ร้านขายผ้าห่างจากโรงรับจำนำราวสองช่วงถนนไปทางขวามือหลินหลานหรูเดินฝ่าผู้คนเนืองแน่น แทบไหล่ชนไหล่นานแล้วที่นางไม่ได้เห็นบรรยากาศครึกครื้นเช่นนี้ จึงอดรู้สึกตื่นเต้นลึกๆ ไม่ได้พลันเดินมาถึงหน้าร้านขายผ้า ความตื่นเต้นทั้งหมดก็จางหาย ก่อนแทนที่ด้วยความตื่นตัวและระมัดระวังจริงจังทุกฝีก้าว
ชั้นล่างของร้านมีการจัดวางโต๊ะและชุดน้ำชาไว้รับรองลูกค้าสภาพไม่หรูหราแต่เรียบง่ายจนไม่สะดุดตา
"แม่นาง ต้องการผ้าแบบใดหรือ"เสี่ยวเอ้อสาววิ่งตรงมาทักทายด้วยสีหน้าและแววตากระตือรือร้น นานๆทีถึงจะมีลูกค้าเข้าร้าน
หลินหลานหรูกวาดตามองสังเกตคนในร้านหนึ่งคนเป็นสตรีธรรมดาสามัญเลือกผ้าอยู่ทางขวามืออีกหนึ่งเป็นชายแก่นั่งจิบน้ำชารอภรรยาและบุตรสาวเลือกซื้อผ้าเมื่อสบตาเสี่ยวเอ้อสาวแล้วพูดว่า "ผ้าทางใต้ว่ากันว่าคุณภาพดีเยี่ยมราคากลับสูงลิ่ว แต่ร้านเจ้าลดราคาเสียครึ่งเท่า มิขาดทุนแย่หรอกหรือ"
นางเอ่ยไปพลางยื่นกระดาษทบครึ่งแผ่นหนึ่งให้เสี่ยวเอ้อสาวแม้จะสงสัยอยู่บ้างว่าเหตุใดลูกค้าจึงน้อยซึ่งสวนทางกับราคาผ้าที่ถูกแสนถูกอย่างเห็นได้ชัด ต่อให้ไม่อยากสะดุดสายตาผู้คนแล้วจำเป็นต้องลดราคาขนาดนี้ด้วยหรือ
"ร้านเราทอผ้าเองกับมือต้นทุนไม่สูง กำไรดี ราคานี้ ถือว่าคุ้มทุนแล้ว" เสี่ยวเอ้อชะงักจิกผ้าเช็ดหน้าแล้วกระทืบเท้าพูดอย่างโมโหว่า "แต่หลายวันก่อนนี้สิ!มีร้านผ้าสองร้านเพิ่งเปิดใหม่ ลดราคาจนต่ำกว่าต้นทุนแย่งลูกค้าในร้านข้าไปจนหมด..."
เสี่ยวเอ้อสาวชะงัก พูดอีกว่า"เอ๊ะ ถ้าแม่นางสนใจละก็ผ้าทางด้านนี้ก็นับว่าดีไม่เลว"เสี่ยวเอ้อเอ่ยด้วยรอยยิ้ม พลางเดินนำหลินหลานหรูไปที่ห้องชั้นในก่อนส่งพับสารฉบับหนึ่งให้นาง กำชับเรื่องผ้าไปอีกหลายประโยคจากนั้นก็พูดบ่นไปเรื่อย
หลังออกจากร้านขายผ้าหลินหลานหรูเลือกโรงเตี๊ยมเล็กๆแถบชานเมืองที่คนไม่หนาตาเช่าพัก กระนั้นห้องว่างที่ดีหน่อยก็เหลืออยู่เพียงไม่กี่ห้องทั้งราคาต่อคืนยังแพงไม่สมบริการ เมื่อสั่งเสี่ยวเอ้อไม่ให้คนรบกวนหลินหลานหรูจึงนอนพักนับจากนั้น รอจนดวงอาทิตย์คล้อยต่ำถึงหยิบสารภารกิจมาเปิดอ่าน
ตั้งแต่วันที่ได้รับภารกิจแล้วออกจากเกาะจนกระทั่งเวลานี้ที่นางรู้คือต้องทำหน้าที่ 'คุ้มครองคน' ไปเมืองเป่ยชาง เมืองหน้าด่านชายแดนแคว้นตู๋ฝางส่วนรายละเอียดอย่างอื่นนั้นแทบไม่มีอยู่ในหัวดังนั้นเมื่อได้อ่านสารฉบับนี้แล้วจึงเผลอตกใจอยู่บ้าง...เพราะมันไม่ได้มีรายละเอียดอะไรเลยเช่นกัน
ครั้งนี้ที่หลินหลานหรูต้องทำคือคุ้มครองหญิงงามจากค่ายฝึกโฉมงามเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงเท่านั้นส่วนรายละเอียดทางด้านภารกิจของหญิงงามกลับไม่มีบอกไว้นางมีหน้าที่แค่คุ้มครองสหายต่างค่ายฝึกก็พอผู้คุมใหญ่เลือกภารกิจนี้ให้นางจะแปลกเกินไปหรือไม่มิหนำซ้ำยังง่ายเกินไปอีกด้วย...หรือไม่จริง?
