ล้ำเส้นที่ 3
|
(ใครกันที่ทำร้าย)
บ้านปลายดาว
“ยังไงล่ะปลายดาวเอ้ย.. เรียนหนักมากไหมลูก”
เสียงของหญิงชราวัยแปดสิบกว่าปีเอ่ยถามสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่กำลังจัดแจงอาหารอยู่ในครัว บ้านปูนชั้นเดียวที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ ภายนอกก็ดูทรุดโทรมไปบ้างแต่ด้านในยังมีสภาพดี รอบบ้านเต็มไปด้วยสวนดอกไม้และป่ารก บ้านหลังนี้คือสมบัติเดียวที่แม่ของเธอทิ้งไว้ให้..ตอนนี้เธออาศัยอยู่กับยายแค่เพียงสองคน
“หนักค่ะยาย แต่หนูไหวค่ะ หนูจะเอาใบปริญญามาให้ได้เลย” เธอฉีกยิ้มพลางเดินถือถ้วยน้ำพริกกับผักต้มออกมายังโต๊ะหน้าบ้าน
“เรียนก็หนักอยู่แล้วก็ยังจะไปทำงานประจำอีก ฮื้ม.. ไม่ต้องกดดันตัวเองมากหรอกนะรู้ไหม”
“ค่ะยาย นี่..ปลาร้าฝีมือหนูเลยน้า กับไข่เจียวชะอม แล้วก็..ผักต้ม”
“อื้มมม มาๆกินข้าวด้วยกันลูก ไปคดข้าวมาเร็ว”
ปลายดาวพยักหน้าหงึกหงักด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมล้นด้วยความสุข เธอรีบเดินแจ้นเข้าไปในครัวก่อนจะตักข้าวออกมานั่งกินกับยายเหมือนทุกวัน ไม่ว่าเธอจะพบเจอเื่ราวเลวร้ายจากโลกภายนอก บ้านและยาย..คือสิ่งที่ทำให้เธอคลายความเ็ปทั้งหมด
อดีตอันแสนเลวร้ายที่ทำให้เธอเหมือนตกนรกทั้งเป็..
‘ฮึก.. อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะคุณลุง ถ้าลุงไม่ทำอะไรหนู หนูสัญญาว่าจะไม่บอกแม่ ฮะฮึก ว่าลุงล่วงเกินหนู’
‘บอกว่าให้เรียกพ่อไงปลายดาว ลุงคือพ่อของหนูนะ’
‘ต..แต่พ่อแท้ๆของหนูไม่ใช่คุณลุงนะคะ’
‘เดี๋ยวก็จะได้เป็แล้วไง ทั้งพ่อ..ทั้งผัว..’
‘ฮึ่ก! ม..ไม่!!’
เธอถูกพ่อเลี้ยงล่วงเกินั้แ่ตอนมอสาม.. ตอนนั้นแม่แท้ๆของเธอได้เลิกรากับพ่อ ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปมีครอบครัวใหม่ แต่โชคร้ายก็ดันมาตกที่เธอ ปลายดาวถูกล่วงเกินมาเกือบปี ซึ่งในทุกครั้งเธอก็เอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือคนชั่วช้านั่นได้ และครั้งสุดท้ายแม่ของเธอที่ทนไม่ไหวจึงจบชีวิตตัวเองลง
ปั้ง!!!!
เธอใช้ปืนยิงเข้าที่หัวใจของสามีใหม่ก่อนจะจัดการยิงตัวเองตาย เพราะเธอทนเห็นลูกสาวที่เธอรักเ็ปต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ปลายดาวที่เข้ามาเห็นศพของแม่นอนตายคาที่จึงได้แต่ร้องไห้โฮออกมาราวกับคนบ้า เด็กสาวมอสามคนนั้นจึงเหลือแค่ยายเป็ที่พึ่งเพียงคนเดียว
และพ่อแท้ๆ..ที่คอยส่งเงินก้อนโตมาให้ใช้บ้าง แต่เขาก็ไม่เคยมาหาลูกสาวตัวเองเลย เจอหน้ากันครั้งสุดท้ายก็คือวันงานศพของแม่กับสามีใหม่
“ปลายดาวลูกเอ้ย.. ปลายดาว..”
“เอ่อ ค่ะ คะยาย!”
