“ อ๊าเก็บร้านๆ วันนี้ก็ขายได้เยอะเลยทีเดียวแถมเ้าเครื่องบันทึกเงินสดแลกเปลี่ยนสกุลเงินนี้ก็สะดวกอีกด้วย ”
“ แต่แปลกจังแฮะก่อนหน้านามสกุลเงินเป็จีไม่ใช่เหรอ ? ไหงวันนี้มีแต่คนจ่ายที่เป็นามสกุลเหรียญกันนะ…แต่ช่างมันเถอะ เก็บร้านๆ ”
หลังจากที่เก็บร้านเสร็จเรียบร้อยโซมะได้ตรงดิ่งกลับบ้านของตัวเองทันที และค้นหาข้อมูลวัตถุดิบต่างๆที่จะทำมาประยุกต์ใช้ให้ลูกค้าต่างโลกได้ทานกันง่าย มีอย่างกรณีพวกเผ่าอสูรที่จะไม่กินเนื้อสุกๆแต่ต้องเป็เนื้อที่ดิบหรือไม่ก็ผ่านความร้อนมานิดหน่อยแล้ว
“ ( เผ่าอสูรนั้นมีจำพวกอยู่หลายประเภทไม่ว่าจะเป็พวกที่กินเนื้อ กินวัชพืชมังสวิรัติ ยกตัวอย่างก่อนหน้านี้ที่ฉันเจอพวกอสูรที่กินวัชพืชแต่ฉันไม่มีวัตถุดิบ บังเอิญที่ฉันมีหญ้าชันกาดแล้วชุบแป้งถอดแล้วผ่านมันไปได้ ) ”
“ แต่ว่านะ ฉันยังไม่เจอพวกเผ่าอื่นๆเลยแฮะ…คงต้องหาข้อมูลเพิ่มและเตรียมไปซื้อของพรุ่งนี้เช้า ”
โซมะตื่นมาในเวลาเดิมอีกครั้งและตรงดิ่งไปจ่ายตลาดต่อทันที เมื่อซื้อของที่้าครบเขามุ่งตรงไปที่ร้านทันทีเพื่อเตรียมของในระหว่างที่เตรียมของเสร็จเขามีเวลางีบ 2-3 ชั่วโมงในระหว่างที่รอเวลาปิดร้านเมื่อวานนี้ที่ลูกค้าเต็มร้านคงจะหนักเกินไปสำหรับเขา
กริ้งกริ้ง กริ้ง~ กริ้งกริ้ง กริ้ง~ กริ้งกริ้ง กริ้ง~ เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าดังขึ้นมาทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้น
“ อืม~ ว่าไงนัทสึกิ ” โซมะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่พึ่งตื่น
“ นี้นายหายหัวไปไหนมายะ!!! ” เสียงะโที่กระแทกผ่านโทรศัพท์ออกมาราวกับลูกบอมะเิ
“ เธอจะะโทำไมเนี่ย!? ฉันก็อยู่ร้านของฉันน่ะสิ ”
“ เอ๋! วันก่อนหน้านายบอกเปิดร้านวันแรก ละไหงพอพวกฉันมาถึงหน้าร้านละก็ไม่เห็นนายเปิดร้านเลยนะ ”
“ พวกงั้นเหรอ ? ” โซมะถามกลับด้วยความสงสัย
“ ใช่ไงก็เพื่อนๆคณะรุ่นเราจะไปฉลองเปิดของนายไม่ใช่หรือไง แต่ดันปิดร้านหนีเฉยซะงั้น ”
“ อ่าบอกพวกนั้นไว้มีโอกาสหน้าค่อยฉลองกันใหม่ตอนนี้ฉันยุ่งมากเอาไว้ก่อนนะแค่นี้ละ ”
“ เอ๋!? เดี๋ยวก่อนสิอิตาบ้า!! ” ตุ๊ด…
“ หาว~ เอาล่ะใกล้ได้เวลาเปิดร้านละ เช็ดโต๊ะๆ ”
16:15 หลังจากยืดเส้นยืดสายเขาเปิดไฟในร้านและทำความสะอาดเช็ดโต๊ะรออีกครั้งและหลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงกระดิ่งดังขึ้นมาหน้าประตูทางเข้า
“ ( เอะ? มีคนเข้ามาก่อนถึงเวลาเปิดร้านอีกแล้ว ) หือ? ”
