เมื่อมาถึงหน้าตำหนักองค์รัชทายาท ขันทีซึ่งรับใช้ใกล้ชิดเสด็จพี่ก็มายืนรอรับอยู่แล้ว
“ถวายบังคมองค์ชาย องค์รัชทายาททรงรอพระองค์รับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน ทางนี้พ่ะย่ะค่ะ”
ถังหลี่พยักหน้ารับ ด้วยรอยยิ้มสุภาพ ก่อนจะซักถามขณะเดินไปกับหงกงกง
“ข้าได้ยินข่าวมาว่า เสด็จพี่ทรงพระประชวร เป็เื่จริงหรือไม่”
หงกงกง เมื่อได้ฟังคำถามก็พยักหน้ารับ “จริง พ่ะย่ะค่ะ”
หลังได้ฟังคำตอบสีหน้าของถังหลี่ก็แปรเปลี่ยนไปด้วยความเป็ห่วง สองคิ้วขมวดเข้าหากัน
“เช่นนั้น ยามนี้พระอาการเป็เช่นไร” ถังหลี่รีบซักถามต่อทันทีด้วยความร้อนใจ
“อย่าได้กังวลพระทัย พระอาการขององค์รัชทายาททรงดีขึ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หลังได้ฟังคำกล่าวของหงกงกง ถังหลี่จึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“หมอหลวงว่าอย่างไรบ้าง” แต่ยังไม่วางใจ ยังคงซักไซ้ต่อ
“เกิดจากการพักผ่อนน้อยเกินไป จึงส่งผลให้มีอาการหน้ามืดพ่ะย่ะค่ะ หมอหลวงได้จัดเทียบยาให้แล้ว และกำชับเื่การพักผ่อนเป็พิเศษ” หงกงกงกล่าวตอบ อีกทั้งในใจลึกๆ ยังหวังว่าถังหลี่จะช่วยกล่อมองค์รัชทายาท ให้ทรงพักผ่อนบ้าง
ถังหลี่แม้ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ แต่ก็พอจะเข้าใจเจตนาของหงกงกงแล้ว
ในห้องเสวยพระกระยาหาร ชายหนุ่มท่าทางน่าเกรงขาม ในชุดสีขาวปักลายันั่งอ่านหนังสือรออยู่ ไม่ไกลจากโต๊ะอาหาร
ถังหลี่เมื่อเห็นคนตรงหน้าก็รีบเดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับแสดงความเคารพ
“ถวายบังคมเสด็จพี่พ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาทถังหง เมื่อได้ยินคำพูดของน้องชายก็ละสายตาออกจากหนังสือทันที ก่อนจะกล่าวออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น
“มาแล้วรึ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“วันนี้เป็วันดีอะไร หน้าตาของน้องชายข้าจึงดูอิ่มเอิบมีความสุขยิ่งนัก หืม” ถังหานเอ่ยยิ้มๆ
“หม่อมฉันมีความสุขที่ได้มาเข้าเฝ้าเสด็จพี่อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ” ถังหลี่พูดอย่างเอาใจ
“อ๋อ เป็เช่นนั้นเอง ข้าหรือก็หลงคิดว่าเ้าจะยินดีเื่ที่เสด็จพ่อทรงพระราชทานองค์ชายหยวนอิงมาเป็เพื่อนคู่คิดซะอีก ดูท่าข้าจะเข้าใจผิดไป หรือข้าควรไปกราบทูลเสด็จพ่อให้ล้มเลิกความคิดนี้ดี” ถังหงกล่าวหยอกล้อน้องชายตัวเล็กในสายตาของเขา
“เสด็จพี่ทรงล้อกระหม่อมเล่นแล้ว พระองค์ทรงทราบอยู่แล้วว่าหม่อมฉันคิดเห็นเช่นใด”
“ข้าจะไปรู้ความคิดในใจเ้าได้เช่นไร มา มานั่งแล้วเล่าให้ข้าฟังหน่อย” ถังหงกล่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ขณะกวักมือเรียกถังหลี่ให้มานั่งลงข้างๆ
หลังจากนั้นสองพี่น้องก็ใช้เวลาร่วมกันตลอด่เช้า
ในขณะที่ถังหลี่กำลังพูดคุยอยู่กับองค์รัชทายาท อีกด้านหนึ่งหยวนอิงซึ่งก่อนหน้านี้นอนหลับเป็ตายเนื่องจากความเหนื่อยล้า ก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น ยามที่สายตาจ้องออกไปนอกหน้าต่าง เขาก็ต้องดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
