ก่อกๆ “คุณหนูเ้าคะ” ก่อกๆๆ “คุณหนู บ่าวเข้าไปนะเ้าคะ”
ผู้หลงยุคสมัยทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่อเห็นผู้หญิงอวบคนหนึ่งมัดผมทรงซาลาเปาสองข้างเปิดประตูเข้ามา ไร้คำพูดจาตอบกลับไปเพราะหัวสมองกำลังประมวลผลและสังเกต ใดๆ คือต้องรู้ก่อนว่าตัวเองควรจะพูดยังไงหรือทำอะไรเป็อันดับแรก
“กำลังตื่นใช่หรือไม่เ้าคะ เมื่อคืนบ่าวว่าจะมาอยู่เป็เพื่อนคุณหนูเพราะเป็ห่วง บ่าวรู้ทั้งรู้ว่าคุณหนูแพ้ดอกท้อ แต่รัชทายาทผู้นั้นก็ยังสั่งให้คุณหนูทานสุราผสมดอกท้อ ดีนะเ้าคะที่ไม่เป็อะไร” เดินไปจูงมือสตรีงดงามที่เพิ่งผ่านพ้นวันปักปิ่นได้สองเดือนเข้าไปในห้องอาบน้ำ พลางหันมองเมื่อพบกับความเงียบผิดปกติ “คุณหนู”
ผู้ถูกทักว่าคุณหนูสะดุ้ง ‘แน่แล้วว่าตัวเองคงหลงมาอยู่ที่ไหนสักแห่งในยุคคนจีนสมัยเก่า...แล้วในหนังจีนที่เคยดู เขาพูดกันว่ายังไงนะ’ หัวคิ้วขมวดเป็ปมแน่นก่อนจะวิเคราะห์สถานการณ์หลักของเ้าของร่างนี้ไปด้วย ‘แพ้ผลท้อแต่ถูกสั่งให้ทาน’ “อะไรนะ เ้าว่าข้าแพ้ดอกท้อแต่รัชทายาทยังมอบมันให้ข้ารึ?” นั่นหมายความว่าเ้าของร่างอาจสิ้นลมเพราะแพ้สุราดอกท้อไปแล้ว ‘แต่นี่มันเื่อะไรกันนะ’ พยายามจับต้นชนปลาย
“เ้าค่ะ รัชทายาทมู่หรงหลานที่คุณหนูแอบรักอย่างไรเล่า เจ็บใจนัก คุณหนูรึก็คอยช่วยเหลือเื่ของกำนัลในวังหลวง แต่รัชทายาทผู้นั้นกลับหลงใหลเพียงเยี่ยนมิ่งลี่สหายของคุณหนูที่เพิ่งจะพ้นวัยปักปิ่นเมื่อคืนที่ผ่านมา”
“เมื่อคืนที่ข้าได้ทานสุราดอกท้อ?”
“เป็เช่นนั้นเ้าค่ะ คุณหนูมิอาจปฏิเสธได้จึงจำเป็ต้องทานเพราะมันคืองานวันเกิดของสหายคนสนิทของคุณหนูอย่างไรเล่า ดีนะเ้าคะที่คุณหนูมิเป็อะไร”
‘ใครว่าไม่เป็อะไร เ้าของร่างตายเลยนะนั่น’ “แล้วทุกครั้งหลังจากที่ข้าทานผลไม้ชนิดนี้ข้าเป็เช่นไร”
ถอดชุดเอี๊ยมออกจากร่างขาวสะอาดไปพร้อมๆ กับอธิบายเื่เก่า เข้าใจว่าคุณหนูคงจะลืมมันไป “ยามเยาว์ คุณหนูจะแน่นหน้าอก หายใจลำบากเ้าค่ะ”
“อ่อ” บวกกับเมาก็ตายพอดีนั่นล่ะ ‘ว่าแต่ว่า ชื่อรัชทายาทมู่หรงหลานกับเยี่ยนมิ่งลี่นี่มันคุ้นๆ ว่าเคยรู้จักที่ไหนนะ...เอ จะว่ารู้จักเป็ตัวคนหรือในซีรีย์ก็ไม่ใช่ รึว่า!’ “รัชทายาททวงรัก!!” ใช่แล้ว!! ตัวละครหลักในนิยายเก่าเก็บที่เคยอ่านไปเมื่อสามปีที่ก่อน จำได้ว่าเพื่อนสนิทของนางเอกที่ชื่อเยี่ยนมิ่งลี่จะมีชื่อว่า “หวังปิงปิง” แงๆ ...สตรีผู้หลงรักรัชทายาทเช่นกัน ตายแล้ววว
สาวใช้ผู้กำลังขัดถู่ไหล่ชะโงกมองคุณหนูผู้นั่งพิงถังอาบน้ำและหันหลังให้นาง “เรียกนามตนเองทำไมเ้าคะ?”
