"เดี๋ยวข้ายังไม่ได้จ่ายเงินค่าบะหมี่ พ่อค้าเก็บเงินด้วย" ซ่งเหว่ยวางเงินลงบนโต๊ะแล้วรีบเดินตามนางไป
"แม่นางซูเ้าปล่อยมือข้าก่อน" เมื่อเดินออกมาไกลแล้วซูเหวินยังคงกุมมือซ่งเหว่ยไว้แน่น
"อ๋อ...ข้าขอโทษ" ซูเหวินยิ้มเขินๆ แล้วรีบปล่อยมือซ่งเหว่ยทันที
"เหตุใดชายหญิงคู่นั้นถึงบอกว่ารู้จักเ้า" ซ่งเหว่ยเอ่ยขึ้นอย่างนึกสงสัย ก่อนจะลอบสังเกตความผิดปกติในตัวนางแต่ก็ไม่พบ
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันข้าไม่ใช่คนที่นี่ไม่รู้จักผู้ใดนอกจากเฟิงเยว่กับเสี่ยวถิง"
"แต่ข้ารู้สึกว่าสตรีนางนั้นมีท่าทีใมากนะเมื่อเห็นหน้าเ้าคล้ายกับว่ารู้จักเ้ามาก่อน"
"ทำไมนางต้องใเมื่อเห็นหน้าข้าด้วย ข้าไม่ใช่ผีสักหน่อย" หรือว่านางจะเกี่ยวข้องกับร่างที่เราอาศัยอยู่ในตอนนี้
"ไม่รู้สิแต่ข้าเห็นสีหน้าท่าทางของนางเป็อย่างนั้นจริง" ซ่งเหว่ยย้ำคำเดิม
"พวกเ้าสองคนคุยอะไรกันอยู่หรือ" เฟิงเยว่ถามออกไปอย่างไม่สบอารมณ์นักเขาเดินมาไม่ทันได้ยินที่ทั้งสองคุยกัน
"พวกเ้าสองคนหายไปไหนมา เมื่อครู่มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาแม่นางซูเขาบอกว่ากำลังตามหานางอยู่" เป็ซ่งเหว่ยที่พูดออกไป
"ข้าอยากกลับแล้ว" ซูเหวินรู้สึกเป็กังวลในใจเื่ที่ชายผู้นั้นนางคิดว่าเขาต้องไม่เชื่อแน่ๆ เขาอาจจะมาตามหานางอีกเมื่อไรก็ได้ในหากเขายังคิดว่านางเป็คนนั้น
"เ้าเป็กังวลเกี่ยวกับชายผู้นั้นหรืออย่างไร" เฟิงเยว่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าที่ครุ่นคิดของนาง
"จะรีบกลับทำไมพวกเรายังไม่ได้ชมพลุดอกไม้ไฟเลย" ซ่งเหว่ยเอ่ยชวนให้นางได้อยู่ชมพลุดอกไม้ไฟอาจทำให้นางคลายความกังวลลงได้บ้าง
"ใช่อยู่รอชมพลุดอกไม้ไฟก่อนอีกเดี๋ยวก็จะได้เวลาจุดแล้ว" เฟิงเยว่พูดสมทบขึ้น วันนี้เขาตั้งใจออกมาดูพลุดอกไม้ไฟกับซูเหวินแต่กลับต้องมาขัดใจที่ซ่งเหว่ยได้อยู่กับนางเพียงลำพัง
"พี่เยว่เราไปดูดอกไม้ไฟทางด้านนั้นกันดีกว่าเ้าค่ะ" ซ่งอวิ๋นชวนเฟิงเยว่ให้เดินแยกไปอีกทางเพียงลำพังแต่กลับถูกซ่งเหว่ยห้ามไว้เสียก่อน
"เดี๋ยวก่อนข้าว่าพวกเราไปนั่งดื่มสุราที่หอซุนเฟิงกันดีกว่ารอชมพลุด้วย" ซ่งเหว่ยรีบเอ่ยขึ้นเพราะรู้ว่าสหายของเขา้าอะไร
"พวกท่านก็ไปกันสองคนสิมาชวนพี่เยว่กับข้าทำไม" คำเอ่ยชวนของซ่งเหว่ยทำให้ซ่งอวิ๋นไม่ค่อยพอใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
"ข้าเห็นดีกับซ่งเหว่ยนะ อย่างนั้นเราไปกันเถอะ" ซ่งเหว่ยยังคงรู้ใจเขาดีกว่าใคร
"ก็ไหนบอกว่าจะรอชมดอกไม้ไฟกันไปหอซุนเฟิงก็ไม่ได้ดูสิ"
"แม่นางซูไม่ต้องห่วงที่หอซุนเฟิงมีชั้นบนสุดที่มองเห็นได้ทั่วทุกมุมของงานเทศกาลโคมไฟนี้"
"อ๋อ....เช่นนั้นก็รีบไปสิ" ซูเหวินเดินเข้ามายืนข้างซ่งเหว่ยแล้วจึงออกเดินไปพร้อมกัน เฟิงเยว่ได้แต่ชำเลืองมองอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักที่เห็นนางดูสนิทกับซ่งเหว่ยเร็วเกินไป เมื่อทั้งสี่คนเดินเข้ามาในหอซุนเฟิงก่อนจะตรงขึ้นไปยังชั้นสองที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็ห้องส่วนตัวซึ่งมีสุราและกับแกล้มวางบนโต๊ะรออยู่ก่อนหน้าแล้ว หากมองออกไปจากระเบียงห้องนี้ก็จะเห็นทั่วทุกมุมของงานเทศกาลโคมไฟ
