
“ปีไม่ไหวแล้วทำไมรู้สึกแปลกๆแบบนี้ก็ไม่รู้ ทั้งง่วงนอน ทั้งมึนหัว ตาลายไปหมดทั้งที่ปีดื่มไม่กี่แก้ว...”
ปีวราหายใจอย่างเหนื่อยหอบพยายามควบคุมสติ ไม่ให้เลื่อนลอยจนล้มพับ แต่ดูเหมือนยิ่งฝืน หล่อนก็ยิ่งทรมานมันเป็อาการร้อนรุ่มตะครั่นตะครอ ไม่เหมือนพิษไข้ หรือมึนเมาจากแอลกอฮอล์
ทว่ามันกลับเหมือน ‘ความกระหาย’ในรสสวาท
ครั้นจะประคับประคองให้ร่างกายทรงตัวก้าวขาตามทางได้ตรง ไม่ใช่เื่ง่ายอย่างที่คิด ยิ่งเดิน ยิ่งเหมือนก้าวขาไม่ออกจนอยากจะทิ้งตัวแล้วทรุดกองลงกับพื้น
ในที่สุดก็ฝืนอาการพะอืดพะอมมาจนสุดแรงกลั้นเมื่อยชญ์โอบเอวเธอมาถึงหน้าลิฟต์ เธอหันไปมองหน้าเขา แม้จะพร่ามัวในยามมองแต่กลับรู้สึกว่าใบหน้าขาวสะอาด เกลี้ยงเกลานั้นช่างวิเศษ ราวกับเทพบุตรจนอยากจะดึงเข้ามาซุกไว้แนบลำตัว
“ใจเย็นๆนะครับ...รออีกแค่แป๊บเดียวเราก็จะไปถึงห้องพร้อมๆกัน”
เสียงเขาแม้เบาราวกระซิบแต่ปีวรากลับรู้สึกว่าน้ำเสียงนั้นช่างเหมือนเกลียวคลื่นขนาดใหญ่ม้วนตัวสูงโถมซัดเข้าหาฝั่ง ซึ่งเธอกำลังยืนโงนเงน ทรงตัวไม่อยู่
อาการอึดอัดในอก วิงเวียน คลื่นไส้จึงเกิดขึ้นฉับพลัน!
เธอสำรอกเอาสิ่งที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหารพุ่งใส่หน้าเขาเต็มรัก สิ่งสกปรกเ่าั้กระจายเลอะเทอะเปื้อนเป็คราบไล่ั้แ่คิ้วเข้มทั้งสองข้างไม่เว้นแม้แต่บนริมฝีปากหยักได้รูปของเขาจนผู้ที่รับเอาของเหลวสกปรกถึงกับทำหน้าสะอิดสะเอียน อยากจะสำรอกตามกัน
ชายหนุ่มระงับความโกรธอยากจะด่าเอาคำหยาบคายะโใส่ผู้ที่สติเริ่มรางเลือน แต่เมื่อเห็นผู้คนในละแวกนั้นกำลังมองมาเขาจึงทำได้เพียงแค่ดึงร่างของปีวราให้กระเถิบมาด้านข้างลิฟต์แล้วกำชับเสียงขุ่นเขียว
“ปีรอผมอยู่ตรงนี้...ห้ามไปไหนเด็ดขาดนะ”
ยชญ์สาวเท้าอย่างเร็วคงทั้งอายทั้งเหม็นคราบสกปรก ที่ยามนี้ไหลเปื้อนจากวงหน้าไปสู่เสื้อผ้าจนหมดสภาพ
ส่วนปีวราเมื่ออยู่ตามลำพังเธอแข็งใจฮึดเฮือกสุดท้าย ขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลมองตัวเลขที่มีไฟสีแดงวิ่งขึ้นลงตรงหน้าลิฟต์ ก่อนจะกดหมายเลขชั้น ที่เธอพักอยู่
เมื่อประตูหน้าลิฟต์เปิดออกก้าวขาไปเพียงข้างเดียว ได้แต่ยืนค้ำอยู่กับที่ ไม่ไปไหน...ประตูก็ตั้งท่าจะปิดลงให้ได้จนกระทั่งร่างกายเริ่มทานฤทธิ์ของยาในร่างกายไม่ไหว เข่าอ่อนทรุดลงไปกองที่ประตู
ฉันเป็อะไร...ทำไมทั้งง่วงแล้วก็...
ในกายหญิงสาวร้อนรุ่มระอุไปด้วย ‘ไฟเสน่หา’นึกอยากจะรับรสััด้วยความปรารถนาบางอย่าง...แต่เธอก็พยายามสะกดกลั้นมันจนถึงที่สุดถอยร่นตัวเองขยับเข้าด้านใน แม้จะอยู่ในท่านั่งกับพื้นจนสภาพชุดสีขาวสะอาดดูเปรอะเปื้อน
แต่ขณะเมื่อประตูลิฟต์กำลังปิดมือข้างหนึ่งของใครบางคนก็ยื่นเข้ามาขวางลิฟต์ไว้
...................................................................
“เป็ยังไงบ้างครับคุณ”
ปีวราหมดสภาพนั่งเหยียดขาทั้งสองข้างตรง รองเท้าถูกถอดไว้ระเกะระกะส่วนกระเป๋าสะพายตกอยู่ข้างลำตัว ตาปรือจวนจะปิด อาการสะลึมสะลืออย่างเห็นได้ชัด
เธอฝืนข่มความง่วงที่รุนแรงทุกขณะลืมตามองเ้าของเสียงตรงหน้า...แม้มันจะพร่ามัว แต่ความคมคายบนใบหน้าซึ่งคุ้นเคยในความทรงจำทำให้เธอเผลอตัวรำพึงชื่อของบุคคลผู้อยู่ในความคิดเบาๆ
“พี่สูรย์...”