ทันทีที่บ่นพึมพำในใจเขาหันหน้าไปมองคนที่เข้ามาในร้าน เป็ชายคนแคระทั้งสี่คนที่เดินเข้ามาทำให้โซมะชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง ชายคนแคระตัวใหญ่สูงราวๆ 150 ทั้งหน้าตาและรูปร่างของพวกเขาทั้งสี่คนเหมือนกันจนแทบจะแยกไม่ออกว่าใครเป็ใคร แต่ที่มีลักษณะเด่นๆเลยก็คือรูปร่างของหนวดเคราของพวกเขา คนหนึ่งมัดจุกถักเปียหนวดเคราหนึ่งเส้น คนที่สองมัดจุกถักเปียหนวดเคราสองเส้น คนที่สามมัดจุกถักเปียหนวดเคราสามเส้น คนที่สี่มัดจุกถักเปียหนวดเคราสี่เส้น
“ นี่เ้าหนู ร้านของเ้าเปิดหรือยัง ? ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราสี่เส้นกล่าว
“ เอ๋!?….เอ่อ..อ.. ” โซมะทำท่าทีที่ลนลานออกมาด้วยคนใที่คนแคระที่หน้าตาคล้ายกันแถมยังเข้ามาในร้านก่อนถึงเวลาซะอีก แต่ทว่าก่อนที่ประตูหน้าร้านจะปิดลงเขามองเห็นด้านนอกของหน้าร้านว่ามันคือเวลามืดค่ำแล้ว
“ ( เวลาคงต่างกันจากโลกของฉันสินะ ) ใช่ครับเราเปิดแล้ว ” โซมะตอบกลับและรีบเก็บไม้ถูพื้นทันที
“ โอ้ดีเลย พวกข้าได้ยินมาจากเ้าหนูแซมน่ะว่าเบียร์ที่นี้อร่อย ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราสี่เส้นกล่าว
“ เ้าหนู ? ”
“ ฮ่าๆพวกมนุษย์ก็คือเ้าหนูสำหรับพวกข้าทั้งนั้นแหละ ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราหนึ่งเส้นกล่าวและหัวเราะออกมา
“ ฮ..ฮ่าๆ งั้นเชิญนั่งเลยครับพวกท่านรับเบียร์กันใช่ไหมครับ ”
“ อ่าขอกับแกล้มที่กินเล่นๆด้วยนะ เอามาสักสองอย่างเลย ”
“ รอสักครู่นะครับ ”
หลังจากนั้นไม่นานโซมะเตรียมเบียร์ทั้งสี่แก้วใหญ่พร้อมเสิร์ฟและยังเสิร์ฟด้วยแตงกวาดองกับถั่วแระ
“ โอ้นี่สินะ เบียร์เย็นพร้อมกับแก้วใส ”
“ แล้วพวกนี้มันคืออะไร? ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราสองเส้นกล่าวถามถึงกับแกล้มที่โซมะเตรียมมา
“ จานนี้จะเป็แตงกวาดองครับ ส่วนจานนี้จะเป็ถั่วแระที่ผ่านกระบวนการต้มมาแล้วเรียบแล้วพร้อมกับโรยเกลือนิดๆหน่อยๆ รับรองเลยสองสิ่งหนีเข้าเบียร์เย็นๆสดชื่นในแบบสุดๆ ”
“ วิธีการกินก็บีบเมล็ดที่อยู่ด้านในของมันออกมาแล้วกินเมล็ดมันเข้าไปครับ ”
“ อืม…แบบนี้สินะ ” กรุบ~
“ โอ้ใช้ได้เลยนี่ ”
“ เฮ้ยๆให้ข้าชิมบ้าสิ ” กรุบ~
“ โอ้ความเค็มที่กลมกล่อมนี่มันอะไรกัน สุดยอดไปเลย!? ”
“ แตงกวาดองก็อร่อยนะ ลองดูสิ ”
กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~ กรุบ~
“ เฮ้ยๆพวกเ้าหิวกันหรือไง เบียร์ยังไม่ตกถึงท้องกันเลยนะ ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราหนึ่งเส้นพูดแทรกขึ้นมาเพื่อห้ามเพื่อนๆของตนเอง
“ นั้นสิ เอาละพวกเราชน!! ”
อึก อึก อึก อึก อึก อึก อึก อึก อึก ตึง! “ อ๊าห์~ สุดยอดอย่างที่เขาว่าจริงๆ นี่เ้าหนูเอามาอีกเลยเอากับแกล้มมาเพิ่มด้วย ”