หลินหลานหรูอ่านซ้ำไปวนมาหลายรอบยิ่งอ่านยิ่งคิ้วขมวด เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าภารกิจนี้ช่างยุ่งยากน่าปวดหัวนักพรุ่งนี้เช้าเรือใหญ่จะเทียบท่า คืนวันนี้นางคงหารถม้าได้ไม่ทันเช่นนั้นคงต้องหาโรงเตี๊ยมใกล้ท่าเรือให้หญิงงามพักสักคืนเมื่อติดต่อรถม้าและคนนำทางได้แล้ว ค่อยออกเดินทางไปเป่ยชางในวันถัดมาทันที
แล้วเงินเล่า?
หลินหลานหรูเทของในห่อผ้าออกอย่างเร่งร้อนของมีค่าที่ติดตัวมากับนาง นอกจากปิ่นที่จำนำไปแล้ว ชิ้นอื่นล้วนไม่สามารถจำนำได้อย่างนี้จะเรียกว่าของมีค่าได้อยู่อีกหรือ นางทอดถอนใจไปหนึ่งคำรบก่อนทิ้งตัวนอนหงายเริ่มนับจำนวนแผ่นกระเบื้องมุงหลังคาเผื่อจะเปลี่ยนเป็นเงินได้
หรือข้าจะมองหาคฤหาสน์คหบดีสักหลังแล้วขโมย-? ...ก็บ้าสิ!
รุ่งเช้าหลินหลานหรูเห็นว่าบริเวณท่าเรือใหญ่ในเมืองกว่างโจวไม่ขาดแคลนโรงเตี๊ยมจึงแวะติดต่อเช่าห้องพักก่อนออกไปรับหญิงงามที่ท่าเรือ กอปรกับยังมีเวลาเหลือเฟือในช่วงเช้าเมื่อเดินวนดูไปแล้วรอบหนึ่งที่เข้าตาหน่อยคือโรงเตี๊ยมอวิ๋นเหอซึ่งห่างจากท่าเรือเพียงถนนกั้น
"ข้าต้องการเช่าห้องพัก"
"ข้าต้อง..."หลินหลานหรูชะงักไปครึ่งประโยค เหลือบมองบุรุษชุดดำด้านข้างแล้วให้รู้สึกคุ้นหน้านางจึงหันขวับไปด้านหลัง แล้วพบบุรุษชุดน้ำเงินเข้มกำลังยืนจ้องมองนางอยู่
ใบหน้าชายหนุ่มที่ซ่อนไว้หลังผ้าโปร่งแม้ดูเลือนรางแต่นางมองออกถึงรูปหน้าคมคายที่ดูหล่อเหลาเพียงแวบแรกหลังตระหนักได้ว่าคนผู้นี้อันตรายไม่ทันที่นางจะได้ถอนสายตากลับก็ถูกกระแสความเย็นยะเยือกจู่โจมจนนิ่งค้างกับที่แต่ใครจะคาดคิดว่าท้ายที่สุดกลับมีประกายความนุ่มนวลและอ่อนโยนแฝงอยู่ในความเย็นนั้น
นางรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งจากนั้นก็ตกลงไปในบ่อน้ำอุ่นทำเอารู้สึกคันยุบยิบในใจแปลกๆ
เจอกันอีกแล้ว? เมื่อวานที่หน้าโรงรับจำนำก็เจอเขาคงไม่ได้ตามนางมาหาเรื่องกระมัง
หากเมื่อวานไม่รู้สึกว่าคนผู้นี้อันตรายนางคงไม่เก็บมาใส่ใจจะจดจำอย่างแน่นอนอีกทั้งไม่แน่ใจด้วยว่าดวงตาของเขาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังผ้าโปร่งจะมองนางด้วยความรู้สึกเช่นไร...คนแปลกหน้า เฉยชา ชื่นชอบ หลงใหล หรือรังเกียจ...อ๊ะ!?
