ตอนที่ 19 เด็กเผ่าอสูร
หลังจากออกจากห้องเ้าสำนักที่ยี่สิบเอ็ดเด็กหญิงหงส์เยี่ยที่เ้าความคิดรีบนำเสนอความคิดชุดหนึ่งที่น่าสนใจจุดประกายให้กับเด็กชายหิน นั่นคือการล่าสัตว์อสูรสัตว์อสูรเป็สัตว์ที่เกิดเติมโตในโลกเทวะ ทั้งร่างล้วนมีพลัง์ใหลเวียนส่วนใหญ่ชาวเมืองจะล่าสัตว์อสูรระดับหนึ่ง ระดับสอง ซึ่งไม่ร้ายกาจมากนักแต่สัตว์อสูรั้แ่ระดับสามขึ้นไป พวกมันล้วนแล้วแต่มีภูมิปัญญาและพลังต่อสู้ยังสูงมากแต่ร่างกายของพวกมันล้ำค่ามากด้วยเช่นกัน พวกอสูรระดับสามเพียงเืเนื้อค่านับพันผลึก์ขั้นต่ำเลยทีเดียวนั่นคือความคิดที่เด็กหญิงหงส์เยี่ย้า
“พี่ใหญ่ หญ้าหงอนแดงกับผลรากเพลิงสามารถมอมเมาสัตว์ระดับสามได้ไหม”เด็กชายผอมลู่ชางสนใจเื่พวกนี้ที่สุดกล่าวถาม
“สัตว์ระดับสามขนาดเล็กอย่างเช่นภูตอัคคีย่อมไม่มีปัญหา แต่หากอสูรตัวใหญ่อย่างอสูรหลังเต่ายังต้องเพิ่มบางอย่างอีกนิดหน่อยแต่ถ้าเป็ระดับสี่ขึ้นไปต้องใช้หญ้าโคมทอง บัวหยกหกเม็ด และของอื่นอีกสามสีชนิด”เด็กชายหินกล่าวอย่างผู้มีภูมิ
“หญ้าโคมทอง? ไม่เคยได้ยินมาก่อน” เด็กชายลู่ชางบ่นเบาๆ
“พวกเ้าไม่ต้องปวดหัวไป พี่ใหญ่คนนี้มีแผนแล้ว”เด็กชายหินโอบไหล่เด็กชายลู่ชางดวงตาเปล่งประกายเ้าเล่ห์
หลังจากนั้นเด็กชายหินมอบหน้าที่ให้เด็กชายอ้วนลู่เฉียวเป็ผู้รวบรวมสิ่งของเด็กหญิงหงส์เยี่ยกับเด็กชายลู่ชางรวบรวมหาซื้อพืชหญ้าสมุนไพรต่างๆที่เด็กชายหินบอก ยามนี้เด็กชายอ้วนรู้สึกนับถือพี่ใหญ่ตัวน้อยของตนอย่างมากแม้จะยังตะขิดตะขวงใจเื่อายุอยู่บ้างก็ตามแต่ด้วยความรู้ที่เด็กชายหินมีพวกตนมีแต่ได้กับได้ เมื่อทุกอย่างลงตัวเด็กทั้งสามแยกตัวไปส่วนเด็กชายหินถือกุญแจเปิดห้องศิลาดำที่ยี่สิบเอ็ดขึ้นมามองดูอย่างสนใจก่อนเดินไปตามทางมองหาห้องที่้า
ขณะกำลังเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ สายตาเหลือบมองไปเห็นเด็กชายวัยเก้าปีผู้หนึ่งกำลังมองมาทางตนเองเพียงวูบแรกที่สายตาคนทั้งสองสบกัน ความรู้สึกเย็นยะเยียบหนึ่งลุกลามขึ้นในตัวจนอดสั่นสะท้านไม่ได้ เด็กชายหินรีบเดินห่างออกมาอย่างเร่งร้อนทันทีในใจคร่ำครวญ-เด็กอะไรน่ากลัวจริงๆ ได้ยินว่าผู้ที่มีพร์สูงๆต่างออกไปหมดแล้วแต่เด็กคนนี้ต้องร้ายกาจมากแน่-
