เมื่อพูดได้ก็ต้องทำได้ เช้านี้หนึ่งลุกขึ้นมาฝึกเพิ่มปริมาณพลังอย่างแข็งขัน หลังจากครึ่งชั่วโมงที่ฝึกอย่างจริงจังแล้ว หนึ่งยังคงแบ่งสมาธิเพื่อฝึกพร้อมกับทำสิ่งต่างๆ ไปด้วย วันนี้หนึ่งจะย้ายออกจากคอนโดแล้ว จึงเป็อีกหนึ่งวันที่เร่งรีบ เนื่องจากการขยายตัวของพื้นดิน ทำให้ระยะทางจากคอนโดไปบ้านสวนใช้เวลามากกว่าเดิมหลายเท่า นอกจากเื่ระยะทางแล้ว ยังต้องระวังสัตว์ประหลาดระหว่างการเดินทางด้วย คงต้องใช้เวลาเดินทาง 2-3 วัน แต่เื่นี้ก็ทำอะไรไม่ได้
หนึ่งแบ่งระยะทางออกเป็สามส่วน สอบถามประสบการณ์การเดินทางจากเพื่อนสมัยมอปลายเล็กน้อย และจองโรงแรมที่เข้าพักระหว่างทาง แต่การเดินทางคนเดียว 2-3 วันก็ไม่ใช่เื่สนุกเลย เสียดายก็แต่เพื่อนสนิทไม่ได้วางแผนจะกลับบ้านใน่นี้ จะทำยังไงได้สุดท้ายก็ต้องเดินทางคนเดียว
ระหว่างเดินทางหนึ่งยังคงแบ่งสมาธิ 10% เพื่อฝึก หนึ่งถือเสียว่าการฝึกนี้ก็เหมือนกับการฟังเพลงขณะขับรถ รู้ว่าเพลงเปิดอยู่แต่ไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้ว่าเพลงนั้นคือเพลงอะไร เป็การฝึกพลังที่เก็บเล็กผสมน้อยอย่างแท้จริง!!!
วันแรกผ่านไปได้อย่างราบรื่น หนึ่งถึงโรงแรมที่จองไว้อย่างปลอดภัย หลังจากขับรถมาทั้งวันหนึ่งก็ไม่เหลือแรงไปทำอะไรอีก ทำได้แค่กินข้าวและพักผ่อน หนึ่งหลับไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ตัวเลยว่าจิตใต้สำนึกยังคงฝึกต่อไป เื่นี้หนึ่งไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เพียงแต่ร่างกายและจิตใต้สำนึกของหนึ่งจดจำแล้วว่าต้องฝึกทุกขณะเวลา ราวกับการหายใจ
ตื่นเช้ามาหนึ่งเริ่มกิจวัตรประจำวัน เริ่มที่การฝึกต่อด้วยการเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ในขณะที่จะเปิดประตูรถ หนึ่งได้ยินเสียงร้องอันแ่เบา ดีนะที่เป็ตอนกลางวัน ถ้าเป็ตอนกลางคืนต่อให้เสียงนั้นจะร้องอย่างน่าสงสารแค่ไหน หนึ่งก็จะไม่ออกไปค้นหาแน่นอน หนึ่งตั้งใจฟังเสียงร้องแ่เบานั้น แม้การทำงานของร่างกายจะดีขึ้นอย่างมากหลังจากฝึกพลัง แต่ถึงอย่างนั้นเสียงร้องก็ยังเป็เสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน ถ้าเป็ก่อนที่จะมีพลังิญญาคงจะไม่มีใครได้ยินเสียงนี้อย่างแน่นอน
หนึ่งตั้งใจฟังเสียงและเดินหาไปรอบๆ สุดท้ายไปหยุดที่ทางเข้าตรอกแห่งหนึ่ง เมื่อก้มลงไปมองก็พบลูกแมวสีดำตัวหนึ่งนอนหายใจรวยรินอยู่ในลังกระดาษ ภายในลังมีผ้าหนาๆ ปูไว้ พร้อมกับชามใส่อาหารที่ไม่เหลืออาหารอีกต่อไป คิดว่าเ้าของอาจมีเหตุจำเป็ต้องทิ้งเ้าตัวน้อยไว้ที่นี่ อาจจะตั้งใจกลับมารับภายหลัง? แต่ดูจากสถานการณ์แล้วคงจะไม่กลับมาอีก