หลินหลานหรูขยับผ้าปิดหน้าให้สูงขึ้นไม่รู้เพราะเหตุใดนางถึงได้กังวลว่าบุรุษผู้นี้จะรังเกียจแผลเป็นบนแก้มของนางและไพล่คิดไปว่าเขากำลังหวาดกลัวหรืออาจจะกำลังตกใจถึงได้ยืนนิ่งไม่ขยับอย่างนั้นไม่เอ่ยวาจา จึงอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าซ่อนแววตาปวดร้าวบ้าบอนี้ให้มิดชิด
ขณะเดียวกันทางฝั่งของเสี่ยวเอ้อกับติงเกาผู้ติดตามของเสวี่ยเฟิ่งล้วนเข้าใจไปว่าหนุ่มสาวกำลังตกหลุมรักกัน เพียงผ้าโปร่งบางๆไม่อาจกั้นขวางปรารถนาแห่งรักได้
สตรีแม้ปิดบังใบหน้าไปแล้วเกินครึ่งแต่นัยน์ตาดำขลับดุจน้ำหมึกล้ำค่ากลับเปล่งประกายมีเสน่ห์เย้ายวนและดึงดูดใจคนให้ลุ่มหลงผนวกกับผ้าโปร่งปิดหน้าสีแดงขับให้ดวงหน้าเล็กงดงามอ่อนเยาว์ยากถอนสายตาจากยิ่งเด็กสาวยกมือปัดหน้าไปข้างหูแล้วก้มหน้าหลบสายตายิ่งรู้สึกว่านางขัดเขินได้น่ารักน่าเอ็นดูมากชวนให้อยากห่อกลับไปถนอมบำรุงเลี้ยงที่บ้าน
ส่วนบุรุษสวมหมวกดำระบายผ้าโปร่งอำพรางใบหน้ากลับปกปิดความสง่าผ่าเผยไม่มิด เพียงยืนนิ่งๆก็ทำให้ผู้คนหลงใหลในรูปโฉมที่จินตนาการขึ้นเองเบื้องหลังผ้าโปร่งนั้นแล้ว
เสี่ยวเอ้อกระแอมเสียงดังขัดจังหวะราวกับจะกระแอมครั้งเดียวให้เสมหะเขียวข้นหลุดกระเด็นติดหน้าผู้อื่น"เวลานี้โรงเตี๊ยมอวิ๋นเหอของเรามีห้องพักว่างแค่สองห้องพวกท่านก็แบ่งกันคนละห้อง เห็นเป็นอย่างไร"
หลินหลานหรูไม่มีปัญหาขอแค่มีห้องให้หญิงงามพักเป็นพอส่วนบุรุษผู้นั้นและผู้ติดตามของเขาก็ไม่มีปัญหาเช่นกันกระมังดังนั้นการเช่าห้องพักในเช้าวันนี้จึงจบลงด้วยการแยกย้ายกันไป
ทว่าค่าเช่าห้องของที่นี่ต่อคืนแม้ราคาถูกที่สุดในย่านนี้แต่เล่นเอากระเป๋าเงินอันน้อยนิดของนางเกือบขาด จึงอดรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ในใจไม่ได้เมื่อก่อนตอนมีเฉิงอิ้น นางต้องมาคิดเล็กคิดน้อยด้วยเรื่องเงินให้ปวดหัวด้วยหรืออยากได้อะไรเพียงชี้นิ้วสั่ง เฉิงอิ้นก็ยื่นของสิ่งนั้นส่งให้ถึงมือนางแล้ว ยามนี้มีเงินติดตัวอยู่แค่ไม่กี่ตำลึงหากจะเดินทางไปเป่ยชาง คงอดตายตั้งแต่เช่ารถม้าและคนนำทางแล้ว
