หลิงอี้ไม่พูดไม่จาตลอดทางกลับบ้านเมื่อมาถึงคอนโดฯ เขาเดินขึ้นห้องบอกแค่ว่าวันนี้ไม่ต้องสั่งอาหารเย็นให้ผม (คุณไม่ทานอะไรสักหน่อยเหรอคะ) ไม่กิน!! เสียงกระแทกฝีเท้า...ปิดประตูห้องนอน้าดังปัง หนิงเหอได้รู้จักหลิงอี้ชัดเจนในอีกหนึ่งแง่มุมนั้นก็คืออย่าทำให้เขาโกรธ
ดูภายนอกหลิงอี้เหมือนเห็นคนน่ารักยิ้มง่าย อารมณ์ดี ไม่มีทางโกรธใครได้บนโลกนี้ต่อไปหนิงเหอคงต้องระวังให้มากไม่ควรขัดคำสั่งเขาหรือทำให้โกรธเพราะดูแล้วหลิงอี้เวลาที่เขาเกลียดใครเขาดูเป็คนฝังใจ ไม่ยอมให้อภัยใครง่ายๆ เป็แน่ว่าแต่!! นายเจียวเจี๋ยคนนี้ทำอะไรกัน ถึงทำให้คนอย่างหลิงอี้เกลียดช่างเขาได้ขนาดนี้กันนะหนิงเหอเก็บความสงสัยนั้นไว้ รอวันไหนสบโอกาสจะต้องถามเอาความจริงเื่นี้จากจี้เฉินให้ได้
หนิงเหออาบน้ำเสร็จก็รู้สึกหิวเดินออกจากห้องเพื่อหยิบแอปเปิลในตู้เย็นมาปอกกิน ห้อง้ามีเสียงเพลงดังเบาๆออกมาจากห้องของหลิงอี้ (เขาไปขี่ม้าออกกำลังกายเหงื่อออกขนาดนั้นแล้วไม่ยอมกินอะไร ร่างกายจะทนไหวจริงหรือ)
หนิงเหอคิดว่าตอนนี้เขาน่าจะอารมณ์เย็นลงบ้างแล้วหาอะไรให้เขากินหน่อยจะดีกว่า ฉันไม่รู้ว่าเขาชอบกินผลไม้อะไรจึงปอกผลไม้ที่อยู่ในตู้เย็นหลายๆ อย่างรวมกัน จัดใส่กล่องแล้วเอาไปวางไว้ที่บรรไดหนิงเหอเดินกลับเข้าห้องหยิบมือถือส่งวีแชทไปหาหลิงอี้ (ฉันรู้ว่าคุณอารมณ์ไม่ดี แต่อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวเลยนะคะฉันปอกผลไม้ใส่กล่องวางไว้ที่บันได ทานสักหน่อยพรุ่งนี้เช้าจะได้มีแรงออกกำลังกาย)
หลิงอี้อ่านข้อความในวีแชทที่หนิงเหอส่งมาเขารู้สึกผิดกับหนิงเหอขึ้นมาทันทีเขาไม่น่าแสดงท่าทางไม่ดีแบบนั้นใส่คนที่ไม่ได้รู้เื่รู้ราวอะไรด้วยอย่างหนิงเหอเอาจริงๆ ที่เขาโกรธหนิงเหอที่ทำท่าทีสนิทสนมจับมือกับเจียวเจี๋ยคนที่เขาเกลียดหรือโกรธตัวเองกันแน่ เขาหวงแหนมือเรียวนั้นที่เคยลูบเช็ดเหงื่อบนหน้าเขาบนรถในวันที่พาเขาไปส่งที่โรงพยาบาลมือนั้นควรเป็ของเขาคนเดียวต่างหาก!!
