เกิดเป็นขุนศึกเป้าใหญ่ พร้อมระบบเทพแมงดา NC

    ตอนที่ 1: ตื่นมารับบาทา!


    ส้นเท้าเปลือยเปล่าพุ่งตัดอากาศกระแทกปังเข้าก้านคออย่างจัง! สติของเขาดับวูบลงคาเวทีผ้าใบ...

    ใช่แล้ว... เขาคือ ‘เป้า’ ไอ้หนุ่มนักมวยบ้านนอกที่จับพลัดจับผลูมาเป็นเป้าซ้อมเคลื่อนที่ให้ค่ายมวยไทย วันๆ มีชีวิตเป็นเพียงกระสอบทรายให้ดาวรุ่งซ้อมเตะซ้อมต่อยเพื่อแลกเศษเงิน จนมาพลาดท่าโดนลูกเตะสลบไป แต่แทนที่จะตื่นขึ้นมาบนเตียงสีขาวนุ่มๆ ในโรงพยาบาล พร้อมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อและพยาบาลสาวสวยที่คอยเช็ดตัวให้ สิ่งที่ปลุกให้เขาฟื้นคืนสติกลับกลายเป็นความเจ็บปวดร้าวระบมที่แล่นปลาบไปทั่วแผ่นหลังและสะโพก ราวกับกระดูกทุกชิ้นในร่างกายกำลังถูกบดขยี้ด้วยของแข็ง!

    "อึก... โอ๊ย... ซี้ดดด มึนหัวชะมัดยาด..."

    เป้าครางในลำคอด้วยความเจ็บปวด เปลือกตาที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วค่อยๆ ปรือขึ้นทีละน้อย ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือท้องฟ้าสีหม่นทะมึน เต็มไปด้วยเมฆครึ้มที่ลอยต่ำราวกับจะบดขยี้แผ่นดิน กลิ่นเหม็นสาบโคลนเหม็นเขียว และกลิ่นอายความเปียกชื้นของดงดิบโบราณลอยเตะจมูกจนต้องนิ่วหน้า เขารู้สึกได้ถึงความเฉอะแฉะเหนอะหนะที่แผ่นหลัง เมื่อขยับตัวก็พบว่าตนเองกำลังนอนกองอยู่บนพื้นดินโคลนที่ชื้นแฉะหลังกระท่อมมุงจากที่ดูทรุดโทรมสุดขีด

    "ตื่นแล้วรึไอ้สวะ!"

    เสียงตวาดกร้าวและหยาบกระด้างดังสนั่นเหนือหัว เป้าสะดุ้งสุดตัว พยายามเพ่งสายตาฝ่าความพร่ามัวไปมองต้นเสียง สิ่งที่เขาเห็นคือร่างเงาทะมึนของชายฉกรรจ์สามสี่คนยืนค้ำหัวเขาอยู่ แต่ละคนไม่ได้สวมเสื้อยืดหรือกางเกงวอร์มแบบนักมวยที่เขาคุ้นเคย ทว่ากลับเปลือยท่อนบน อวดมัดกล้ามและผิวกร้านแดดที่มีรอยสักอักขระยึกยือ ลายเสือเผ่นและหนุมานคลุกฝุ่นเต็มแผ่นอก ท่อนล่างนุ่งโจงกระเบนหยักรั้งสีมอๆ ดูซอมซ่อราวกับหลุดออกมาจากกองถ่ายหนังประวัติศาสตร์ ฟันของพวกมันดำขลับจากการเคี้ยวหมาก กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวลอยคละคลุ้ง

    คนที่ยืนอยู่ตรงกลางและเพิ่งตะคอกใส่เขาคือชายหน้าบาก รูปร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าเหี้ยมเกรียมราวกับโจรป่า ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้น แววตาของมันจดจ้องมาที่เป้าประดุจสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้ตายคามือ