หลินหลานหรูใช้เวลาจัดการเรื่องที่พักเพียงครู่เดียวก็ออกมารับหญิงงามยังท่าเรือไม่ทันใคร่นึกมาก่อนว่านางจะมาช้าจนหญิงงามถูกรังแกต่อหน้าธารกำนัลสายตาหยาบคาย
"อ๊าก!" เสียงร้องโอดโอยดังขึ้นฉับพลันประหนึ่งหมูแก่หนังเหนียวถูกเชือดเมื่อมือข้างหนึ่งของชายเมาสุราที่บังอาจแตะต้องหญิงงามถูกหลินหลานหรูจับบิดจนตัวโก่ง
"เจ้ามาแล้วหรือ"หญิงงามเอ่ยเสียงสั่นพร่า น้ำตาเอ่อคลอจะร่วงออกจากตาอยู่รอมร่อ
จื่อเหวินมองพินิจลักษณะการแต่งกายและผ้าคาดศีรษะสีดำปักลายกิ่งไผ่ตรงชายทำให้รู้สึกคุ้นตา เหมือนอย่างในภาพจึงมั่นใจว่าเป็นคนที่ผู้คุมส่งมาคุ้มครองนางอย่างแน่นอน
หลินหลานหรูตอบอืมในลำคออย่างไม่ใส่ใจทำให้แววตาหญิงงามสลดวูบ ใจสั่นกระตุกอย่างประหวั่นกับความเย็นชาที่ได้รับนางกังวลว่าตนเองจะถูกปฏิบัติอย่างไรนับจากนี้ จะถูกทิ้งขว้างด้วยหรือไม่
เรือใหญ่พึ่งจะเทียบท่าได้ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็เกิดเรื่องขึ้นเสียแล้วเวลานี้ผู้คนเดินขึ้นลงเรือให้พลุกพล่านหนาตา บางคนเพียงเหลือบมองว่าเกิดอะไรขึ้นจากนั้นก็เดินผ่านไปไม่ใคร่สนใจเรื่องของคนอื่นให้มากนัก หลินหลานหรูจึงกวาดตาประเมินหญิงงามเพียงแวบเดียวมาคนเดียว? อีกทั้งยังไม่พกอะไรติดตัวมานอกจากห่อผ้าใบเดียวจึงสังหรณ์ใจบางอย่างขึ้นมา
"ตั๋วเงินเล่า?" เรื่อง 'เงิน' ลอยวนเวียนอยู่ในหัวของหลินหลานหรูมาตั้งแต่ตอนเย็นของเมื่อวานนางกลายเป็นคนประเภทเห็นเงินแล้วอิ่มข้าวไปเรียบร้อยแล้ว
จื่อเหวินอ้ำอึ้งงันไปครู่เดียวก็กระจ่างในความหมายของหลินหลานหรู นางก้มหน้าตอบว่า"ตอนลงจากเรือ กระเป๋าหนังของข้าหายไปทั้งหมดรวม...รวมตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงในนั้นด้วย"
