ภรรตรี เดินตามหลังผู้เป็เ้านายเข้าไปข้างในร้านอาหาร ซึ่งเป็ร้านอาหารที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยอย่าบอกใครในเมืองนี้เลยก็ว่าได้
“อ้าว! สวัสดีค่ะภาส บังเอิญจังเลยนะคะ…. แล้วนั่นมากับใครล่ะคะ?”
รัชนก ซึ่งนั่งรับประทานอาหารอยู่กับแฟนคนใหม่ของเธอ ลุกขึ้นกล่าวทักทาย อดีตคนรักเก่า ด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ราวกับว่าไม่เคยทำอะไรให้ชายหนุ่มได้เจ็บช้ำรวดร้าวใจยังไงยังงั้นแหละ
“หวัดดีรัช ใช่บังเอิญมากเลยจริง ไม่คิดว่าคุณจะมาทานข้าวกันที่นี่ สวัสดีครับคุณกร สบายดีนะครับ?”
ตฤณภาส ทักทายอดีตคนรักเก่าของตนเอง ก่อนจะเลยไปทักทายแฟนใหม่ของเธอด้วยอีกต่างหาก อย่างกับว่าหัวใจของชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกถึงความเ็ป หรือรู้สึกรู้สากับการที่ได้มาเห็นและได้มาพบเจอกันในครั้งนี้
แต่ใครจะล่วงรู้ถึงข้างในภายในใจของชายหนุ่มล่ะ ว่าตอนนี้เขาทั้งร้อนรุ่ม เ็ปรวดร้าวจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่ก็ต้องทำเป็ไม่สนใจคนตรงหน้า เพื่อให้อดีตคนรักเก่านั้นได้เห็นว่าเขาก็ไม่ได้แคร์เธอเลยแม้แต่สักนิดเดียว
“สวัสดีครับคุณภาส สบายดีครับ คุณล่ะครับสบายดีไหม? ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ”
ภาสกร ส่งยิ้มพร้อมกับกล่าวทักทาย ชายผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็อดีตของคนรักของตน ซึ่งในการกล่าวทักทายกันในครั้งนี้ ใช่ว่าจะเริดหรูสวยงามอย่างที่เห็นซะเมื่อไร เพราะนี้เป็การใส่หน้ากากเข้าหากันทางสังคมต่างหาก แต่ภายในใจของแต่ละคนนั้น กลับคิดไปในทางตรงกันข้ามกับที่ได้แสดงออกมา แต่ก็ต้องเก็บงำกันไว้ให้อยู่แต่ภายในไม่เปิดเผยออกมา จะแสดงออกมาก็ที่เห็นๆ กันอยู่นั้นแหละ
“ผมก็สบายดีตามอัตภาพนั้นแหละครับ ถ้ายังไงผมคงต้องขอตัวก่อนแล้วกันนะครับทั้งสองคน” ว่าแล้วตฤณภาส ก็เดินพาภรรตรี ไปยังมุมห้องอาหารที่เป็มุมส่วนตัว และไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน
“คุณโอเคไหมคะ?” ภรรตรี เอ่ยถามเ้านายของตนขึ้นด้วยความเป็ห่วงเป็ใย เพราะั้แ่ที่มานั่งลงที่โต๊ะ ชายหนุ่มดูเงียบขรึมไม่พูดไม่จาไปเลย
“ผมก็ปกติดีทุกอย่าง แล้วทำไมถึงคิดว่าผมไม่ปกติล่ะ และคุณก็ไม่มาทำว่าเป็ห่วงผม” ตฤณภาส กล่าวตอบหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม ด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างเข้มดุดัน อย่างไม่ค่อยจะเป็มิตรสักเท่าไร
‘ถามแค่นี้ก็ต้องโมโหกันด้วย อะไรของเขาน่ะ’
ภรรตรี เบิกตากว้างขึ้นกว่าเดิม เมื่อได้ยินคำตอบของผู้เป็เ้านาย ที่ตอบกลับเธอมาอย่างนั้น ก่อนจะทำหน้ามุ่ย ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์นิดๆ พร้อมกับบ่นพึมพำให้ผู้เป็เ้านายอยู่ในใจ
เมื่อทั้งสองหนุ่มสาวรับประทานอาหารเย็นกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตฤณภาส ก็พาหญิงสาวออกจากร้านอาหารแห่งนั้นในทันที และขับรถโฟล์วิลราวกับจรวด มุ่งตรงกลับฟาร์มอย่างเร็วไว
เมื่อมาถึงบ้านก็จอดรถโฟล์วิลลงที่หน้าบ้านอย่างกระแทกกระทันอย่างเห็นได้ชัด
“เป็อะไรของเขาล่ะนั้น? ขับรถราวกับจรวดอย่างนี้ แถมยังจอดอย่างไม่บันยะบันยังเลย” ภรรตรี มองตามร่างแกร่งของเ้านายของตนอย่างงงๆ สงสัย ก่อนจะเปิดประตูรถออกมาตามหลัง
“เก็บรถให้ด้วย” ตฤณภาส เมื่อเห็น สรชัย เดินเข้ามาหา ก็ร้องสั่งเสียงดุเข้ม พร้อมกับโยนกุญแจรถให้อย่างไม่สนใจเลยว่าคนที่รับจะรับได้หรือไม่ได้ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้าน
“เป็อะไรเนี้ย! ไปกินรังแตนมาจากไหนกันล่ะเนี้ย?” สรชัย วิ่งไปรับกุญแจที่เ้านายโยนมาให้อย่างงงๆ ยกมือขึ้นเกาศีรษะอย่างสงสัยใคร่รู้
“คุณภาสเป็อะไรหรือครับ? ทำไมดูอารมณ์ไม่ดีอย่างนี้ล่ะ?” สรชัยเห็นภรรตรี ที่เปิดประตูรถออกมา และมองตามร่างแกร่งของผู้เป็เ้านายอยู่นั้น จึงเอ่ยถามสาวเ้าขึ้นเผื่อว่าจะรู้สาเหตุที่เ้านายเป็อย่างนั้น
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่วันนี้เจอผู้หญิงกับผู้ชายคู่หนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็คู่รักกัน มาทานข้าวที่ร้านอาหารเดียวกันที่ คุณภาสพาภรรตไปทาน และจากนั้นเป็ต้นมา คุณภาสก็เปลี่ยนไปเป็อย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ”
“คงจะเป็แฟนเก่าของคุณภาสแน่เลยครับ เพราะหากคุณภาสไปเจอคุณรัชทีไหร่มีอาการเป็อย่างนี้ทุกที และคอยดูเถอะคืนนี้คงได้เมามายอย่างแน่นอน”
สรชัย ถอนหายใจออกมาเมื่อได้พูดถึงผู้เป็เ้านายจบ แล้วเดินไปเปิดประตูรถโฟล์วิลฝั่งคนขับ ขึ้นไปนั่งสตาร์ทรถ แล้วขับไปถอยจอดไว้ที่โรงจอดรถ
ภรรตรี เมื่อได้ยินถึงเื่ราวของ ตฤณภาส เกี่ยวกับเื่ราวความรัก ซึ่งมันช่างคลายกับเื่ราวความรักของเธอ ที่ได้เกิดขึ้นเมื่อครั้งทำงานอยู่ที่เมืองกรุง ก็ทำให้รู้สึกสงสารและเห็นใจชายหนุ่มขึ้นมาทันที พลางมองเข้าไปข้างในบ้านด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