เด็กชายหินหลังจากหลบหนีออกมา ก็หาห้องที่ยี่สิบเอ็ดจนพบที่น่าเจ็บใจดันอยู่ตรงข้ามกับเด็กชายที่มีรังสีสังหารผู้นั้นเสียได้เด็กชายยืนหันหลังให้เด็กชายผู้นั้นมองประตูสีดำด้วยอาการประหม่าทั้งที่อากาศไม่ร้อนแม้แต่น้อยเหงื่อกับชุ่มแผ่นหลังไปหมด
ครืด...เสียงประตูเปิดออกเมื่อเด็กชายนำแผ่นกุญแจรูปการ์ดเสียบลงไปที่ช่องภายในห้องมืดสนิท มืดดั่งราวกับมีบางสิ่งดูดกลืนแสงไปจนหมดหากเป็เวลาปกติเด็กชายหินคงลังเลที่จะก้าวเข้าไปในที่ที่ไม่มืดจนน่ากลัวเช่นนี้แต่เมื่อมีเด็กคนหนึ่งอยู่ด้านหลังไม่ไกล ราวกับมีแรงผลักดันที่มองไม่เห็นเด็กชายหินก้าวเข้าไปในห้องอย่างไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียวราวกับแทบไม่อาจทนรอที่จะเข้าไปไม่ไหวประตูเพิ่งเหวี่ยงเข้าไปเด็กชายวิ่งปรู๊ด...หายไปกับความมืดไม่เช่นนั้นหากหันกลับไปมองเด็กทางเื้ัคงจะรู้สึกสะหยดสยองกว่านั้นมากเมื่อดวงตาของเด็กชายผู้นั้นแดงก่ำราวกับโลหิต กลางหัวปรากฏเขาเล็กงอกออกมาอันเป็ลักษณะพิเศษของเผ่าอสูรที่กระตุ้นพลังสายเืขึ้นมา
เผ่าอสูร เมื่อในยุคา แม้เทพอสูรจะร่วมมือกับเทพ์สะกดเทพปีศาจจากเผ่าปีศาจแต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะยินดีร่วมมือกับเทพ์ในบรรดาเทพอสูรทั้งห้ามีอย่างน้อยหนึ่งตนที่ไม่ชอบเผ่า์ดังนั้นหลังจากสิ้นสุดยุคเทพามีผู้คนออกมากจากโลกใบเล้กที่เหล่าเทพสร้างขึ้นปัจจุบันหากนับรวมโลกใบเล็กที่เด็กชายหินจากมา ตอนนี้มีถึงสี่แห่งแล้วหนึ่งนั้นเป็โลกของเหล่าอสูร เหล่าอสูรปกติภายนอกเป็เช่นมนุษย์ทุกประการแต่เมื่อใช้พลังสายเืร่างกายจะแปรเปลี่ยนเป็ทรงพลังขึ้นกว่าเดิมเท่าตัวเด็กชายที่มองมาทางเด็กชายหินเป็หนึ่งในทายาทแห่งเผ่าอสูรที่มาฝึกตนที่เมืองเริ่มต้นแต่ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเป็ปรปักษ์ต่อเด็กชายหินั้แ่พบกันครั้งแรกคงต้องรอเวลาให้คำตอบภายหลัง
ปึง... เสียงประตูปิดลง เด็กชายหินกำลังโล่งอกที่พ้นจากเด็กชายผู้น่ากลัวฉับพลันร่างกายราวกับแบกเหล็กนับสิบตัน(1ตันเท่ากับ1000กิโลกรัม)ร่างร่วงลงไปนอนราบกับพื้น แม้แต่นิ้วมือยังไม่อาจกระดิกได้ ความมืดไร้สิ้นสุดยังส่งผลต่อใจของเด็กชายจนหวาดหวั่นห้องมืดแห่งนี้ค่อยๆดูดกลืนััไปทีละน้อย การมองเห็นการได้ยินล้วนหายไปร่างกายที่ถูกแรงดึงดูดมหาศาลจนเริ่มไร้ความรู้สึกที่ละน้อย กระทั่งไม่รู้ สึกถึงร่างกายตนเองอีกเลยมันเป็ความรู้สึกราวกับไม่มีตัวตน มีเพียงจิตสำนึกลอยคว้างในความมืดเป็เพียงหนึ่งเดียวที่ห้องนี้เอาไปไม่ได้ เวลาช่างยาวนานเหลือเกิน
