ตอนที่ 6 ชดใช้ในราคาสูงลิ่ว
“เ้า... เ้ามันบ้าไปแล้ว! ข้าไม่ได้กล่าวบอกไปแล้วหรือว่าเื่ที่เกิดขึ้นกับลูกสาวเ้า จะมาตำหนิลูกชายข้าไม่ได้ เป็นางเองที่ไม่ระวังแล้วหกล้ม...”
“เหลวไหล! นางมีาแเต็มร่างกาย คิดว่าข้าตาบอด มองไม่เห็นหรือไงกัน? นางไม่แม้แต่จะสามารถลุกขึ้นจากพื้นได้ หากข้าไปช้ากว่านี้อีกนิดเดียว นางคงตายไปแล้ว มาตอนนี้เ้ากลับบอกว่าจะมาตำหนิลูกชายเ้าไม่ได้... ผู้เฒ่าเฉียว ข้าจะบอกเ้าให้นะ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าหลังจากนั้นที่ต้ายาของข้าแต่งเข้าตระกูลเ้า นางไม่เคยมีชีวิตที่ดีเลย ก่อนหน้านี้ข้าเพียงคิดว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็สิ่งที่พ่อผู้ล่วงลับของนางตกลงไว้แล้ว ข้าจึงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แต่ใครกันคาดคิดว่าตระกูลเฉียวของเ้าไม่เพียงแต่ทุบตีนางอย่างไร้ปรานี ซ้ำยังคิดจะทุบตีนางให้ตายเสียด้วยซ้ำไป...”
“ไม่ พวกเราไม่ได้คิดจะทุบตีใครจนตาย”
“ไม่ได้คิดทุบตีนางให้ตายแต่ก็ทุบตีนางจนแท้ง ตอนนี้ต้องนอนอยู่บนเตียงกับตายแตกต่างกันอย่างไร? ตอนนี้ข้าเองก็เทหมดหน้าตัก ทั้งยังไม่กลัวว่าจะไปอธิบายให้พ่อของนางในปรโลกฟังไม่ได้ด้วย อย่างไรวันนี้ข้าต้องได้คำอธิบาย หากไม่มีคำอธิบายให้ข้า ไม่ว่าใครก็อย่าคิดว่าจะหลุดรอดไปได้”
"เ้า้าอะไรกันแน่?"
“พวกเ้าตระกูลเฉียวต้องสาบานต่อทวยเทพว่านับั้แ่นี้ไป จะไม่แตะต้องเซี่ยต้ายาแม้เพียงปลายเล็บ ไม่เช่นนั้น หากขนอ่อนของนางหลุดร่วงไปแม้เพียงเส้นเดียว ข้าจะมาฆ่าเ้าถึงเรือน สังหารตระกูลเฉียวของเ้าทั้งหมด และนี้เป็สิ่งที่สาสมต่อตระกูลเฉียวของพวกเ้าแล้ว”
ผู้เฒ่าเฉียวทั้งโกรธทั้งอับอาย
นางสาบานว่าจะสังหารทั้งตระกูลอะไรนั่น สตรีนางนี้เก่งกาจเสียจริง ถึงกับกล่าวบอกให้เขาสาบานเช่นนี้เชียวหรือ?
นี่เหมือนกับการขว้างศักดิ์ศรีหน้าตาของครอบครัวเฉียวลงพื้นแล้วกระทืบซ้ำ
สีหน้าของไป๋เพ่ยเพ่ยนั้นเ็า "นอกจากนี้ ข้าจะพาต้ายากลับบ้านไปดูแลเอง หากปล่อยนางไว้กับตระกูลเฉียวของพวกเ้าแล้วข้าไม่วางใจ ใน่เวลานี้ที่ต้ายากำลังรักษาตัวจากอาการาเ็ ค่าเสียเวลาทำมาหากิน ค่าใช้จ่ายในการพักฟื้นร่างกาย ค่าอาหารบำรุงร่างกาย และค่าทำขวัญ... ค่าใช้จ่ายยิยย่อยจิปาถะพวกนี้ทั้งหมด ตระกูลเฉียวของเ้าต้องเป็คนจ่าย”
ราชสีห์อ้าปากกว้าง*[1] คิดเงินกับตระกูลเฉียวอย่างไร้ปรานีเข้าเสียแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่เ็ปที่ร่างกาย ก็เท่ากับไม่รู้จักความเ็ปหรือ?
