'ที่ทำการทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ'
สำนักงานของ’กลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ’ในเมืองัฟ้า อยู่ห่างจากใจกลางเมืองไปทางตะวันตก เป็อาคารไม้ 2 ชั้นหลังใหญ่พอประมาณ หน้าประตูมีป้าย "กลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ" เขียนด้วยตัวหนังสือที่ดูหนักแน่นแต่ก็สวยงาม
ประตูหน้ามีทหารรับจ้าง 4 คนในชุดเกราะเบายืนรักษาการณ์อยู่ ทั้ง 4 อยู่ในระดับปรมาจารย์ขั้นกลางและขั้นปลาย เข้าไปด้านในหน้าอาคารเป็ลานขนาดไม่ใหญ่มาก ถัดไปเป็ตัวอาคารมีทหารรับจ้างเดินไปมาพอสมควร ด้านข้างของอาคารเป็ลานโล่งขนาดใหญ่ เป็ที่สำหรับฝึกยุทธของสมาชิกในกลุ่ม
ซิ่วอิงนั่งอยู่บนชั้นสองของร้านน้ำชา ตรงข้ามกับที่ตั้งของกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเธอเป็อาซิ่น ชายหนุ่มผู้ที่ไปแจ้งข่าวท่านพ่อของเธอถูกจับ กำลังจิบชากินของว่างเล่าเื่ราวให้ซิ่วอิงฟังอย่างละเอียด
.. ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ..
“ เ้าว่าอะไรนะ.."
" ทะ ท่านพ่อของท่านโดนจับตัวไป.. ขอรับ "
ซิ่วอิงกัดฟันแน่นข่มโทสะ เอ่ยถามออกมาช้าๆเน้นๆ
" ใคร.. กล้าจับท่านพ่อของข้า..”
“ เอ่อ.. ท่านพ่อของท่าน ถูกทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬจับตัวไปขอรับ.. อูยย "
ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวด้วยสีหน้าเ็ป จากฝีมือของซิ่วอิงที่กำแขนเขาแน่นแทบแตกหัก ซิ่วอิงพยายามระงับความโกรธ ที่ปะทุออกมาอย่างยากเย็น แล้วกล่าวว่า
“ ทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ.. พวกมันอยู่ที่ใด..”
ชายหนุ่มอาซิ่นคนนั้นจึงชี้ไปยังด้านหน้า กำลังจะเอ่ยปากบอกเส้นทาง แต่ซิ่วอิงไม่มีเวลาฟังคำอธิบาย เธอจับแขนของอาซิ่นแน่น แล้วพาทะยานไปยังทิศทางที่เขาชี้อย่างรีบเร่ง ปากก็บอกว่า
“ เ้าพาข้าไปยังที่ตั้งของพวกมัน แล้วข้าจะให้รางวัลเ้าอย่างงาม..”
อาซิ่นไม่ตอบแต่พยักหน้าเบาๆ หากแต่ในใจกลับคิดว่า
‘ท่านลากข้ามาเช่นนี้ ไม่ไปด้วยจะได้หรือ..'
เวลาผ่านไปชั่วหนึ่งก้านธูป ซิ่วอิงกับอาซิ่นมาถึงสถานที่แห่งนึง ห่างออกมาจากกลางเมืองไม่มากนัก มีบ้านเรือนและร้านค้าอยู่ประปราย อาซิ่นชี้ไปยังอาคารที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน แล้วเอ่ยขึ้น
“ นั่นคือ.. ที่ตั้งของกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬขอรับ”
“ ถ้าเช่นนั้นเ้าคอยอยู่ที่นี้.. ข้าจะบุกเข้าไปช่วยท่านพ่อ..”
ด้วยจิตใจที่ร้อนรน ซิ่วอิงพูดจบทำท่าจะพุ่งเข้าไป ในที่ตั้งของกลุ่มทหารจิ้งจอกทมิฬทันที
“ ดะ เดี่ยว.. เดี๋ยวก่อนขอรับ..”
เมื่อได้ยินอาซิ่นส่งเสียงเรียกเอาไว้ ซิ่วอิงหยุดชะงักแล้วหันมามองเขา แล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ เ้ามีอะไรอีก..”
