Ep.4 สัญญาระหว่างเรา
ปลาทูพยายามพิสูจน์ตัวเองมาตลอดว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไรจนกระทั่งถึงวันนี้ วันที่พวกเขาสองคนจะต้องไปงานเลี้ยงด้วยกัน ซึ่งงานนั้นก็คืองานเเต่งงานหลานของพ่อไทเกอร์นั่นเอง
“วันนี้เรามางานมงคล ทำตัวดีๆกันนะเด็กๆ ตาเกอร์ดูเเลน้องด้วยนะลูก แม่กับพ่อจะไปจะไปคุยกับคุณอาฝั่งโน่น”
“ได้ครับแม่…ผมจะดูเเลปลาทูให้ดีเท่าชีวิตผมเลยครับ”เด็กน้อยตาแป๋วหันไปมองคนที่บอกว่าจะดูแลเขาด้วยใบหน้าที่มีความสุขและรู้สึกว่าตัวเองเป็คนพิเศษสำหรับเขามาก
“ปลาทู….เราไปตรงโน่นกันไหม ดูสิ…ของกินเพียบเลย”
“เเต่คุณป้านภาบอกว่า……”
“หื้ม…อยู่กับพี่ไม่ต้องกลัวคุณแม่ว่าหรอกน่ะ เมื่อกี้พี่บอกแล้วไงว่าพี่จะดูเเลเราเอง ป๊ะ!!!ไปกันเถอะ” ไทเกอร์เอื้อมมือไปจับมือของปลาทูและเดินจูงมือกันไปยังโซนอาหารในงานเลี้ยง ทั้งคู่ต่างหยิบอาหารใส่จานให้กัน แบ่งกันทานตามประสาเด็กกำลังกินกำลังโต พิธีในงานดำเนินไปจนกระทั่งถึงเวลาที่เ้าบ่าวกับเ้าสาวพูดความประทับใจที่มีต่อกัน เวลานั้นทำให้ทั้งคู่หยุดการกินและเดินกลับมานั่งฟังอย่างสุภาพ ปลาทูอินกับบทสนทนาใน่เวลาที่เ้าบ่าวกับเ้าสาวพูดความในใจต่อกันมาก
“คนที่เขาจะเเต่งงานกันได้ เขาต้องมีความในใจต่อกันใช่ไหมครับพี่เกอร์”
“ใช่…และก็ต้องมีความรักและความผูกพันธ์กันด้วยนะ”
“ความผูกพันธ์…คืออะไรหรอครับ?”
“มันก็คือความรู้สึกรัก ชอบในสิ่งที่มีให้กันไง ยกตัวอย่างเช่น เคยทำอะไรให้เราประทับใจ เคยเอาใจใส่ ดูเเลเรามากเเค่ไหน อะไรประมาณนี้นั่นแหละ”
“แล้วทำยังไงถึงจะรู้ว่าเรารักเขาและพร้อมที่จะเเต่งงานกับเขาแล้วล่ะครับ”
“มันจะมีความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่พอเรามองเขาปุ๊บก็จะรู้เลยว่า เราเริ่มชอบเขาแล้วและพอถึงเวลานั้นก็…คงดูใจซักสิบปีแล้วก็เเต่งงานกันแบบวันนี้มั้ง อ่อ…แล้วก็มีใจเต้นเเรงทุกครั้งที่เจอด้วยนะ”
“หรอครับ…แล้ว…พี่เกอร์เคยรู้สึกพิเศษแบบนั้นบ้างไหมครับ?”
“ก็….ยัง….ไม่เคยนะ แล้วทูล่ะ?”
“ทูก็ไม่เคยครับ เเต่ตอนนี้ทูว่า…ทูเคยละ”
“หืม….กับใครอ่ะ…บอกพี่ได้ไหม?”
“ก็พี่เกอร์ไง!!!ทูใจเต้เเรงทุกครั้งที่อยู่กับพี่ แบบนี้แสดงว่าทูชอบพี่เกอร์และอยากเเต่งงานกับพี่เกอร์ ใช่ไหมครับ”
“ฮ้า ฮ่าฮ้า!!! จริงดิ!!!…งั้นอีกซักสิบปีเรามาเเต่งงานนะ ฮ้าฮ่าฮ้า!!!”