มาตอนนี้ คงรู้จักความเ็ปแล้วกระมัง?
ค่าเสียเวลาทำมาหากิน นั่นก็เพราะเซี่ยต้ายาทำให้คนจำนวนไม่น้อยต้องเสียเวลา งานทั้งหมดนี้จึงต้องคำนวณออกมาเป็เงิน และตระกูลเฉียวต้องรับผิดชอบจ่ายเงินนี้
ค่าใช้จ่ายในการพักฟื้นร่างกายคือใน่ระยะที่เซี่ยต้ายาได้รับาเ็นี้ ทั้งค่ายา ค่าหมอ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตระกูลเฉียวต้องเป็คนดูแล
ค่าอาหารบำรุงร่างกายยิ่งไม่ต้องพูดถึง เซี่ยต้ายาได้รับาเ็สาหัสย่อมต้องกินอะไรดี ๆ และได้รับการบำรุงอย่างดี ไป๋เพ่ยเพ่ยเองก็ไม่ได้้าอะไรมากมายนัก แค่ไก่หนึ่งตัวต่อเดือน ปลาหนึ่งตัวต่อหนึ่งสัปดาห์ บะหมี่วันละมื้อ...
ไม่ต้องพูดถึงว่าเซี่ยต้ายาต้องเผชิญกับความอยุติธรรมและความทุกข์ทรมานอย่างยิ่งจากตระกูลเฉียวมาเป็เวลานาน จึงต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อปลอบขวัญนาง
เมื่อนับออกมาทีละข้อ ๆ แล้ว ก่อนที่ผู้เฒ่าเฉียวจะได้ปริปากเอ่ยสิ่งใด แม่เฒ่าเฉียวก็พลันก่นด่าสาปแช่งขึ้นมาเสียก่อน "นังสารเลว ไร้ยางอาย เ้า้าจะพรากชีวิตของครอบครัวเรานี่! เด็กสาวโง่ ๆ คนหนึ่งที่ปกป้องลูกของตัวเองเอาไว้ไม่ได้ แล้วจะให้โทษใคร?”
“นางต้องโทษตัวเองที่ไม่มีชีวิตวาสนานั้น!”
“คิดจะให้พวกเราจ่ายเงินให้งั้นรึ ฝันไปเถอะ! แม้แต่แดงเดียวก็ไม่ให้!”
“ที่นางโดนทุบตีก็สมควรแล้ว!”
...
“นางสมควรได้รับมันแล้วสินะ? เช่นนั้นการที่นางถูกทุบตีจนไม่สามารถปกป้องลูกในท้องได้ก็สาสมแล้วเหมือนกันใช่หรือไม่?” เมื่อไป๋เพ่ยเพ่ยได้ยินดังนั้น หญิงสาวไม่พูดพร่ำ สะบัดแขนออกจากมือของป้าหลิว แล้วคว้าม้านั่งซึ่งข้าง ๆ ขึ้นมาทันที "วันนี้ข้าจะแสดงให้เ้าดูว่าอะไรที่เรียกว่าไม่สามารถปกป้องลูกของตัวเองได้นั้นเป็สิ่งที่นางสมควรได้รับ ข้าอยากจะเห็นจริง ๆ ว่าตระกูลเฉียวของเ้าจะมีความสามารถปกป้องไอ้สารเลวเฉียวเล่อเซิงนี่ได้สักเท่าไหร่เชียว"
ไม่นะ! ก่อนที่ม้านั่งจะถูกเหวี่ยงลงมา แม่เฒ่าเฉียวก็กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวพร้ะโกนว่า "นางจะฆ่าคนแล้ว!"
เฉียวเล่อเซิง ลูกชายคนรองของตระกูลเฉียวนั้นขาหักจึงไม่อาจวิ่งหนีได้ จึงได้แต่กอดขาของแม่เฒ่าเฉียวเอาไว้ "ท่านแม่ ช่วยด้วย! ท่านแม่! ช่วยข้าด้วย!"
เขาไม่ได้ปริปากเลยสักคำ แล้วเหตุใดถึงเป็เขาที่ต้องเจ็บตัวอยู่ร่ำไป?
ฮึก ฮือ ฮือ...
คนในตระกูลเฉียวที่เหลือต่างขาสั่น พวกเขาร้องะโซ้ำ ๆ ว่า "หยุดนาง!"