หญิงสาวที่จู่ๆก็นั่งหวนคิดถึงความหลังสะดุ้งกับเสียงเรียกของคนตรงหน้า เธอรีบตอบรับพลางพยายามทำสีหน้าให้เป็ปกติมากที่สุด แต่ยายเฉื่อย หรือยายแท้ๆที่เธอรักยิ่งกว่าชีวิตก็รู้ทันว่าเธอซ่อนความรู้สึกอะไรเอาไว้
“โทรศัพท์สั่นตั้งนานแล้วน่ะปลายดาว ยายเรียกตั้งนานแล้วก็นั่งเหม่ออยู่ได้”
“อะอ๋อ คือหนูคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะค่ะ แหะๆ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อนพลางยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก้มดูหน้าจอ
Unknow
08x-xxx-xxxx
แต่แล้วเบอร์แปลกนี้ก็ทำให้เธอขมวดคิ้วครุ่น หน้าจอที่ไม่โชว์เบอร์ทำให้เธอแน่นิ่งไปสักพัก แต่ความคิดในหัวก็เอาชนะความกลัวได้ มันคงไม่ใช่ผู้ชายโรคจิตคนนั้นหรอกมั้ง ปลายดาวจึงกดรับสายเพราะเธอคิดว่าคนที่โทรเข้ามาคงเป็หัวหน้างานพาร์ทไทม์
“สวัสดีค่ะ”
(ฮัลโหล นี่ฉันเองนะ พันไทม์..)
“…..”
ทันใดนั้นเองเสียงทุ้มที่ลอดออกมาจากปลายสายก็ทำให้หญิงสาวเบิกตาโพลงด้วยความใ เธอจำเสียงนั้นได้ดี..เพราะมันคือเสียงที่หลอนหูเธอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ผู้ชายคนนั้นรู้เบอร์ของเธอ แถมยังสืบประวัติจากบัตรประชาชนของเธออีกด้วย
(พรุ่งนี้มาหาฉันที่บ้านตอนห้าโมงเย็น)
“น..นายรู้เบอร์ฉันได้ยังไง”
ปลายดาวเบี่ยงหน้าไปอีกทางแล้วกระซิบเสียงแข็งใส่โทรศัพท์ โชคดีที่ยายของเธอเอาแต่ดูรายการประกวดร้องเพลงไมค์ทองเงินก็เลยไม่ได้สังเกตอะไร
(ฉันรู้ทุกอย่างนั่นแหละ หึ มาหาฉันที่นี่ด้วย ถ้าเธอไม่มาฉันจะบุกไปบ้านเธอ)
“นี่นายรู้จักบ้านฉันด้วยเหรอ!”
(รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ)
คนเ้าเล่ห์ที่อยู่ในสายพูดพลางหรี่ตาดูบางอย่างบนหน้าจอไอแพดไปด้วย เขากำลังส่องเฟสบุ๊คของเธอที่โพสต์รูปคู่กับยายพร้อมแคปชั่นคลั่งรัก พันไทม์ที่แน่นิ่งไปจึงเผลอลอบยิ้มออกมา
(ถ้าเธอไม่มา ฉันจะไปหายายเธอแน่)
คำขู่ของหนุ่มหล่อทำให้เธอใจหล่นตุบไปที่พื้นอีกครั้ง เธอเกลียดโชคชะตาตัวเองเหลือเกินที่ชอบมีแต่คนคอยกลั่นแกล้ง แถมยังเอาคนที่เธอรักสุดหัวใจเข้ามาเอี่ยวอีก ปลายดาวพยายามตั้งสติสักพักโดยที่ใบหน้าแดงก่ำของเธอก็จ้องมองยายไปด้วย
“ด..ได้! ฉันจะไปหานาย แต่นายห้ามมาที่นี่นะ ห้ามมายุ่งกับยายของฉัน สัญญาก่อนได้ไหม”
วันต่อมา..