    "มึงนี่มันหนังเหนียวเสียจริงนะไอ้ขโมย! แอบลักลอบเข้ามาในค่ายตอนวิกาล มึงเป็นสายลับของพวกข้าศึก 'พยัคฆ์ทมิฬ' ใช่หรือไม่! ตอบกูมาเดี๋ยวนี้ไอ้ชาติหมา!" ไอ้ศร—หัวโจกหน้าบากตะคอกซ้ำพร้อมกับชี้นิ้วด่าทอ น้ำลายกระเซ็นโดนหน้าเป้าเต็มๆ

    เป้ากะพริบตาปริบๆ สมองที่เพิ่งฟื้นจากการสลบไสลยังคงประมวลผลไม่ทัน 'สายลับ? พยัคฆ์ทมิฬ? ขโมย? อะไรของพวกมันวะเนี่ย กองถ่ายหนังเหรอ? ซ่อนกล้องแกล้งกันหรือไง? ทำไมถึงได้สมจริงขนาดนี้วะ ทั้งกลิ่น ทั้งโคลน ทั้งรอยสัก...'

    ด้วยนิสัยกะล่อนและปากไวที่ติดตัวมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ผนวกกับสัญชาตญาณความไม่ยอมคน เป้าจึงพยุงร่างที่ปวดระบมขึ้นมานั่งกึ่งนอน เอามือปัดโคลนออกจากใบหน้า แล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาทตามสไตล์เด็กค่ายมวย

    "เฮ้ยๆ ใจเย็นดิวะลูกพี่ เล่นสมบทบาทไปป่าวเนี่ย กองถ่ายอยู่ไหนล่ะ กล้องซ่อนอยู่ตรงไหนบนต้นไม้? ฉันแค่โดนไอ้ฝรั่งมันเตะก้านคอสลบไปแป๊บเดียว พวกเอ็งจับฉันมาแต่งตัวบ้าอะไรเนี่ย แล้วไอ้พยัคฆ์ทมงทมิฬอะไรนั่นน่ะ หนังเรื่องใหม่เรอะ? ค่าตัวกี่บาทวะถึงเล่นใหญ่ขนาดนี้ มาสาดโคลนใส่กันแบบนี้เดี๋ยวก็ฟ้องกรมแรงงานซะหรอก!"

    คำพูดแปลกประหลาดที่เต็มไปด้วยศัพท์แสงยุคอนาคต ทำให้ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงุนงง พวกมันหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ความงุนงงนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยความเดือดดาลในเวลาเพียงเสี้ยววินาที เมื่อพวกมันสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงยียวนและแววตาท้าทายของไอ้หนุ่มตรงหน้า ที่ไม่เจียมกะลาหัวว่าตัวเองกำลังตกเป็นรอง

    "ไอ้ศร! มันพูดจาภาษาผีป่าอะไรของมันวะ ฟังไม่รู้เรื่อง สงสัยมันจะแกล้งบ้าเพื่อเอาตัวรอดแน่ๆ! ดูหน้ามันสิ กวนส้นตีนขนาดนี้ ข้าว่ากระทืบมันให้ตายๆ ไปเลยดีกว่า!" สมุนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ หันไปพูดกับหัวโจกหน้าบากพร้อมกับขบกรามกรอด

    "หนอย... โดนจับได้คาหนังคาเขาว่าด้อมๆ มองๆ อยู่หลังกระท่อมเสบียง ยังจะมีหน้ามาเล่นลิ้นกวนตีนกูอีกรึ!" ไอ้ศรคำรามลั่น กรามขบกันจนเป็นสันนูน แววตาโหดเหี้ยมฉายชัด "ในเมื่อมึงไม่อยากพูดดีๆ งั้นก็ลองอมตีนพวกกูแทนข้าวดูเผื่อจะนึกอะไรออกบ้าง... พวกมึง สั่งสอนมันซิ เอาให้มันคายความจริงออกมาให้หมด อย่าเพิ่งให้มันตายล่ะ กูจะค่อยๆ ทรมานมัน!"

