที่เขาคิด
นางไม่สนใจว่าหนานหมิงเหอจะหรี่ตาลงเพราะเรื่องนี้เพียงคุกเข่าลงแสดงความภักดีต่อเขา
หนานหมิงเหอฟังหยวนอีย่วนเล่าเรื่องราวเรื่องหนึ่ง
หยวนอีย่วนระบุตัวตนแท้จริงของหนานหมิงเหอได้ถูกต้องพูดให้เฉพาะเจาะจงกว่านี้ก็คือ นางรู้ตั้งแต่แรกเห็นหน้าแล้วว่าหนานหมิงเหอไม่ใช่หยวนชิงชิว
และนางก็รู้ด้วยว่าเยี่ยนเจาเจาไม่ใช่หยวนชิงจ้าวเช่นกันทั้งยังรู้ว่านางคือเยี่ยนเจาเจา ดวงหทัยขององค์ฮ่องเต้หญิงและองค์หญิงฉงหยาง
ทว่าหยวนอีย่วนไม่ได้รู้เพียงตัวตนของหนานหมิงเหอคนนี้ยังกล่าวถึงฐานะที่วันนี้เขายังไม่กล้าบอกแม้แต่เยี่ยนเจาเจา
ซึ่งเป็นความลับที่แม้แต่คนสนิทที่สุดของเขายังไม่ทราบ
เขาในเรื่องเล่านี้เป็นความจริง แต่ดูแตกต่างจากเขาในปัจจุบันมากจนดูเหมือนไม่จริง
หยวนอีย่วนไม่กระจ่างในสิ่งที่เขาประสบช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาแต่นางรู้ว่ามารดาผู้ให้กำเนิดหนานหมิงเหอไม่ใช่บุตรสาวอนุภรรยาตัวเล็กๆ ในจวนสกุลเยี่ยน
หยวนอีย่วนไม่รู้แน่ชัดถึงชีวิตของเขาตอนอยู่ที่สวนมวลบุปผาหอมและไม่ทราบว่าเขาทำอะไรเมื่อยี่สิบปีก่อนบ้าง
ทว่านางกลับกล้าจิกกัดเยี่ยนเจาเจาว่าไม่มีทางเป็นคู่ครองที่ดีนางจิตใจรวนเรเปลี่ยนไปรักคนอื่น
หยวนอีย่วนยังบอกเขาด้วยว่า เขาจะแยกจากกับเยี่ยนเจาเจาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าและเยี่ยนเจาเจาจะถูกฮ่องเต้คนใหม่ประทานความตายให้ตอนอายุสิบหกปี
ทั้งยังบอกหนานหมิงเหอต่อว่า เขาจะสลัดตัวตนหนานหมิงเหอทิ้งด้วยข้ออ้างเรื่องป่วยตายในอีกไม่กี่ปีนับจากนั้นก็แทบจะตัดการติดต่อกับสวนมวลบุปผาหอมขององค์หญิง และไม่กลับมาเมืองเซียงเฉิงอีก
เมื่อเขากลับมาเมืองเซียงเฉิงเยี่ยนเจาเจาก็ตายแล้ว
และเวลานั้นเองหนานหมิงเหอก็ไม่ใช่หนานหมิงเหออีกต่อไป
ยามหยวนอีย่วนเล่าเรื่องราวพวกนี้นางคุกเข่าบนพื้น เงยศีรษะขึ้นจับจ้องดวงตาส่องประกายแวววาวของหนานหมิงเหอ
นางกล่าวว่าเขามิใช่หนานหมิงเหอ แต่เป็นสิงจื่อ
คุณธรรมยิ่งใหญ่ดุจภูผาสูง เดินบนหนทางแห่งความเที่ยงตรงโปร่งใส
หยวนอีย่วนไม่แย้มพรายแซ่ของหนานหมิงเหอ แต่กลับเอ่ยนามรองของตนออกมาได้ถูกต้อง
นี่เป็นนามรองของหนานหมิงเหอจริงๆ
และหนานหมิงเหอค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีใครรู้นามรองนี้อย่างน้อยก็ในตอนนี้ เช่นเดียวกับที่ไม่มีใครทราบว่าเขาเกลียดแซ่กู้และแซ่หมิง
นามรองของหยวนชิงชิวคือสิงจื่อแค่บังเอิญประจวบเหมาะเท่านั้น
แต่หยวนอีย่วนมั่นใจในความสำเร็จของหนานหมิงเหอมากถึงขั้นบอกว่าวันหน้าเขาจะเป็นยอดคนอย่างแน่นอน ส่วนนางจะกลายเป็นมือขวาคอยช่วยเขากลับสู่จุดสูงสุด แย่งชิงทุกอย่างที่เป็นของเขาคืนมา
