บทที่ 4: ราคาของความโอหัง
บรรยากาศภายในลานสมุนไพรเงียบกริบราวกับป่าช้า สายตาของบ่าวรับใช้นับสิบคู่จ้องมองไปที่จุดเดียวกันด้วยความตื่นตะลึง
มือที่เคยผอมแห้งของเฟิงอู๋จี้ บัดนี้กำรอบปลายแส้หนังแน่นราวกับคีมเหล็กกล้า ไม่ว่าจางหมาจะออกแรงกระชากกลับอย่างไร ร่างของเด็กหนุ่มก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงดุจขุนเขา รากฐานของเขาหยั่งลึก พลังลมปราณที่เพิ่งตื่นขึ้นหมุนเวียนไปทั่วร่างอย่างเงียบเชียบแต่ทรงพลัง
"ปล่อยนะโว้ย! ไอ้สวะ! เ้ากล้าขัดขืนข้ารึ!"
จางหมาคำราม ใบหน้าอ้วนท้วมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดและอับอาย มันเร่งเร้าพลังปราณในร่างอันน้อยนิดของมัน ซึ่งอยู่ที่ 'ขอบเขตปราณก่อกำเนิด ขั้นที่สอง' หวังจะใช้กำลังหักดิบกระชากเด็กหนุ่มให้หน้าทิ่มดิน
"ขัดขืน?" เฟิงอู๋จี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายแววเย้ยหยัน "ข้าเพียงแค่ป้องกันตัวจากสุนัขบ้าที่ไล่กัดคนไปทั่วก็เท่านั้น"
"ปากดีนัก! ตายซะเถอะ!"
จางหมาปล่อยมือจากด้ามแส้ แล้วพุ่งตัวเข้าใส่เฟิงอู๋จี้ด้วยมือเปล่า มันกำหมัดแน่น ง้างขึ้นสูงหมายจะทุบเข้าที่ขมับของเด็กหนุ่ม หมัดนี้หนักหน่วงพอจะทุบหินก้อนเล็กๆ ให้แตกได้ หากโดนเข้าจังๆ เฟิงอู๋จี้คงไม่รอด
ในสายตาคนงานคนอื่น หมัดของจางหมานั้นรวดเร็วและน่ากลัว
แต่ในสายตาของอดีตราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่... ท่วงท่านี้ช่างหละหลวม เต็มไปด้วยช่องโหว่ และเชื่องช้าราวกับภาพสโลว์โมชั่น
"รากฐานไม่มั่นคง ออกหมัดกว้างเกินไป เปิดช่องว่างที่สีข้าง... ช่างไร้ราคา"
เฟิงอู๋จี้วิเคราะห์ในเสี้ยววินาที
ขณะที่หมัดของจางหมากำลังจะถึงตัว เฟิงอู๋จี้ไม่ได้ถอยหนี แต่เขาก้าวเท้าสวนเข้าไปครึ่งก้าว! เป็การเคลื่อนไหวที่ผิดสามัญสำนึก แต่กลับทำให้เขามุดลอดวิถีหมัดของจางหมาได้อย่างเฉียดฉิว
วูบ!
หมัดหนักๆ ของจางหมาวืดผ่านอากาศไป
ในจังหวะนั้นเอง เฟิงอู๋จี้ยกฝ่ามือขวาขึ้น นิ้วทั้งห้าเรียงชิดกัน ปลายเล็บมีแสงสีแดงจางๆ ของพลังปราณธาตุไฟจากเืหมูป่าที่ยังหลงเหลืออยู่ เขาแทงฝ่ามือออกไปดุจหอกแหลม เป้าหมายคือจุดใต้รักแร้ของจางหมา ซึ่งเป็จุดอ่อนของเส้นประสาท
"ฝ่ามืออักขระ... ตัดวายุ!"
ฉึก!
เสียงกระแทกทึบๆ ดังขึ้น ไม่ใช่เสียงกระดูกหัก แต่เป็เสียงของพลังปราณที่เจาะทะลวงเข้าสู่จุดชีพจร
"อั๊ก!"