‘นั่นไงล่ะ’ แบบนี้คงเดาได้ไม่ยากแล้วว่าสาวใช้ชื่อว่าอะไร “มิมีสิ่งใดหรอกอาเปา ข้าแค่ย้ำเตือนตนเองเล็กน้อยว่านับจากนี้ไปควรตัดใจจากรัชทายาทเสีย” ปากพูดไปและจะทำมันให้ได้จริงๆ ในเมื่ออดีตคนอ้วนมาอยู่ในร่างงดงามนี้แล้วเหตุใดจะต้องดำเนินชีวิตไปตามเนื้อเื่ที่บทสรุปสุดท้ายตัวหวังปิงปิงหายไปไหนไม่รู้
“บ่าวจะดีใจมากเลยนะเ้าคะ หากคุณหนูกระทำได้จริงดังที่พูด”
“อื้ม เ้าคอยดูต่อไปเถอะ” ‘เพราะข้ามิใช่หวังปิงปิงตัวจริงเหตุใดจะทำไม่ได้’ หลังจากอาบน้ำจนร่างกายสะอาดสะอ้าน นางจึงไปนั่งชมนกชมไม้ในสวนร่มรื่นโดยมีอาเปา สาวใช้คนสนิทคอยตอบทุกคำถามที่นางอ้างไปว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาเมาสุราจึงจำสิ่งใดมิได้ ซึ่งสาวใช้ก็มิได้ถามเซ้าซี้อะไรซึ่งมันเป็เื่ดี ย้อนกลับไปคิดถึงนิยายเื่นี้ที่เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว จำได้ว่าหวังร่วนเทาผู้เป็บิดาของนางนั้นคือศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมอาจารย์สำนักเดียวกันกับฮ่องเต้ที่สมัยนั้นยังคงเป็รัชทายาท ความสนิทสนมย่อมมีมานานั้แ่วัยเยาว์ ความเก่งกาจของฮ่องเต้มู่เจี้ยนเทียนที่สำเร็จการศึกษาด้วยวัยเพียงสิบสองชันษานั้นเป็ที่เลื่องลือในขณะที่ท่านพ่อของนางผู้มีอายุมากกว่าพระองค์ถึงสี่ปียังคงหยุดอยู่กับที่ ท่านพ่อหวังร่วนเทาจึงตัดสินใจลาออกจากการร่ำเรียนเขียนอ่านแล้วหันมาจับงานค้าขายจนกลายเป็สกุลที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง สินค้าเข้าออกมากมายทั้งทางเรือ ทางรถม้าล้วนเป็ของท่านพ่อที่นำเข้ามาขาย กระจายไปตามร้านค้ารายย่อย (เหมือนร้านค้าขายปลีกขายส่ง) มีทุกสิ่งอย่างั้แ่ยารักษาโรคจนถึงของใช้ในครัวเรือน เครื่องประดับจากต่างแคว้น ตัวนางนั้นมีพี่ชายหนึ่งคนคอยสืบทอดกิจการค้าขายสกุลหวัง นางผู้เป็น้องสาว วันๆ มิทำสิ่งใดนอกจากตามติดสหายอย่างเยี่ยนมิ่งลี่และคอยแต่จะแว้งกัดเพื่อนโดยการใช้วาจาเกี้ยวพารัชทายาทมิหยุดหย่อน ‘ไม่ๆ ...นางจะเดินตามรอยงูพิษของหวังปิงปิงคนเดิมไม่ได้อีกแล้ว สกุลหวังร่ำรวยถึงเพียงนี้เห็นทีนางจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อตัวเอง มิใช่เพื่อบุรุษผู้นั้นที่มอบสุราดอกท้อให้จนตัวจริงสิ้นชีพ’ เนื้อเื่แต่เดิมจะเป็ยังไงก็ช่าง ชีวิตนางที่เหลือ นางจะกำหนดเอง “อาเปา”
“เ้าคะ” สาวใช้ผู้กำลังจัดทรงผมให้กับคุณหนูอยู่ด้านหลังตอบรับ
“วันนี้ท่านพ่อจะไปดูงานรึไม่” งานขายที่น่าสนใจสำหรับอดีตสาวออฟฟิศกำลังจะเริ่มขึ้น ‘นางอยากจะไปลองขายของดูบ้าง!’