“ คร้าบๆรอสักครู่ ( เบียร์ฉันหมดสต็อกแน่ๆ เคยอ่านเจอว่ามาพวกคนแคระเป็พวกที่คอแข็งที่สุดเพราะพวกเขาดื่มสังสรรค์กันแทบทุกวัน ดูจากท่าทางแล้วคงจะเป็จริงสินะ ) ”
และหลังจากนั้นไม่นานก็มีลูกค้าขาจรหลายๆที่ได้แวะเวียนเข้ามาในร้านของโซมะอย่างไม่ขาดสาย แต่ในขณะเดี๋ยวกันพี่น้องเหล่าคนแคระกินเบียร์ไปทั้งหมดคนละ 14 แก้ว รวมทั้งหมด 56 แก้วหรือ 56 ขวดซึ้ง 1 ขวดมีปริมาณ 640 มิลลิลิตร ต่อ 1 แก้ว เพียงแค่พี่น้องคนแคระพวกนี่ก็เหมาเบียร์ในสต๊อกไปแล้วเกือบครึ่ง เล่นเอาซะแช่เบียร์ให้เย็นกันไม่ทันเลยทีเดียว
“ อ๊าห์~ เอิ้ก..นี่เ้าหนูมีอะไรที่แรงกว่านี้ไหม ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราหนึ่งเส้น
“ ใช่ๆ ถึงมันจะอร่อยก็เถอะแต่ก็ยังแรงไม่สู้ที่เผ่าพวกข้าทำเลย ”
“ ( หนอย!…ตาแก่พวกนี้!? ) งั้นเดี๋ยวรอสักครู่นะครับผมขอเสิร์ฟอาหารลูกค้าโต๊ะอื่นก่อน ” โซมะทำหน้านิ่งๆและยิ้มน้อมรับด้วยความโกรธจากนั้นยกอาหารไปเสิร์ฟลูกค้าโต๊ะอื่น
“ โอ้เ้าหนู เ้านั้นมันคืออะไรน่ะเป็กล่องที่วางเรียงไว้บนนั้นน่ะ ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราสามเส้นกล่าวถามและชี้นิ้วไปที่ตู้ชั้นว่างข้างๆตู้ขวดไวน์
“ อ๋อมันคือบุหรี่น่ะครับ ”
“ บุหรี่ ? มันคืออะไรน่ะ ” เขาถามกลับอีกครั้งด้วยความสงสัย แต่โซมะมึนงงเพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมายังไงให้เขาเข้า เขาหันไปมองเห็นลูกค้าคนที่หนึ่งที่กำลังสูบไปป์อยู่ที่โต๊ะ 4 แถวๆหน้าประตูทางเข้า
“ เหมือนกับไปป์ของผู้ชายคนนั้นน่ะครับ แต่อันนี้มันจะเป็แบบม้วนและพกพาง่าย ”
“ โอ้งั้นเอามาลองหน่อยสิ ”
“ ลอง? ฮ..ฮ่าๆลองในที่นี้หมายถึงต้องจ่ายเงินนะครับ ”
“ ฮ่าๆถ้าข้าถูกใจข้าจะซื้อทั้งแผงเลย ”
“ เฮ้อ…คร้าบๆ กรุณาเขี่ยบุหรี่ลงที่เขี่ยบุหรี่ที่วางอยู่โต๊ะด้วยนะครับ ”
“ โอ้ ต้องจุดไฟตรงนี้สินะ ”
เมื่อชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราสามเส้นได้รับบุหรี่มาเขาได้ดีดนิ้วและมีประกายไฟจุดบุหรี่ทันที ทำให้โซมะตรงใจเป็อย่างมากเพราะเขาพึ่งเคยเห็นเวทมนตร์เป็ครั้งแรก
“ โอ้ใช้ได้เลยนะเนี่ย มันช่างเย็นดีจริงๆ ” เสียงของเขาผ่อนคลายออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ ให้ข้าลองด้วยๆ ”
โซมะเห็นท่าทีที่พวกเขาที่แย่งกันขอบุหรี่กันสงสัยควันบุหรี่ของต้องเต็มร้านแน่ๆ แต่ยังโชคดีที่เขาได้ติดตั้งเครื่องเครื่องระบายอากาศไว้เผื่อเจอกับสถานการณ์แบบนี้และ หลังจากนั้นเขาเดินไปเสิร์ฟเครื่องดื่มอีกโต๊ะเสร็จเขาเดินไปโต๊ะของเหล่าคนแคระพร้อมกับเครื่องดื่มที่เตรียมไว้และแก้วช็อต
ตึง!