เหมือนกับจวนสกุลหยวนวันนี้ที่ไร้เงานายหญิงใหญ่และนายหญิงรองนายท่านทั้งสองบ้านก็ตายและถูกเนรเทศตามสมควร แคว้นต้าซีในอนาคตก็จะได้มาอย่างง่ายดายสำหรับเขาเฉกเช่นจวนสกุลหยวนในวันนี้
นางสร้างปัญหาในบ้านใหญ่ครานี้ เพราะต้องการพิสูจน์กับหนานหมิงเหอว่าตนเองมีประโยชน์อยากใช้เรื่องนี้ต่อรอง มาเป็นผู้ใต้บัญชาของหนานหมิงเหอ คอยติดตามรับใช้ข้างกายเหมือนหลานเล่อ
แม้ครั้งนี้จะพ่ายแพ้แต่หากตอนนั้นหนานหมิงเหอช่วยสนับสนุน นางย่อมกระทำสำเร็จแน่นอน
หนานหมิงเหอสมมติว่าคำพูดของนางถูกต้องก่อนถามนาง แล้วเยี่ยนเจาเจาเล่า
ประโยคนี้กระตุ้นแรงต่อต้านของหยวนอีย่วนอย่างใหญ่หลวง
นางตะโกนแทบจะกรีดร้องออกมา “นางนางตายไปนานแล้ว!”
หนานหมิงเหอครุ่นคิด
เขาสามารถคาดการณ์จากความถูกต้องแม่นยำของรายละเอียดบางอย่างว่าหยวนอีย่วนรู้สิ่งที่ผู้อื่นไม่รู้จริงๆทั้งยังหลักแหลมเกินใคร พอจะผ่านมาตรฐานผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดีคนหนึ่งได้ฉิวเฉียด
แต่หนานหมิงเหอที่นางรู้จักอาจไม่ใช่หนานหมิงเหอเบื้องหน้านางในตอนนี้
นึกถึงคำพูดสองสามคำที่ตนเคยค้นพบเกี่ยวกับหยวนอีย่วนคุณหนูหกผู้ขี้ขลาดเก็บตัว ช่วงคิมหันตฤดูปีที่แล้วเป็นไข้แดด หลังตื่นขึ้นมานิสัยก็เปลี่ยนไปมาก
ไม่เพียงพูดเก่ง ยังวางตัวฉลาดเฉลียวเพียงพริบตาก็พลิกฐานะของตนในสกุลหยวนแย่งชิงความโปรดปรานของผู้อาวุโสหยวนมู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย
หนานหมิงเหออ่านความรู้หลากหลายประเภทเพียงชั่วอึดใจก็ตระหนักได้ว่าหยวนอีย่วนน่าจะกลับชาติมาเกิด
นางเคยผ่านโลกนี้มาแล้วครั้งหนึ่งแต่ชีวิตนางอาจถูกทำลาย โชคไม่ดีที่นางกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
หนานหมิงเหอนึกถึงเยี่ยนเจาเจาที่เกาะติดและเชื่อใจตนมากหลังจากตกน้ำและจับไข้ในทันใด
หนานหมิงเหอหัวไว เขาพอเข้าใจคร่าวๆ แล้ว
นั่นหมายความว่าคำพูดส่วนหนึ่งของหยวนอีย่วนเป็นเรื่องจริงแต่บางส่วนก็พูดส่งเดชตามใจตนเอง
การคาดเดาและหยั่งรู้จิตใจผู้คนของหนานหมิงเหอละเอียดอ่อนจนน่ากลัวดวงตาเขากวาดมองหยวนอีย่วนที่คุกเข่าอยู่ปลายเท้าเพียงรอบเดียว ก็กระจ่างในหลายๆอย่าง
หยวนอีย่วนในชีวิตก่อนคงเป็นหนึ่งในผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาจริงๆ
แต่ฝีมือเดินหมากของหยวนอีย่วนไม่น่าพอใจสำหรับเขาดูจากแค่ชิงโอกาสไล่บี้นายหญิงใหญ่ให้จนมุมได้ก่อน ยังโดนพลิกสถานการณ์ชิงชัยชนะไปหยวนอีย่วนมิอาจเป็นผู้ใต้บัญชาของหนานหมิงเหอหรอก
