บทที่ 28 ยกกรงหมู
โชคดีที่หัวหน้าหมู่บ้านเป่ยหมางโกวมาถึงพอดี จึงสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้
ซิ่งซิ่งอยากดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พยายามเขย่งเท้าขึ้นสุดกำลัง แต่ก็มองไม่เห็นอะไรเลย
อวี้หย่งหลิ่วอุ้มนางขึ้นมา แต่ตัวเขาเองก็ยังเป็เด็กอยู่ ไม่ได้ตัวสูงใหญ่ แม้เขาจะอุ้มซิ่งซิ่งไว้ เด็กหญิงตัวน้อยก็ยังมองไม่เห็นข้างใน
ส่วนอวี้หย่งกุ้ยอายุเจ็ดขวบ กลับสามารถหาหนทางได้ เขาชี้ไปที่กลุ่มคนที่ยืนล้อมวงอยู่ด้านหน้าแน่นขนัด “น้องสาว ตามพี่มา!”
ยังไม่ทันที่อวี้หย่งหลิ่วจะเอ่ยปาก อวี้หย่งกุ้ยก็จูงมือซิ่งซิ่งฝ่าวงล้อมของผู้ใหญ่ไปอย่างคล่องแคล่วราวกับปลาไหลเสียแล้ว
อวี้หย่งหลิ่วมองตามตาค้าง เพียงแค่กะพริบตา น้องชายก็พาน้องสาวหายเข้าไปในกลุ่มคนแล้ว!
อวี้หย่งกุ้ยจูงมือซิ่งซิ่ง เด็กน้อยทั้งสองแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มคนอย่างรวดเร็ว พบมุมเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็นแล้วนั่งยองอยู่ตรงนั้น
คนตระกูลอวี้กับครอบครัวของชายชู้คนนั้นกำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือด
นางผูกับชายชู้แซ่เซี่ยงถูกยัดปากด้วยผ้า โดนมัดมือมัดเท้าเหมือนหมู โยนใส่กรงหมูสองกรง
ความหมายของตระกูลอวี้นั้นชัดเจน พวกเขา้าจะจับชายหญิงชู้คู่นี้ไปลงโทษโดยการขังกรงหมูแล้วโยนลงน้ำ
ทว่าตระกูลเซียงไม่ยอมง่าย ๆ ประการแรกคือ พวกเขาคิดว่าการวางแผนทำร้ายนายอวี้หลังค่อมนั้นเป็ฝีมือของนางผู ผู้หญิงที่ไม่รักษาความสัตย์ต่อสามีแบบนี้ ถ้าไม่ใช่คนของตระกูลเซี่ยง ก็คงเป็คนของตระกูลโจวหรือตระกูลหวาง ลูกหลานของตระกูลเซี่ยงเพียงแค่ถูกนางผูล่อลวงเท่านั้น ประการที่สอง นายอวี้หลังค่อมยังไม่ตาย ชีวิตหนึ่งของเขา ทำไมต้องใช้สองชีวิตมาชดใช้?
ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันอย่างรุนแรง
อวี้หย่งกุ้ยและซิ่งซิ่งผู้ซึ่งเป็เด็กน้อยทั้งสองคนไม่เข้าใจเลย พวกเขามองหน้ากันอย่างงุนงง
ซิ่งซิ่งนั่งยอง ๆ ขยับขาเข้าใกล้อวี้หย่งกุ้ยแล้วกระซิบถามเสียงเบา "พี่สี่ ลงโทษโดยการขังในกรงหมูแล้วโยนลงน้ำคืออะไรหรือ?"
อวี้หย่งกุ้ยก็ไม่ค่อยเข้าใจเช่นกัน เขาส่ายหัวอย่างงุนงง
"แล้ว พี่สี่รู้ไหม?" ซิ่งซิ่งเม้มริมฝีปากล่าง แล้วกระซิบถามว่า "พวกเขาทำผิดอะไรถึงได้ถูกขังไว้ข้างใน?"
พูดถึงเื่นี้ อวี้หย่งกุ้ยยังพอรู้อยู่บ้าง
เด็กชายทำท่าลึกลับ วางท่าเหมือนรู้เื่ดี แล้วกระซิบบอกซิ่งซิ่งว่า "ได้ยินมาว่า พวกเขาเกือบทำให้อาอวี้หลังค่อมตาย"
"อ๊ะ!" ซิ่งซิ่งเอามือปิดปาก ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยความใ
อวี้หย่งกุ้ยยกนิ้วแตะริมฝีปากเบา ๆ พร้อมกับลดเสียงลงอย่างลึกลับ "ชู่ว! พวกเราดูอยู่เฉย ๆ กันก่อนเถอะ"
ซิ่งซิ่งรีบเอามือปิดปากตัวเอง พยักหน้าหงึกๆหงัก ไม่กล้าส่งเสียงแม้เพียงครึ่งคำ
เด็กน้อยสองคนนั่งยอง ๆ อยู่ด้วยกัน หัวชนหัว จ้องมองคนสองฝั่งที่กำลังทะเลาะกันอย่างใจจดใจจ่อ
หัวหน้าหมู่บ้านเป่ยหม่างโกวก็ปวดหัวไม่แพ้กัน
นายอวี้หลังค่อมเป็คนของหมู่บ้านเป่ยหม่างโกวมาตลอดหลายปี มักจะทำมาหากินอย่างซื่อสัตย์สุจริต หาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างทั่วไป ั้แ่แรกที่นายอวี้ช่วยนางผูเอาไว้ หัวหน้าหมู่บ้านก็เคยไปเตือนเขาแล้ว ่นี้ทุกคนลำบาก อย่าเอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาใช้หมดแบบนี้เลย
ตอนนั้นนายอวี้ยังตอบกลับอย่างซื่อ ๆ ว่า อย่างไรก็ชีวิตคนหนึ่ง เขาบังเอิญเจอเข้า ก็ปล่อยให้ตายไม่ได้
แล้วเป็อย่างไรล่ะ?
ตอนนี้ไม่ใช่แค่เงินหมด แม้แต่ชีวิตก็จะไม่เหลือแล้ว!
หัวหน้าหมู่บ้านหลี่ถอนหายใจ
"พอได้แล้ว พอได้แล้ว" เมื่อเห็นว่าคนทั้งสองฝั่งกำลังจะลงไม้ลงมือกัน หัวหน้าหมู่บ้านหลี่ก็ยิ่งปวดหัว "เลิกโวยวายกันได้แล้ว!"
ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีอารมณ์รุนแรง จนถึงขั้นไม่ฟังเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้น
ทางฝั่งตระกูลเซี่ยงก็มีคนพย่าามที่จะเข้าไปปล่อยตัวชู้รักของนางผูออกมาจากกรงหมู แต่ฝั่งตระกูลอวี้จะยอมได้อย่างไร?
บรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้ว ยิ่งถูกสุมไฟให้ร้อนระอุ
ในชั่วพริบตาเดียว ก็ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนเป็ฝ่ายเริ่มลงมือก่อน
อวี้หย่งกุ้ยกับซิ่งซิ่งที่เบียดเสียดอยู่ข้างหน้า โดนคนที่อยู่ข้างหลังผลักจนล้มกลิ้งไปกับพื้น เด็กน้อยทั้งสองต่างใกลัว เด็กชายรีบดึงน้องสาวให้ลุกขึ้นแล้วกลิ้งหลบไปข้าง ๆ
แม้ว่าอวี้หย่งกุ้ยจะเป็พี่ชาย แต่เขาก็อายุแค่เจ็ดขวบ ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน การทะเลาะวิวาทของสองตระกูลใหญ่ช่างน่ากลัว จนเขาอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
ซิ่งซิ่งเองก็อ้าปากจะร้องไห้เช่นกัน แต่พอเห็นอวี้หย่งกุ้ยร้องไห้ออกมาก่อน นางก็รีบปิดปากแน่น พยายามข่มความตื่นตระหนกแล้วกอดพี่ชายเอาไว้ “พี่สี่อย่าร้องไห้ ซิ่งซิ่งอยู่นี่ ซิ่งซิ่งอยู่กับพี่”
อวี้หย่งกุ้ยรู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ รีบกอดซิ่งซิ่งไว้
ฮือ ๆ ๆ บนโลกนี้มีแต่น้องสาวเท่านั้นที่ดีกับเขา
เด็กน้อยทั้งสองกอดกันกลมกลางผู้คนที่กำลังกรูเข้าหากัน ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
ซิ่งซิ่งหวาดกลัวจนสุดขีด ดวงตากลมโตสอดส่ายมองหาผู้ใหญ่ในบ้าน
ทันใดนั้น นางก็เห็นแม่เฒ่าเว่ยกำลังถูกหญิงแปลกหน้าผลักไปมา แถมข้าง ๆ ยังมีคนมาช่วยกันกระชากผมหญิงชราจนเสื้อผ้าขาดวิ่น
ซิ่งซิ่งทั้งโกรธทั้งร้อนใจ ไม่รู้ว่าร่างกายที่ผอมบางนั้นมีเรี่ยวแรงมาจากไหน นางสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของพี่ชาย พุ่งเข้าใส่หญิงร่างท้วมที่กำลังกระชากผมของคุณย่าราวกับลูกะเิ "ปล่อยย่าของข้านะ!"
ดวงตาของซิ่งซิ่งแดงก่ำ วิ่งตรงเข้าไปหาหญิงคนนั้น ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึง นางก็อ้าปากกัดเข้าที่ขาของหญิงคนนั้นเต็มแรง!
ปากของนางยังเล็ก แถมยังมีผ้ากั้น กัดโดนเนื้อเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
หญิงคนนั้นร้องลั่นด้วยความเ็ป "นางเด็กบ้า! มาจากไหนกัน!!"
นางจึงยอมปล่อยผมของแม่เฒ่าเว่ย แล้วผลักซิ่งซิ่งออกไป
ร่างเล็กเซถลา เกือบล้มลงไปกองกับพื้น
แม่เฒ่าเว่ยไม่สนใจความซาบซึ้ง รีบเข้ามาอุ้มซิ่งซิ่ง บอกให้นางคายสิ่งสกปรกในปากออกมา "โอ๊ย.. หลานย่า รีบคายออกมาเร็ว ทำไมถึงกินอะไรสกปรกแบบนี้!"
หญิงคนนั้นได้ยินดังนั้น ก็ถึงกับโมโหจนแทบกระอักเื!
แม่เฒ่าเว่ยเองก็โมโหแทบเป็แทบตาย ด่าผู้หญิงคนนั้นว่า “เ้ามันใจดำ! เด็กตัวแค่นี้เ้ายังทำได้ลงคอ!”
เดิมทีอวี้หย่งไหวก็ร่วมวงตะลุมบอนอยู่ในกลุ่มนั้น แต่พอหันกลับไปเห็นแม่เฒ่าเว่ยอุ้มซิ่งซิ่งอยู่ในอ้อมแขน เขาก็ใจนตาโต หน้าซีดเผือด!
น้องสาวถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยได้อย่างไรกัน!?
โชคดีที่อวี้หย่งหลิ่วหาทางฝ่าวงล้อมอันชุลมุนวุ่นวายมาได้ เขาะโบอกแผนให้อวี้หย่งไหวเสียงดังว่า “พี่ใหญ่! ไปที่กรงหมู!”
ไม่เสียแรงที่เป็พี่น้องกัน อวี้หย่งไหวเข้าใจความหมายของอวี้หย่งหลิ่วในทันที
เด็กหนุ่มพยักหน้าให้น้องชายคนที่สาม จากนั้นก็วิ่งตรงไปที่กรงหมู
อวี้หย่งไหวรูปร่างไม่ได้กำยำมาก แต่เขากลับมีพลังมหาศาล คนของตระกูลเซี่ยงจะมาขวางกั้นอย่างไรเขาก็ไม่สน ผลักอีกฝ่ายออกจนกระเด็นไปหมด ไม่นานก็มาถึงกรงหมูที่ขังชายแช่เซี่ยงชู้รักของนางผูเอาไว้
อวี้หย่งไหวยกกรงที่ขังชู้รักอยู่ข้างในขึ้นทันที!
ชายที่ถูกขังอยู่ในกรงถึงกับหน้าซีดเผือด!
ขณะเดียวกัน อวี้หย่งไหวที่ยกกรงหมูขึ้นสูงก็ะโเสียงดังว่า “หยุดกันให้หมด!”
ไม่ว่าจะเป็ครอบครัวของเซี่ยง หรือแม้แต่ตระกูลอวี้ ต่างก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า!
ผู้ใหญ่หลี่รีบคว้าโอกาสนี้เข้าควบคุมสถานการณ์ ท่ามกลางหยาดเหงื่อเย็นที่ไหลริน "พอแล้ว ๆ หยุดก่อน! มีอะไรค่อยพูดค่อยจากัน! ตีกันไปก็เท่านั้น ไม่ได้ช่วยให้แก้ปัญหาได้เสียหน่อย!"
ความวุ่นวายบนลานตากข้าว ก็เริ่มสงบลงทีละน้อยด้วยสถานการณ์เช่นนี้