ทางด้านซ่งเหยียนเฉิง หลังจากออกจากเวรเขาก็เดินกลับมาบ้านพักในค่ายทหารประจำเมืองซานหลิงทันที
ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะกินข้าว ในมือยังถือจดหมายที่หลี่หว่านชิงส่งมาให้เมื่อ่เช้า
ซ่งเหยียนเฉิงเพิ่งอ่านจบ แต่ใบหน้าเขากลับเคร่งเครียดขึ้นเรื่อย ๆ จดหมายนั้น...มาจากหลี่หว่านชิง…ภรรยาที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะมี
ซ่งเหยียนเฉิงจำต้องแต่งงานเธอด้วยความกะทันหัน เพียงเพราะเหตุการณ์ในวันนั้น ... วันที่เธอพลัดตกลงไปในแม่น้ำกลางตลาดเหมยจวง และเขา... ก็ะโลงไปช่วยเธอโดยไม่ทันคิดอะไร
แต่ใครจะคาดคิดว่า... แค่การกระโจนลงแม่น้ำเพื่อช่วยหญิงสาวคนหนึ่ง
จะกลายเป็จุดเริ่มต้นของชีวิตการแต่งงานที่เขาไม่เคยปรารถนา
ซ่งเหยียนเฉิงแต่งงานกับหลี่หว่านชิง เพราะแรงกดดัน ทั้งจากสังคม ผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน และครอบครัวของเธอ ไม่ใช่เพราะรัก
และหลังแต่งงาน เขาก็รู้ทันทีว่า... พวกเขา “อยู่ด้วยกันไม่ได้”
หลี่หว่านชิงไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาคิดไว้ เธอเป็ผู้หญิงไม่ฉลาด พูดมาก และ ชอบจู้จี้กับชีวิตเขาทุกระเบียบนิ้ว
โดยเฉพาะเวลาที่มีผู้หญิงคนอื่นเข้ามาใกล้ เธอจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่า "ไม่พอใจ"
เขาไม่ชอบความรู้สึกนั้นไม่ชอบสายตาหวาดระแวง และไม่ชอบคำถามที่เหมือนกำลังจับผิด
เพียงหนึ่งเดือนหลังแต่งงานเขาก็ขอย้ายประจำการมาที่ค่ายทหารเมืองซานหลิง ... ห่างไกลจากบ้าน และห่างไกลจากผู้หญิงที่เขาไม่รู้จะใช้คำว่า “สามีภรรยา” กับเธอไปได้อีกนานแค่ไหน
ซ่งเหยียนเฉิง เหลือบไปมองจดหมายที่ภรรยาของเขาเขียนมา มีเพียงประโยคเดียวที่ทำให้เขานิ่งไปหลายวินาที
"ฉันคิดว่า... ฉันจะไปอยู่กับคุณที่ค่ายทหาร คุณจะได้ดูแลฉัน และฉันเองก็จะได้เห็นว่าคุณใช้ชีวิตยังไง"
ริมฝีปากเขาขบแน่นเป็เส้นตรง ความรู้สึกหลากหลายไหลเข้ามาในคราวเดียว ทั้งหงุดหงิด หนักใจ และ... สับสน
ไม่ใช่เพราะเขากลัวว่าเธอจะมา แต่เพราะเขารู้ดีว่า... ถ้าหลี่หว่านชิงเหยียบเข้ามาในค่ายนี้เมื่อไร เขาไม่แน่ใจเลยว่า ตัวเองจะสามารถควบคุมอารมณ์ และไม่เผลอทะเลาะกับเธอต่อหน้าคนอื่นได้หรือเปล่า
เขารู้จักนิสัยเธอดี...ดื้อเงียบ เอาแต่ใจ และหึงหวงแบบไม่ปิดบัง
ไม่ว่าจะหญิงสาวคนไหนที่เข้าใกล้เขา เธอก็มักจะแสดงออกชัดเจนว่า “ไม่พอใจ”
เขาไม่อยากให้ชีวิตส่วนตัวของตัวเอง กลายเป็เื่สนุกปากของทั้งค่าย ยิ่งเขาเป็ถึงนายพัน ยิ่งไม่อาจปล่อยให้เื่แบบนี้ทำให้ต้องอับอายขายหน้ามากไปกว่านี้