มหาวิทยาลัยนาบี
“อะนี่.. กล่องเพชร ฉันได้มาแล้ว”
หญิงสาวในชุดนักศึกษาจัดการยื่นกล่องสี่เหลี่ยมไปให้กับคนที่นั่งอยู่เบื้องหน้า เกรนหรี่ตาจ้องมองของตรงหน้าด้วยความแปลกใจ ไม่เว้นแม้แต่พวกพ้องของเธอ โอกาสเป็ไปได้เท่ากับศูนย์เลยด้วยซ้ำ ผู้หญิงคนนี้รอดจากบ้านร้างที่เป็แหล่งกบดานของพวกโจรได้ยังไงกัน
“เดี๋ยวนะ นี่แกเข้าไปเจอมันได้ยังไงเนี่ย! มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?” ชิกกี้ว่าพลางจ้องมองของล้ำค่าด้วยแววตาลุกวาว
“เออ นั่นดิ แล้วข้างในมีอะไรอีกไหมนอกเหนือจากกล่องเพชร พวก..ทองคำ ของมีค่าอะ เจอบ้างไหม” ตามมาด้วยดิมที่เอ่ยถามด้วยความสนใจ
“เอ่อคือ ไม่มีหรอก ข้างในนั้นมันรกร้างมาก ฉันรวบรวมความกล้าอยู่นานมากเลยกว่าจะเข้าไปได้ มันน่ากลัว..แล้วก็เหมือนบ้านผีสิงจริงๆนะ”
ทุกสายตากำลังจ้องมองมาที่เธอกันเป็ตาเดียว เพราะสาวน้อยที่ยืนตัวสั่นอยู่เบื้องหน้าโกหกไม่เก่งเอาซะเลย
“ฉันไปเจอกล่องนี้ที่ห้องชั้นบนน่ะ เอ่อ ตอนแรกมันสกปรกมากฉันก็เลยเอามันมาทำความสะอาด แต่เชื่อฉันเถอะนะว่ามันน่ากลัว ย..อย่าเข้าไปลองของเลย”
“…..”
“นี่เป็ครั้งสุดท้ายนะเกรน อย่าให้ฉันทำอะไรแบบนี้อีกนะ ฉันขอร้อง” ปลายดาวเดินตรงเข้าไปเอ่ยคำขอร้องกับผู้หญิงที่นั่งชักสีหน้าไม่ชอบใจ
เกรนไม่ได้ตอบอะไรยกเว้นเพียงแต่จ้องมองคนที่ก้มลงดูนาฬิกาบนข้อมือด้วยท่าทีร้อนรน ยัยหน้าสวยคนนี้ทำเหมือนกับว่ามีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะ ฉ..ฉันต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ต่อ”
ตึกๆๆๆ
เธอว่าอย่างนั้นโดยไม่อยู่ฟังคำตอบจากใครหน้าไหนทั้งนั้น ปลายดาวจึงรีบคว้ากระเป๋าผ้าและเดินลิ่วออกมาจากห้องเรียนรวมในทันที ทิ้งให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลนั่งหน้าเหวอไปตามๆกัน เกรนครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยความสงสัย มือข้างหนึ่งของเธอก็เอื้อมไปกระชากกล่องเพชรจากเพื่อนกลับมา
“เอามานี่!”
“นี่ยัยเกรน เราเอาไปขายกันไหม เอาเงินมาแบ่งกันน่าจะได้เยอะเลยนะ”
“ไม่” เธอเอ่ยตอบชิกกี้ด้วยสีหน้าแน่นิ่งพลางกัดฟันตัวเองแน่น
เกรนรู้อยู่แก่ใจดีว่าเื่เล่าของบ้านหลังนั้นเป็เื่ไร้สาระ มันไม่มีเครื่องเพชรอะไรทั้งนั้น บ้านร้างนั่นมีแต่พวกคนไร้บ้าน ไม่ก็พวกโจรเถื่อนที่แอบเข้าไปอยู่ ที่เธอให้ปลายดาวเข้าไปก็เพราะอยากแกล้งให้เธอตายทั้งเป็
“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่ามันไปเอาของราคาแพงนี่มาจากไหน ถ้าไม่ได้ขโมยมาจากที่อื่น มันก็ต้องไปทำอะไรสักอย่างที่เราไม่รู้แน่ๆ”
17:10
ตะวันใกล้ลับขอบฟ้าก็เป็เวลาที่หญิงสาวคนเดิมจะกลับเข้ายังบ้านหลังเดิม ปลายดาวใจสั่นระรัวเมื่อรู้ว่าเธอจะต้องเผชิญหน้ากับใคร เธอเห็นคนงานหลายคนกำลังซ่อมแซมบ้านหลังนี้กันอย่างขะมักเขม้น ทั้งรั้วด้านหลังที่เธอเคยแอบเข้ามา ทุกมุมของบ้านหลังใหญ่ พวกเขากำลังปรับปรุงมันให้ดีขึ้น บ้านนี้..ไม่ใช่บ้านร้างตามคำบอกเล่าอีกต่อไปแล้ว
ปึก!