จางหมาเบิกตาโพลง ความเ็ปแล่นปราดจากรักแร้ลามไปทั่วแขนขวา แขนข้างนั้นชาด้านและตกลงข้างลำตัวทันทีราวกับไร้กระดูก มันเซถลาเสียหลักเพราะแรงส่งที่พุ่งมา
เฟิงอู๋จี้ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ เขาหมุนตัวเตะกวาดไปที่ข้อพับขาของจางหมาอย่างแม่นยำ
ตุบ!
"โอ๊ยย!"
ร่างอ้วนท้วมของหัวหน้าคนคุมงานล้มฟาดลงกับพื้นดินฝุ่นตลบ เสียงร้องโหยหวนดังลั่นลานสมุนไพร จางหมาพยายามจะลุกขึ้น แต่พบว่าขาข้างที่ถูกเตะและแขนข้างที่ถูกแทงนั้นไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง
เฟิงอู๋จี้ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ เงาร่างของเขาทาบทับลงบนร่างของจางหมา ทำให้มันดูน่าเกรงขามราวมัจจุราช
"จะ... เ้า... เ้าทำอะไรกับแขนข้า!" จางหมาะโเสียงสั่น ความหวาดกลัวเริ่มเข้าเกาะกุมจิตใจ "เ้าเป็แค่ขยะเส้นลมปราณพิการ เ้ามีพลังยุทธ์ได้ยังไง!"
"คนเราย่อมมีการเปลี่ยนแปลง..." เฟิงอู๋จี้ตอบเสียงเรียบ เขาก้มลงมองจางหมาด้วยสายตาสมเพช "เมื่อครู่เ้าบอกว่าจะหักขาข้าสินะ? แล้วเ้ายังทำลายสมุนไพรที่ข้าอุตส่าห์หามา..."
เฟิงอู๋จี้เหลือบตามองกองสมุนไพรที่แหลกเละ แล้วหันกลับมามองจางหมา ก่อนจะยกเท้าขึ้นเหยียบลงไปกลางหน้าอกของมันอย่างแรง
อึก!
จางหมาจุกจนหน้าเขียว ลมหายใจติดขัด
"สมุนไพรพวกนี้มีค่ามากกว่าชีวิตเน่าๆ ของเ้าเสียอีก" เฟิงอู๋จี้กดน้ำหนักเท้าลงไปอีก "บอกข้ามา... ใครเป็คนสั่งให้เ้าบีบคั้นข้าให้ไปตายในป่า?"
แม้เฟิงอู๋จี้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นายน้อยเฟิงหยาง แต่เขา้าคำยืนยันต่อหน้าธารกำนัล เพื่อความชอบธรรมในการกระทำของเขาในอนาคต
"ข้า... ข้าไม่รู้! ข้าทำเอง! อ๊ากกก!" จางหมาร้องลั่นเมื่อเฟิงอู๋จี้เพิ่มแรงกดจนกระดูกซี่โครงเริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยด
"ตอบผิด" เฟิงอู๋จี้กล่าวเสียงเย็น "โอกาสสุดท้าย..."
นิ้วชี้ของเฟิงอู๋จี้เริ่มวาดอักขระกลางอากาศ เป็อักขระสีแดงรูปเปลวไฟเล็กๆ "ข้าสามารถฝังอักขระเพลิงลงในร่างเ้า ให้มันค่อยๆ เผาไหม้ตับไตไส้พุงเ้าจากข้างใน ให้เ้าตายอย่างทรมานที่สุด... อยากลองไหม?"
จางหมาหน้าซีดเผือด มันไม่รู้ว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มทำคืออะไร แต่มันััได้ถึงรังสีสังหารที่ของจริง "อย่านะ! ข้ายอมแล้ว! นายน้อยเฟิงหยาง... นายน้อยเฟิงหยางเป็คนสั่ง! เขา้าให้เ้าตายเพื่อที่จะได้ยึดเบี้ยหวัดรายเดือนและสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อเ้าทิ้งไว้ให้!"
คำสารภาพของจางหมาทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในกลุ่มคนงาน ทุกคนต่างรู้ว่าเฟิงอู๋จี้ถูกรังแก แต่ไม่มีใครคิดว่านายน้อยสายรองจะอำมหิตถึงขั้นวางแผนฆ่าคนในตระกูลเดียวกัน
เฟิงอู๋จี้พยักหน้าเบาๆ "ดี... จำคำพูดของเ้าไว้ให้ดี"
เขาถอนเท้าออกจากอกของจางหมา แล้วก้มลงปลดถุงเงินที่เอวของมันออกมาอย่างหน้าตาเฉย
"นี่คือค่าเสียหายสำหรับสมุนไพรที่เ้าทำลาย" เฟิงอู๋จี้โยนถุงเงินขึ้นลง เสียงเหรียญทองแดงกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง "และถือเป็ค่าทำขวัญที่เ้าล่วงเกินข้า"
จางหมากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บแค้นและเสียดายเงิน แต่ไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
เฟิงอู๋จี้หันหลังเดินกลับไปยังเรือนพักซอมซ่อของตน แต่ก่อนจะถึงประตู เขาหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามองกลุ่มคนงานที่ยืนตัวสั่น
"เื่ในวันนี้... ใครที่ปากพล่อยเอาไปพูดในทางที่ผิด หรือคิดจะเป็ศัตรูกับข้า"
เขาสะบัดมือวูบเดียว แส้หนังที่ยึดมาจากจางหมาก็พุ่งไปรัดกิ่งไม้ใหญ่ขนาดเท่าแขนคนข้างทาง แล้วกระชากจนกิ่งไม้นั้นหักสะบั้นลงมาเสียงดังสนั่น!
เปรี้ยง!
"จุดจบของมันจะไม่สวยหรูเท่ากิ่งไม้นี้แน่"
ทิ้งคำขู่ที่น่าขนลุกไว้เื้ั เฟิงอู๋จี้เดินเข้าห้องและปิดประตูลง ปล่อยให้จางหมานอนครวญครางและคนงานคนอื่นยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดผวา
...
ภายในห้องมืดสลัว เฟิงอู๋จี้ทรุดตัวลงนั่งบนเตียงทันทีที่พ้นสายตาผู้คน ใบหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อย มือที่สั่นเทากุมหน้าอกตนเอง
"ร่างกายนี้... ยังอ่อนแอเกินไปจริงๆ" เขาพึมพำ "แค่ใช้ 'ฝ่ามืออักขระ' ครั้งเดียว พลังปราณที่เพิ่งรวบรวมมาก็แทบจะแห้งเหือด"
แม้ภายนอกจะดูเหมือนเขาชนะอย่างขาดลอย แต่ความจริงแล้วเฟิงอู๋จี้รู้ดีว่านี่คือการฝืนใช้พลังเกินตัว หากจางหมาอดทนสู้อีกนิด เขาอาจจะเป็ฝ่ายพ่ายแพ้
"ไม่ได้การ... ข้าเปิดเผยเขี้ยวเล็บไปแล้ว ข่าวเื่นี้ต้องรู้ถึงหูเฟิงหยางภายในไม่ช้า มันคงไม่ส่งสมุนกระจอกมาอีกแน่"
เฟิงอู๋จี้เทเหรียญออกจากถุงเงินของจางหมา มีเหรียญทองแดงประมาณห้าสิบเหรียญ และเหรียญเงินอีกสองเหรียญ ถือเป็เงินจำนวนไม่น้อยสำหรับบ่าวรับใช้
"เงินแค่นี้ไม่พอซื้อสมุนไพรวิเศษ... แต่พอจะซื้อวัตถุดิบพื้นฐานมาทำ 'หมึกิญญา' ได้"
ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นอีกครั้ง
"ในเมื่อพลังยุทธ์ข้ายังตามหลังพวกมัน... ข้าก็จะใช้ 'อักขระ' นี่แหละ สอนให้พวกมันรู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็เ้าของชีวิตข้า!"
เฟิงอู๋จี้เริ่มวางแผนการใหญ่... คืนนี้ เขาจะเปลี่ยนห้องพักรูหนูแห่งนี้ ให้กลายเป็ 'ป้อมปราการอักขระ' ที่แม้แต่แมลงวันก็บินเข้ามาตาย!