"รีบขวางนางสิ!"
"รีบหยุดนางเอาไว้!"
แน่นอนว่าพวกตระกูลเฉียวเองก็ไม่กล้าก้าวออกมา ที่ะโนั่นก็ะโบอกคนอื่น
คนของหมู่บ้านซานเอาเห็นอย่างนี้แล้วไหนเลยจะกล้าเข้าไป แต่เป็ป้าหลิวที่หาญกล้า นำชาวบ้านของหมู่บ้านหนิงซานไปกอดพื้นกอดแขน ดึงม้านั่งลง จนในที่สุดก็สามารถนำม้านั่งให้หลุดออกจากมือของไป๋เพ่ยเพ่ยได้
ป้าหลิวจะเป็บ้าอยู่แล้ว “ตระกูลเฉียวของพวกเ้าสมองกลับไปแล้วหรืออย่างไร? กว่าข้าจะเกลี้ยกล่อมนางได้นั้นไม่ง่าย พวกเ้าจะพูดคุยกับนางดี ๆ ไม่ได้เลยหรือไง?”
“หากพวกเ้าไม่้าจะพูด ก็สู้กันเองแล้วกัน ข้าไม่สนแล้ว!”
“หากโดนทุบตีจนตายนั่นก็เป็เื่ของพวกเ้า ไม่เกี่ยวกับข้า!”
พวกตระกูลเฉียวพลันหวาดกลัวขึ้นมาจนทนไม่ไหว กลัวว่าป้าหลิวจะปล่อยมือไม่สนใจ จึงรีบรับรองว่าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก
พวกเขาพากันเบนเข็มมาตำหนิแม่เฒ่าเฉียวที่กวนน้ำให้ขุ่นโดยรู้ทั้งรู้ว่าไป๋เพ่ยเพ่ยกำลังบ้าดีเดือดอยู่ในตอนนี้ แต่กลับไปพูดยั่วยุนางเสียอย่างนั้น นี่ไม่ใช่ว่ารนหาที่ตายหรืออย่างไร?
โดยเฉพาะเฉียวคนรอง เฉียวเล่อเซิงที่อยากจะร้องไห้ "ท่านแม่ ข้าขอร้องล่ะ ท่านเงียบปากเสียที! หากท่านยังปริปากเอ่ยอีก เห็นทีว่าลูกชายของท่านคงได้ลาโลกนี้แล้ว!"
ทั้งยังหันหน้าไปขอร้องผู้เฒ่าเฉียวและเฉียวเล่อเฉิง ผู้เป็พี่ใหญ่ด้วย “ท่านพ่อ พี่ใหญ่ ข้าขอร้องท่าน ช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากตาย...”
“ผู้หญิงคนนี้นางบ้าไปแล้ว พวกท่านอย่าไปหาเื่นาง!”
“ไม่ว่านางจะพูดอะไร พวกท่านก็รับปากไปเสีย ข้าขอร้องล่ะ หลังจากนี้ข้าจะเป็วัวเป็ม้าให้พวกท่านเอง”
...
พูดน่ะง่าย แต่อีกฝ่ายเรียกเงินตั้งมากมายถึงเพียงนั้น แม้จะทุบทำลายบ้านทั้งหลังพวกเขาก็ไม่มีเงินมากถึงขนาดนั้นอยู่ดี เฉียวคนโต เฉียวเล่อเฉิงพลันปวดฟันขึ้นมาพักหนึ่ง ตอนนี้เขาเกลียดน้องชายคนนี้นัก
เ้าบอกว่าทุบตีภรรยาก็เื่หนึ่ง แล้วเหตุใดต้องทุบตีจนถึงขั้นทำให้นางเสียลูกในท้องไป?
มาตอนนี้ยิ่งแย่ คนอื่นมาเคาะประตูถึงเรือนแล้วสิ?
"ข้าไม่ยอม!"
“ท่านพี่ ข้าขอร้องล่ะ...”