“ หือ? นี่มันอะไร? ” เหล่าคนแคระถามด้วยความสงสัย
“ ผมกำลังทำสิ่งที่พวกคุณตามหา แต่ก่อนอื่นนี้คือเรียกน้ำย่อย ”
โซมะหยิบโซจูมาหนึ่งขวดพร้อมกับเขย่าขวดด้วยท่วงท่าและลีลาการเปิดขวดอันมีเสน่ห์ จากนั้นเขาเอาเบียร์สดสี่แก้วที่บรรจุไว้ปริมาณครึ่งแก้ว และแก้วเปล่าหนึ่งใบที่เตรียมไว้มาเสิร์ฟใหม่อีกครั้งและจัดเรียงกัน จากนั้นรินโซจูลงในแก้วช็อตที่เตรียมไว้สี่แก้วและจัดเรียงให้มันอยู่้าระหว่างแก้วเบียร์ และเป็อันเสร็จ
“ น..นี่เ้าหนู นี่มันคืออะไร? ”
“ นี่คือการบอมเบียร์ครับ ”
“ การบอมเบียร์!? ” พวกเขาอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ
“ ใช่ครับเพียงแค่คุณใช้นิ้วผลักแก้วช็อต้าให้ล้มลง แก้วช็อตที่เหลือก็จะล้มลงต่อกันราวกับโดมิโน่ ”
“ ค..แค่ผลักมันใช่ไหม!? ”
“ ใช่ครับ ”
โซมะยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจ และท่าทีที่เป็กังวลกับการพบสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของเหล่าคนแคระทำให้เขาเกิดความลังเลเล็กน้อยจากนั้นเขาใช้นิ้วของเขาผลักแก้วช็อตที่อยู่้าให้ล้มลงทันที แก้วช็อตที่ถูกวางเรียงไว้้าได้ล้มลงในแก้วเบียร์ราวกับโดมิโน่ ทำให้ฟองเบียร์ฟูขึ้นมาเต็มแก้ว
“ จังหวะนี่แหละครับดื่มให้หมดรวดเดียวเลย! ” โซมะอุทานออกมาทำให้เหล่าคนแคระตื่นตระหนกกัน
“ อ..โอ้ว!! ” ไม่ทันไรพวกเขาก็ได้ยกเบียร์หมดในคราวเดียว เสียงทุบแก้วลงโต๊ะดังพร้อมกันจนลูกค้าคนอื่นหันมามอง แต่พวกคนแคระยังยืนนิ่งๆอยู่สักพัก
“ ส..สุดยอด!! รถชาตินี้มันคืออะไรกัน!? ”
“ ใช่เมื่อกี้นะเล่นซะมึนหัวไปชั่วขณะนึ่งเลยด้วยซ้ำ ”
“ แล้วไอ้กลิ่นเหมือนกับนมบูดแต่มีความเปรียวอมหวานนี้มันคืออะไรกัน? ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราสี่เส้นอุทานคำถามออกมาด้วยความสงสัย
“ หึๆ มันคือโซจูรสนมเปรี้ยวยังไงล้า~ ”
“ โซจู? มันคืออะไร ”
“ มันเครื่องเครื่องดื่มที่สกัดมาจากธัญพืชหลายชนิด เช่น มันเทศ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ น้ำตาล มอลลาส และเกาลัดเป็ต้น พูดง่ายๆก็คือเหล้าอีกชนิดหนึ่งที่มีหลากหลายรสชาติ ”
“ ไม่เลวเลยนี่เ้าหนู ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราหนึ่งเส้นก้าวออกมาเขายิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่เริ่มแดงก่ำเล็กน้อย
“ นี่แค่เรียกน้ำย่อย ไว้กินรอระหว่างผมทำสิ่งที่เด็ดกว่านี้มันใช้เวลานานหน่อยในการทำ ”
“ ฮ่าๆได้เลยพวกข้าจะรอ จัดแบบนี้มาให้พวกข้าอีก ”
“ คร้าบๆ ”
“ โอ้โซมะ ฉันขอแบบนั้นด้วยสิ ”
“ ฉันด้วย ”
" คร้าบๆรอสักครู่