เวลาลัดมือเดียวผ่านไปสามวัน เด็กชายหินรู้สึกไม่ต่างสามพันปีจิตสำนึกค่อยๆพังทลาย ความทรงจำหนึ่งเริ่ม ความทรงจำหนึ่งหายไปจนความทรงจำหนึ่งผุดขึ้นมา
“อาหิน เ้าห้ามบอกใครเื่ที่เ้าได้ไปจากโถงชะตา”ผู้เฒ่าชะตาฟ้ากล่าวย่ำ เด็กชายรับปากอย่างหนักแน่น
“ความลับที่ไม่มีผู้ใดรู้ หากเ้าเดินทางข้ามไปใน่ผ่านห้วงมิติแห่งจักรวาลาเหล่าทวยเทพที่สลายไปในมหาาทิ้งเศษเสี้ยวไว้ในห้วงมิติามากมายเศษเสี้ยวเ่าั้ล้วนถูกดึงดูดโดยบันทึกแห่งโถงชะตาที่พ้องต้องกันการที่เ้ามีบันทึกถึงหกชิ้นในกาย อากงก็ไม่อาจรู้ว่าเ้าจะเจออันใดในห้วงมิติแห่งจักรวาลที่สำคัญ..คนของโลกฝั่งโน้นต้องไม่รู้เื่นี้”เสียงกล่าวเตือนของเฒ่าชะตาดังขึ้นอีกหนึ่งความทรงจำ จากนั้นความทรงจำนี้ค่อยหายไปเป็ภาพความทรงจำกำลังตอนข้ามมิตืแห่งจักรวาล
ฝุ่นสีดำที่ถูกตราแห่งกฎโอบล้อมพุ่งไปเบื้องหน้าระดับความเร็วแสงฉับพลันกลับปรากฏตราแห่งกฏอีกรูปแบบขวางกั้นเกิดเป็กระแสมิติบิดเบือนจนความเร็วที่เคยมีลดต่ำลงจนแทบหยุดนิ่งจากนั้นปรากฏแสงสีขาวพุ่งเข้ามาหากลุ่มสีดำ แสงสีขาวมีจำนวนกว่าหกแห่งทุกแห่งราวกับแก่งแย่งกันเพื่อฝุ่นสีดำนี้ ต่างพุ่งปะทะกรีดกันและกันจนสับสนสุดท้ายพุ่งเข้ามาในสภาพหมุนควงประดุจเกลียวเชือกจนปะทะกับฝุ่นสีดำปุง...เสียงปะทะกันเบาๆพร้อมกับแสงสีขาวทั้งหกหลอมรวมกับฝุ่นสีดำกันคนละส่วนจากนั้นฝุ่นสีดำเคลื่อนไปตามทางที่เคยมุ่งไปอย่างอ้อยอิงจวบจนเวลาภายนอกผ่านไปหนึ่งปีเติมค่อยถึงที่หมาย
ความทรงจำนี้เป็ของเด็กชายหินเองตอนข้ามมิติตัวตนของผู้ข้ามผ่านจะอยู่ในสภาวะหลับใหลย่อมไม่เคยรู้มาก่อนเมื่อความทรงจำปรากฏขึ้นเด็กชายหินจึงกลายเป็ผู้เดียวที่รู้ถึงสิ่งต่างที่เกิดขึ้นในนั้นจากนั้นความทรงจำก็หายไป กลายเป็ภาพใบหน้าบิดามารดา และพี่ชายทั้งสองเด่นชัดขึ้น
-เตี่ย ม่าม้า-เด็กชายร่ำร้องในใจ –พี่เพชร พี่ทอง-
เด็กชายหินได้เห็นครอบครัว ความรู้สึก ความหวังกลับคืนมาคำสัญญาที่ให้ไว้ย่อมไม่อาจคืนคำ
