ปีครองราชย์ ที่ 2 เดือน 5รัชสมัย เต๋อจง
"แกตายยยย ข้าจะฆ่าเ้า"
ผัวะ
ร่างบอบบางของหญิงสาวพุ่งกำปั้นเข้าใส่ร่างสูงใหญ่ที่สวมชุดสีดำหรูหราตรงหน้าอาจเพราะใกับการใช้กำลังกะทันหันหรือเพราะยอมรับว่าอีกฝ่ายเป็สหายที่ตายไปแล้วแต่ตอนนี้กลับกลายเป็ว่ายังมีชีวิตอยู่ในร่างของสตรีผู้หนึ่งเขาถึงได้ยอมรับกำปั้นแต่โดยดี
หวังจิ้งเห็นเหตุการณ์ในศาลาก็รีบเข้ามาแยกตัวสตรีแปลกหน้าที่ตอนนี้กำลังรัวกำปั้นใส่นายท่านของเขาอยู่ซึ่งตนไม่เข้าใจนัก ทำไมนายท่านถึงได้ยอมให้สตรีคนนี้ประทุษร้ายได้แต่เมื่อเห็นนายท่านส่งสายตาและส่ายหัวไม่ให้องครักษ์เข้ามายุ่งเขาก็ได้แต่ถอยออกมามองสถานการณ์อยู่เงียบ ๆ
อี้เหิงที่ตอนนี้กำลังสติแตก น้ำตาไหลปล่อยหมัดใส่ร่างสูงใหญ่ที่ตอนนี้นอนแผ่หลา ยอมให้ตนชกแต่โดยดีเมื่อเห็นว่าชกไปอีกฝ่ายก็ไม่เจ็บไม่คันเพราะร่างของฮั่วอี้หรานแรงน้อยเหลือเกินก็สะบัดหน้าฉุนเฉียวปากเอ่ยขึ้นมาว่า
"คราวนี้เ้ากับทำข้าแรงนักนับแต่นี้ไปถือว่าเราทั้งสองคนไม่รู้จักกันเถิด"พูดเสร็จก็ก้าวเดินออกไปจากศาลาโดยไม่มองบุรุษที่ยังคงนอนอยู่ในศาลาสักนิดเดียว
เกิดความเงียบสงบขึ้นภายในศาลาเวลาผ่านไปสักพักร่างสูงทซึ่งนอนคิดเื่ราวที่เกิดขึ้นก็ขยับตัวลุกขึ้นมานั่งริมฝีปากขยับยกยิ้ม จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาเหมือนกับเจอเื่น่ายินดีเป็อย่างมาก ตากวาดมองรอบบริเวณสายตาสะดุดเข้ากับกิ่งดอกอิงฮวาที่อี้เหิงทิ้งเอาไว้เพราะอารมณ์โมโหมือหนายื่นไปหยิบขึ้นมา
"หวังจิ้งเ้ารีบไปสืบหาประวัติของสตรีสกุลฮั่วมาให้ข้าเื่เล็กน้อยไปั้แ่ตอนนางเกิดด้วย"
"ขอรับ นายท่าน"หวังจิ้งรับคำสั่งอย่างประหลาดใจ นึกสงสัยว่าตนกำลังฝันอยู่หรือเปล่าทำไมวันนี้นายท่านของตนถึงได้ทำตัวผิดแปลกไปจากปกติ เมื่อกี้ตนได้ยินเสียงหัวเราะแม้เขาจะเป็องครักษ์ข้างกายก็ยังได้ยินน้อยครั้งนักยังนึกว่าตนหูฝาดไหนจะเื่ที่ให้ไปสืบเกี่ยวกับสตรีผู้นั้นเหมือนกัน คิดแล้วก็น่าสงสัยขึ้นไปอีก
เมื่อเสร็จเื่ราวตนก็เดินตามนายของตนกลับจวนแต่หวังจิ้งก็สังเกตเห็นมือของนายท่านถือกิ่งดอกอิงฮวาติดออกมาด้วยไม่ใช่แค่องครักษ์ที่เห็นแต่ผู้คนที่มาร่วมงานเลี้ยงของจวนสกุลจางต่างก็เห็นอันอ๋องถือกิ่งดอกอิงฮวาออกจากงานเลี้ยงเหมือนกันทำให้บรรยากาศภายในงานเปลี่ยนไปทันทีคนในงานต่างตามหาเ้าของกิ่งดอกอิงฮวากิ่งนั้น ใครกันใครที่อันอ๋องผู้ถือตัวและหยิ่งทระนงนั้นชอบพอถึงกับยอมจับคู่บุปฝาด้วย!!!เป็ข่าวดังที่เกิดขึ้นในเมืองชั่วข้ามคืนแม้แต่ฮ่องเต้หนุ่มยังสนพระทัย
ข้าอยู่ที่นี่