ลูกค้าคนอื่นที่เห็นเบียร์บอมของโซมะที่เสิร์ฟให้เหล่าคนแคระได้ริมลอง พวกเขาจึงต้องขอสั่งเบียร์บอมกันตามกันเลยทีเดียว และระหว่างที่เขาจัดเสิร์ฟทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้วมาถึงขั้นตอนที่ต้องใช้สมาธิในการทำเ้าสิ่งนี้กัน
ขั้นตอนแรกเตรียมแก้วช็อตมาไว้หนึ่งใบ แบ่งเลเยอร์ของแก้วช็อตเป็ 4 ส่วน
- คาลัวร์ ( Kahlua ) เป็เหล้ารสกาแฟจากประเทศเม็กซิโก รินลงแก้วช็อตปริมาณ 1/4
- เบย์ลี่ส์ ครีม ( Baileys Cream ) คือเหล้าที่ทำจากวิสกี้ครีมและสารสกัดจากโกโก้ รินลงแก้วช็อตปริมาณ 1/4
- แกรนด์ มาร์เนีย ( Grand Marnier ) เป็เหล้าส้มของฝรั่งเศส รินลงแก้วช็อตปริมาณ 1/4
- รัม สีดำ 73% ( Dark Rum 73% Vol. ) เป็รัมที่มีสีเกือบดำได้จากการเก็บบ่มไว้ในถังไม้เพื่อให้เกิดสี และผสมกับคาราเมลที่ได้จากการเคี่ยวน้ำตาลจนเป็สีดำเกือบไหม้ จะได้กลิ่นและรสชาติมากขึ้น รินลงแก้วช็อตปริมาณ 1/4
และสุดท้ายโรยผงอบเชย ( Cinnamon Powder ) อบเชยคือเครื่องเทศที่มีรสชาติหวานและมีกลิ่นฉุนและติดไฟง่าย โรยลงในปริมาณที่เล็กน้อยจากนั้นพร้อมเสิร์ฟ เป็ค็อกเทลจุดไฟ 4 ชั้น
“ ขอโทษที่ให้รอนะครับ มันเสร็จแล้ว ”

“ นี่คือ The Magic Shot สำหรับ 4 ที่ ”
“ น..นี้มันคืออะไร!? ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราหนึ่งเส้นแทรกถามด้วยสีหน้าที่ดูเป็กังวล
“ อ่าๆเดี๋ยวคุณก็รู้ครับคุณหนึ่ง ”
“ คุณหนึ่ง?! ”
โซมะหยิบปืนไฟออกมาจุดเข้าไปที่ผิวบนของแก้วช็อตทำให้มันติดประกายไฟบนแก้วช็อตนั้นทันที
“ เฮ้ยทำไมเ้าหนู ทำไมเ้าถึงจุดไฟแบบนั้นละแล้วพวกข้าจะดื่มมันยังไง!? ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราสามเส้นอุทานออกมาอย่างแตกตื่น
“ ใช้หลอดนี้ดูดมันขึ้นมาไงครับ ”
“ ดูด? ”
“ ใช่ครับและที่สำคัญต้องดูดกินหมดให้ในคราวเดียว ”
เหล่าคนแคระและลูกค้าคนอื่นๆที่มายืนมุงดูด้วยความประหลาดใจเพราะพวกเขาไม่เคยเห็นเหล้าที่ติดไฟมาก่อนและหลังจากนั้นก่อนที่จะดื่มโซมะได้กระตุ้นพวกเขาอีกครั้งด้วยการโรยผงอบเชยใส่อีกครั้งเพื่อที่จะกระตุ้นเปลวไฟ
“ เอาล่ะ…มันเสร็จแล้ว ”
สิ้นสุดคำพูดของโซมะเหล่าคนแคระพร้อมใจกับดูดค็อกเทลให้หมดในคราวเดียว หลังจากนั้นพวกเขานั่งนิ่งเงียบอยู่สักพักบรรยายในร้านเริ่มนิ่งเงียบเพราะพวกเขาต่างก็รอลุ้นดูอาการของเหล่าคนแคระพวกนั้น
“ อ๊าห์ สุดยอด!! ”
“ รู้สึกร้อนไปทั้งตัวเลย ”
“ รสชาติของมันคาดเดาได้อยากเพราะมันเกิดขึ้นเร็วมากแต่มีกลิ่นที่หอมและรู้สึกดี ”
“ ฮ่าๆนั้นสินะ ข้าไม่เคยกินเหล้าไฟแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต ”