เนื่องจากเวลานี้ใกล้ได้เวลาที่คนทั้งสำนักจะออกเดินทางกลับสำนักพิภพดาราแล้ว เขามองสำรวจตนเองแล้วคิ้วก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย แต่เนื่องจากเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งใคร่ครวญสิ่งใด ด้วยสิ่งแรกที่ควรจะต้องรีบกระทำนั่นคือการกลับไปสมทบกับคนอื่นๆ
หยวนอิงรีบลุกขึ้นแต่งกาย และเขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ถังหลี่ จากนั้นก็รีบออกจากตำหนักองค์ชายห้ามุ่งหน้าไปยังตำหนักรับรองที่ศิษย์พี่ศิษย์น้องอาศัยอยู่
‘เวลานี้พี่ใหญ่น้องเล็กคงร้อนใจแย่แล้วที่อยู่ๆ ข้าก็หายไปทั้งคืน’ หยวนอิงคิดขณะรีบสาวเท้ากลับไป
หลังจากหยวนอิงจากไปได้หนึ่งชั่วยาม ทางด้านถังหลี่ก็กลับมาถึงตำหนักด้วยความรีบร้อน โดยไม่รอช้ารีบตรงดิ่งไปยังห้องนอนด้วยรอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้า ด้วยหวังว่าจะเจอกับใครอีกคนหนึ่งนั่งอ่านตำราอยู่ในห้อง แต่หลังจากเปิดประตูห้องเข้าไปด้านในและสอดส่ายสายตามองหาดูทั่วทั้งห้องกลับไม่พบผู้ใด สิ่งที่เห็นมีเพียงจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ เขารีบเดินไปแกะออกอ่านในทันที ข้อความในจดหมายมีเพียงประโยคสั้นๆ
พี่หลี่ เมื่อคืนทำให้ท่านลำบากแล้ว ข้าต้องรีบกลับก่อน แล้วจะรีบกลับมา
หลังจากอ่านจดหมายจบอารมณ์ขุ่นเคืองของถังหลี่ก็เริ่มคลายลง
“ข้ารีบร้อนเพียงใดเพื่อกลับมาพบหน้าเ้า จนเสด็จพี่ต้องเอ่ยถามว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น แต่ดูเ้าสิ กลับจากไปโดยทิ้งไว้เพียงข้อความสั้นๆ แต่ก็ช่างเถอะ ถึงอย่างไรเ้าก็ยังคงเป็เ้าเป็คนที่ข้ารักเสมอมา เอาไว้ค่ำคืนนี้ข้าจะให้เ้าชดเชยอย่างสาสม ที่ปล่อยให้ข้ารอ” ถังหลี่พึมพำออกมาพร้อมรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า โดยที่เ้าตัวหารู้ไม่ว่าบัดนี้คนที่เขากำลังเฝ้าคำนึงถึงและรอคอย กำลังเตรียมตัวออกเดินทางจากเมืองหลวงเพื่อกลับไปยังสำนักพิภพดารากับเหล่าผู้าุโและศิษย์พี่ศิษย์น้องแล้ว
เมื่อหยวนอิงกลับมาถึงตำหนักรับรอง ลู่อู๋ซูก็จัดเตรียมทุกอย่างจนพร้อมออกเดินทางเรียบร้อยแล้ว
“พี่ใหญ่ เมื่อคืนข้าดื่มหนักไปหน่อย จึงพักที่ตำหนักองค์ชายห้า ทำให้ท่านเป็กังวลแล้ว” หยวนอิงกล่าวอย่างรู้สึกผิด
“องค์ชายห้าได้ส่งคนมาแจ้งข้าแล้วเมื่อคืน ไม่ต้องตื่นใ” ลู่อู๋ซูกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เ้ารีบไปชำระล้างร่างกายและผลัดเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเถอะ นี่ก็ใกล้ได้เวลาออกเดินทางแล้ว”
หยวนอิงพยักหน้ารับแล้วรีบไปจัดการธุระส่วนตัว ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ทำทุกอย่างเรียบร้อย
“พวกเรารีบไปกันเถอะ” หยวนอิงพยักหน้ารับก่อนจะหยิบสัมภาระ เดินออกไปพร้อมกับลู่อู๋ซู เพื่อสมทบกับทุกคน
เมื่อทุกคนมากันพร้อมหน้า ขบวนของสำนักพิภพดาราก็เริ่มออกเดินทางกลับสู่สำนัก