แค่การแต่งงานแบบกะทันหัน ก็มีคนแอบนินทาลับหลังมากพออยู่แล้ว เขาไม่อยากให้เื่นั้นมันซ้ำเติมอีก... โดยเฉพาะต่อหน้าลูกน้องที่เขา้าให้เคารพ
ซ่งเหยียนเฉิงหลุบตาลงมองกระดาษในมืออีกครั้ง เขาไม่เคยรู้เลยว่า... คำพูดเพียงไม่กี่บรรทัดจากผู้เป็ภรรยา
จะทำให้เขารู้สึก ‘กลืนไม่เข้าคายไม่ออก’ ได้ถึงขนาดนี้
ในขณะที่ทหารหนุ่มยังนั่งเงียบอยู่กับความคิดของตัวเอง เสียงเคาะประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงที่ไม่ได้เร่งเร้า แต่จังหวะนั้นคุ้นเคยอย่างน่าหงุดหงิดใจ
ประตูก็ถูกเปิดออกช้า ๆ พร้อมกับร่างของลู่ซินหยา ที่ก้าวเข้ามาโดยไม่ต้องรอคำเชิญ
ในมือของเธอถือกล่องข้าวเหล็กเรียบสะอาด มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยออกมาทันทีที่เธอก้าวเข้า
"พี่ซ่งคะ ฉันเอาข้าวมาฝาก"
เธอเอ่ยเสียงหวานเหมือนเคลือบน้ำผึ้ง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มสวยงาม
เธอสวมชุดพยาบาลสีขาวสะอาด ผมถักเปียเรียบร้อย ร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นของระเบียบ และความมั่นใจของผู้หญิงที่รู้ว่าตัวเอง "มีตัวตน" ในสายตาใครหลายคน
"ฉันทำเองนะคะ ผัดเต้าหู้เสฉวนกับซุปไข่ พี่ไม่ค่อยกินอะไรเลย่นี้ ฉันเลย... เอามาฝากพี่ค่ะ"
ซ่งเหยียนเฉิงเงยหน้าขึ้นเพียงครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ
"ไม่จำเป็"
"พี่นี่ใจแข็งจังเลยนะคะ…" เธอวางกล่องข้าวลงบนโต๊ะ แล้วยิ้มบาง
"ถ้าไม่กินตอนนี้ ไว้หิวค่อยกินก็ได้ ฉันเผื่อใจไว้แล้วล่ะ"
ซ่งเหยียนเฉิงยังคงเงียบ ดวงตาเลื่อนมองออกไปนอกหน้าต่าง
ลู่ซินหยานั่งลงฝั่งตรงข้าม มือเกลี่ยปลายผมเล่นอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะเอ่ยต่อ
"อีกสองวัน ฉันต้องไปกับทีมพยาบาลภาคสนามนะคะ ได้ยินว่าพี่จะออกไปคุ้มกันทีมพยาบาลเพื่อไปรักษาพวกทหารที่ชายแดน?"
เขาพยักหน้าเบา ๆ
"ฉันดีใจมากนะคะที่ได้ร่วมเดินทางไปกับพี่"เธอยิ้มบาง ๆ ให้กับคนร่างสูง
"แค่มีพี่ไปด้วยฉันก็รู้แล้วว่าทีมของพวกเราต้องปลอดภัย"คำพูดนั้นกลับแฝงด้วยความมั่นใจในตัวเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข
ซ่งเหยียนเฉิงชะงักเล็กน้อย สบตาเธอเพียงเสี้ยววินาที...ก่อนจะเบือนสายตาไปทางอื่นเหมือนจะปิดบังอะไรบางอย่างไว้
ลู่ซินหยาจับสังเกตได้ทันทีว่าเขาเหมือนมีอะไรบางอย่างติดค้างในใจ
"พี่ซ่งดูไม่ค่อยเหมือนตัวเองเลยวันนี้... มีอะไรในใจหรือเปล่าคะ?"