“ เอ่อ.. นายน้อยอย่างเพิ่งใจร้อนขอรับ.. ฟังข้าพูดให้จบก่อน..”
อาซิ่นเอ่ยเสียงสั่นออกมา ทำเอาซิ่วอิงถอนหายใจเบาๆ พยายามควบคุมโทสะของตนเอง
“ เ้ามีอะไรที่ยังไม่ได้บอกข้า.. รีบบอกมา”
“ ขอรับ.. แต่ว่าเราไปคุยกันในร้านน้ำชาตรงนั้นดีกว่า.. นายน้อยจะได้มีเวลาวางแผนเข้าไปช่วยท่านพ่อขอรับ..”
อาซิ่นกล่าวออกมา ซิ่วอิงก็ชะงักไปกับคำพูดของเขา
‘ถูกของอาซิ่น.. เราใจร้อนวู่วามไปจริงๆ’
“ เช่นนั้นไปกัน.. แล้วเ้าต้องบอกรายละเอียดของเื่ให้ข้าฟังทั้งหมด”
“ ขอรับ..”
เป็เหตุการณ์ที่ทำให้ซิ่วอิงกับชายหนุ่มอาซิ่น มานั่งอยู่ในร้านน้ำชาแห่งนี้นั่นเอง
‘ร้านน้ำชาหน้าที่ทำการทหารรับจ้าง’
" คือว่า.. เื่มันเป็อย่างนี้ขอรับนายน้อย.. คนของข้าได้ยินพวกทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬพูดคุยกันว่า.. วันนี้ท่านจ้าวเว่ยบิดาของนายน้อย เข้าไปหาหัวหน้าของพวกมัน แล้วชวนให้มาทำงานด้วยกันกับตระกูลจ้าว.. แต่หัวหน้าของพวกมันไม่ยอม และได้จับตัวบิดาของนายน้อยไว้.. คนของข้าจึงได้มาแจ้งให้ข้าทราบ ข้าเลยให้ทุกคนออกตามหานายน้อย จนข้าได้มาพบกับนายน้อยด้วยตัวเองขอรับ..”
อาซิ่นเอ่ยปากเล่าถึงที่มาที่ไปของเื่ราว ซิ่วอิงรับฟังไปจิตใจที่ร้อนรุ่มค่อยๆสงบลงมา ก่อนจะเริ่มวางแผนเข้าไปช่วยบิดา ครู่นึงจึงเอ่ยถามอาซิ่นว่า
“ เ้ารู้หรือไม่.. พวกมันมีประมาณกี่คน หัวหน้าของพวกมันมีระดับลมปราณเท่าใด..”
“ ก็พอรู้อยู่บ้างขอรับ.. พวกมันมีราวๆ 100 คน มีหัวหน้าใหญ่ 1 คน รองหัวหน้าอีก 4 คน.. ถ้าข่าวของข้าไม่คลาดเคลื่อน หัวหน้าใหญ่อยู่ในระดับปฐีขั้นสูง รองหัวหน้าทั้ง 4 อยู่ในระดับปฐีขั้นต้นและขั้นกลาง.. ส่วนคนอื่นอยู่ระดับยอดยุทธกับปรมาจารย์ขอรับ”
คำตอบของอาซิ่นทำเอาซิ่วอิงถึงกับอึ้งไป เพราะกลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มนี้ ทั้งจำนวนคนและระดับพลังยุทธ ถือว่าเป็กองกำลังระดับสูงเลยทีเดียว หากได้มาอยู่ในปกครองจะช่วยเธอได้มาก แต่มีปัญหาตรงหัวหน้าที่อยู่ในระดับปฐีขั้นสูง ซึ่งเหนือกว่าเธออยู่หนึ่งขั้น หากต่อสู้กันตรงๆอาจจะเอาชนะได้ยากไปสักหน่อย
‘ เห็นทีคงต้องเขาไปในมิติ เลือกอาวุธของอาจารย์มาใช้แล้วสิ..'