“ แต่ข้ายังรู้สึกว่ามันดูไม่แรงเท่าไหร่ เบียร์บอมยังรู้สึกแรงกว่านี้อยู่เลย ”
“ นั้นสิ นี่เ้าหนูหลอกพวกข้าหรือเปล่าเนี่ย ฮ่าๆ ”
พวกเขาหัวเราะเยาะเย้ยออกมาอย่างสนุกสนาน โซมะทำได้แค่เดินกลับไปล้างจานและนิ่งเงียบไปจากนั้นเขาได้ยิ้มออกมาโดยที่ไม่พูดอะไร และหลังจากนั้นจู่ๆชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราสองเส้นได้ทำบุหรี่ม้วนตกลงพื้นเขาเลือกที่จะก้มลงไปเก็บ แต่ในขณะที่เขาก้มลงไปจู่ๆหัวของเขาก็รู้สึกหนักมากขึ้นและมีท่าทีที่จะวูบแต่ในที่สุดเขาก็ล้มหลับลงในไปกองกับพื้น
“ เฮ้ยรูซ เป็อะไรของแก!? ”
“ เกิดอะไรขึ้น!? ”
เหล่าคนแคระพากันแตกตื่นที่จู่ๆชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราสองเส้นได้ล้มวูบลงไป และเสียงกรนก็ดังขึ้น
“ อ..อะไรกันเ้านี้หลับงั้นเหรอ ?! ”
“ ฮ่าๆ สงสัยเดอะเมจิตช็อตของผมจะออกฤทธิ์แล้วนะครับ ” โซมะหัวเราะเยาะเย้ยออกมาด้วยด้วยสีหน้าที่เยาะเย้ย
“ นี่เ้าหนู เ้าใส่อะไรให้เขากิน!? ”
“ ก็แค่เหล้าหลายๆชนิดผสมกันเป็ชั้นๆแค่นั้นเองครับ ”
“ ต..แต่ทำไมเขาถึงล้มไปล่ะ?! ”
“ ห๊า!? คุณกินเบียร์และเหล้าของผมไปมากกว่า 1 แสนกว่ามิลลิลิตร ถ้าเป็มนุษย์ปกติปานนี้ตายไปนานแล้ว!! ”
“ ฮ่าๆ เ้าหนูรูซยังอ่อนหัดนักปล่อยเขานอนอยู่ตรงนั้นแหละ นี่เ้าหนูขอไอ้เ้านี้อีกชุดหนึ่ง ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราหนึ่งเส้นหัวเราะเยาะออกมาและสั่งค็อกเทลมาอีก
“ เดี๋ยวก่อนสิลอรัส เ้ามั่นใจที่จะกินเ้านี้อีกอยู่เหรอ? ” ชายคนแคระมัดจุดถักเปียหนวดเคราสี่เส้นแทรกถามขึ้นมา
“ มันก็ต้องแน่อยู่แล้วสิ ถ้าเกิดว่าใครยอมแพ้คนนั้นต้องรับงานตีเหล็กของคนอื่นไปทำต่อด้วยซะ เป็ไง?…น่าสนใจใช่ไหม ”
การเดิมพันที่ลอรัสเสนอมางั้นทำให้คนแคระคนอื่นต่างแสดงท่าทีที่สนตัดสินใจและลังเลขึ้นเล็กน้อย แต่สุดท้ายท่าทางที่ดูมั่นใจของลอรัสทำไมคนแคระคนอื่นตัดสินใจที่จะร่วมเดิมพันในครั้งนี้ด้วย โซมะถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า “ คำคืนนี้ยังอีกยาวสินะ ” และตรงดิ่งไปที่บาร์เพื่อชงค็อกเทลให้ทันที
และแล้วการด่วนดื่มเดอะเมจิกช็อตค็อกเทลไฟ 4 ชั้นก็ได้เริ่มต้นขึ้น ผู้คนในร้านต่างก็ส่งเสียงเชียร์และลุ้นไปกับการด่วนในครั้งนี้ด้วย ทำให้คนนอกร้านได้ยินเสียงเฮฮาที่ดังลั่นอีกครั้งและได้เดินเข้ามาในร้านเพื่อแวะเยี่ยมชม
โซมะยังใกับจำนวนคนที่มามุงดูในร้านของเขาแทบจะไม่มีที่ยืนกันเลยทีเดียว รวมถึงผู้คนที่ส่องเข้ามาดูจากนอกร้านแถมยังมีการด่วนคู่อื่นอีกด้วย ทำให้สถานการณ์ตอนนี้การเป็การแข่งขันซะงั้น
ตึง!
