โต๊ะตัวเดียวที่ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่กลางโถงห้องหนังสือ นั่นคือที่นั่งของซูเจิน เธอมองหนังสือที่เรียงรายจากซ้ายไปขวาซ้ำไปซ้ำมาจนแทบจะช็อค เธอหันกลับมามองหน้าสองแฝด สลับกันกับหนังสือที่อยู่บนโต้ะประหนึ่งว่า เธอกำลังจะถามพวกเขาว่าเธอต้องอ่านทั้งหมดนี่เลยใช่ไหม สองแฝดพยักหน้าอย่างเข้าใจ พวกเขาเดินเข้ามายืนข้างๆและกดไหล่ให้เธอนั่งลง
"เรามาเริ่มจาก ความรู้ทั่วๆไปก่อน เ้าต้องรู้จักเมืองของพวกข้าก่อน เมืองนี้มีนามว่าเมืองหยุนเปิง มีเนื้อที่ทั้งหมดเฉพาะตัวเมืองอยู่ที่ 20,000 ไร่ มีประชากรราวๆ 3 แสนกว่าชีวิต มีเมืองลูกอีก 68 เมือง รวมเนื้อที่คร่าวๆก็อยู่ที่ 6 แสนไร่กว่าๆ ผู้ปกครองเมืองคนล่่สุดคือท่านพ่อของข้า หวังอี้เหลียน ฝ่าาผู้ที่ฟื้นฟูเื่การเกษตรให้ชาวเมืองมั่งคั่งกว่าเเคว้น อื่นๆ อีกทั้งยังมี……."
"เดี๋ยวนะ!!...ฉันต้องรู้เื่พวกนี้ไปทำไม หรือว่าเวลาที่ฉันไปออกงานกับพวกนาย ฉันต้องเอาเื่นี้ไปเล่าต่อให้คนอื่นฟังด้วยหรอ?"
"ก็ไม่….เเต่มันคือพื้นฐานที่เ้าต้องรับรู้เอาไว้!"
"ถ้าเเค่พื้นฐานก็ผ่านไปเลย เข้าเนื้อหาซักทีเถอะ ฉันเบื่อจะเเย่แล้ว"
"ได้ น้องสาม..ตาเ้าแล้ว" อี้เถียนพยักหน้าแล้วเดินไปหยิบตำราในหมวดหมู่คำศัพท์และข้อมูลคำมายื่นให้ซูเจินอ่าน
"คำาาศัพท์ที่ใช้กับกษัตริย์และเชื้อพระวงค์ โอ่ย!!อันนี้ยิ่งน่าเบื่อที่สุดเลย..มีวิธีลัดกว่านี้ไหม คือ .เอาง่ายๆฉันไม่ชอบอ่านหนังสือเรียนอ่ะ" สองแฝดมองหน้ากันแล้วยิ้ม พวกเขาดึงเเขนออกไปปรึกษากันอยู่พักใหญ่ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้ม
"พวกข้าปรึกษากันเรียบร้อยว่า ข้าจะให้เ้าเรียนมารยาทในแบบฉบับของพวกข้า อย่างเเรกเลย เ้าลุกขึ้นแล้วเดินมาหาข้าทางนี้หน่อย" ซูเจินลุกขึ้นแล้วเดินไปด้วยท่าทางการเดินปกติของเธอ เเต่สำหรับพวกเขาแล้วนางเดินไม่เหมือนสตรีเเถมยังรีบร้อนเดินเกินไป
"อืม..เอาไง..ให้ฉันเดินมาทำไม?"
"ที่ข้าให้เ้าเดินเพราะข้าจะฝึกท่วงท่าในการเดินของเ้าใหม่ การเดินเเบบเก่านั้น เ้าเดินเร็วและไม่เหมือนสตรีแม้เเต่น้อย เพราะฉะนั้นเรามาฝึกใหม่ อาฉาง..เ้าไปตามสนมลีมาที่นี่ให้ข้าที ส่วนเ้าอาเฟย..เ้าไปเตรียมถ้วยกับอ่างน้ำขนาดใหญ่มาที"
"พะยะค่ะ!!" ซูเจินเอาเเต่ยืนงงว่าจะเอาถ้วยน้ำกับสนมลีมาทำไมและแล้วทุกอย่างก็กระจ่างเมื่อสนมลีมาถึง เช่นเดียวกับอาเฟยก็ตามมาสมทบติดๆ ทุกอย่างถูกเตรียมและวางไว้บนโต๊ะ สนมลีถูกอี้เฉียนเรียกตัวไปเจรจาก่อนจะเริ่ม เมื่อทุกอย่างเข้าที่สนมลีก็เดินมาหาซูเจิน นางยิ้มพรางขำออกมาเล็กน้อยทำเอาซูเจินเริ่มแปลกใจมากขึ้น
"เอาล่ะทุกอย่างพร้อมแล้ว เเน่นอนว่าข้ากับน้องสามเป็บุรุษ คงจะไม่สามารถสอนเ้าเดินให้เหมือนสตรีได้ ข้าจึงต้องวานให้สนมมาช่วย สนมลีเ้าพร้อมไหม?"