คิดได้เช่นนั้นซิ่วอิงเรียกเสี่ยวเอ้อของร้านมาสอบถามทันที
“ เสี่ยวเอ้อ.. ร้านน้ำชาของเ้ามีห้องส่วนตัวหรือไม่”
“ มีขอรับนายท่าน.. เอ่อ.. ห้องส่วนตัวราคา 1 เหรียญทองขอรับ ”
เสี่ยวเอ้อตอบอย่างนอบน้อม ส่วนอาซิ่นกลับมองซิ่วอิงด้วยความสงสัย
“ พาข้าไปห้องส่วนตัว.. อาซิ่นเ้านั่งคอยข้าอยู่ตรงนี้” กล่าวจบซิ่วอิงเดินตามเสี่ยวเอ้อไปยังห้องส่วนตัว ปล่อยให้อาซิ่นนั่งมึนงงกับท่าทีของเธอ
เมื่ออยู่คนเดียวในห้องส่วนตัว ซิ่วอิงรีบกางอาณาเขาิญญาตรวจสอบรอบข้าง แล้วเข้าไปในมิติส่วนตัวทันที ไปถึงไม่รอช้าเข้าไปในกระท่อมเถาวัลย์ แล้วตรงไปยังคลังอาวุธของอาจารย์
ซิ่วอิงยืนดูอาวุธที่อาจารย์เก็บเอาไว้ ก่อนจะหลับตาลงแล้วแผ่จิติญญาไปทั่วห้อง เพื่อตรวจความเข้ากันได้ของตัวเองกับอาวุธทุกชิ้น
ทันใดนั้นเอง
‘วิ้งงงง’
ปรากฏแสงสว่างจ้าขึ้นมาจากที่ว่าง ก่อนที่แสงจ้าจะค่อยๆจางหายไป ปรากฏเป็ดาบใหญ่เล่มนึงลอยคว้างกลางอากาศ ซิ่วอิงรับรู้ได้ถึงตัวตนของมันจึงลืมตาขึ้น แล้วมองไปยังดาบใหญ่ตรงหน้าด้วยความแปลกใจ
‘หือ.. จะให้สาวน้อยอย่างเราใช้ดาบใหญ่แบบนี้หรือ..’
ซิ่วอิงมองดาบใหญ่ที่มีด้ามจับน้ำเงินเข้มยาวกว่าหนึ่งฟุต ใบดาบสีน้ำเงินเข้มกว้างเกือบสองคืบยาวเมตรครึ่ง สลักตัวอักษรสีทองว่า ‘ดาบทลายฟ้า’
ซิ่วอิงค่อยๆยื่นมือไปจับด้ามดาบ ในใจเตรียมพร้อมรับความเ็ปที่คาดว่าจะได้รับ เพราะทุกครั้งที่ได้รับของจากอาจารย์ จะต้องมาพร้อมกับความเ็ปหัวแทบะเิอยู่เสมอ แล้วครั้งนี้ก็ไม่ผิดไปจากที่คิด เมื่อฝ่ามือของเธอจับแน่นที่ด้ามดาบ ความเ็ปในหัวสมองพลันเกิดขึ้นทันที
" อ๊ากกก.."
ซิ่วอิงกัดฟันกรอดพยายามอดทนต่อความเ็ปในหัวตนเอง แล้วจากนั้นความทรงจำของดาบใหญ่ พรั่งพรูเข้ามาในหัวของเธออย่างรวดเร็ว
ภาพชายร่างใหญ่ในชุดเกราะสีเงิน ถือดาบใหญ่บุกตะลุยกวาดล้างกำราบศัตรูไปทุกสารทิศ ภาพการต่อสู้ฆ่าฟันอันดุเดือดโหดร้าย แต่สุดท้ายคนแข็งแกร่งก็มีวันพ่ายแพ้ ในศึกสุดท้ายคนผู้นั้นได้เสียชีวิต ดาบใหญ่ล่วงหล่นลงมายังเบื้องล่าง จนล่วงเลยไปหลายหมื่นปี
อาจารย์ของเธอไปพบมันตอนออกท่องเที่ยว และได้ศึกษาเคล็ดวิชาที่อยู่ในจิติญญาแห่งดาบ จนกำหนดเป็เคล็ดวิชาดาบทลายฟ้าที่ซิ่วอิงฝึกจนช่ำชองนั่นเอง แต่อาจารย์เป็ผู้ชื่นชอบกระบี่ อีกทั้งรูปลักษณ์อันดุดันของมัน จึงมิได้นำออกไปใช้และผนึกเก็บไว้ในกระท่อมจนถึงบัดนี้