ยิ่งกว่านั้น หนานหมิงเหอตระหนักดีว่าเขาจะไม่อดทนกับคนเช่นนี้ฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเข้ามารับใช้ใกล้ชิดหรือเป็นคนสนิทของตน
หนานหมิงเหอจึงคิดว่าคนทำตัวไม่รักชีวิตอย่างนางมีแนวโน้มมากว่าจะได้รับความสำคัญจากพวกเดนตายภายใต้กองกำลังของตนจนดำรงตำแหน่งสำคัญบางอย่าง นับเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาทางอ้อม
บางเรื่องไม่ใช่ความลับสำหรับเหล่าลูกน้องกอปรกับหยวนอีย่วนมีใจประจบสอพลอ สืบข้อมูลมาได้บ้างย่อมเป็นเรื่องปกติ
ส่วนเรื่องไฝเสน่ห์คราวก่อนก็อธิบายได้อย่างง่ายดายหนึ่งในลูกน้องเดนตายภายใต้กองกำลังของเขามีพี่ชายของหงซิ่วอยู่ไฝเสน่ห์บนหลังเจาเจาคงเผลอหลุดไปลอยเข้าหูนางเข้า
เช่นนั้นที่หยวนอีย่วนมีปฏิกิริยารุนแรงต่อเยี่ยนเจาเจาก็ประจักษ์ชัดแล้วเจาเจาอยู่ในจุดที่นางดิ้นรนทั้งชีวิตก็ไม่มีทางเอื้อมถึงหรือสมปรารถนานางจึงอิจฉาริษยาและหวาดกลัวเมื่อไม่ได้ดังใจจนลุกลี้ลุกลน
ดังนั้นนางเลยเริ่มพูดจาไร้สาระพยายามแยกเขาจากเยี่ยนเจาเจา
เยี่ยนเจาเจาจิตใจรวนเร หนานหมิงเหอเฝ้าดูแม่นางน้อยเติบใหญ่มานางไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ารักคืออะไร ไม่ต้องพูดถึงชอบพอคนอื่น หรือรักคนง่ายเลย
มิหนำซ้ำหนานหมิงเหอยังกระจ่างว่าแม่นางน้อยหัวรั้นสบายใจกับคนใกล้ชิดเหมือนบิดาของนาง
แม้นางจะเปลี่ยนไปรักคนอื่น ก็ไม่มีทางหลายใจ
นอกเหนือจากเรื่องนี้เช่นหยวนอีย่วนบอกว่าเขากับเยี่ยนเจาเจาแตกหักกันนานแล้วหนานหมิงเหอเพียงหัวเราะเยาะเท่านั้น
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยกเว้นเหตุสุดวิสัยอย่างโดนสกุลกู้บังคับเอาตัวไปต่อให้ตายเขาก็ไม่มีทางออกห่างเยี่ยนเจาเจาสักก้าว
ซึ่งอาจเป็นเหตุการณ์นี้ที่สกุลกู้ทนแรงกดดันบางอย่างไม่ไหวจึงพาตัวเขากลับไป
หนานหมิงเหอเริ่มรู้สึกโชคดีเล็กน้อย
หากไม่ใช่เพราะเยี่ยนเจาเจาที่ย้อนกลับมาแสดงความเชื่อใจและพึ่งพาเขาเขาไม่มีทางคิดตกรับอำนาจที่ควรเป็นของเขาจากทางนั้นมาเร็วขนาดนี้หรอก ชาติก่อนจึงมีความเป็นไปได้มากว่าเขาจะโดนสกุลกู้พาตัวไปในอีกหลายปีข้างหน้า
เขาย่อมรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของตนในสกุลกู้ขาดการติดต่อ ออกจากเมืองเซียงเฉิงตลอดกาลมีโอกาสมากทีเดียวเจาเจาเลยตายจากไปตอนเขาไม่อยู่ เมื่อนึกถึงตรงนี้หัวใจของหนานหมิงเหอพลันปวดแปลบ
แม่นางน้อยตัวเล็กบอบบางไม่รู้จะทำอย่างไรต้องลาจากโลกนี้ไปตามลำพังตอนที่เขาไม่อยู่
การรับรู้นี้ทำให้ใจของหนานหมิงเหอเย็นเฉียบลงในพลัน
สายตาของเขาลึกล้ำดั่งน้ำหมึกเม้มริมฝีปากแผ่วเบา มองหยวนอีย่วนตรงๆ เป็นครั้งแรก “ใครสังหารนาง?”