หลินหลานหรูอ้าปากจะต่อว่าแต่ไร้คำพูด สีหน้าจึงดูไม่ได้ ตั๋วเงินตั้งหนึ่งร้อยตำลึง เหตุใดถึงปล่อยให้หายทว่าท้ายที่สุดนางก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จนใจที่เงินร้อยตำลึงหายวับไปต่อหน้าก่อนผลักชายขี้เมาล้มหมอบลงกับพื้น ในเมื่อพวกนางมาทำภารกิจก็ต้องทำตัวให้กลมกลืนจึงขบกรามเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือแววโทสะ "คุณหนูเชิญ ข้าเช่าโรงเตี๊ยมให้ท่านพักใกล้ๆนี้แล้ว"
จื่อเหวินพยักหน้ารับอย่างเอียงอายอยู่บ้างก่อนเดินเกาะชายชุดสีดำตัวนอกของหลินหลานหรูตามไปเหมือนเด็กน้อยตื่นคน
หลินหลานหรูพาจื่อเหวินเดินมาถึงโรงเตี๊ยมอวิ๋นเหอเสี่ยวเอ้อวิ่งออกมาต้อนรับ ทว่าหญิงงามดวงหน้าเฉิดฉัน คิ้วโก่งเรียวบางนัยน์ตากลมโต หน้าผากมนเกลี้ยงเกลา ริมฝีปากแดงสีชาด แก้มเนียนละเอียดอมชมพูชวนให้ใจหนุ่มน้อยสั่นไหวจนตกหลุม แต่เมื่อเดินเคียงคู่มากับหลินหลานหรูกลับถูกรัศมีสูงส่งของนางกลบความงามของหญิงงามจนไม่เหลือแหล่
"พรุ่งนี้จะออกเดินทางคุณหนูติดปัญหาที่ใดหรือไม่" ปากนางถาม แต่แววตาข่มขู่บอกว่า 'เจ้ากล้ามีปัญหา?'
จื่อเหวินส่ายหน้าน้อยๆ แต่งดงามเลือกที่นั่งบนเก้าอี้ในห้องพัก แล้วดื่มน้ำอุ่นในกาไปหลายอึกดับความขลาดกลัวแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
"เช่นนั้นก็เล่าภารกิจของเจ้าให้ข้าฟังทั้งหมดได้แล้ว"หลินหลานหรูลงดาลประตูห้อง เมื่อหันหน้ากลับมาจื่อเหวินก็ยืนมองนางด้วยสายตาแข็งกระด้างราวกับเป็นอีกคนที่ไม่ได้จับชายเสื้อของนางเดินตามมาจากท่าเรือเมื่อเช้านี้
หลินหลานหรูอึ้งอยู่บ้าง
"ภารกิจเป็นของข้าเจ้ามีหน้าที่แค่คุ้มครองข้าตามคำสั่งก็พอ ส่วนจะต้องทำสิ่งใดให้ภารกิจสำเร็จลุล่วงข้าจะบอกเจ้าในภายหลัง เมื่อจำเป็นต้องเรียกใช้" จื่อเหวินยืดอกใช้คำพูดและน้ำเสียงของเจ้านายมากดข่มหลินหลานหรูหากไม่ทำเช่นนี้ตัวนางจะควบคุมนักฆ่าจากค่ายฝึกนรกนางนี้ได้อย่างไรเดิมทีก็เป็นพวกป่าเถื่อน สมองเบา มีดีแค่พละกำลังอยู่แล้วมิใช่หรือ
ครั้งหนึ่งเคยได้ฟังจากท่านอาจารย์ที่เคยให้การสอนเด็กในค่ายฝึกนรกพวกเขาแข็งแกร่งและโหดเหี้ยมสามารถควักเนื้อควักหัวใจคนออกมาขยำเล่นได้โดยมือไม่สั่นนี่ละ...ป่าเถื่อนไร้อารยะ!