“ขอบคุณ เดี๋ยวผมลงไปเอา”
หนิงเหอเห็นข้อความที่ตอบรับน้ำใจ ก็รู้สึกค่อยสบายใจขึ้นหน่อยเปิดดูตารางงานของหลิงอี้ในวันพรุ่งนี้ พรุ่งนี้เช้าตอน10.00หลิงอี้มีนัดไปฟิตติ้งชุดงานถ่ายแบบโฆษณาชุดกีฬาเลือกโทนการแต่งหน้าในวันถ่ายจริง หนิงเหอส่งข้อมูลงานของวันพรุ่งนี้ให้หลิงอี้ทางวีแชท“พรุ่งนี้ ออกกำลังกายเสร็จก็อาบน้ำกินข้าวออกจากบ้าน 9.00 น. รบกวนส่งต่อให้จี้เฉินด้วย ขอบคุณครับ” รับทราบค่ะ
หลังจากออกกำลังกายหนิงเหอไม่รู้สึกปวดเนื้อปวดตัวเหมือนวันแรก อาจเป็เพราะร่างกายปรับสภาพได้หรือไม่ก็เกิดจากที่มีครูคนใหม่เป็ผู้หญิงเหมือนกันจึงไม่ได้ให้ทำท่าออกกำลังกายที่หนักเกินไปสำหรับหนิงเหอ “วันนี้ดูคุณจะมีความสุขกับการออกกำลังกายดีนะ” ใช่ค่ะ คงเป็เพราะได้ครูฝึกเป็ผู้หญิงไม่โหดร้ายกับฉันเหมือนครูฝึกผู้ชาย “อย่างนั้น...ผมคงต้องเตือนครูฝึกคนใหม่ของคุณซะแล้วฝึกแบบนี้เมื่อไหร่คุณจะแข็งแรงขึ้น”
นี้คุณหวังดีกับฉันจริงๆหรืออยากแกล้งฉันกันแน่ “ผมต้องหวังดีกับคนของผมอยู่แล้วผมจะไปแกล้งคุณทำไม” ชายหนุ่มเน้นเสียงตรงคำว่าคนของผม (ฉันว่าค่อยเป็ค่อยไปดีกว่าไหมคะรอให้ร่างกายฉันปรับสภาพได้ก่อน ค่อยออกท่าที่หนักขึ้น) “ก็ได้ ผมจะไม่ไปก้าวก่ายครูฝึกสอนของคุณแต่ถ้าต่อไปผมเห็นคุณหกล้มอีก ผมจะเปลี่ยนครูฝึกทันที!!” เกือบจะดีแล้ว...ผมจะไม่ก้าวก่าย! สุดท้ายก็เผด็จการเหมือนเดิม
ภารกิจ่เช้าเสร็จออกจากคอนโดมุ่งหน้าตรงไปที่บริษัทลูกค้า วันนี้ไม่ได้มีเหล่าบรรดาแฟนคลับตามมาเนื่องด้วยงานแบบนี้มักเป็ความลับระหว่างสตูดิโอชีชวนกับลูกค้าเท่านั้นหลิงอี้ได้รับการต้อนรับเป็อย่างดีจากลูกค้า พวกพนักงานสาวๆ พากันแอบกรีดหลิงอี้ด้วยความที่เขาดูเป็กันเองกับทุกคน งานทุกอย่างดูราบรื่นผ่านไปได้ด้วยดี อีก2วันพบกันวันถ่ายจริงนะคะ คุณหลิงอี้ หลิงอี้โค้งตัวแสดงความเคารพทุกคนก่อนกลับเป็ภาพที่ทุกคนประทับใจในตัวเขา “วันนี้มารบกวนทุกคนขอบคุณนะครับที่ให้ความร่วมมือ และยังดูแลผมเป็อย่างดีพบกันอีกครั้งวันถ่ายงานครับ”
วันนี้งานเสร็จเร็วกว่าที่คิดไว้หลิงอี้บอกว่าวันนี้เขาอยากกินข้าวนอกบ้าน หนิงเหอหาร้านอาหารแถวนี้ดูร้านไหนที่มีห้องส่วนตัวก็จองร้านนั้นได้เลย จะดีเหรอคะ คุณจะทานข้าวสะดวกเหรอปกติเห็นคุณชอบนั่งทานข้าวคนเดียว หลิงอี้คิดในใจเพราะคุณนั่นแหละหนิงเหอทำให้ผมต้องนั่งกินข้าวคนเดียว“ก็นี้ไงผมถึงให้จองห้องที่เป็ห้องส่วนตัวผมทานในห้องกับจี้เฉินส่วนคุณนั่งข้างนอก!!”หนิงเหอไม่เข้าใจเขาเอาซะเลย ทำไมถึงกินข้าวร่วมโต๊ะกับฉันไม่ได้นายมันสูงส่งมาจากไหนกัน หนิงเหอกำลังจะเอ่ยปากถาม“ไม่ต้องพูดมากผมหิวทำตามที่ผมบอก”