“เอาเพชรแม่ฉันไปแล้วก็เอาไม้นี่ไปถูชั้นบนด้วย ถูได้ทุกห้องยกเว้นห้องฉัน ฉันไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเข้าไปข้างใน”
หนุ่มหล่อล่ำในชุดไปรเวทเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย มือข้างหนึ่งของเขากำลังเอาผ้าขนหนูเช็ดหัวที่เปียกชุ่ม ปลายดาวกะพริบตาปริบจ้องมองหุ่นของเขาในชุดที่ค่อนข้างดึงดูดสายตา เพราะกล้ามเนื้อเป็มัดๆกับเส้นเืปูดนูนที่แขนทำเอาสาวน้อยใจสั่นระรัว
“อื้มค่ะ.. แค่ให้หนูมาทำงานรับใช้พี่ใช่ไหม งั้นก็ตกลง”
“ดูเธอค่อนข้างจะดีใจที่ฉันใช้นะ ทำไม นอกจากเป็หัวขโมยแล้วชอบเป็แม่บ้านด้วยเหรอ”
“ปะเปล่าสักหน่อย”
“…..”
“หนูก็แค่โล่งอกที่เอาเพชรนั้นไปให้เพื่อนได้น่ะ”
แต่แล้วประโยคที่ดูเหมือนไม่ได้คิดอะไรก็ทำให้หนุ่มใหญ่แน่นิ่งไปชั่วขณะ เขามองออกว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังมีเื่บางอย่างฝังใจ
“เพื่อน? หึ แน่ใจนะว่าคนที่มันบังคับให้เธอมาทำอะไรแบบนี้คือเพื่อนจริงๆ” พันไทม์พูดพลางก็เดินเข้ามาใกล้กับเธอมากยิ่งขึ้น
“โตจนเข้ามหาลัยแล้วยังมีการแกล้งแบบเด็กๆอีกเหรอวะ”
“…..”
“ปัญญาอ่อนฉิบหายเลยไอพวกนี้ เธอเองก็หัดโต้ตอบมันกลับบ้างเหอะ ขืนยังทำตัวเป็แม่พระแบบนี้ก็ต้องกลายเป็เบี้ยล่างให้มันแกล้งตลอดชีวิตนั่นแหละ”
“อ..เอ่อ.. ค่ะ..”
พันไทม์พูดทุกอย่างออกมาราวกับว่าเขามีเื่คับแค้นอะไรในใจเหมือนกัน ร่างสูงโปร่งของเขาเดินออกไปจากด้านนอกตัวบ้านโดยที่ไม่ได้หันมาสนใจหญิงสาวที่ยืนแน่นิ่งอยู่เลยสักนิด เขาบ่นพึมพำเหมือนลุงวัยแปดสิบที่อารมณ์แปรปรวนยังไงยังงั้น
ปลายดาวลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะจัดการวางกระเป๋าและหยิบไม้ถูพื้นขึ้นไปชั้นบนตามคำสั่ง ในใจเธอนั้นโล่งเหลือเกินเพราะบ้านหลังนี้ไม่มีผู้ชายแปลกหน้าอีกสามคนที่เพิ่งเจอเมื่อวาน เฮ้อ.. มีแค่พี่ชายคนโตก็ปวดหัวจะแย่
‘น้องชายคนเล็กของฉันชื่อเรียล มันเป็สัตวแพทย์ คืนนี้เห็นว่ามันไปนอนบ้านเพื่อน ส่วนไอเจไนท์ก็เป็น้องคนกลาง มันไปซ้อมเต้นที่ตึก GMN ไม่น่าจะกลับบ้าน และก็ไอคนที่เธอไปเตะไข่มันน่ะ ชื่อโนอาห์ วันนี้มันไม่น่ากลับ ส่วนบ้านหลังนี้ฉันก็คงจะอยู่คนเดียว ที่ฉันต้องกลับมาอยู่ก็เพราะว่าจะมารับ่ต่อกิจการของครอบครัว’
‘อ้อ.. ฉันอายุมากกว่าเธอห้าปี เรียกฉันว่าพี่ด้วย’
ปลายดาวพยายามสลัดคำพูดเมื่อสิบกว่านาทีที่แล้วของผู้ชายโรคจิตให้หลุดออกจากหัว เธอทำความสะอาดชั้นบนไปเรื่อยๆจนเวลาผ่านล่วงเลยไปเกือบครึ่งชั่วโมงได้ ซึ่งเธอเองก็ไม่เห็นพันไทม์เดินขึ้นมาป้วนเปี้ยนเลย เขาคงจะลงไปคุมลูกน้องทำงานหลังบ้านล่ะมั้ง
“เฮ้อ.. ทำเสร็จก็คงกลับได้แล้วมั้งเนี่ย ป่านนี้ยายจะกินข้าวหรือยังนะ”