“ไปทุกวันสิเ้าคะ” เดินวนเพื่อสำรวจคุณหนูของตนเองในชุดกระโปรงสีม่วงสลับขาว ทรงผมผูกโบว์สีม่วงไว้ครึ่งศรีษะปล่อยผมที่เหลือยาวคลอเคลียแผ่นหลัง ใบหน้าจิ้มลิ้มรูปไข่ หน้าผากกลมกลึงมีไรผมกระจายอยู่ การแต่งหน้าในวันนี้เข้ากับชุดได้ดีกว่าครั้งไหนเพราะคุณหนูของนางทำมันด้วยตนเอง สีชาดบนริมฝีปากเป็สีชมพูอ่อนๆ เปลือกตาสีม่วงอ่อนสลับขาว พวงแก้มนั้นเป็สีชมพูจางๆ ไม่จัดจ้านดังวันวานที่อาเปาเคยทำให้ ‘มันดูเข้ากันและงามมากจริงๆ’ แม้ไม่อ่อนหวานเช่นคุณหนูเยี่ยนมิ่งลี่ผู้เป็สหายแต่แบบนี้ดูงดงามแบบมั่นใจมากกว่าเพราะคุณหนูใช้ดินสอสีดำกรีดหางตาตนเองให้ยกขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาเปาเองก็เพิ่งเคยเห็นและยอมรับว่ามันดีมาก “คุณชายเองก็ตามนายท่านไปด้วยทุกครั้งเ้าค่ะ” แม้จะแปลกใจที่ถูกถามในเื่ที่คุณหนูนั้นรู้อยู่แล้วแต่มิเคยสนใจก็ตาม
ผู้ฟังนึกถึงคุณชายที่อาเปากล่าว ‘หวังหลีปิน’ ผู้เป็พี่ชายของนางเอง พี่ชายคนนี้ในหนังสือนิยายเขียนเอาไว้ว่ารักน้องสาวมาก มากถึงขั้นที่คอยกันบุรุษรอบเมืองให้กับน้องสาว ต่างกับรัชทายาทมู่หรงหลานที่หวังหลีปินมิได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเพราะอีกฝ่ายเป็เชื้อพระวงศ์และพระองค์นั้นหาได้ชมชอบน้องสาวของตนเองไม่ เขาจึงมิเคยสนใจว่าน้องสาวจะตามติดสหายหรือรัชทายาทไปไหนต่อไหน นอกเสียจากสั่งให้บ่าวคอยติดตามดูแลห่างๆ “ไปกันเถอะ” หวังปิงปิงคนใหม่เดินลงจากเรือนเล็กตนเองไป พบกับสวนสวยกว้างขวางอยู่ตรงหน้า ซ้ายมือของนางเป็ทางเดินไปยังจุดเชื่อมตรงกลางโดยมีเรือนหลังใหญ่ที่สุดเป็จุดศูนย์รวม นางเห็นเส้นทางเล็กๆ หลายทางเชื่อมไปยังห้องเรียงรายและเดาได้ไม่ยากว่าหนึ่งในนั้นคงเป็เส้นทางไปยังเรือนหลังเล็กของอนุกับลูกสาวของนาง ใช่แล้ว!! ท่านพ่อของนางมีภรรยาสองคน คนแรกคือท่านแม่ที่ให้กำเนิดพี่ชายหวังหลีปินและนาง คนที่สองคืออนุเถาฮวาที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในบ้านนี้เมื่อหกปีก่อน นางมีบุตรสาวชื่อหวังอิงอิงอายุสี่หนาว น้องสาวที่น่ารักของนาง จำได้ว่าทุกคนในจวนของนางรักใคร่ปรองดองกันดีมากต่างกับจวนของสหายรักอย่างเยี่ยนมิ่งลี่ที่ดูจะวุ่นวายด้วยบิดาของมิ่งลี่นั้นเป็บุรุษมากรักมีภรรยามากกว่าห้าคนในขณะที่นางเอกเองเป็บุตรของอนุคนหนึ่ง ‘ชีวิตนางเอกมักจะรันทดเสมอ แต่คนเขียนก็มักจะเขียนให้นางเอกสู้ชีวิตและมีสามีที่ดี’ ซึ่งในเื่นี้ก็ไม่ต่างกัน ตัวนางที่ได้รับบทของสหายนางเอกผู้แอบรักรัชทายาทและสุดท้ายเมื่อพระเอกนางเอกสมรสกันตัวนางที่เป็สหายก็ถูกลืมอยู่ในเื่ ไม่รู้ว่าจุดจบจะได้พบรักกับผู้ใดหรืออยู่อย่างเหี่ยวเฉาเดียวดาย...ไม่รู้เลยเพราะตัวละครตัวนี้นั้นถูกลืม ตึ่กๆๆ ตึ่กๆๆ เสียงวิ่งอย่างรวดเร็วทำให้นางต้องหันไปมอง ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเจอกับน้องสาวต่างมารดาตัวอ้วนกลม “อิงอิง” อ้าแขนรับ
“พี่สาวปิงปิง” สวบ!! อิงอิงน้อยโผกอดพี่สาวของนางเข้าไปเต็มรัก ความรู้สึกของเด็กน้อยััได้ถึงความแปลก ก่อนจะผละมองอีกครั้ง เด็กน้อยยิ้มแล้วเอ่ยออกมา “พี่สาวคนใหม่ งดงามกว่าเดิมมากเลยเ้าค่ะ”