คิ้วของผู้ถูกเรียกชื่อขมวดมุ่นเป็วง“คุณเรียกผมว่าอะไรนะครับ”
เขาลงนั่งยองๆเขย่าตัวเธอเบาๆ...แต่เธอก็ไม่สนองรับ ไม่อาจทานฤทธิ์ยานั้นได้แล้วศีรษะซึ่งพิงผนังจึงเอียงซบลงบนไหล่ตัวเอง จังหวะเดียวกับที่ลิฟต์เปิดออก
ชายหนุ่มจึงตัดสินใจกดลิฟต์ค้างไว้ชั่วคราวแล้วย่อตัวลงไปพยุงร่าง ‘นกปีกหัก’ ขึ้นอย่างทุลักทุเลมืออีกข้างยังไม่ลืมหิ้วรองเท้าส้นสูงปลายแหลมสีขาวติดมือออกมาด้วย
สภาพการลากสังขารฝ่ายผู้สลบเหมือดดูไม่จืด ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าขรึมจึงเปลี่ยนวิธีการประคองเป็การช้อนร่างระหงนั้นไว้เหนือท่อนแขนอันแข็งแกร่ง
ฝ่ายหญิงสาวพึมพำขึ้นขณะอยู่ในอ้อมแขน “รองเท้าฉันไปไหน...รองเท้าของฉัน”
ชายหนุ่มจึงจับรองเท้าทั้งสองข้างยัดใส่มือเธอแต่การณ์กลับเป็ว่า เมื่อรับรองเท้าไว้ในมือแล้ว เ้าตัวกลับวาดแขนทั้งสองข้างขึ้นไปคล้องรอบลำคอโดยรองเท้าคู่นั้นห้อยต่องแต่งกระทบแผ่นหลังเขา
“ตกลงคุณเป็อะไรกันแน่”
ชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนคนแปลกหน้ารำพึงอย่างสงสัย ทว่าเธอไม่ตอบคำถามใด เปิดเปลือกตาขึ้นมองหน้าเขาดวงตาฉ่ำหวานไปด้วยสิเน่หา
แล้วรองเท้าสีขาวข้างหนึ่งก็ร่วงกระทบพื้นโดยที่เขาเองก็ไม่ทันรู้!
เขาก้าวไปตามโถงทางเดินพอจำได้คลับคล้ายคลับคลา ถึงหมายเลขห้องพักหญิงสาวซึ่งเขาบันทึกจดจำไว้ในความคิดั้แ่เมื่อ่เย็น
เมื่อถึงประตูหน้าห้องพักที่เขาคิดว่าถูกต้องจึงถามหญิงสาวผู้ตกอยู่ในภวังค์ “ห้องคุณ ใช่หมายเลข 1210 ใช่ไหมครับ”
เธอยิ้มระรวย ตกอยู่ในวังวนของ ‘ยาปลุกเซ็กส์’
เมื่อไม่ตอบเขาจึงค่อยๆวางร่างของเธอลงกับพื้น “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมขอค้นการ์ดเข้าห้องในกระเป๋าสะพายคุณนะครับ”
เขาได้แต่สั่นศีรษะด้วยคิดว่าหญิงสาวผู้อยู่ในอาการป้อแป้ คงไม่สามารถตอบสนองต่อคำถามของเขาได้แม้แต่ครั้งเดียว
เขาจำใจค้นกระเป๋าสะพายข้างกายเธอหยิบคีย์การ์ดรูดที่ประตู แล้วผลักบานให้กว้าง แต่ปัญหาใหม่ติดอยู่ที่ว่าเธอไม่ยอมลุกขึ้นยืนให้ประคองร่าง คล้ายถ่วงตัวจนหนักอย่างกับหินจึงตัดสินใจช้อนร่างของเธออีกครั้ง
แล้วเธอก็แสดงอาการเช่นเดิมด้วยการคล้องรอบคอเขาไว้แน่น เมื่อร่างของเธออยู่ในวงแขนอีกครั้งกำลังเบี่ยงตัวเพื่อให้เธอไม่ขวางประตูแต่แล้วปลายเท้าเ้ากรรมของเธอก็เกี่ยวประตูที่เปิดอ้าไว้จนประตูนั้นเลื่อนมาตามแรงแม่เหล็กดึงดูดจนปิดสนิท
ความมืดภายในห้องทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงความไม่เหมาะสมเมื่อต้องอยู่กันสองต่อสองกับผู้หญิงคนหนึ่งที่สติไม่ครบสมบูรณ์เหมือน่เวลาปกติ
เขาเห็นทุกขั้นตอนที่ยชญ์ปฏิบัติกับปีวราจึงมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ว่าผู้หญิงคนนี้ถูกชายหนุ่มผู้ยืนข้างกาย ‘มอมยา’
แต่อาการที่เธอกำลังแสดงออกทำให้เขาชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่ามันคือฤทธิ์ของยานอนหลับอย่างเดียวเพราะมือเธอไม่ยอมปล่อยจากรอบคอ แม้ว่าเขาจะวางร่างของเธอไว้บนเตียงแล้วก็ตามมิหนำซ้ำเธอกลับรั้งคอของเขาให้โน้มตัวลงต่ำ อยู่ในระยะใกล้ชิด
แม้เขาจะลังเลว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเพราะไม่เคยคิดจะฉกฉวยโอกาสกับผู้หญิงที่ไหน แต่เหมือนว่าปฏิกิริยาเร่งเร้าของยาปลุกเซ็กส์ในตัวหญิงสาวกำลังกระตุ้น ‘ความ้า’
ปราการแรกที่เธอเชื้อเชิญคือ...จูบ
...........................................................จบตอนที่ 2