หนึ่งเม้มปากเล็กน้อย คิดวว่าจะทำยังไงกับลูกแมวตัวนี้ดี หากทิ้งไว้แบบนี้ต่อไปชีวิตน้อยๆ นั่นคงรักษาไว้ไม่ได้แล้ว ถ้าไม่พบก็ช่างเถอะ แต่ในเมื่อพบแล้วและไม่ได้ลำบากที่จะช่วย หนึ่งก็ไม่อยากเดินจากไปเสียเฉยๆ หนึ่งมองไปรอบๆ ก็เห็นร้านขายของชำอยู่ใกล้ๆ จึงเข้าไปสอบถาม แต่เ้าของร้านยุ่งวุ่นวายอยู่ตลอดทั้งวันจะมีเวลาไปสนใจลูกแมวตัวน้อยนั่นได้อย่างไร หนึ่งไม่มีทางเลือกจึงฝากข้อความไว้กับเ้าของร้านว่า ถ้าเ้าของลูกแมวมาตามหาให้ไปสอบถามข้อมูลติดต่อหนึ่งได้ที่โรงแรม หนึ่งซื้อผ้าขนหนูมาห่อลูกแมวและพาไปคลินิกสัตวแพทย์ หลังจากวุ่นวายอยู่พักใหญ่ หนึ่งก็ได้เพื่อนร่วมทางตัวน้อยมา
“ไปอยู่ด้วยกันนะเ้าตัวน้อย หนึ่งก็ตัวคนเดียว เธอเองก็เหมือนกัน เราไปอยู่ด้วยกันต่างฝ่ายต่างไม่ต้องเหงาดีไหม?”
“เหมียวววว”
“5555 เธอฟังที่หนึ่งพูดเข้าใจเหรอ”
“เหมียวววว” แมวน้อยพยักหน้ารับ หนึ่งนิ่งค้างไปสักครู่ ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่าพลังิญญาทำให้สัตว์กลายพันธุ์ไปมากมาย เพราะเื่นี้หรือเปล่านะเ้าตัวน้อยนี่ถึงได้ถูกทิ้ง หนึ่งยิ้มและพูดกับเ้าแมวน้อยต่อ
“เธอฟังเข้าใจก็ดีเลย เราจะได้สื่อสารกันง่ายขึ้นอีกหน่อย” แววตาเ้าแมวน้อยที่หม่นหมองมีประกายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต่างก็มีชีวิตจิตใจสินะ ปกติแมวก็เป็สัตว์ที่ฉลาดอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้ที่มีพลังิญญาเข้ามาเกี่ยวข้อง
“มาตั้งชื่อให้เธอกันเถอะ จะให้เรียกเธอไปตลอดก็ไม่ได้ใช่ไหมละ หรือเธอมีชื่ออยู่แล้วหรือเปล่า”
แมวน้อยส่วยหัวไปมา น่ารักเกินต้านจริงๆ
“ขอหนึ่งคิดแปปหนึ่งนะ” หนึ่งมองไปที่แมวน้อยขนาดเท่ากำปั้น ขนสีดำล้วนมอมแมมเล็กน้อยจากเื่ที่เจอมา ดวงตาสีดอกบวบ หนึ่งยิ้ม นี่เป็แมวสายพันธุ์ไทยแท้ที่หายากไม่ใช่เหรอ เอาเถอะ ไม่ว่าจะหายากหรือไม่ ตอนนี้เ้าตัวน้อยได้กลายมาเป็ครอบครัวของหนึ่งแล้ว
“เอานิลดีไหม นิลเป็ชื่อของอัญมณีสีดำน่ะ”
“เหมียวว” แมวน้อยร้องออกมาอย่างไม่แน่ใจ เอียงคอคิดเล็กน้อย
“ไม่ชอบเหรอ” แมวน้อยจ้องมองแต่ไม่ได้ร้องตอบ
“หนึ่งว่าชื่อนี้เพราะดีนะ ความหมายก็ดีด้วย บางคนที่เชื่อเื่โชคมองว่านิลเป็อัญมณีนำโชค คนที่ไม่เชื่อเื่โชคมองว่านิลเป็อัญมณีเรียบหรู” หนึ่งเหลือบมองก็เห็นเ้าแมวน้อยดูไม่ค่อยเต็มใจ
“หรือเป็เพราะสีดำเหรอ” เ้าแมวน้อยจ้องอยู่เป็นาน และพนักหน้ารับช้าๆ หนึ่งยิ้ม และพูดคุยระหว่างขับรถต่อไป ดูแล้วเหตุผลหลักที่ถูกทิ้งคงเป็...
