บทที่ 3: กฎของเ้าป่า
ป่าด้านหลังวัดหลานรั่วนั้นขึ้นชื่อว่าเป็เขตหวงห้าม แม้แต่พรานป่าผู้ชำนาญทางยังไม่กล้าย่างกรายเข้ามาในยามวิกาล ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นตายซาก กิ่งก้านหงิกงอราวกับมือปีศาจที่ไขว่คว้าหาเหยื่อ พื้นดินเฉอะแฉะส่งกลิ่นคาวคลุ้งเหมือนเืเน่า
ไป๋อวิ๋นเดินทอดน่องเข้าไปในความมืดอย่างสบายอารมณ์ โดยมีเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนลอยตามหลังมาด้วยสีหน้าหวาดหวั่น นางพยายามดึงชายเสื้อเขาเบาๆ
"คุณชาย... ท่านยายมีตบะแก่กล้าบำเพ็ญเพียรมากว่าพันปี รากของนางหยั่งลึกไปทั่วูเาแห่งนี้ เรา... เราหนีไปตอนนี้ยังทันนะเ้าคะ"
ไป๋อวิ๋นหยุดเดิน หันมามองนางด้วยแววตาขบขัน "หนี? ข้าไม่ได้มาเพื่อหนี แต่ข้ามา 'ทวงของ' ต่างหาก"
ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าก็เริ่มสั่นะเื!
ครืนนนน!
เสียงคำรามต่ำๆ ดังสะท้อนมาจากใต้พิภพ ราวกับเสียงของสัตว์ร้ายขนาดมหึมาที่กำลังตื่นจากการจำศีล ต้นไม้รอบด้านเริ่มขยับเขยื้อน กิ่งไม้แห้งเสียดสีกันเกิดเสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู
"เ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!! กล้าดีอย่างไรมาก่อกวนการพักผ่อนของข้า!"
เสียงนั้นดังกระหึ่ม ฟังดูแหบพร่ากึ่งหญิงกึ่งชาย เต็มไปด้วยอำนาจกดดันมหาศาล
ตรงหน้าของไป๋อวิ๋น ต้นไทรั์ขนาดสิบคนโอบค่อยๆ บิดเบี้ยว เปลือกไม้แตกออกเผยให้เห็นใบหน้าขนาดใหญ่ที่ดูน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาสีแดงฉานสองดวงเบิกโพลงจ้องมองผู้บุกรุก
"เสี่ยวเชี่ยน!" ปีศาจต้นไม้ตวาดลั่น "นังตัวดี! ข้าเลี้ยงดูเ้ามา ให้เ้าดูดกลืนไอหยางเพื่อคงรูปลักษณ์สวยงาม แต่เ้ากลับพาคนนอกบุกรุกมาถึงรังของข้า เ้าอยากิญญาแตกสลายนักใช่ไหม!"
เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนตัวสั่นเทา นางทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัวที่ฝังรากลึก "ท่านยาย... ไว้ชีวิตข้าด้วย..."
"ไม่ต้องคุกเข่า" ไป๋อวิ๋นเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เขาใช้พัดจีบเชิดคางเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนให้เงยหน้าขึ้น "ต่อแต่นี้ไป นอกจากข้าและสามีในอนาคตของเ้า เ้าไม่ต้องคุกเข่าให้ใครทั้งนั้น"
"สามหาว!!" ปีศาจต้นไม้คำรามด้วยความโกรธจัด "เ้าเป็ใคร ถึงกล้ามาอวดดีในถิ่นของข้า!"
"ข้าคือเ้าหนี้ของเ้า" ไป๋อวิ๋นก้าวออกมาข้างหน้า เผชิญหน้ากับปีศาจพันปีโดยไร้ซึ่งความเกรงกลัว "ข้ามาเพื่อรับเถ้ากระดูกของแม่นางเสี่ยวเชี่ยน ส่งมันมาให้ข้า แล้วข้าจะพิจารณาละเว้นรากแก้วของเ้าไว้สักร้อยปี"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ช่างโอหังนัก! อยากได้เถ้ากระดูกงั้นรึ? งั้นก็เอาชีวิตเ้ามาแลกสิ!"