    สิ้นคำสั่งของไอ้ศร สมุนร่างยักษ์สองคนก็แสยะยิ้มเหี้ยม พุ่งตรงเข้ามาหาเป้าอย่างรวดเร็วราวกับหมาป่าหิวโซ

    "เฮ้ย! เดี๋ยวๆๆ เอาจริงดิ! คุยกันก่อนโว้ยยย!" เป้าตาเหลือก รีบสปริงตัวลุกขึ้นยืนตามสัญชาตญาณนักมวยที่ถูกฝึกมาอย่างดี ทว่าทันทีที่ขยับตัว เขากลับพบว่าร่างกายนี้มันช่างเบาหวิวและอ่อนปวกเปียกผิดปกติ! แขนขาที่เคยเต็มไปด้วยมัดกล้ามจากการซ้อมมวยอย่างหนัก บัดนี้กลับผอมบางเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เรี่ยวแรงที่เคยมีหดหายไปจนแทบยืนไม่อยู่ ขาสั่นพั่บๆ เหมือนคนไม่ได้กินข้าวมาสามวัน

    พลั่ก!!

    ไม่ทันได้ตั้งตัว ฝ่าเท้าอันหนักหน่วงและหยาบกร้านของสมุนคนแรกก็ยันโครมเข้าที่กลางยอดอกเป้าอย่างจัง! แรงกระแทกนั้นหนักหน่วงราวกับถูกควายถึกพุ่งชน

    "อั้ก!"

    ร่างของเป้ากระเด็นลอยหวือไปกระแทกกับผนังกระท่อมไม้ไผ่ด้านหลังจนเกิดเสียงดังโครมคราม ฝุ่นผงร่วงกราวลงมา ความเจ็บปวดร้าวแล่นพล่านไปถึงกระดูกสันหลัง เขาพยายามกัดฟันพยุงตัวลุกขึ้น ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาในท่า 'พนมมือ' ซึ่งเป็นท่าตั้งการ์ดมวยไทยคาดเชือกโบราณเพื่อปกป้องจุดสลบที่ใบหน้าและลำตัว สายตาดุดันจ้องมองศัตรู

    "เข้ามาเลยไอ้พวกลิงกัง! คิดว่ากูเป็นกระสอบทรายให้พวกมึงเตะฟรีๆ รึไงวะ! กูคือเป้า ศิษย์ค่ายมวยเว้ย!" เป้าตะโกนข่มขวัญ ทั้งที่ในใจเริ่มหวั่นวิตกกับสภาพร่างกายอันกากเดนของตนเองที่ตอบสนองช้าไปหมด

    สมุนอีกคนพุ่งเข้ามาสาดแข้งซ้ายเข้าใส่ก้านคอ เป้าหมายเดียวกับที่เขาเพิ่งโดนเตะจนตายในโลกก่อน เป้าเบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉิวเฉียดด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมา แต่เมื่อเขาสวนหมัดขวาตรงเข้าที่ปลายคางของอีกฝ่าย หวังจะน็อกให้สลบ หมัดที่ควรจะหนักหน่วงกลับเบาหวิวราวกับปุยนุ่น กระแทกหน้าศัตรูไปก็เหมือนแค่มดกัด! กระดูกข้อนิ้วของเขาต่างหากที่เจ็บแปลบจนต้องนิ่วหน้า

    "ฮ่าๆๆๆ หมัดของมึงเบายังกับตุ๊ดเลยว่ะไอ้สวะ! มีปัญญาแค่นี้รึ!" สมุนที่โดนชกหัวเราะเยาะลั่น ก่อนจะสวนกลับด้วยหมัดฮุกขวาเข้าที่โหนกแก้มของเป้าอย่างเต็มแรง

    ผัวะ!!