จื่อเหวินยังอวดดีทระนงตนจนเผลอกะพริบตา ทันใดนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในมวลอากาศดำมืดไอมารเข้มข้นเสียดแทงจนแสบจมูกแต่หารู้ไม่ว่าจิตสังหารที่หลินหลานหรูเผยออกมาได้แทงทะลุร่างจื่อเหวินจนเลือดกำเดาของนางเริ่มไหลออกมาแล้วเมื่อใช้มือสัมผัสก็รับรู้ได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ชวนตกใจ
"ข้าถามว่าเป้าหมายภารกิจนี้คืออะไร"เสียงเอ่ยเนิบช้าแต่หนักเน้นทุกคำของหลินหลานหรูเรียกให้จื่อเหวินเงยหน้านางตกใจจนล้มพับลงบนเก้าอี้ สีหน้าบิดเบี้ยวอย่างพรั่นพรึงขีดสุดในที่สุดก็เบะปากร้องไห้เอ่ยทั้งน้ำตา
"อยู่บนเกาะข้าถูกกลั่นแกล้งเป็นประจำเจ้าก็อย่ายืนขู่ข้าด้วยไอมารน่ากลัวเช่นนั้นได้หรือไม่!"หญิงงามอ่อนยวบลงหลายส่วนเดิมทีนึกว่าคนที่นางต้องร่วมงานด้วยจะข่มขวัญได้ง่ายเสียอีกเพราะตั้งแต่อยู่ที่ท่าเรือ เหมือนไม่ใช่คนโหดเหี้ยมอะไรมิหนำซ้ำยังลดตัวเอ่ยเรียกนางว่าคุณหนู อีกฝ่ายคงยอมรับสถานะของนางแล้วกระมังไฉนจะคิดมาก่อนว่าที่ทำไปทั้งหมดเพราะตบตาคนนอกเท่านั้น
หลินหลานหรูเก็บไอมารลงแต่ยังเอ่ยเสียงเย็นเสียดแทง "ข้าไม่แกล้งเจ้า ถ้าเจ้าไม่หาเรื่องข้าเชื่อว่าความโหดเหี้ยมของเด็กในค่ายฝึกนรกเจ้าคงเคยได้ยินผ่านหูอยู่บ้างดังนั้นอย่าทำตัวอ่อนแอให้น่ารังเกียจนักภารกิจนี้เป็นของเจ้าจะสำเร็จหรือไม่ล้วนไม่เกี่ยวกับข้าขอแค่เจ้าไม่ตายเร็วก็ถือว่าภารกิจของข้าลุล่วง"
หญิงงามสะอึกสะอื้นถูกหาว่าอ่อนแอน่ารังเกียจเจ็บในใจจนอยากร้องไห้แต่ถ้าร้องก็จะถูกมองว่าน่ารังเกียจ จึงยิ่งอัดอั้นขบริมฝีปากกั้นน้ำตาจนหน้าดำคร่ำเครียด น่าชังนัก!
เนื่องจากถูกฝึกมาให้ควบคุมอารมณ์ให้ได้ดั่งใจต้องการจื่อเหวินจึงสลัดคราบน้ำตาทิ้งได้อย่างรวดเร็วก่อนเปิดปากเล่าถึงภารกิจที่ได้รับในครั้งนี้
"ข้าได้รับภารกิจให้สังหารทูตจากแคว้นตู๋ฝางจุดชนวนสงครามระหว่างแคว้นขึ้นให้ได้..."
หลินหลานหรูฟังจบก็งันไปเล็กน้อย"นับว่าภารกิจของเจ้าใหญ่หลวงเกินตัว แต่เพราะเหตุใดเจ้าถึงถูกส่งมาคนเดียวงานหนักเช่นนี้จะใช้กลอุบายหญิงงามล้มแคว้นหรือไร จะไม่เปลืองตัวไปหน่อยหรือ"
"ไม่ใช่...ข้าก็บอกเจ้าแล้วว่าข้าถูกแกล้ง" กล่าวไปกล่าวมา ดวงตาหญิงงามมีน้ำใสๆคลอหน่วยขึ้นอีกครั้ง
"ข้าเข้าใจแล้วเก็บน้ำตาของเจ้าไว้ใช้ในภารกิจเถิด จากนี้ข้าจะอยู่ข้างกายเจ้าในฐานะสาวใช้เรียกข้าว่าเสี่ยวหลันแล้วกัน"
จื่อเหวินพยักหน้าหงึกหงักแววตามีรอยยิ้มวางใจ หลินหลานหรูเห็นดังนั้นจึงไม่คิดรบกวนหญิงงามอีกตั้งแต่ต้นจนจบนางรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกอีกฝ่ายสวมหน้ากากเป็นเด็กสาวอ่อนแอเข้าหาค่ายฝึกนรกขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมค่ายฝึกโฉมงามก็ขึ้นชื่อเรื่องมารยาหญิงเช่นกัน
"เจ้าพักผ่อนเถอะต้องการอะไรเรียกเสี่ยวเอ้อได้ทันที ข้าจะออกไปเช่ารถม้าสำหรับเดินทางพรุ่งนี้ช่วงเย็นจึงจะกลับ"
เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นและปิดลงหลินหลานหรูเดินลงบันไดไปยังชั้นล่างอย่างไม่รีบร้อนกำชับเสี่ยวเอ้อไว้หลายประโยคให้ช่วยอำนวยความสะดวกให้หญิงงามพร้อมกับเอ่ยถามเรื่องเช่ารถม้าและคนนำทางไปเป่ยชาง
"ระหว่างทางไปเป่ยชางเป็นเส้นทางแร้นแค้นทุรกันดารภัยพิบัติมีทุกฤดู จึงไม่มีใครคิดบุกเบิกเส้นทางไปทำการค้าที่นั่นหากแม่นางจะเช่ารถม้าและคนนำทาง ในเมืองกว่างโจวมีอยู่เจ้าเดียวเสียแต่แม่นางเป็นสตรี ซ้ำร้ายยังมีแผลเป็นบนใบหน้าจะติดต่อเช่ารถม้าด้วยเงินเล็กน้อยเพียงหยิบมือเกรงจะถูกไล่ออกมาตั้งแต่ยังไม่ได้พบเถ้าแก่..."