"ไม่มี"
เขาตอบทันที แต่สายตายังคงเบือนหน้าหนี
"พี่โกหก" เธอหัวเราะน้อย ๆ อย่างรู้ทัน
"พี่ซ่งไม่เคยทำหน้านิ่งขนาดนี้เวลาคุยกับฉันเลย"
เขาเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่ซ่งเหยียนเฉิงจะพูดเสียงเบา
"ซินหยาเธอเคยรู้สึก... ผิดไหม เวลารู้ว่าตัวเองเริ่มรู้สึกกับใครสักคน ทั้งที่ไม่ควรรู้สึก?"
ลู่ซินหยาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที
ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยเสียงเบาไม่แพ้กัน
"แล้วถ้าความรู้สึกนั้น... มันเกิดขึ้นเองล่ะคะ?"
ซ่งเหยียนเฉิงไม่ตอบ เขาเพียงแค่มองเธอนิ่ง ๆ จดหมายจากหลี่หว่านชิงยังอยู่บนโต๊ะข้างมือเขา แต่น้ำหนักของมันดูจะมากกว่าทุกอย่างในห้องนี้
ลู่ซินหยาเงียบไปเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นซองจดหมายนั้น
เธอถามเสียงแ่
"จาก...ที่บ้านเหรอคะ?"
ซ่งเหยียนเฉิงพยักหน้าช้า ๆ "อืม"
หญิงสาวนั่งลงข้างโต๊ะ มองเขานิ่ง ๆ "ภรรยาของพี่เธอสบายดีไหม?"
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงแ่ "หว่านชิงเธอไม่ค่อยสบายเท่าไหร่... เธอบอกว่าโดนแม่ของพี่รังแก ยึดเงินเธอไปหมด ทำให้ไม่ได้กินของดี ๆ"
มือของลู่ซินหยาเริ่มกำแน่นอยู่ใต้โต๊ะ เธอฝืนยิ้มทั้งที่ในใจรู้สึกปั่นป่วน
คำว่า "ภรรยา" มันเหมือนลมเย็นที่พัดซัดกลางอก
"หว่านชิงเลยจะย้ายมาอยู่กับผมที่ค่ายกับพี่"
ประโยคนั้นทำให้หัวใจของลู่ซินหยาชาวาบ เธอพยายามเก็บอาการ พยายามสงบนิ่งเหมือนทุกครั้งที่เจอเขา แต่ครั้งนี้... ไม่เหมือนเดิม
"แล้วพี่ซ่ง... จะให้เธอมาจริง ๆ เหรอคะ?"
ซ่งเหยียนเฉิงไม่ได้ตอบทันที เขาแค่หลุบตาลง มองจดหมายในมือที่เหมือนมันเป็คำตัดสินใจ
ลู่ซินหยามองเขานิ่ง ๆ แม้หัวใจจะบีบแน่น แต่เธอก็ยังพูดออกมาเสียงนุ่ม
"ฉันว่า... พี่ควรส่งเงินให้เธอมากกว่านี้นะคะ ถ้าเธอมีเงินพอ อย่างน้อยเธอคงไม่คิดจะมาอยู่ที่ค่ายทหารแห่งนี่"
เธอหยุดไปอึดใจหนึ่ง ก่อนพูดต่อ
"ถ้าเธอมาอยู่ที่ค่ายแห่งนี้... พี่อาจโดนคนในค่ายนินทาได้ เื่แบบนี้... มันละเอียดอ่อนกว่าที่คิด"
ซ่งเหยียนเฉิงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตาคนร่างบางตรงหน้า และในจังหวะนั้นเอง เขารู้ตัวว่า... เขาไม่อยากเห็นแววตาเศร้าของเธอแบบนี้เลย
เขาเองก็ไม่เข้าใจนักว่าเมื่อไหร่กันที่เขาเริ่มรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่หญิงสาวมาอยู่ใกล้ ๆ
หรือว่าการที่เธออยู่ตรงนี้ตลอด เป็ฝ่ายเข้ามาก่อน พูดก่อน ยิ้มก่อน...จะทำให้เขาเริ่มเผลอใจทีละน้อย โดยไม่รู้ตัว
ซ่งเหยียนเฉิงกลืนน้ำลายลงเบา ๆ ก่อนจะพูดต่อ "พี่รู้... ว่ามันอาจไม่เหมาะ ที่จะพาภรรยาที่ไม่รู้สีประสามาอยู่ที่ค่ายทหารแห่งนี้"
ลู่ซินหยาชะงัก เธอไม่ได้พูดอะไร แต่ดวงตาเธอวาวขึ้นเล็กน้อย
"แต่เธอก็เป็ภรรยาของพี่จริง ๆ พี่ให้ปล่อยเธอให้อยู่ลำบากไม่ได้"
ลู่ซินหยาพยักหน้าเบา ๆ
"ฉันเข้าใจค่ะ... แต่ฉันแค่ห่วงพี่ ไม่อยากให้พี่ต้องตกอยู่ในที่นั่งลำบาก"
เขาหลุบตาลงอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะหลีกเลี่ยง แต่เพราะ... สายตาของเธอในตอนนี้ ทำให้เขาใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
"ซินหยา..."เขาเรียกชื่อพยาบาลสาวออกมาโดยไม่ทันคิด เสียงนั้นอ่อนลงกว่าทุกครั้ง ราวกับยอมรับในความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที แววตาเหมือนกำลังรอฟังประโยคต่อไป
แต่ซ่งเหยียนเฉิงกลับกลืนมันลงไปทั้งหมด เขาเพียงพูดแ่
"ขอบใจนะ ที่เข้าใจ"
ลู่ซินหยาเม้มปากแน่นเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ออกมา รอยยิ้มที่เจือทั้งความอ่อนโยนและความเ็ปซ่อนลึกอยู่ภายใน
"พี่ไม่ต้องพูดก็ได้ค่ะ ฉันแค่อยากอยู่ตรงนี้... ในแบบที่พี่ไม่ต้องฝืน"
สิ้นคำนั้น เธอลุกขึ้นช้า ๆ ไม่มีคำร่ำลา มีเพียงเงาร่างบางที่ค่อย ๆ เดินจากไปเงียบ ๆ เหลือไว้แค่กลิ่นหอมจางของเธอในอากาศ

แจ้งข่าว E-book
ตอนนี้ไรต์อัพ E-book ลงใน Meb แล้วแล้วนะคะ
รอทาง Meb ผ่านพิจารณา ถ้าผ่าน E-book อาจเปิดขายเที่ยงคืนวันนี้ค่ะ
E-book มี 42 ตอน 374 หน้า 80,044 คำ ค่ะ

ไรท์ฝาก E-book ไว้ด้วยนะคะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
555 พี่ซ่งเริ่มใจไหว แต่เมียก็เตรียมย้ายมาค่ายแล้วจ้าา มาลุ้นกันว่าพระเอกในนิยายจะจัดการยังไง
ในขณะที่พยาบาลลู่ก็ใจกล้าหน้าด้านเสิร์ฟข้าวพร้อมรอยยิ้ม ทั้งๆที่รู้ว่าเขามี “ภรรยาตัวจริง” อยู่ก่อนแล้ว
เธอหาใช่ผู้หญิงใสซื่อ นางตั้งใจฉกผัวชาวบ้าน มาลุ้นภรรยาหลวงการจัดการพวกคนพวกนี้อย่างไร