    โลกของเป้าหมุนคว้าง ร่างผอมบางล้มกลิ้งคลุกฝุ่นลงไปกองกับพื้นโคลนอีกครั้ง เลือดฝาดกลิ่นคาวคลุ้งในปาก คราวนี้สมุนทั้งสองไม่รอช้า พากันรุมสกรัมเตะกระทืบลงมาที่ร่างของเป้าอย่างไร้ความปราณี ราวกับเห็นเขาเป็นเพียงเศษขยะชิ้นหนึ่ง

    ตุ้บ! พลั่ก! ผัวะ! อั้ก!

    "โอ๊ย! เชี่ยเอ๊ย! เล่นรุมนี่หว่า ไอ้พวกหมาหมู่!" เป้าพยายามขดตัวคุดคู้ ยกแขนขึ้นป้องหัวและจุดสำคัญตามสัญชาตญาณ เอาแผ่นหลังและท่อนแขนรับแรงกระแทก แต่ความหนักหน่วงของฝ่าเท้าที่กระหน่ำย่ำลงมานั้นเกินกว่าที่ร่างกายผอมบางนี้จะทนทานไหว ความเจ็บปวดรุมเร้าจนแทบกระอักเลือด พละกำลังที่เขารับรู้ได้ในตอนนี้มีเพียงแค่ระดับคนขาดสารอาหาร (พละกำลัง 1 ชั่ง) จะเอาอะไรไปสู้กับพวกกล้ามโตพวกนี้

    'เวรเอ๊ย! นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย! สรุปนี่กูทะลุมิติมาเกิดใหม่จริงๆ ใช่มั้ย! เกิดใหม่ทั้งที แทนที่จะเป็นคุณชายรูปงาม มีเงินทองล้นฟ้า หรือจอมยุทธ์เทพๆ มีกำลังภายใน ดันตื่นมาเป็นกระสอบทรายให้ไอ้พวกคนเถื่อนรุมยำซะงั้น ชีวิตไอ้เป้าทำไมมันบัดซบเส็งเคร็งอย่างนี้วะ!' เขาได้แต่ก่นด่าโชคชะตาอยู่ในใจ ขณะที่ร่างกายถูกกระทืบจนช้ำเลือดช้ำหนองไปทั้งตัว ดินโคลนกระเด็นเปื้อนเข้าปากเข้าตาจนสำลัก

    แต่ในวินาทีที่สติของเขากำลังจะดับวูบลงอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงด่าทอและเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังอย่างต่อเนื่อง...

    **[ ติ๊ง! ระบบเทพแมงดาโบราณประสานเสร็จสิ้น! ]**

    เสียงกริ่งเบาๆ ดังสะท้อนในหัวสมองของเขา พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีทองสว่างไสวที่แสดงตัวอักษรไทยโบราณที่อ่านง่ายน่าประหลาดใจ น้ำเสียงของผู้รายงานกวนประสาท ปนเหน็บแนมแสบๆ คันๆ

    **[ แหมๆ พ่อหนุ่มปากดีจ๊ะ สภาพร่างใหม่นี้ผอมแห้งอย่างกับกิ่งไม้ผุ โดนเขารุมทืบจมกองตีนซะหมดสภาพเลยนะ... แต่ช้าก่อน! ระบบสแกนพบจุดเด่นระดับมรดกโลกโบราณ ช่วงล่างตุงโตคับโจงกระเบนแบบผิดมนุษย์มนาเชียว! เอาล่ะ เห็นแก่ ‘ของดี’ ระดับพรีเมียมที่จะช่วยขยายพันธุ์ขุนศึกเทพแมงดา ระบบขอมอบวิชา 'กายเหล็กไหล ขั้น 1' ให้ไปประทังชีวิตก่อนแล้วกันนะจ๊ะโฮสต์สุดหล่อ! ]**

    เป้าเบิกตากว้างขณะยังโดนเหยียบย่ำ 'ระบบบ้าอะไรมาแอบสแกนเป้ากูวะเนี่ย! ช่วยกูก่อนโว้ยยย!'