“เธอถูกทิ้งเพราขนสีดำของเธอเหรอ” แมวน้อยหันหน้าหนี ไม่ร้องตอบ และไม่ได้ส่ายหัวเช่นกัน
“คนไทยส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อเื่แมวดำอยู่มาก แต่จริงๆ แล้วเธอเป็หนึ่งในแมวมงคลสายพันธุ์ไทยแท้นะ ขนของเธอเป็สีดำล้วนไม่มีสีอื่นปนเลย หายากมากเลยละ อีกอย่างไม่ใช่ทุกคนที่ไม่ชอบแมวดำนะ อย่างเช่นหนึ่งนี่ไง ในความคิดของหนึ่งขนสีดำของเธอสวยมาก อย่างน้อยที่สุดก็สวยกว่าสีขาวละนะ” ถึงอีกใจหนึ่งรู้สึกว่าแมวขนสีดำดูแลง่ายกว่าขนสีขาวที่สกปรกง่ายก็เถอะ แต่เื่นี้จะไม่ทางพูดออกไปเด็ดขาด
“เธออย่าทำให้ตัวเองลำบากใจ เพราะคำพูดของคนอื่นเลย ตัวเราเป็ยังไงตัวเราย่อมรู้ดีที่สุด จริงไหม เพราะงั้นนะ เรามาใช้ชีวิตให้ดีกันเถอะ” หนึ่งพูดไปก็คิดไป นี่เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไงต้องมานั่งปรับทัศนคติให้แมว การไปพูดคุยกับเพื่อนที่เป็จิตแพทย์ไม่เสียเปล่าเลย
“สรุปว่ายังไง ชื่อนิลดีไหม ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องลำบากใจที่จะบอกหรอก ถึงยังไงนี่ก็เป็ชื่อที่จะใช้เรียกเธอ เราอยู่ด้วยกันบอกเื่ลำบากใจกันตรงๆ ดีกว่าเก็บไว้แล้วอึดอัดที่จะอยู่ด้วยกัน แล้วชอบชื่อนิลไหม”
“เหมียววว” แมวน้อยส่ายหน้าไปมา ดูท่าทางแล้วชื่อไม่เกี่ยวข้องกับสีดำน่าจะดีกว่า
“เอาละ ขอหนึ่งคิดก่อนนะ อืมมมมม งั้นหมอกเป็ไง ตอนที่เราเจอกันหมอกยังไม่จาง ตั้งชื่อเป็ที่ระลึกถึงบรรยากาศที่เราเจอกันครั้งแรกดีไหม”
“เหมียวววว” เ้าแมวน้อยครุ่นคิดก่อนจะพนักหน้ารับอย่างมีความสุข หนึ่งเหลือบมอง “หมอก” แล้วคิดในใจ โธ่ๆ แมวน้อยที่น่าสงสาร หมอกกับนิลก็ไม่ต่างกันมากนักหรอก แค่ลดลงมาหนึ่งเฉดสี จากดำเป็เทาเท่านั้นเอง ถึงจะไม่เหมาะกับขนสีดำที่สวยงามนั่น แต่ในเมื่อเ้าตัวไม่ชอบงั้นเราก็มาเจอกันคนละครึ่งทางกันเถอะ!!!