“เ้าขอร้องข้าไปก็ไร้ประโยชน์ ตระกูลเฉียวไม่ใช่เ้าเพียงคนเดียว แล้วทำไมคนทั้งตระกูลเฉียวต้องมาจ่ายค่าชดเชยนี้ให้เ้าด้วย? ถึงชดใช้ไปมันก็เพื่อเ้าคนเดียว” เฉียวคนโต เฉียวเล่อเฉิงกล่าวว่า "ท่านพ่อ ข้าไม่สน ถ้าท่าน้าจ่ายเงินให้เ้ารอง ได้ แต่ท่านต้องใช้เงินของท่านเองจ่ายให้เขาไป แต่หากท่านกล้าใช้เงินในส่วนที่เป็ของข้าจ่าย ในอนาคตก็อย่ามาโทษว่าข้าอกตัญญูต่อท่านแล้วกัน ข้าเป็ลูกชายคนโต เมื่อก่อนนี้คนที่คอยดูแลท่านและท่านแม่มาก็คือข้า!”
เจิงชุ่ยชุ่ย สะใภ้ใหญ่ของตระกูลเฉียวเองก็มีปฏิกิริยาโต้ตอบ โดยมีจุดยืนเช่นเดียวกับผู้เป็สามี "ใช่ ท่านพ่อ ท่านแม่ ในวันข้างหน้าคนที่จะคอยเลี้ยงดูท่านก็คือข้าและเล่อเฉิง หากพวกท่าน้าจะจ่ายเงินชดเชยนี้จริง ๆ แล้วบ้านหลังใหญ่ของพวกเราจะทำอย่างไร? ท่านลองคิดถึงหลาน ๆ ดูสิ...”
ก่อนหน้านี้ไม่นานพวกเขาสามพ่อลูกยังร่ำสุราด้วยกัน สองพี่น้องรักใคร่กลมเกลียว ทว่าเพียงพริบตา เขากลับถูกพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเองแทงข้างหลัง สีหน้าของเฉียวคนรอง เฉียวเล่อเซิงนั้นแทบไม่อยากเชื่อ
“ท่านพี่ ข้าเป็น้องชายแท้ ๆ ของท่านนะ!”
ผลคือทันทีที่เปิดปากเอ่ย เฉียวเล่อเฉิง เฉียวคนโตก็กล่าวขึ้นมาทันควัน "เ้าเป็น้องชายแท้ ๆ ของข้า ข้ามีอะไรกิน เ้าเองก็ต้องได้กินไม่น้อยไปกว่ากัน แต่การที่เ้าจะให้ทั้งครอบครัวมาจ่ายเงินชดเชยให้เ้า เช่นนั้นก็แน่นอนว่าไม่ได้ เ้าต้องคิดถึงความยากลำบากของข้าด้วย ข้ามีลูกชาย มีลูกสาว ทั้งยังมีพ่อแม่ที่แก่เฒ่าต้องเลี้ยงดู การจะจ่ายเงินทั้งหมดนี้ให้เ้าย่อมเป็ไปไม่ได้...”
สีหน้าท่าทางของผู้เฒ่าเฉียวนั้นดูลำบากใจ ยังคิด้าหารือเื่นี้กับไป๋เพ่ยเพ่ยดูว่าพอจะจำนวนเงินลดลงอีกได้หรือไม่
ไป๋เพ่ยเพ่ยหัวเราะเยาะ “ให้ถูกกว่านี้งั้นรึ? ยามที่ลูกชายของเ้าทุบตีลูกสาวของข้า เหตุใดไม่รู้จักกล่าวบอกให้หยุดและไม่ปล่อยให้เขาลงมือบ้างเล่า? ต้ายาของข้าต้องผ่านความทุกข์ทรมานเช่นนี้มา ร่างกายของนางบอบช้ำไปหมดแล้ว ไม่รู้ด้วยว่านางยังมีลูกได้อีกหรือไม่ นางโดนลูกชายของเ้าทำร้ายเสียจนต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ้าเงินมากหน่อยจะเป็อะไรไป? ข้าเองก็อยากให้ต้ายามีเงินไว้ใช้ยามแก่เฒ่าเช่นกัน”
ผู้เฒ่าเฉียว "นี่... นี่มันมากเกินไปแล้ว! เ้าทำเช่นนี้ แล้วเราจะอยู่ต่อไปได้ยังไง? เ้าทำให้เื่ราวใหญ่โตถึงเพียงนี้ ต่อไปลูกชายข้าเกลียดนางขึ้นมา แล้วตระกูลเฉียวของเราจะยอมรับนางได้อย่างไร?”
*[1] ราชสีห์อ้าปากกว้าง เปรียบเทียบถึงราคาที่มีมูลค่าสูงเกินไป หรือความ้าที่มากเกินไป