ห้องศิลาดำเป็ห้องที่ถูกสร้างจากตราแห่งกฎเพื่อทำให้คนผู้ที่เข้ามาเรียนรู้การเข้าถึงพลังภายในและการควบคุมตามพื้นฐานของบุคคลนั้น แต่เด็กชายหินร่างกายไร้ซึ่งตันเถียนรวมถึงช่องโพลงในจุดชีพจรทำให้ตลอดมาร่างกายไม่อาจรับพลังไอ์ได้สระบัวมรกตรับรู้ได้จึงคายเด็กชายออกโดยช่องทางอื่นแทน ทำให้เมื่อเข้ามาในห้องศิลาดำตราแห่งกฎที่ตราไว้ไม่อาจรับรู้ถึงพลังลมปราณในกายจึงกระตุ้นย้อนทวนไปสู่ต้นกำเนิด ดึงความทรงจำออกมาอย่างไม่น่าเชื่อแม้แต่ผู้สร้างตรากฎก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดผลเช่นนี้
“ในที่สุดเ้าก็มาแล้ว” เสียงหนึ่งดังก้องในห้วงสำนึกของเด็กชายหิน
“ผู้ใด” เด็กชายหินส่งเสียงในความคิด
“เราัเี... เฮงหลันทียน”
“ท่านคือบรรพบุรุษของผม” เด็กชายตื่นตระหนกมากมายไม่คิดว่าจะได้พบบรรพบุรุษมนตำนานผู้นั้น
“ทายาทตระกูลเฮงข้ามมาโลกเทวะ ยอมผ่านมาสามร้อยปีแล้ว เ้าผู้เกิดจากหินความทรงจำนี้ข้ามอบให้เ้า...”
เมื่อเสียงหายไป เด็กชายหินรู้สึกถึงความทรงจำหนึ่งในหัว ความทรงจำนี้เป็ความทรงจำสั้นๆชุดหนึ่งที่กล่าวถึงเื่ราวเื่ราวหนึ่งซึ่งเด็กชายหินเพียงรับรู้ยังต้องใช้เวลาหนึ่งจึงย่อยสลายทำควงามเข้าใจได้เพราะเป็ชุดความจำที่เป็ดั่งภาพตัดต่อเท่านั้น
-จะทิ้งสิ่งใดไว้ให้ก็น่าจะดีกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้นะท่านบรรพบุรุษขี้ตืด-
หลังจากชุดความทรงจำหายไป ประตูห้องศิลาดำพลันเปิดออก ความดำมืดหายไปเป็ห้องศิลาสีดำที่มีขนาดเพียงสี่ตารางเมตรเท่านั้นตรงกลางเด็กชายหินนอนหงายกับพื้น ดวงตากระพริบถี่หลายครั้ง ก่อนชันตัวลุกขึ้นยืนจนถึงตอนนี้เด็กชายไม่อาจััพลังลมปราณในร่างต้นเองได้เหมือนดังที่ได้ยินมาได้แต่ยิ้มเยาะตนเองก่อนเดินออกจากห้องศิลาดำ แสงสว่างภายนอกช่างน่าดูจริงความคิดหนึ่งปรากฏในหัวของเด็กชาย เวลาเพียงไม่กี่วันในห้องมืดดำไร้แสงราวกับผ่านไปพันปีการได้รับไออุ่นของแสงสว่างนับว่าสร้างความรู้สึกอิ่มเอมแก่เด็กชายหินอย่างไม่มีผู้ใดจะเข้าใจได้เด็กชายยืนเงยหน้าหลับลงเพื่อซึมซาบความอิ่มเอมนี้แต่เพียงผู้เดียวเพียงแต่ความสุขนั่นแสนสั้นเสียจริง
“พี่ใหญ่...” เสียงหนึ่งดังขึ้น ปลุกให้เด็กชายลืมตาขึ้นสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็ดำมืดด้วยความโกรธที่มีใครมาขัดความสุขที่หฤหรรษ์ แต่เมื่อเห็นผู้คนเบื้องหน้าใบหน้าซีดลงอย่างรวดเร็วต้องร้องในใจว่า
- พี่น้องบัดซบนำแต่เื่ดีดีเข้ามาทั้งนั้น –
...........................