เสียงชายคนแคระที่ล้มกระแทกลงกับโต๊ะ และแล้วก็ได้ผู้ชนะของการด่วนในครั้งนี้ คนคนนั้นก็คือ ลอรัส สภาพของเขาที่ตัวแดงไปทั้งตัวแต่ท่าทีของเขาราวกับคนที่พึ่งเมาได้ที่เองอย่างไงอย่างงั้น ลอรัสะโประกาศชัยชนะออกมาผู้คนรอบข้างส่งเสียงเฮลั่นออกมาแสดงความดีใจ โซมะทำได้แค่ยืนเอ๋อๆกับสถานการณ์การในตอนนี้เพราะเขาไม่เคยเจอใครที่เหมาเครื่องดื่มของร้านไปจนเกือบหมด
สถานการณ์ตอนนี้ค่อยๆคลี่คายลง ผู้คนเริ่มที่จะทยอยกลับกันหมด แสงสว่างส่องผ่านหน้าต่างประตูหน้าร้านออกมาบ่งบอกว่าเริ่มจะเช้าแล้ว สภาพโซมะในตอนนี้อยู่ในท่านอนที่ห่อเหี่ยวและหมดเรี่ยวแรงส่วนทางด้านของลอรัสยังคงนั่งสูบหรี่ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิด
“ ค..คุณลอรัสครับ ด..ได้เวลาปิดร้านแล้ว ”
“ โอ้เช้าแล้วสินะ คิดเงินมาได้เลยเ้าหนู ”
โซมะพยายามคานที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อไปคิดเงินที่เครื่องบันทึกเงินสด และใช้เวลานานพอสมควรที่จะจดรายการของโต๊ะลอรัสให้หมด
“ ( ทั้งหมด 485,400 เยน อืม…ค่าเงินของโลกนี้คูณสองของค่าเงินเยนสินะ ) ทั้งหมด 970,800 เหรียญเงินครับ ”
“ โอ้ถูกกว่าที่คิดนะเนี่ยถ้านึกถึงคุณภาพอาหารและเครื่องดื่ม อ่านี่ ” ลอรัสโยนถุงเงินขนาดใหญ่ให้
“ น..นี้มัน!? ”
“ ข้าให้เ้าทั้งหมดเลย ในนั้นน่าจะมีประมาณ 1.5 ล้านเหรียญเงิน พอดีฉันไม่ได้พกเหรียญทองมาน่ะ ” โซมะใกับจำนวนเงินถึงกับทำถุงเงินหล่นกันเลยทีเดียว
“ ( 1.5 ล้าน ก็ประมาณ 750,000 เยนนะสิ ) ผ..ผมรับไว้ไม่ได้หรอกครับ ผมจะท่อนเงินให้ ” โซมะเลือกปฏิเสธด้วยท่าทีที่เป็กังวลและเกรงใจ
“ เอาเถอะหน้า ข้าชอบที่นี้คิดซะว่าเป็ทิปไว้โอกาสหน้าจะมาใหม่ ”
ลอรัสลุกขึ้นยืนแล้วแบกน้องๆของตัวเองกลับทันที โซมะที่กำลังปลื้มกับท่าทีของเกเกอร์เขาก้มหัวขอบคุณให้กับแผ่นหลังของลอรัส คืนที่สามของร้าน อิซากายะโซมะ ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
ก่อนที่จะเก็บของโซมะเดินเอาเงินไปเก็บใส่เครื่องบันทึกเงินสดเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ยอดรวมทั้งหมดวันนี้ 1.1 ล้านเยนพอดี ทำให้โซมะใกับยอดขายของวันนี้เขาะโโลดเต้นดีใจออกมาเพราะเป็ยอดขายที่สูงที่สุด มันเกินคาดกว่าเป้าหมายของเขาตั้งหลายสิบเท่า แต่ทว่าจู่ๆก็มีแสงสีเขียวสว่างออกมาอย่างอลังการที่หน้าจอเครื่องบันทึกเงินสด
Level Up !
Level Up !
Level Up !