สิ้นเสียงคำราม รากไม้นับร้อยเส้นพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินราวกับฝูงงูั์ ปลายรากแหลมคมดุจหอกเหล็กพุ่งเข้าใส่ร่างของไป๋อวิ๋นจากทุกทิศทางด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน
เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนกรีดร้อง "คุณชายระวัง!"
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ปีศาจต้นไม้แสยะยิ้ม มั่นใจว่าเ้าเด็กอวดดีคงกลายเป็เศษเนื้อไปแล้ว
แต่เมื่อฝุ่นจางลง... รอยยิ้มของมันก็ต้องแข็งค้าง
ไป๋อวิ๋นยังคงยืนอยู่ที่เดิม เสื้อผ้าสีขาวสะอาดสะอ้านไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน รอบกายของเขามีม่านพลังบางเบาสีทองจางๆ ห่อหุ้มอยู่ รากไม้ที่พุ่งเข้ามาโจมตีเมื่อครู่ ถูกตัดขาดเป็ท่อนๆ กองเกลื่อนกลาดอยู่รอบตัวเขาราวกับผักปลา
"นี่มัน... วิชาเกราะระฆังทอง? ไม่สิ... นี่มันปราณกระบี่คุ้มกาย!" ปีศาจต้นไม้ตื่นตระหนก "เ้าเป็ศิษย์สำนักไหน!?"
ไป๋อวิ๋นปัดฝุ่นที่ไหล่เบาๆ "ข้าบอกไปเ้าก็ไม่รู้จักหรอก... เอาล่ะ ข้าให้โอกาสเ้าโจมตีแล้ว ทีนี้ตาข้าบ้างนะ"
เขาชูมือขวาขึ้น นิ้วชี้และนิ้วกลางประกบกันเป็ดรรชนีกระบี่
"ในเมื่อเ้าชอบใช้รากไม้รังแกคนอ่อนแอ ข้าก็จะช่วยตัดแต่งกิ่งก้านให้เ้าดูสะอาดตาขึ้นหน่อยก็แล้วกัน"
วิชาลับ: กระบี่ไร้ลักษณ์ - ตัดวาสนา!
ไป๋อวิ๋นตวาดก้องพร้อมสะบัดนิ้วลง อากาศเบื้องหน้าบิดเบี้ยววูบหนึ่ง คลื่นพลังที่มองไม่เห็นแต่คมกริบยิ่งกว่าศาสตราใดในหล้า พุ่งแหวกอากาศออกไป
ฉับ!
เสียงตัดผ่านเนื้อไม้ดังสนั่น กิ่งก้านสาขาขนาดใหญ่ของต้นไทรั์ถูกตัดขาดสะบั้นร่วงลงมาดังโครมคราม รวมถึงกิ่งสำคัญที่ใช้แขวน 'โถเถ้ากระดูก' ของเหล่าิญญาใต้บังคับบัญชา
"อ๊ากกกกกก!!"
ปีศาจต้นไม้กรีดร้องโหยหวน เืสีเขียวข้นคลั่กพุ่งกระฉูดออกมาจากาแที่ลำต้น มันรู้สึกเ็ปรวดร้าวไปถึงแก่นิญญา "เ้า... เ้าทำลายตบะของข้า!"
ไป๋อวิ๋นไม่รอช้า เขาใช้วิชาตัวเบา 'ก้าวย่างเมฆา' พุ่งตัวขึ้นไปกลางอากาศ คว้าโถดินเผาใบเล็กที่มีป้ายชื่อ 'เนี่ยเสี่ยวเชี่ยน' ติดอยู่มาไว้ในมืออย่างแม่นยำ
เขาร่อนลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล โยนโถนั้นให้เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนรับไว้ "ของเ้า... ตรวจสอบดูว่าใช่หรือไม่"
เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนรับโถมาด้วยมือที่สั่นเทา นางััได้ถึงดวงจิตของตนที่เชื่อมโยงกับโถใบนี้ น้ำตาแห่งความปิติไหลอาบแก้ม นางรีบคุกเข่าโขกศีรษะให้ไป๋อวิ๋น "ขอบคุณคุณชาย! ขอบคุณคุณชาย! บุญคุณครั้งนี้เสี่ยวเชี่ยนจะไม่มีวันลืม!"