คนที่เมืองหลวงกำลังตามหาตัวอยู่ตอนนี้กำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียงมาสามวันแล้ว ถ้าเทียบกับครั้งก่อนตอนที่ตื่นขึ้นมาแล้วอยู่ในร่างของฮั่วอี้หรานกับตอนนี้ที่รู้ว่าร่างกายของตนถูกเผาไปเสียแล้วเื่หลังทำเอาเขาไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ความหวังที่จะได้กลับเข้าร่างเดิมสูญสลายหายไปเสียแล้วยิ่งนึกถึงน้ำตาก็พานจะไหล ตอนนี้อี้เหิงรู้สึกว่าตนอ่อนแอยิ่งนักหลังจากเหตุการณ์ที่หมู่บ้านซื่อฉิงเขาไม่เคยร้องไห้อีกเลยหรือเพราะตอนนี้เขาอยู่ในร่างของฮั่วอี้หรานเลยมีนิสัยขี้แยก็เป็ได้นึกปลอบใจตัวเองอย่างท้อแท้
"ท่านจะแค้นเคืองข้าหรือไม่คุณหนูฮั่ว" อี้เหิงเอ่ยแ่เบาจากนั้นก็อดรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าิญญาของฮั่วอี้หรานอาจจะวนเวียนรอบ ๆ ร่างของตนก็เป็ได้
"คุณหนูท่านลุกขึ้นมาทานอาหารสักหน่อยเถิดนะเ้าคะ"น้ำเสียงของฮุ่ยเจียงดังขึ้นมาอย่างขอร้อง
ั้แ่วันที่ไปงานเลี้ยงบุปฝาของจวนสกุลจางคุณหนูของนางก็มีอาการล้มป่วยจนลุกไม่ขึ้น ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าฮั่วตกอกใยิ่งนัก
"ตอนเช้ายังดี ๆ อยู่ไม่ใช่เรอะทำไมถึงป่วยขึ้นมาอีกได้" ฮูหยินผู้เฒ่าฮั่วถาม
"ข้าคงโดนอากาศเย็นเข้าน่ะเ้าค่ะ"อี้เหิงตอบเสียงอ่อนเหมือนราวกับไม่มีแรงที่จะใช้ชีวิตอยู่อีกแล้ว
"ช่างเถอะ ๆ ให้หมอมาดูอาการป่วยคงจะดีขึ้น"
ชิงชิงน้อยนั่งมองดูพี่ใหญ่ของนางอยู่ข้างเตียงก็ถูกกันออกจากห้องไปเพราะฮูหยินผู้เฒ่าฮั่วกลัวนางติดอาการป่วยตามพี่สาวเมื่อหมอมาตรวจแล้วพบว่าไม่ได้เป็อะไรมากนัก ฮูหยินผู้เฒ่าฮั่วก็วางใจกลับเรือนไป
ฮุ่ยเจียงนึกถึงวันที่เกิดเื่วุ่นวายขึ้นแท้จริงแล้วนางเห็นคุณหนูของนางเข้าไปนั่งในศาลากับบุรุษผู้หนึ่งจากนั้นทั้งสองก็เดินหมากกันนางเห็นว่าไม่ค่อยเหมาะสมนักจะเดินเข้าไปหาคุณหนูแต่ก็ถูกองครักษ์หน้าตายผู้หนึ่งขวางไว้ นางพยายามบอกว่าตนเป็สาวใช้ของสตรีที่อยู่ในศาลา แต่องครักษ์ผู้นั้นก็ไม่ฟังจนกระทั่งนางเห็นคุณหนูลงไม้ลงมือกับบุรุษในศาลาผู้นั้นองครักษ์ที่ขวางทางนางถึงได้ผละออกไป ฮุ่ยเจียงรีบเดินตามหลังใหญ่เมื่อไปถึงก็ได้ยินประโยค
จากนี้ไปถือว่าเราทั้งสองไม่รู้จักกันเถิด
ฮุ่ยเจียงใยิ่งนักคุณหนูของนางแอบชอบพอกับบุรุษผู้นี้รึเนี่ยแต่คุณหนูของนางสูญเสียความทรงจำไปไม่ใช่รึ หรือว่าคุณหนูจะเริ่มจดจำได้บ้างแล้วสาวใช้คิดอย่างยินดีแต่ก็ต้องใเป็อย่างมากเมื่อเห็นคุณหนูของนางเดินออกจากศาลาพร้อมใบหน้าที่มีน้ำตาแห่งความเสียใจ
เมื่ออี้เหิงเห็นสาวใช้ของตนก็ชะงักเล็กน้อยบอกกับฮุ่ยเจียงว่า
"ข้าจะไม่กลับเข้าไปในงานเลี้ยงแล้วเ้ารีบไปแจ้งจางซีซวนแล้วพาชิงชิงน้อยออกมา ข้าจะไปรอที่รถม้า" อี้เหิงเอ่ยด้วยเสียงเครือ