    **[ ปลดล็อก: วิชา ‘กายเหล็กไหล ขั้นที่ 1’ สำเร็จ! ]**
    * *ความเสียหายสะสมทางกายภาพ: ค่าความทนมือทนตีน +23 (จากการโดนสหบาทาและแรงกระแทกซี่โครง)*

    ยิ่งโดนเตะโดนกระทืบ ตัวเลขในหัวก็ยิ่งเด้งขึ้นรัวๆ พร้อมกับความรู้สึกชาที่เข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด เป้าที่ตอนแรกนอนขดตัวร้องโอดโอยหน้าดำหน้าแดง คราวนี้กลับเริ่มนอนนิ่งๆ ปล่อยให้พวกมันกระทืบไปพลาง แอบยิ้มมุมปากไปพลาง

    'อ้าวเฮ้ย... ไม่ค่อยเจ็บแล้วนี่หว่า ยิ่งโดนเตะยิ่งอึดเรอะ? หึหึ ระบบนี่มันเจ๋งว่ะ แบบนี้กูก็เป็นกระสอบทรายเหล็กได้สบายๆ เลยสิ เตะมาเลยไอ้พวกโง่ กูจะฟาร์มเวลให้หนำใจ!' เป้าคิดในใจอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง แม้สภาพภายนอกจะดูสะบักสะบอมเปื้อนโคลนไปทั้งตัวก็ตาม

    ไอ้ศรที่ยืนกอดอกดูผลงานลูกน้องอยู่ เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ไอ้หนุ่มขี้ขโมยที่ควรจะร้องครวญครางน้ำหูน้ำตาไหลและกระอักเลือดตายไปแล้ว บัดนี้กลับนอนนิ่งเงียบ ไม่ร้องโอดโอยสักแอะ แถมร่างกายของมันที่โดนตีนหนักๆ ของลูกน้องเขากระหน่ำเข้าไปตั้งหลายสิบที กลับไม่มีทีท่าว่ากระดูกจะหักหรือมีแผลฉกรรจ์ให้เห็น มีเพียงรอยฟกช้ำดำเขียวที่ดูเหมือนจะจางลงอย่างรวดเร็วจนน่าขนลุก

    "พอ! หยุดก่อนพวกมึง! หยุดตีนเดี๋ยวนี้!" ไอ้ศรยกมือห้ามเสียงหลง สมุนทั้งสองที่หอบแฮกๆ ด้วยความเหนื่อยล้าจากการออกแรงกระทืบจนเหงื่อท่วมตัว รีบถอยออกมาดูลักษณะผลงานของตนเอง

    "แฮ่กๆ... ลูกพี่ ไอ้หมอนี่มันอึดผิดมนุษย์ หรือว่าพวกข้าจะไม่ได้กินข้าวเช้ามาวะ ถึงออกแรงน้อยไป" สมุนร่างยักษ์คนหนึ่งปาดเหงื่อที่หน้าผาก มองเป้าด้วยสายตาหวาดหวั่นปนงุนงง

    "ชิ! หนังเหนียวนักนะมึง มีของดีคุ้มตัวสินะ วันนี้พวกกูจะปล่อยมึงไปก่อน ขืนกระทืบมึงจนตายตอนนี้เดี๋ยวจะไม่ได้ความลับเรื่องแผนการของพวกพยัคฆ์ทมิฬ" ไอ้ศรถ่มน้ำลายลงพื้นเฉียดหน้าเป้าไปนิดเดียว แววตาของมันยังคงวาวโรจน์ด้วยความอาฆาตมาดร้าย "มึงนอนเฝ้าโคลนตรงนี้ไปก่อนเถอะไอ้สวะ พรุ่งนี้เช้ากูจะมารีดความจริงจากปากมึงอีกรอบ ถ้ายังปากแข็งกวนตีนกูอีกล่ะก็ กูจะเอามีดแล่เนื้อมึงทีละชิ้น ให้หมากิน! กลับโว้ยพวกเรา!"