หยวนอีย่วนคล้ายจะคุ้นเคยกับความสนใจที่หนานหมิงเหอมีต่อเยี่ยนเจาเจาดีเลยรู้ว่า “นาง” ที่เขาเอ่ยออกมาอย่างไม่ชัดเจนคือเยี่ยนเจาเจา แม้ใบหน้าจะขุ่นเคืองไม่ยินยอมกลับยังเข้าใจคำถามของหนานหมิงเหอในทันใด
หยวนอีย่วนไม่ถึงกับโง่เขลานางรู้วิธีกระตุ้นความอยากรู้ จึงเอ่ยว่า “หากเป็นคนใต้บัญชาของคุณชายความลับนี้ย่อมบอกได้ ทว่าตอนนี้คุณชายอยู่เรือคนละลำกับข้า โปรดอภัยด้วยที่ข้าไม่อาจบอกท่านได้”
พูดตามตรง ความจริงนี่ไม่ใช่ปัญหาสักนิดและผลลัพธ์ก็ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง
หลักฐานคือหนานหมิงเหอยังไม่ได้คาดเดาว่าใครคือฮ่องเต้คนใหม่
แน่นอนเขารู้ว่าองค์ชายที่มีอายุไล่เลี่ยกับเยี่ยนเจาเจาทั้งสี่มีนิสัยอย่างไรย่อมทราบว่าผู้ใดสามารถสัมผัสบัลลังก์มังกรทองเรืองรองนั้นได้ เขาจึงแน่ใจว่าสี่คนนั้นไม่ใช่ฮ่องเต้คนใหม่
ตัวเลือกเหลืออยู่เพียงคนเดียวองค์ชายห้าที่นั่งคุกเข่าในสวนอวี้ฮวาหยวนตลอดบ่าย “เหลียงอิน”
“เหลียงอินกระมัง”
น้ำเสียงหนานหมิงเหอแผ่วเบามุมปากเจือรอยยิ้มอำมหิต
ไม่ใช่ความสงสัย แต่เป็นความมั่นใจ
หนานหมิงเหอเห็นความประหลาดใจปรากฏในดวงตาหยวนอีย่วนพลันรู้สึกว่าการพูดคุยวันนี้ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียว อย่างน้อยก็กระจ่างหลายอย่างที่เขาไม่เข้าใจในอดีต
-------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] ชาหลงจิ่ง คือ ชาเขียวที่ผลิตกันในเมืองหางโจวมณฑลเจ้อเจียง เป็นที่นิยม โด่งดัง หายากและราคาสูงที่สุด จัดเป็นชาจักรพรรดิ
[2] กระดาษซู่เซวียน หมายถึง กระดาษซวนจื่อประเภทหนึ่งซึ่งได้รับการยอมว่าดีที่สุด เหมาะสมที่สุดสำหรับการวาดภาพและเขียนตัวอักษรจะเนื้อบาง รวมทั้งดูดซึมหมึกได้ดี
[3] โจ๊กเจินจวิน หมายถึง อาหารสุขภาพที่ทำจากข้าวน้ำตาลกรวด และผลแอปริคอทเป็นส่วนประกอบหลัก
[4] ทะเลสาบต้งถิง หมายถึงหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของจีน ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมณฑลหูหนาน