
บทที่ 6: การประทับตราและผู้ช่วยดมกลิ่น
เสียงลมหายใจหอบถี่และเสียงครางหงิงๆของก้อนขนสีส้มแดง ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของอีไลอัสท่ามกลางความเงียบสงัดของป่าลึกที่ถูกย้อมด้วยแสงสีทองยามสายท่าทีที่แข็งกร้าวและเตรียมพร้อมปะทะของสถาปนิกในร่างเด็กชายวัยสิบสองปี ค่อยๆผ่อนคลายลงเมื่อเขามองเห็นสภาพที่แท้จริงของผู้มาเยือนท่อนไม้ที่ง้างขึ้นเตรียมฟาดถูกลดระดับลงจนปลายไม้แตะพื้นดิน
ลูกสุนัขจิ้งจอกอสูรตัวนี้ไม่ได้มาเพื่อล่าแต่มันมาเพื่อ ‘ขอความช่วยเหลือ’หรืออย่างน้อยที่สุด...มันก็ถูกกลิ่นของปลาย่างหอมฉุยลากจูงสัญชาตญาณความหิวโหยให้เอาชนะความหวาดกลัวมนุษย์
อีไลอัสหรี่ตามองประเมินสถานการณ์ดวงตาของเขาวิเคราะห์ั้แ่าแที่มีหนามสีดำปักคาอยู่ไอพิษสีม่วงที่แผ่ซ่านออกมา รอยเืที่แห้งกรังและอาการสั่นเทาของกล้ามเนื้อที่บ่งบอกถึงภาวะขาดสารอาหารและน้ำตาลในเืต่ำอย่างรุนแรง
“าแติดพิษ พละกำลังเหลือไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ท่าทางแบบนี้...” ิญญาเกมเมอร์วัยสามสิบห้าปีเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว“นี่มัน ‘อีเวนต์จับสัตว์เลี้ยง ’ชัดๆ! ในเกม MMORPG ทั่วไปการจะได้สัตว์ขี่หรือสัตว์เลี้ยงดีๆมักจะมาในรูปแบบของเควสต์ช่วยเหลือมอนสเตอร์ที่าเ็ หรือไม่ก็ต้องเอาของกินที่มันชอบไปล่อ”
เขาปรายตามองปลาย่างสีเหลืองทองบนหลุมไฟดาโกตาสลับกับมองหน้าลูกจิ้งจอกที่กำลังจ้องปลาย่างตาไม่กะพริบ
“การลงทุนมีความเสี่ยงแต่ผลตอบแทน ของการมีผู้ช่วยที่มีจมูกไวอย่างจิ้งจอกในป่าที่กว้างใหญ่แบบนี้ถือว่าคุ้มค่ามหาศาล มันสามารถเป็ได้ทั้งเรดาร์ตรวจจับศัตรูและเครื่องสแกนหาทรัพยากรชั้นยอด”
อีไลอัสตัดสินใจวางท่อนไม้ลงบนพื้นอย่างช้าๆเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังและไม่ให้มันใ เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นในระดับสายตาแบมือออกเพื่อแสดงเจตนาสันติ ตามหลักสากลของการสื่อสารกับสัตว์ป่า
“ใจเย็นๆนะไอ้หนู ฉันไม่ได้จะทำร้ายแก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความมั่นคง “แกหิวใช่ไหม? แต่ก่อนที่แกจะได้กินปลาของฉัน ฉันต้องจัดการกับไอ้หนามบ้าๆที่ขาของแกก่อน ไม่งั้นพิษมันได้แล่นเข้าสู่หัวใจแกแน่ๆ”
ลูกจิ้งจอกขู่คำรามในลำคอเบาๆขนฟูๆ บริเวณท้ายทอยของมันตั้งชันขึ้นด้วยสัญชาตญาณระวังภัยแต่มันก็อ่อนแรงเกินกว่าจะขยับหนีไปไหนได้ อีไลอัสค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างเชื่องช้าทุกย่างก้าวของเขาจงใจเหยียบลงบนพื้นดินที่ไม่มีกิ่งไม้แห้งเพื่อลดเสียงรบกวน
เมื่อเข้าใกล้จนถึงระยะประชิดกลิ่นคาวเืผสมกับกลิ่นฉุนรุนแรงของพิษก็ลอยมาแตะจมูกอีไลอัสย่อตัวลงนั่งคุกเข่า เขาค่อยๆเอื้อมมือไปคว้ากระบอกไม้ไผ่ที่ใส่น้ำสะอาดจากแอ่งน้ำตกม่านไพลินที่เขาตักเตรียมไว้ก่อนหน้านี้
“อยู่นิ่งๆนะ มันจะแสบหน่อย”
เขารินน้ำสะอาดลงบนาแที่ข้อเท้าหลังของลูกจิ้งจอกเพื่อชะล้างคราบเืแห้งกรังและเศษดินออกลูกจิ้งจอกสะดุ้งเฮือกและพยายามจะชักขาหนี แต่มือเล็กๆของอีไลอัสกลับจับท่อนขาของมันไว้แน่นด้วยความระมัดระวังเขาพบว่าหนามสีดำนั้นแทงลึกเข้าไปในชั้นกล้ามเนื้อพอสมควร
“ต้องเอาหนามออกก่อนแต่ถ้าดึงออกตรงๆ เืต้องพุ่งกระฉูดแน่ เราต้องเตรียมยาห้ามเืไว้ล่วงหน้า”
อีไลอัสหันซ้ายหันขวามองหาพืชพรรณรอบตัวแม้เขาจะไม่ได้จบพฤกษศาสตร์ แต่ความรู้รอบตัวจากการดูสารคดีเอาชีวิตรอดบอกเขาว่าพืชที่มีใบสีเขียวเข้ม มีขนเล็กๆ ตามใบ มักจะมีคุณสมบัติเป็สารสมานแผล ที่ช่วยหดรัดหลอดเืได้เขาเหลือบไปเห็นกอหญ้าใบกว้างที่มีลักษณะคล้ายใบสาบเสือ หรือใบพังพอนซึ่งมักจะขึ้นอยู่ตามริมน้ำตก เขาเด็ดมันมาเต็มกำมือ
แต่ปัญหาคือ...เขาไม่มีโกร่งบดยา และถ้าจะใช้ก้อนหินทุบสารสกัดที่ได้ก็อาจจะปนเปื้อนเศษดินและแบคทีเรีย
“เอาล่ะ...ได้เวลาประยุกต์ใช้นวัตกรรม”
สถาปนิกน้อยกางฝ่ามือออกวางกองใบสมุนไพรสดไว้บนโขดหินที่เรียบและสะอาดสะอ้าน เขาเรียกใช้งานสกิล [สถาปนิกแห่งพงไพร] อีกครั้ง แสงสีทองสว่างวาบขึ้นที่ปลายนิ้ว
“สกิลนี้ไม่ได้มีไว้แค่เชื่อมต่อกิ่งไม้แต่หลักการพื้นฐานของมันคือการแทรกแซงและ ‘ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง’ ของวัสดุธรรมชาติถ้าฉันสามารถสั่งให้โครงสร้างมันประสานกันได้ฉันก็ต้องสั่งให้มันบีบอัดตัวเองได้เหมือนกัน!”
อีไลอัสใช้ปลายนิ้วที่เรืองแสงสีทองกดทับลงไปบนกองใบสมุนไพรเขาไม่ได้ขยี้มันด้วยแรงกาย แต่เขาส่ง ‘คำสั่ง ’ ผ่านสกิลให้ตารางกริดที่ครอบทับใบไม้อยู่นั้น ทำการ ‘บีบอัดและลดช่องว่างระหว่างเซลล์’ ปรากฏการณ์มหัศจรรย์เกิดขึ้นทันที!กองใบสมุนไพรไม่ได้ฉีกขาดหลุดลุ่ยเหมือนถูกหินทุบแต่มันถูกแรงกดดันทางเวทมนตร์ระดับโมเลกุลบีบอัดเข้าหากันอย่างรุนแรงราวกับถูกอัดด้วยเครื่องไฮดรอลิกเพรส น้ำเลี้ยงสีเขียวเข้มที่อุดมไปด้วยตัวยาและสารแทนนิน เข้มข้นถูกรีดออกมาจากเส้นใยใบไม้จนหยดติ๋งๆ ลงบนโขดหิน เหลือเพียงกากใยที่แห้งสนิท
“เพอร์เฟกต์!การสกัดเย็น แบบร้อยเปอร์เซ็นต์สารสกัดตัวยาไม่ถูกทำลายด้วยความร้อน และไม่มีสิ่งเจือปน”
อีไลอัสกอบเอาน้ำสมุนไพรสีเขียวเข้มที่เหนียวข้นราวกับเจลขึ้นมาไว้ในฝ่ามือเขาหันกลับไปหาลูกจิ้งจอกที่นอนหอบหายใจรวยริน
“เอาล่ะนะหนึ่ง สอง... สาม!”
ด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาดอีไลอัสใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งคีบดึงหนามสีดำยาวสองนิ้วนั้นหลุดพรวดออกมาจากข้อเท้าของลูกจิ้งจอกอย่างแม่นยำ!
ลูกจิ้งจอกร้องลั่นด้วยความเ็ปและมีลูกไฟพ่นออกมาจากปาก เืสีแดงคล้ำทะลักออกมาตามรอยแผลเปิดแต่อีไลอัสไม่รอช้า เขารีบโปะเจลสมุนไพรสกัดเข้มข้นลงไปปิดปากแผลทันทีสรรพคุณทางยาของสมุนไพรต่างโลกผสานกับความบริสุทธิ์ของการสกัดทำให้มันออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว อาการเืไหลทะลักหยุดชะงักลงแทบจะในไม่กี่วินาทีไอพิษสีม่วงที่เคยแผ่ออกมาค่อยๆจางหายไปเมื่อตัวยาซึมลึกเข้าสู่กระแสเืเพื่อสะกดพิษร้ายไว้
หน้าจอโฮโลแกรมสีเขียวมรกต—ซึ่งเป็สีของระบบการแพทย์และชีววิทยา—สว่างวาบขึ้นซ้อนทับกับหน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงพร้อมกับเสียง วิ้ง! ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นรื่นหู:
[ ไอเทมที่สร้าง: เอสเซนส์สมุนไพรสมานแผลบริสุทธิ์ ] [ ระดับคุณภาพ :ไร้ที่ติ - ColdPressed 100% ]
[ กลไกการผลิต: ] ตรวจพบการใช้แรงดันไฮดรอลิกเชิงเวทมนตร์ โครงสร้างเซลล์พืชถูกบีบอัดอย่างสมบูรณ์โดยไม่ทำลายโมเลกุลของตัวยาปราศจากการปนเปื้อนของแบคทีเรียและรอยขีดข่วนจากแร่หิน
[ สรรพคุณทางเภสัชกรรม : ]
ห้ามเืฉับพลัน: สารแทนนินเข้มข้นช่วยหดรัดหลอดเืที่ฉีกขาด ปิดปากแผลภายใน 3 วินาที
ต่อต้านและชะลอพิษ: สารสกัดเย็นบริสุทธิ์ช่วยต้านการอักเสบและชะลอการลุกลามของ 'สถานะติดพิษ ' ได้ชั่วคราว
ฟื้นฟูาแ: สมานแผล 50 % เมื่อัักับเนื้อเยื่อโดยตรง
ลูกจิ้งจอกอสูรหยุดดิ้นรนมันหอบหายใจหนักๆ ดวงตาสีอำพันของมันมองช้อนขึ้นมาที่ใบหน้าของเด็กชายแววตาของมันไม่ได้มีความดุร้ายอีกต่อไปเหลือเพียงความสับสนและความซาบซึ้งใจที่ถูกถ่ายทอดออกมา
ทันใดนั้นเองท่ามกลางความเงียบสงบที่กลับคืนมาหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีทองก็เด้งพรวดขึ้นมาเบื้องหน้าของอีไลอัสพร้อมกับเสียงสังเคราะห์ที่ดังกังวานในหัว
[ เงื่อนไขบรรลุผล:ท่านได้แสดงความเมตตาและมอบการรักษาแก่สิ่งมีชีวิตที่าเ็ ]
[ การตอบสนองทางอารมณ์ของเป้าหมาย:เปิดใจยอมรับ และลดความระมัดระวังลง ]
[ ระบบขอเสนอการเปิดใช้สกิล:พันธสัญญาผู้อยู่อาศัย ]
อีไลอัสหรี่ตามองข้อความบนหน้าจอระบบ“มาแล้วสินะ...หน้าต่างยืนยันการทำสัญญาว่าจ้าง”
ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นเพื่ออธิบายเงื่อนไขของพันธสัญญามันไม่ใช่การร่ายเวทมนตร์จับสัตว์อสูรยัดใส่โปเกบอลและไม่ใช่การตีตราทาสที่บังคับขืนใจแต่มันคือการทำสัญญาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการพึ่งพาอาศัยกัน
[ พันธสัญญาผู้อยู่อาศัย ]
ข้อตกลง: หากท่านยอมรับสิ่งมีชีวิตนี้จะถูกขึ้นทะเบียนเป็ ‘ลูกบ้าน’ ภายใต้การดูแลของท่าน
สวัสดิการที่จะได้รับ (ลูกบ้าน): 1. ได้รับผลของ ‘SanctuaryRegen’ าแทางกายภาพจะถูกกระตุ้นการสมานตัวอย่างรวดเร็ว
2. ได้รับการคุ้มครองในอาณาเขตSafe Haven
สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ(ผู้ใหญ่บ้าน):
สามารถสื่อสารและทำความเข้าใจเจตจำนงของลูกบ้านได้ข้ามเผ่าพันธุ์
สามารถแบ่งปันวิสัยทัศน์หรือหยิบยืมความสามารถบางประการของลูกบ้านมาใช้ได้
[ ท่าน้าประทับตราพันธสัญญาหรือไม่?] [ ยืนยัน / ปฏิเสธ ]
“สวัสดิการรักษาพยาบาลแลกกับการเป็แรงงานดมกลิ่น...แฟร์ดีนี่ ถือเป็คอนแทร็กต์ ที่สมเหตุสมผล”สถาปนิกหนุ่มพยักหน้าอย่างพึงพอใจไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องปฏิเสธ เขาเอื้อมนิ้วไปกดปุ่ม [ ยืนยัน ] บนหน้าจอโฮโลแกรม
[ กรุณาตั้งชื่อให้แก่ลูกบ้านของท่านเพื่อใช้เป็กุญแจในการประทับตรา ]
อีไลอัสมองใบหน้าเล็กๆของลูกจิ้งจอกสีส้มแดงที่กำลังมองเขาตาปริบๆ “ชื่อเหรอ... รูปร่างปราดเปรียว ว่องไวสีสันเหมือนเปลวไฟ... จะตั้งชื่อว่า แฟลช? ไฟร์บอล? หรือ นารูโตะ ดีล่ะ?”
เขาบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความี้เีคิดชื่อที่สลับซับซ้อน“เอาเป็ชื่อสั้นๆเรียกง่ายๆ ก็แล้วกัน... แกชื่อว่า ฟินน์ ก็แล้วกันนะสั้น กระชับ และฟังดูเป็มิตรดี”
[ ยืนยันนามแห่งพันธสัญญา:ฟินน์ ]
[ กระบวนการประทับตราเสร็จสมบูรณ์]
ทันทีที่สิ้นสุดข้อความแสงสีทองสว่างจ้าก็วาบออกจากฝ่ามือของอีไลอัส พุ่งเข้าปกคลุมร่างของลูกจิ้งจอกอสูรมันไม่ได้ร้อนรุ่ม แต่มันเป็ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้าสู่จิติญญาสัญลักษณ์รูปลูกมาตรวัดสถาปนิก (วงเวียนและฉาก)ขนาดเล็กเรืองแสงขึ้นที่กลางหน้าผากของฟินน์เพียงชั่วครู่ก่อนจะซึมลึกหายไปใต้ชั้นิั
และแล้วความมหัศจรรย์ของระบบสวัสดิการ ‘Sanctuary Regen’ ก็แสดงอานุภาพให้เห็นประจักษ์แก่สายตา!
แสงสีทองไหลเวียนไปรวมตัวกันที่บริเวณาแข้อเท้าหลังของฟินน์สมุนไพรที่อีไลอัสพอกไว้ถูกดูดกลืนพลังงานจนแห้งสลายไปเซลล์เนื้อเยื่อที่ฉีกขาดและบวมช้ำ เริ่มเกิดการแบ่งตัวและสมานเข้าหากันด้วยความเร็วที่ฝืนกฎแห่งเซลล์วิทยา โดยสิ้นเชิง! รอยแผลเปิดปิดสนิทิัสร้างใหม่ขึ้นมาทดแทนและแม้กระทั่งเส้นขนสีส้มแดงก็งอกยาวขึ้นมาปกปิดร่องรอยาแจนมิดชิดราวกับว่ามันไม่เคยถูกหนามพิษทิ่มแทงมาก่อนเลยในชีวิต
“พระเ้าช่วย...นวัตกรรมทางการแพทย์ระดับโลกยังต้องกราบ นี่มันโกงความตายชัดๆ!” อีไลอัสอ้าปากค้างกับการฮีลลิ่งแบบติดจรวดของระบบ
ฟินน์ลูกจิ้งจอกอสูรที่บัดนี้หายเป็ปลดทิ้ง มันลุกขึ้นยืนด้วยขาทั้งสี่ข้างอย่างมั่นคงมันสลัดขนฟูๆ ของมันหนึ่งรอบเพื่อเรียกความสดชื่น ก่อนจะเงยหน้ามองอีไลอัสดวงตาสีอำพันของมันเปล่งประกายความตื่นเต้นและดีใจ
มันอ้าปากและส่งเสียงร้องออกมา
“โฮ่ง! บ็อกๆ!หงิงงงง!”
นั่นคือสิ่งที่หูของมนุษย์ทั่วไปควรจะได้ยินแต่มันกลับไม่ใช่สิ่งที่ ‘ผู้ใหญ่บ้าน’อย่างอีไลอัสได้ยิน
คลื่นความถี่เสียงร้องของสัตว์อสูรถูกส่งผ่านสายใยแห่งพันธสัญญา เข้าสู่ระบบประมวลผลในสมองของอีไลอัส และถูกแปลรหัส ออกมาเป็คำพูดของภาษามนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบมันเป็เสียงเด็กผู้ชายวัยกำลังซนที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและ... ความหิว!
“ว้าว!ขาฉันหายเจ็บเป็ปลิดทิ้งเลย! ขอบใจมากนะเ้ามนุษย์!นายเป็เ้านายที่ดีที่สุดเลย!” เสียงร้องของฟินน์ดังก้องอยู่ในหัวของอีไลอัสอย่างชัดเจน“แต่ว่านะเ้านาย... ตอนนี้ฉันหิวจนไส้จะกิ่วอยู่แล้ว!ไอ้กลิ่นหอมๆ ที่อยู่บนกองไฟนั่นน่ะ... ฉันขอแบ่งปลาย่างชิ้นนั้นกินได้ไหม?น้าาาา! ขอฉันกินหน่อยน้าาา!”
อีไลอัสถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด “เฮ้ย! ดะ... เดี๋ยวนี่ฉันฟังภาษาหมาจิ้งจอกรู้เื่ด้วยเหรอเนี่ย!?”
“ฉันไม่ใช่หมาจิ้งจอกธรรมดานะ!ฉันเป็จิ้งจอกอสูรสุดเท่ต่างหาก!” ฟินน์เถียงกลับทันควัน พร้อมกับโชว์พ่นลูกบอลไฟ และกระดิกหางฟูๆอย่างเอาใจ “ว่าไงเ้านาย! ปลาย่างนั่นน่ะ!ฉันขอกินนะ! กินได้ไหม! กินล่ะนะ!”
ยังไม่ทันที่อีไลอัสจะอนุญาตเ้าฟินน์ผู้หิวโหยก็กระโจนพรวดเดียวเข้าไปยืนจังก้าอยู่หน้าหลุมไฟดาโกตาจมูกสีดำของมันฟุดฟิดดมกลิ่นปลาย่างที่สุกเหลืองทองกำลังดีน้ำลายหยดแหมะลงบนพื้นหินอย่างไม่กักเก็บอาการ
สถาปนิกในร่างเด็กชายได้แต่ถอนหายใจยาวพลางเอามือกุมขมับแม้ระบบจะบอกว่ามันคือการประทับตราเพื่อจ้างลูกบ้านและผู้ช่วยดมกลิ่นแต่ดูจากทรงแล้ว...
“นี่ฉันได้ลูกบ้านหรือได้ภาระมาเพิ่มกันแน่เนี่ย” อีไลอัสบ่นอุบอิบแต่รอยยิ้มบางๆ ก็ผุดขึ้นบนใบหน้า เขาลุกขึ้นเดินไปที่เตาไฟหยิบไม้เสียบปลาย่างขึ้นมาหนึ่งไม้แล้วยื่นส่งให้เ้าก้อนขนสีส้มแดงที่นั่งกระดิกหางรออย่างใจจดใจจ่อ
“เอาไปกินซะกินให้อิ่ม แล้วเตรียมตัวรับการบรีฟงาน ในฐานะลูกบ้านหมายเลขหนึ่งของเฮเซลบรุคได้เลยไอ้หนู”
และนี่คือจุดเริ่มต้นของการลงนามในพันธสัญญาแรกพันธสัญญาที่ตั้งอยู่บนรอยแผลที่ถูกเยียวยา และการแบ่งปันเสบียงมื้อแรกในต่างโลกท่ามกลางเสียงเคี้ยวปลาย่างกร้วมๆ อย่างเอร็ดอร่อยของลูกจิ้งจอกอสูรโดยมีสถาปนิกหนุ่มนั่งมองด้วยความเอ็นดู (และแอบเสียดายปลา)รัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุค... ได้เปิดทำการอย่างเป็ทางการแล้ว!
[ คลาส:ผู้รังสรรค์แห่งความสงบสุข ]
[ เลเวลตัวละคร: Lv.1 ]
[ สกิล:สถาปนิกแห่งพงไพร Lv.1, พันธสัญญาผู้อยู่อาศัย Lv.1 ]
[ รายงานประชากรรัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุค:รวม 2 ชีวิต ]
[ลูกบ้านในพันธสัญญา:
ลูกบ้านอสูร(พันธสัญญาหลัก/หัวหน้าแผนก):
ฟินน์ (จิ้งจอกอสูรระดับ C)