    พวกนักเลงบ้านป่าพากันเดินกระทืบเท้าจากไป ทิ้งให้เป้านอนแผ่หลาอยู่กลางลานดินเฉอะแฉะ ท้องฟ้าเริ่มมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมาเบาๆ ชะล้างคราบโคลนบนใบหน้าของเขา

    เมื่อเสียงฝีเท้าเงียบหายไปจนแน่ใจว่าพวกมันไปไกลแล้ว เป้าก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิกับพื้นโคลน เขาปัดเศษดินเศษหญ้าออกจากตัว ก้มลงสำรวจร่างกายตัวเอง รอยช้ำจ้ำเลือดตามแขนขาที่ควรจะเขียวปั้ดและปวดระบม บัดนี้กลับเริ่มจางลงอย่างเห็นได้ชัด ความเจ็บปวดหลงเหลือเพียงแค่อาการปวดเมื่อยตึงๆ เล็กน้อยเท่านั้น ราวกับเพิ่งไปนวดแผนไทยมา

    "กายเหล็กไหล ขั้น 1 งั้นรึ... ของโคตรดีเลยนี่หว่า รอดตายไปได้หวุดหวิด" เป้าพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มกะล่อนที่เริ่มกลับมาบนใบหน้าคมเข้ม เขาเริ่มประติดประต่อเรื่องราวได้แล้วว่าตนเองน่าจะหลุดเข้ามาในยุคโบราณที่มีสงคราม มีไสยเวท และแน่นอน... มีระบบสุดกวนประสาทคอยช่วยเหลือ

    จากนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ถึงคำแซวของระบบสาวสุดยียวนเมื่อครู่นี้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นในฐานะลูกผู้ชาย เป้าจึงค่อยๆ ชะโงกหน้าลงไป แง้มผ้าขาวม้าสีแดงที่คาดเอวอยู่ออกดูผลงาน 'ช่วงล่าง' ของร่างใหม่นี้ ว่ามันจะยิ่งใหญ่สมคำร่ำลือของระบบหรือไม่

    "เชี่ยยย..." เป้าอุทานตาโต อ้าปากค้างเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้า "ใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม! สมชื่อไอ้เป้าเลยว่ะ! แม่เจ้าโว้ย นี่มันท่อนลำระดับอนาคอนด้าชัดๆ มิน่าล่ะ ระบบถึงตั้งชื่อว่าระบบเทพแมงดาโบราณ มีของดีระดับขุนศึกพกติดตัวขนาดนี้ ชาตินี้กูไม่อดตายแล้วโว้ย ฮ่าๆๆๆ!"

    เป้าหัวเราะอย่างมีความสุข ทว่าฝนที่ค่อยๆ ตกหนาเม็ดขึ้นทำให้บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนเป็นยะเยือกเย็น ทันใดนั้นเอง หูของเขาก็ได้ยินเสียงแกรกกรากที่พุ่มข่อยด้านหลังกระท่อมร้าง!

    เป้าสะดุ้งเฮือก รีบปล่อยผ้าขาวม้าลงมาคลุมตามเดิม สายตาสอดส่องฝ่าความมืดสลัวและสายฝน ท่ามกลางกอไผ่ผุพัง เขาเห็นร่างตะคุ่มร่างหนึ่งเคลื่อนไหวเข้าใกล้แคร่ไม้ที่เขากำลังนั่งอยู่ทีละนิด! มือของบุคคลนั้นดูเหมือนจะถือของยาวบางอย่างมาด้วย!

    'ชิบหาย... ไอ้ศรส่งคนมาเก็บกูเหรอ หรือเป็นข้าศึกพยัคฆ์ทมิฬวะ?!'

    เป้ากรามตึง มือเกร็งแน่นกับดินโคลนแฉะ ในสภาพร่างกายผอมแห้งที่ขยับแทบไม่ได้นี้ เขาจะเอาตัวรอดจากแขกยามค่ำคืนนี้อย่างไร?!

    (โปรดติดตามตอนต่อไป...)