หลินหลานหรูฟังด้วยจิตใจที่หนักอึ้งขอเพียงนางได้คุยกับเถ้าแก่กิจการเรื่องเงินก็จะไม่ใช่ปัญหาทว่าในระหว่างที่หลินหลานหรูขบคิดจนปวดหัวตั้งแต่ต้นจนจบการสนทนาของนางและเสี่ยวเอ้อ มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องมองมาอยู่ตลอด
หลินหลานหรูไม่อาจทนต่อสายตากดดันที่นางจินตนาการไม่ออกว่าแท้จริงแล้วต้องการสื่อสิ่งใดกันหากรังเกียจก็แค่ไปให้พ้นหน้า หรือไม่ก็พูดออกมาสักประโยคกับถ้อยคำเดียดฉันท์จนถึงขั้นขยะแขยงนางได้ยินจนชินหูไปนานแล้วเล่นเงียบแล้วจ้องมองกันเช่นนี้ไม่ให้นางใจฝ่อเพราะคิดไปเองแต่ยังกลัวจะไม่ใช่อย่างที่คิดได้อย่างไร เมื่อเรื่องที่ควรพูดก็เอ่ยถามเสี่ยวเอ้อไปหมดแล้วดังนั้นนางจึงขอตัวจากมา
มุมหนึ่งในห้องโถงทางขวามือปรากฏเงาร่างสูงนั่งเอกเขนกจิบน้ำชาโดยไม่แยแสจะถอดหมวกผ้าโปร่งออกแม้แต่น้อยดวงตาเหยี่ยวคมกริบที่ซ่อนไว้เบื้องหลังผ้าโปร่งแม้นจิบชาแต่ยังจ้องมองหลินหลานหรู ช่างชวนให้คนถูกมองเช่นนางขัดใจจนพาลให้หงุดหงิดยิ่งนัก
หลินหลานหรูขยับเข้าไปใกล้อีกหน่อยแต่เว้นระยะห่างพอประมาณ ก่อนคลี่ยิ้มในใบหน้าจนถึงดวงตาเปิดปากเอ่ยเย้าบุรุษอย่างหน้าไม่อาย "หากท่านยังมองข้าเช่นนี้ข้าจะหลงรักท่านแล้วนะเจ้าคะ"
สตรีเจ้าของดวงตาน่าหลงใหลเปิดปากเอ่ยเย้าขนาดนี้บุรุษเช่นเขามีหรือจะไม่หวั่นไหว เสวี่ยเฟิ่งเผยยิ้มอบอุ่นเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนไม่หยาบคาย "ขออภัยแม่นางเป็นข้าเสียมารยาทกับเจ้าก่อน ต้องขออภัย"
"บุรุษรูปงามสมควรได้รับการให้อภัยเสียดายที่สตรีอัปลักษณ์เยี่ยงข้าไม่คู่ควร" แววตาหลินหลานหรูพลันหมองเศร้าก้มหน้าบีบมือคล้ายนางกำลังน้อยเนื้อต่ำใจ
เป็นครั้งแรกที่หลินหลานหรูนึกอยากเล่นสนุกเช่นนี้ขึ้นมาจึงไม่ระวังป้องกันหัวใจตัวเอง คงเพราะอีกฝ่ายปิดบังใบหน้า ส่วนนางก็ปิดไว้เช่นกันเมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่สนใจเบื้องลึกเบื้องหลังความเป็นมาของใครและไม่ระวังตัวอย่างที่ควรเป็นขอเพียงเรื่องที่เอ่ยไม่เกี่ยวข้องถึงเรื่องส่วนตัวจนดูละลาบละล้วงพูดคุยไว้เป็นสหายยามเดินทางก็นับว่าไม่เลว