ดาบใหญ่เล่มนี่เรียกว่า 'ดาบทะลายฟ้า' มันััได้ถึงจิติญญาแห่งดาบในตัวของซิ่วอิง จึงปรากฏออกมาเลือกนางเป็เ้านายคนใหม่ของมัน
เมื่อจิติญญาของตนเองหลอมรวมกับความทรงจำแห่งดาบ ซิ่วอิงจึงลืมตาขึ้นมามองดาบใหญ่ในมือด้วยความถูกใจยิ่งนัก ดาบเล่มนี้เป็ดาบระดับ์ สามารถเพิ่มพลังให้ผู้ใช้ได้หลายส่วน แต่ตอนใช้สิ้นเปลืองพลังปราณมากเช่นกัน หากไม่พบกับคนที่อยู่ในระดับเหนือกว่ามากนัก เธอมั่นใจว่าสามารถเอาชนะได้ทุกคน
เมื่อได้อาวุธตามที่้า ซิ่วอิงนำไปเก็บไว้ในแหวนมิติ แล้วส่งจิตตรวจสอบด้านนอก เมื่อไม่พบผู้ใดก็ออกจากมิติส่วนตัวทันที
ซิ่วอิงออกจากห้องส่วนตัว แล้วเดินตรงไปยังโต๊ะที่อาซิ่นนั่งจิบชารออยู่ อาซิ่นเมื่อเห็นนายน้อยของมันจึงรีบลุกขึ้น แล้วเอ่ยขึ้นมาด้วยความแปลกใจ
“ เอ่อ.. นายน้อย ท่านเพิ่งเข้าไปไม่นาน ทำไมถึงได้รีบออกมาขอรับ”
“ ข้าฟื้นฟูพลังปราณเรียบร้อยแล้ว.. จากนี้ข้าจะเข้าไปในที่ตั้งของกลุ่มทหารรับจ้างจิ้งจอกทมิฬ เ้ารอข้าอยู่ด้านนอกคอยดูความเคลื่อนไหวของคนกลุ่มต่างๆ “
“ ขอรับนายน้อย..”
อาซิ่นกุมมือคำนับรับคำสั่ง แต่ก่อนที่จะออกไปซิ่วอิงกลับนึกถึงเื่นึงขึ้นมา จึงเอ่ยถามว่า
“ เ้าเป็คนของท่านลุงตง.. มีลูกน้องกี่คน แล้วลุงตงให้อะไรเ้าไว้บ้าง “
“ เรียนนายน้อย.. ข้าเป็หัวหน้าสืบข่าวของท่านตง มีลูกน้อง 10 คนกระจายกันไปทั่วเมือง ส่วนเงินทองนั้นเพราะท่านตงมีบุญคุณกับข้า ข้าเลยไม่เรียกร้องแล้วแต่ท่านตงจะให้ให้ขอรับ ..” อาซิ่นกุมมือรายงานเสียงฉะฉานหนักแน่น
ซิ่วอิงนำแหวนมิติระดับต่ำออกมาหนึ่งวง เอาเงินใส่ไว้ 5,000 เหรียญทอง ส่งให้อาซิ่นแล้วกล่าวว่า
“ นี่เป็แหวนมิติระดับต่ำมอบให้เ้า.. เงินที่ข้าใส่ไว้จ่ายค่าน้ำชาและค่าห้องส่วนตัวให้ด้วย ส่วนที่เหลือเก็บใช้จ่ายส่วนตัวของเ้าและลูกน้อง ..”
“ ขอบคุณขอรับนายน้อย..”
อาซิ่นกุมมือคำนับด้วยความตื้นตันใจ นายน้อยที่อยู่บนจุดสูงสุดของตระกูล มอบแหวนและเงินให้มันกับมือตนเอง หากบอกผู้อื่นจะมีใครเชื่อมันสักกี่คน
ซิ่วอิงทอดสายตามองไปยังอาคารฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาตนเอง
‘ จากนี้.. ถึงเวลาลุยแล้วสินะ..’
…………………………………