“พี่เกอร์สัญญาเเล้วนะครับ”
“เอาดิ!!!สัญญาเกี่ยวก้อยเลย ถ้าอีกสิบปีทูยังไม่มีใครมาจีบ ทูมาเเต่งงานกับพี่นะ”
“ทูสัญญาว่าจะไม่ให้ใครมาจีบ ทูจะรอพี่เกอร์คนเดียวเลยครับ” ทั้งคู่เกี่ยวก้อยสัญญากันทั้งๆที่ไม่ได้รู้ความหมายของคำว่ารักอย่างแท้จริง ด้วยความที่ไทเกอร์ยังเป็เด็กจึงพูดอะไรไปเรื่อย ทว่าปลาทูนั้นกับถือเป็จริงกับสัญญาครั้งนี้มาก ตั้งเเต่วันนั้นเป็ต้นมา ไทเกอร์ก็คอยดูเเลปกป้อง เอาใจใส่ปลาทูมาโดยตลอดชนิดได้ว่าตัวติดกัน ไปไหนไปกัน ไม่เคยทิ้งให้ใครเหงาหรืออยู่คนเดียวเลยซักครั้ง จนกระทั่งเวลาผ่านไป 5 ปี ทั้งคู่เข้าสู่วัยรุ่นมีความรู้สึกนึกคิดเป็ของตัวเองเต็มที่ พวกเขาเริ่มดูเเลตัวเองในด้านข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้าหน้าผม สุนีย์จึงหลุดจากหน้าที่ดูเเลไทเกอร์แล้วหันไปดูเเลนภาแทน ถึงแม้ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยนไปมากเเต่ความสัมพันธ์ของไทเกอร์กับปลาทูนั้นก็ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทั้งคู่ยังคงทำดีและหวังดีต่อกันเสมอมา จนเพื่อนๆน้องๆในโรงเรียนยกให้สองคนนี้เป็คู่จิ้นกันไปโดยปริยาย
“ทู!!!....พักเที่ยงยังไปกินข้าวกัน พี่หิวละ”
“ไปสิครับพี่เกอร์…เเต่ก่อนจะไป เอ่อ…พี่เกอร์ใส่นี่ก่อนไหมครับ?”
“หมวก…ใส่ทำไม?”
“ก็…กันพวกน้องๆที่เขาชอบมาถ่ายรูปอ่ะครับ…ทูกลัวพี่เกอร์อาย”
“อายอะไร…อายที่เขายกให้เราเป็คู่จิ้นกันน่ะเหรอ”
“พี่เกอร์รู้!!!...”
“ก็รู้ดิ…ลืมไปแล้วหรอว่าพี่เป็ประธานนักเรียนนะ ข่าวใหญ่ขนาดนี้พี่จะไม่รู้ได้ไง”
“แล้วพี่เกอร์ไม่อายหรอครับ…ที่ต้องมาจิ้นกับทูแบบนี้ อีกอย่างเราก็…”
“อายอะไร…นี่มันสมัยไหนละ ทุกอย่างเปิดกว้างหมดแล้ว ใครจะมองยังไงก็ชั่ง เรารู้อยู่แก่ใจ…ไปกินข้าวได้ยัง…หิวไส้จะขาดแล้วเนี้ย ลุกเร็วไอ้เตี้ย!!!” มืออันอบอุ่นยกขึ้นมาขยี้หัวปลาทูด้วยท่าทีหยอกเล่น เเววตาที่มองมาและคำพูดที่ไทเกอร์เอ่ยออกมานั้น มันทำให้ปลาทูคิดเป็อย่างอื่นไม่ได้จริงๆ ไทเกอร์ยื่นมือไปจับมือปลาทู ทั้งคู่จูงมือกันไปกินข้าวเหมือนทุกๆวัน เวลาว่างไทเกอร์ก็มักจะมาหาปลาทูบ่อยๆ