หนึ่งคนหนึ่งแมวยังคงเดินทางต่อไป ในที่สุดก่อนค่ำของวันที่สองหนึ่งและหมอกก็มาถึงบ้านสวนโดยสวัสดิภาพ ดูเหมือนว่า monster ได้รับจัดการในเบื้องต้นไปแล้ว ไม่อย่างนั้นการเดินทางคงไม่ราบรื่นขนาดนี้ ฟิ้ววว โชคดีไป
ตรูดดดดดด ตรูดดดดดด ตี๊ด
“สวัสดีค่ะ ป้าแมว หนึ่งถึงบ้านสวนแล้วนะคะ”
‘ค่ะ คุณหนึ่ง การเดินทางเรียบร้อยดีนะคะ’
“ค่ะ เรียบร้อยดี ดูเหมือนว่ามีคนจัดการกับ monster ไปบางส่วนแล้วค่ะ ระหว่างทางหนึ่งไม่เจอเลย ต่างจากข่าวที่รายงานเมื่อหลายวันก่อน”
‘ได้ยินแบบนั้นป้าก็โล่งใจ คุณหนึ่งพักผ่อนก่อนนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าจะเข้าไปช่วยทำความสะอาด’
“ขอบคุณค่ะป้าแมว ต้องรบกวนป้าแมวแล้วค่ะ”
‘ไม่รบกวนหรอกค่ะ พักผ่อนนะคะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ’
“ค่ะ เจอกันพรุ่งนี้ ราตรีสวัสดิ์นะคะ”
ตี๊ด
ถึงแล้วววววว การเดินทางครั้งนี้ช่างยาวนานจริงๆ กว่าจะรู้ว่าการที่พื้นดินขยายจะส่งผลกระทบอะไรบ้าง ก็ตอนที่เดินทางนี่แหละ เพราะในพื้นที่ที่มีการสร้างอาคารอย่างหนาแน่น โดยเฉพาะบรรดามหานครทั้งหลาย มีการขยายเพียงแค่ 2-3 เท่า แต่ภายนอกนั้นขยายออกไปอย่างน้อย 100 เท่า บางพื้นที่ขยายออกไป 150 เท่า แค่พื้นดินขยายก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ยังมี monster ที่แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วอีก นอกจากสัตว์ที่กลายพันธุ์แล้ว ยังมี monster ที่ไม่รู้จักอีกมากมายเข้ามาสู่ระบบนิเวศจากการรวมกันของ hundreds full moon อีก ความหลากหลายทับซ้อนกันจนสำรวจแยกแยะออกมาไม่ได้ง่ายๆ จนถึงตอนนี้ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังไม่ได้สำรวจ เพราะอย่างนั้นระหว่างเดินทางไปก็ระแวงไป ระยะทางก็ไกล ตกอยู่ในภาวะตึงเครียดเกือบตลอดเวลา ไม่แปลกใจเลยที่ตั้งองค์กรที่จัดการเื่ monster โดยเฉพาะ แต่คิดว่าคงไม่ได้มีภาระงานแค่ monster หรอก เพราะเื่นี้เกี่ยวพันกับเื่ต่างๆ มากมาย อย่างเช่น เื่คนที่จะออกไปกำจัด monster หรือคนประสานงาน นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากชิ้นส่วน monster และเื่เงินค่าตอบแทน จะจัดการเื่เหล่านี้ให้แล้วเสร็จอาจจะยากอยู่สักหน่อย อ๊ะ อ่า จับไต๋ได้แล้ว เพราะแบบนี้สินะเื่บางเื่ถึงได้เหมือนกับในนิยาย หรืออนิเมะ เพราะเป็เื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ดันมีบางส่วนสอดคล้องเนื้อเื่แนวแฟนตาซี ในเมื่อมีต้นแบบอยู่แล้วจะคิดใหม่ให้วุ่นวายทำไม เอามาปรับใช้ก็ได้แล้ว 5555 นึกภาพที่ต้องวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง แต่เปิดเกม หรือมังงะเป็แหล่งอ้างอิง แค่คิดก็ตลกแล้ว