ถึงแม้จะยังใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่เพราะฮุ่ยเจียงได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี นางก็รีบทำตามคำสั่งที่ได้รับทันทีพอกับถึงจวนคุณหนูของนางก็ล้มป่วยไข้ขึ้นอย่างกะทันหันเหมือนเจอเื่ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก แล้วนี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วอาการของคุณหนูน่าจะดีขึ้นแล้วนี่นา
ฮุ่ยเจียงมองเห็นคุณหนูที่นอนอยู่บนเตียงผลุดลุกขึ้นมากะทันหันทำให้ฮุ่ยเจียงใเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นว่าเ้านายสาวเดินไปยังโต๊ะอาหารแล้วหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบข้าวก็ทำสีหน้าดีใจเป็อย่างยิ่ง
ที่จริงอี้เหิงมีอาการป่วยแค่วันเดียวเท่านั้นอีกสองวันเขาแค่รู้สึกปวดใจจนไม่มีแรงลุกขึ้นมาเฉยๆ แต่ในเมื่อมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เขากลับร่างตนเองไม่ได้เพราะร่างกายถูกโดนเผาไปแล้ว เขาคงไม่มีปัญญาทำอะไรได้อีกิญญาของฮั่วอี้หรานก็อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ถึงนอนคิดมากไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเมื่อปลงตกได้แล้วก็ลุกมาทานข้าว
หลังจากหายป่วยครั้งนี้อี้เหิงก็เริ่มทำความคุ้นเคยกับครอบครัวสกุลฮั่วอีกครั้งครั้งนี้เขาตั้งใจมากกว่าครั้งก่อนเพราะตัวเขาอาจต้องอยู่ในร่างของฮั่วอี้หรานตลอดชีวิตก็เป็ได้หลังจากวันนั้นเป็ต้นมาหากวันไหนเขาว่างเขาจะไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าฮั่วเพื่อแสดงความกตัญญูอย่างนอบน้อมชิงชิงน้อยตอนนี้ก็ติดเขาแจยิ่งนักเพราะพี่ใหญ่ของนางประดิษฐ์ของเล่นใหม่ ๆมาให้นางทุกวัน วันเวลาที่ผ่านไปอย่างเรียบง่ายแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
จนกระทั่งวันหนึ่ง
อี้เหิงนั่งจ้องจดหมายที่ถูกส่งมาจากสาวใช้นางหนึ่งที่ชื่ออาจิงเขาจำได้ว่านางเป็คนดูแลสวนดอกไม้ในเรือนที่พึ่งรับเข้ามาใหม่นางแสดงหยกสีนิลพร้อมกับจดหมายให้เขาดู หยกสีนิลเป็สิ่งที่องครักษ์ของอันอ๋องต้องพกติดตัวทุกคนเขารับจดหมายมาและนั่งจ้องมันมาครึ่งชั่วยามแล้วั้แ่วันที่เขาประกาศตัดขาดกับอันอ๋อง เขาก็ไม่สนใจสืบข่าวคราวภายนอกอีกเลยใช้ชีวิตอย่างสบายใจอยู่ภายในจวนสกุลฮั่วแห่งนี้ เมื่อสายตากลับมามองจดหมายอีกครั้งก็ตัดสินใจได้ มือยื่นไปแกะจดหมายเปิดอ่านทันที
ยามอู่ สามวันข้างหน้า ร้านจิ้นไห่
ลายมือคุ้นตาปรากฏในจดหมาย ข้อความสั้นกระชับมือบางขยำกระดาษและโยนจดหมายทิ้งทันทีด้วยความโมโหแต่เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบไปเก็บจดหมายขึ้นมาฉีกทำลาย
หน็อยแน่แก คำขอโทษไม่มีเลยนะนึกว่าข้าจะทำตามที่เ้าสั่งงั้นเรอะ ตอนนี้ข้าเป็อิสระแล้วโว้ย