"ข้าจะฆ่าพวกเ้า!! ข้าจะดูดเืพวกเ้าให้หมดตัว!!" ปีศาจต้นไม้ที่าเ็สาหัสยังคงไม่ยอมแพ้ มันรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย เปลี่ยนลิ้นยาวเฟื้อยเป็แส้หนาม พุ่งเข้าใส่ไป๋อวิ๋นหมายจะแลกชีวิต
ไป๋อวิ๋นถอนหายใจ "ดื้อด้าน"
เขาหยิบวัตถุบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ มันคือ 'ยันต์อัสนีม่วง' แผ่นเล็กๆ ที่ส่องแสงประกายสายฟ้าเปรี๊ยะๆ
"ข้าไม่อยากเผาป่านี้ให้วอดวายหรอกนะ แต่ถ้าเ้ายังไม่หยุด..."
เปรี้ยง!!
สายฟ้าสีม่วงสายเล็กๆ ฟาดลงที่ปลายลิ้นของปีศาจต้นไม้ เพียงแค่สายเล็กๆ แต่กลับส่งผลให้ร่างมหึมาของมันชักกระตุกอย่างรุนแรง ไฟลุกไหม้ลามเลียไปที่ใบหน้าของมัน
"ร้อน! ร้อนนน! พอแล้ว! ข้ายอมแล้ว! ท่านเซียนไว้ชีวิตด้วย!" ปีศาจต้นไม้ร้องโอดครวญ ความหยิ่งยโสหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวต่อชายหนุ่มชุดขาวผู้นี้
ไป๋อวิ๋นสะบัดมือ ไฟสายฟ้านั้นก็มอดดับลง "ฟังให้ดี... ั้แ่นี้ไป ห้ามเ้าสังหารมนุษย์หรือกักขังิญญาใดอีก จงบำเพ็ญเพียรเงียบๆ กินแสงจันทร์กินน้ำค้างไปซะ หากข้ารู้ว่าเ้าทำผิดสัญญาล่ะก็..."
เขาจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีแดงของมัน "ครั้งหน้า ข้าจะไม่ใช้แค่ยันต์ แต่ข้าจะขุดรากถอนโคนเ้ามาทำฟืนต้มยา... เข้าใจหรือไม่?"
"ข้า... ข้าเข้าใจแล้ว ข้าน้อยทราบแล้ว!" ปีศาจต้นไม้รับคำเสียงสั่น ก่อนจะรีบหดร่างมุดลงไปใต้ดิน ปิดเปลือกไม้เงียบกริบ บรรยากาศกดดันในป่าหายวับไปในทันที
ไป๋อวิ๋นหันกลับมาหาเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "ไปกันเถอะ... ป่านนี้พี่หนิงคงรอแย่แล้ว"
"เ้าค่ะคุณชาย" เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนตอบรับด้วยรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่นางเคยมี นางกอดโถเถ้ากระดูกไว้แนบอก มองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มด้วยความเลื่อมใสศรัทธา
แต่ทว่า... ในขณะที่พวกเขากำลังจะเดินพ้นเขตป่า สายตาของไป๋อวิ๋นก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของใครบางคนยืนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่
ชายร่างสูงใหญ่ สวมชุดเกราะเหล็กสีดำทมึน สะพายดาบั์ไว้ที่หลัง ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปิดด้วยหน้ากากเหล็ก
"ยามวิกาลเช่นนี้... วัดหลานรั่วช่างคึกคักเสียจริงนะ" ไป๋อวิ๋นเปรยเบาๆ ไม่ได้หันไปมองตรงๆ แต่ส่งจิตสังหารกลับไปเตือน
ชายชุดเกราะผู้นั้นไม่ได้ตอบโต้ เพียงแค่จ้องมองไป๋อวิ๋นครู่หนึ่ง ก่อนจะหายวับไปในความมืดราวกับภูตผี
"นั่นใครหรือเ้าคะ?" เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนถามด้วยความสงสัย
"ยมทูตดำ... ไม่สิ อาจจะเป็นักล่าค่าหัวจาก 'หอสังหาร' " ไป๋อวิ๋นยักไหล่ "ช่างเถอะ คืนนี้ข้าเหนื่อยแล้ว กลับไปนอนดีกว่า พรุ่งนี้ยังมีเื่ต้องจัดการอีกเยอะ... โดยเฉพาะเื่ของเ้ากับหนิงไฉ่เฉิน"