ั้แ่หนิงเหอมาอยู่ด้วยหลิงอี้ไม่ค่อยได้ทานข้าวนอกบ้าน เพราะไม่อยากให้หนิงเหอเห็นเขาเวลากินข้าว หลิงอี้เป็คนกินข้าวเร็วมากเสียงดังเวลาซูดอาหารเข้าปาก มันเป็วัฒนธรรมของคนจีนที่ติดตัวเขามาั้แ่เกิดเขากลัวว่าหนิงเหอจะรังเกียจเวลาเห็นเขากินข้าวเขารู้สึกอาย...เป็เื่ที่เขาไม่อยากให้หนิงเหอรู้มากที่สุด จึงหลีกเลี่ยงการร่วมโต๊ะกินข้าวกับหนิงเหอมาโดยตลอด
ร้านอาหารมีห้องส่วนตัวให้แขกเขาไปรับประทานส่วนใหญ่โต๊ะจะเป็แบบห้องที่สามารถนั่งได้ 10คนหลิงอี้เดินเข้าไปในห้องที่จองไว้จากนั้นก็สั่งพนักงานบริการว่าช่วยหาโต๊ะด้านนอกคุณผู้หญิงท่านนี้ด้วย เชิญ!คุณหนิงเหออยากทานอะไรก็สั่งเต็มที่มื้อนี้ผมจ่ายเอง“มาๆ จี้เฉินวันนี้นายอยากกินอะไรสั่งมาได้เลย” เมื่อสั่งอาหารเสร็จจี้เฉินจึงถามพี่ชายด้วยความสงสัย(ทำไมพี่ถึงไม่ให้หนิงเหอทานข้าวร่วมโต๊ะกับเรา ทำแบบนี้ไม่น่าเกลียดเกินไปเหรอครับเธอเป็ผู้หญิงเราควรให้เกียรติเธอนะครับ) “หนิงเหอเขาเป็แค่ลูกจ้าง” (ผมก็เป็ลูกจ้างพี่เหมือนกันทำไมผมถึงมีสิทธิ์มากกว่าเธอ)“ก็นายเป็น้องชายฉันจะไปเหมือนกันได้ไง”
(หลิงอี้! เราเป็พี่น้องกันผมรู้จักนิสัยพี่ดีพี่ไม่เคยทำตัวเ้ายศเ้าอย่างกินข้าวร่วมกับลูกจ้างไม่ได้ กับแม่บ้านผมยังเห็นพี่ร่วมนั่งทานได้หน้าตาเฉยพูดความจริงมา! ทำไมถึงไม่ให้หนิงเหอนั่งทานข้าวด้วยกัน) “จี้เฉินนายนี้มันจริงๆ เลย” คือพี่....(พี่เป็อะไรพูดมา) “พี่อายหนิงเหอ....พี่ไม่อยากให้หนิงเหอเห็นเวลาพี่กินข้าว” จี้เฉินะเิหัวเราะเสียงออกมาดังลั่น “นายหยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้เลยนะ...ฉันซีเรียสอยู่” (คิดมากไปหรือเปล่าพี่ หนิงเหอถึงจะเป็คนไทยแต่เธอก็มาอยู่เมืองจีนหลายปีแล้วไม่ได้มีพี่เป็คนจีนคนแรกที่กินข้าวต่อหน้าเธอสักหน่อย)
“นายห้ามบอกหนิงเหอเป็อันขาด...ไม่อย่างนั้นฉันจะตัดพี่ตัดน้องกับแก” ได้ๆ (พูดไปกั้นหัวเราะไป) ผมไม่บอกหนิงเหอก็ได้ผมถามหน่อยพี่จะหลบหน้าไม่ทานข้าวกับหนิงเหอไปตลอดได้จริงๆ เหรอครับ “มันเื่ของฉันนายไม่ต้องยุ่ง”
หนิงเหอนั่งทานข้าวอยู่ด้านนอกเพียงลำพังฉันมีอะไรน่ารังเกียจ ทำไมเขาถึงไม่ยอมนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะมันต้องมีอะไรมากกว่านั้น เขาทำแบบนี้กับฉันที่บ้านยังพอเข้าใจได้ว่าอยู่ร่วมบ้านกันสองคนชายหญิง เขาจึงไม่อยากทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมมากเกินไปควรเว้นระยะห่างไว้ตามกฎ 5ก้าว แต่นี่มันเป็การกินข้าวนอกบ้านที่มีจี้เฉินร่วมโต๊ะด้วยไม่ได้กินกันแค่สองต่อสองเขาจะกลัวอะไร นั้นสิ...กลัวอะไร??