ปลายดาวพึมพำพลางกวาดสายตามองห้องนอนกว้างใหญ่หลายห้องที่ถูกเปิดประตูไว้ ทุกห้องนั้นล้วนมีกระเป๋าแพงๆและเสื้อผ้าแบรนด์เนมของผู้ชายอยู่เต็มตู้ไปหมด เธอจึงรู้ได้ในทันทีว่าอดีตบ้านร้างหลังนี้คงจะกลายเป็บ้านหลังใหม่ของครอบครัวเศรษฐีแน่ๆ
ตื๊ดดดด~
ตื๋ออ ตื๊ออออ ตื๋อออ ตื๊ออออ~
แต่แล้วเสียงแปลกๆที่เธอได้ยินมันก็ดังแว่วออกมาจากห้องนอนของคนที่เธอหวาดกลัวยิ่งกว่าอะไรดี ปลายดาวเบิกตาโพลงพลางจ้องมองประตูบานใหญ่ที่ถูกปิดไว้ ก่อนจะเริ่มรู้ว่ามันคือเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ที่ดังอยู่ข้างใน เธอยืนแน่นิ่งนานพอสมควรเพื่อรอให้เสียงเรียกเข้านั้นหายไปแต่มันก็ยังคงดังเรื่อยๆ สาวน้อยที่ไม่มีทางเลือกจึงได้แต่ถอนหายใจพร้อมกับก้าวเดินเข้าไปด้านใน เธอบิดกลอนประตูก็พบว่ามันไม่ได้ล็อกั้แ่แรก
“เฮ้อ.. ฉันไม่ได้อยากจะเข้ามานะ” ปลายดาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่ชาร์จแบตอยู่ตรงหัวเตียงขึ้นมาดู
สายเรียกเข้า
(น้ำหวาน)
“น..น้ำหวาน.. แฟนพี่เขาเหรอ”
เธอพูดคนเดียวก่อนจะหรี่ตาจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ เพียงไม่นานเสียงนั้นก็เงียบลง เธอจึงตั้งสติและรีบถือมันเดินฉับๆออกไปจากห้องนี้เพื่อหวังจะเอาไปให้เ้าของ แต่ทว่า..เธอก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่วางไว้อยู่บนโต๊ะโน๊ตบุ๊คเสียก่อน
กึก
สาวน้อยในชุดลำลองชะงักไปชั่วขณะ เธอเดินเข้าไปใกล้กับกล่องคอนแทคเลนส์มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะพบว่ามันคือคอนแทคเลนส์สีดำหลายคู่วางไว้อยู่บนโต๊ะ และมีปืนพกขนาดเหมาะมือวางอยู่ไม่ไกลอีกด้วย
นี่มันอะไรกัน.. ผู้ชายคนนั้นเขาเป็ใครกันแน่?
ตื๋อออออ ตื๊อออออ ตื๋อออ
เฮือก!!
เป็จังหวะเดียวกันกับที่สายเรียกเข้าจากคนเดิมโทรซ้ำมาอีกครั้งท่ามกลางความเงียบงัน ปลายดาวที่ยืนตัวแข็งทื่อนั้นทำอะไรไม่ถูก เธอก้มลงมองหน้าจอนั้นสลับไปมากับปืนบนโต๊ะด้วยใจไม่สู้ดี ความหวาดกลัวเริ่มแล่นเข้าสู่ร่างกายจนทำให้มันสั่นไหวไปหมด
“จะเข้ามาขโมยอะไรอีก โทรศัพท์ฉันเหรอ”
“…..!!”
แต่ครั้งนี้เสียงที่ทำให้เธอใไม่ใช่สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์แต่เป็เสียงทุ้มของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู ปลายดาวแทบทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นผู้ชายตาสองสีคนนั้นเดินเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหล่อแสดงให้เห็นถึงความโมโหอย่างที่ไม่เคยเป็
“ทำไมชอบลองของจังวะ คิดว่าฉันใจดีมากใช่ไหม”
“เอ่อ ค..คือหนูอธิบายได้”
“หึ”
“…..”
“ถ้าเธอกลัวฉันจริง เธอไม่กล้ามายืนอยู่ตรงนี้หรอก ปลายดาว”