"แม่นางลดคุณค่าตัวเองเกินไปหรือไม่"เสียงเอ่ยทุ้มต่ำแต่แฝงความอ่อนโยนและจริงใจ ทำให้คนฟังลุ่มหลงในน้ำเสียงงดงามชวนสะกดใจนี้ได้อย่างง่ายดายหลินหลานหรูเงยหน้าด้วยรู้สึกชอบในน้ำเสียงนี้ ก่อนอมยิ้มเมื่อได้ยินประโยคถัดมา"แผลเป็นบนใบหน้า ไม่ได้ทำให้ข้าอยากมองเจ้าลดน้อยลงเลย"
ใบหน้าเด็กสาวเห่อร้อนแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ภายในใจเกินความรู้สึกคันยุบยิบคล้ายถูกแมวข่วน นางกำลังถูกจู่โจมเข้าแล้วใช่หรือไม่ชายหญิงมีใจพูดคำใดก็หวานหู
ร่างกายของเด็กสาววัยแรกรุ่นร่างนี้เลือดในกายพลุ่งพล่านได้ง่ายจนน่าหวั่นใจเจอบุรุษเกี้ยวพาเข้าหน่อยก็ใจเต้นโครมครามจวนจะควบคุมไม่อยู่เสียแล้วมิหนำซ้ำนางยังไร้ยางอายกระโดดลงไปเล่นด้วย ช่างอันตรายนัก"เช่นนั้นท่านจะรับผิดชอบความรู้สึกของข้าอย่างไร"
"ตามแต่แม่นางจะเรียกร้อง"ใบหน้าชายหนุ่มประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ดวงตายังมองหลินหลานหรูอย่างลุ่มหลง
"เห็นทีข้าคงต้องเรียกร้องให้มากหน่อยแล้ว"
ตลอดการสนทนาของเด็กสาวและบุรุษแปลกหน้าอยู่ในสายตาของคนผู้หนึ่งตลอดจื่อเหวินเดินลงมาเพราะอยากเรียกให้เสี่ยวเอ้อยกอาหารขึ้นไปบนห้องพักจึงทันได้เห็นเสี่ยวหลันพูดคุยหยอกเย้ากับบุรุษผู้นั้น ...หน้าไม่อาย!
ช่วงแรกนางแปลกใจที่เด็กสาวผู้มีกลิ่นอายอำมหิตและแววตาฆ่าฟันทุกลมหายใจเข้าออกยามอยู่ต่อหน้าบุรุษกลับปกปิดมิดชิด อากัปกิริยายังขัดเขินเหนียมอายได้จริตสตรีมารยาไม่ใช่ว่าเด็กในค่ายฝึกนรกหยาบกระด้างเอ่ยคำหวานไม่เป็นหรือแท้จริงจะแค่เด็กสาวสมองทึบถูกคำพูดอ่อนหวานเอ่ยชมเข้าหน่อยก็หลงระเริงจนลืมระวังตัวเป็นแค่เด็กสาวอ่อนต่อโลกผู้หนึ่ง
หญิงอัปลักษณ์เช่นนั้นมีสิทธิ์อะไรได้รับการเกี้ยวพาจากบุรุษเช่นนั้นกันจื่อเหวินเดินกลับขึ้นห้องด้วยอารมณ์ริษยาชิงชังพาลให้ไม่อยากอาหารขึ้นมาเสียดื้อๆ