"ข้าพร้อมแล้วเ้าค่ะ ซูเจินเ้าดูข้านะ..การเดินแบบสตรีเมืองหยุนเปิงนั้น เท้าจะต้องชิดก้าวเพียงครึ่งก้าว ก้มหน้าลงนิดและเดินในท่วงท่าที่ช้าแต่สง่า..เ้าดูข้านะ" สนมลีลองเดินให้ซูเจินดูเพียงหนึ่งรอบ เธอก็รู้ได้ทันทีว่ามันคนละสไตล์กับที่เธอเดินเลย เเต่ด้วยความที่สองแฝดนั่งมองอยู่เธอจึงไม่อยากขายหน้าพวกเขา
"เเค่นีเเองฉันก็เดินได้ มา!!"
"ช้าก่อน…อาฉาง"
"ข้ามาแล้วองค์ชาย"
"เอาถ้วยน้ำไปวางไว้ เหนือศีรษะของพระชายาซูเจิน"
"พะยะค่ะ"
"อะไรนะ!!..ถ้วยน้ำวางบนหัวฉันเนี้ยนะ"
"ใช่..เพื่อให้การเดินของเ้าสง่า ก็ต้องใช้วิธีนี้"
"แล้วทำไมไม่ใช้หนังสือเหมือนที่พวกนางงามเขาทำกันล่ะ พวกนายไม่เคยดูการประกวดนางงามกันหรือไง?"
"นางงามคืออันใดกัน เเต่ชั่งเถอะเพราะข้าว่าถ้วยน้ำจะได้ผลกว่าการใช้หนังสือวางบนศีรษะของเ้า เอ้า..เริ่มเลยข้ารอดูการเดินของเ้าอยู่ เริ่มเลย" ซูเจินเริ่มไม่อยากฝึกเดินแล้วเพราะถ้าเธอพลาดก็เท่ากับว่า น้ำในถ้วยนั้นมันก็จะเทลงมาราดตัวนางนั่นเอง อี้เฉียนอาสาเติมน้ำให้เองเพื่อป้องกันซูเจินเล่นไม่ซื่อ
"เริ่มได้!!" ซูเจินนำถ้วยขึ้นวางบนหัวและกำลังจะเริ่มเดิน ด้วยความที่กลัวว่าน้ำในถ้วยจะหก เธอจึงเกร็งตัวเดินตลอดทางจากอีกฝั่งมาอีกฝั่งโดยที่น้ำไม่หกเลยแม้เเต่หยดเดียว อี้เถียนมองท่วงท่าการเดินของซูเจิน บวกกับการประคองน้ำบนหัวแล้วยิ่งรู้สึกสงสารนางขึ้นไปอีกและแล้วโชคชะตาก็พาให้นางพลาดเมื่อชายกระโปรงดันไม่พ้นปลายเท้าเธอทำใก้เธอเสียหลักล้มน้ำราดหัวเป็ครั้งเเรก สนมลีรีบนำผ้าเช็ดหน้าของนางมาเช็ดหน้าให้ซูเจินทันทีพรางประคองตัวนางให้ลุกขึ้น
"เป็อะไรไหม ไหวรึป่าว พักก่อนไหม?"
"ไม่ไหวแล้วอ่ะ เปียกหมดแล้วเนี้ย…เล่นบ้าอะไรกันก็ไม่รู้"
"ข้ากะไว้แล้วว่าสตรีต่างเมืองอย่างเ้า มีความอดทนไม่มากพอนักหรอก เพราะฉะนั้นอย่าฝืนตัวเองจะดีกว่า ทีนี้เ้าเชื่อข้ารึยังล่ะน้องสามว่า ซูเจินไม่ได้เก่งอย่างที่เ้าเห็นนางจากภายนอก" คำพูดของอี้เฉียนมันชั่งดูถูกเข้าไปสู่ก้นบึ้งของหัวใจซูเจินเป็อย่างมาก แน่นอนว่าเธอไม่ชอบให้ใครมาท้าทาย ซูเจินฮึดสู้แล้วเดินมาเผชิญหน้าต่อสองแฝด เธอตักน้ำเต็มถ้วยแล้วเอามาวางบนหัวด้วยตัวของเธอเอง ด้วยความที่เจ็บเข่าจากการล้มเมื่อครู่ทำให้เธอเดินไม่ตรง นั่นจึงเป็สาเหตุที่ทำให้น้ำหกใส่หัวเธอหลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งซูเจินเปียกไปทั้งตัว เเต่ทว่าเธอก็ไม่ยอมแพ้เพราะอยากจะเอาชนะคำพูดอี้เฉียนให้ได้ น้ำถ้วยสุดท้ายถูกตักขึ้นไปวางบนหัวและออกเดินอีกครั้ง ครั้งนี้ซูเจินสูดหายใจเข้าให้ลึก รวบรวมสติและเก็บกดความเ็ปนั้นไว้ นางออกเดินด้วยท่วงท่าในแบบฉบับของตัวเธอเอง เเต่เป็เวอร์ชั่นที่เรียบร้อยกว่าเดิม มันทำให้นางเดินสำเร็จโดยที่น้ำไม่หยดเลยแม้เเต่หยดเดียว..วินาทีนั้นนางรีบเอาถ้วยออกจากหัวและะโโลดเต้นด้วยความดีใจที่เธอทำสำเร็จ เธอไม่ลืมที่จะหันไปเชิดหน้าทำสายตาเยาะเย้ยใส่อี้เฉียนเพื่อจะบอกว่าเธอทำได้แล้สนั่นเอง.. อี้เฉียนรีบเบี่ยงหน้าหนีไปทางอื่นและแอบอมยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว..ยิ่งซูเจินดื้อมาก เขาก็ยิ่งชอบการกระทำของนางมากขึ้นทุกๆวัน….