"ห้องนี้มองเห็นทิวทัศน์ได้โดยรอบจริงๆ คงจะต้องจ่ายเงินไม่น้อยเลยสินะ" ซูเหวินถามพลางทอดสายตามองดูทิวทัศน์ด้านนอก
"ก็ไม่น้อยเลยทีเดียว"
"คุณชายซ่งนี้ช่างดีมีน้ำใจเสียจริง"
"ใช่ข้าที่ไหนเล่าแม่นางซูไม่ต้องกล่าวชมขนาดนั้นข้าไม่ได้เป็คนจ่าย"
"อ้าว...แล้วเป็ผู้ใดหรือ" ซูเหวินขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะมองตามสายตาของซ่งเหว่ยที่หันไปยังเฟิงเยว่
"ก็เฟิงเยว่อย่างไร เขาเป็คนชวนข้าออกมาเองแล้วยังบอกว่าจองที่นี่ไว้แล้วมีหรือที่ข้าจะปฏิเสธ" ซ่งเหว่ยเอ่ยด้วยรอยยิ้มมีหรือเขาจะไม่รู้ว่าเพื่อนของเขาคิดจะทำอะไร
"มัวพูดมากอยู่นั่นแหละ มานั่งดื่มสุราเป็เพื่อนข้าได้แล้ว"
"พี่เยว่ข้ารินสุราให้ดีกว่าเ้าค่ะ" ซ่งอวิ๋นนั่งลงข้างเฟิงเยว่ถือโอกาสนี้รินสุราให้เขาด้วย
"เ้าจะใจร้อนไปทำไม ยังไม่ได้ชมดอกไม้ไฟเลยเดี๋ยวก็เมาเสียก่อนหรอก" ซ่งเหว่ยเอ่ยแซวเฟิงเยว่ หากแต่เขารู้ดีว่าเฟิงเยว่ไม่มีทางเป็เช่นนั้น
"ไม่เป็ไรเดี๋ยวข้ารินเอง" เขาตอบเสียงเรียบก่อนคว้ากาสุรามารินส่งให้ซ่งเหว่ย เขาไม่ลืมที่จะรินให้ซูเหวินด้วยแล้วจึงหันมารินให้ซ่งอวิ๋นบ้าง หลังจากที่พวกเขาทั้งสี่คนดื่มเข้าไปได้คนละไม่กี่จอกเสียงพลุดอกไม้ไฟก็ดังขึ้นบนท้องฟ้าสว่างไปด้วยดอกไม้ไฟหลากสีที่สวยงาม
"พวกเ้าดื่มกันต่อเลยนะ ข้าไม่ไหวแล้วขอไปรออยู่ที่รถม้ากับเสี่ยวถิงแล้วกัน" ซูเหวินที่รู้ว่าตัวเองเริ่มดื่มไม่ไหวจึงได้ขอตัวไปนั่งรอที่รถม้าหากอยู่ต่อมีหวังได้ฟุบอยู่ตรงนี้แน่
"ข้าขอไปทำธุระสักครู่เดี๋ยวข้ามา" เฟิงเยว่ส่งสายตาให้ซ่งเหว่ยเป็อันรู้กันระหว่างเขาทั้งสองก่อนจะเดินออกไป
"เดี๋ยวก่อนสิเ้าค่ะพี่เยว่" ซ่งอวิ๋นมิอาจที่จะห้ามได้แต่มองตามหลังเฟิงเยว่ที่เดินออกไปนางรู้ดีว่าเขาต้องตามซูเหวินออกไปแน่ จึงได้แต่นึกแอบเสียดายที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดบุรุษที่ตนแอบชอบแต่กลับไม่ได้รับความสนใจ
"ทำไมเ้าถึงดูสนิทกับซ่งเหว่ยเร็วเพียงนี้" เฟิงเยว่พูดขึ้นเมื่อเดินตามมาทันซูเหวินที่หน้าประตูภายในใจของเขาปั่นป่วนยามที่เห็นนางยิ้มให้ชายอื่น
"ก็คุณชายซ่งใจดีเอาใจข้าเก่ง" ซูเหวินเชิดหน้าตอบออกไปหากแต่คำตอบนั้นทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่พอใจ
"เ้าชอบซ่งเหว่ยอย่างนั้นหรือ" เขาคว้าแขนเธอรั้งให้เข้าใกล้ก่อนเอ่ยถามด้วยเสียงห้วน
"นี่เฟิงเยว่เ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ ข้าเจ็บ" เฟิงเยว่ออกแรงบีบข้อมือเล็กด้วยความลืมตัว
"เ้าก็ตอบข้ามาก่อนสิ" เขาย้ำถามอีกครั้ง
"..........." หากพูดไปตอนนี้ก็มีแต่จะไปกระตุ้นอารมณ์ของเขาให้เดือดพล่าน
"กลับบ้านเดี๋ยวนี้" ร่างสูงที่บัดนี้ถูกความหึงเข้าครอบงำออกคำสั่ง บีบข้อมือเล็กแน่นก่อนลากให้นางเดินตามไปขึ้นรถม้าที่จอดอยู่ด้านหลัง
"เ้าปล่อยข้าก่อนข้าเจ็บ" ซูเหวินได้แต่เอ่ยขอร้องด้วยความเจ็บแต่กลับไม่เป็ผล
"เกิดอะไรขึ้นขอรับคุณชาย" เสี่ยวถิงเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเฟิงเยว่ฉุดรั้งให้ซูเหวินเดินตามออกมาจากหอซุนเฟิงด้วยใบหน้าฉุนเฉียว
"ขึ้นไป" เขาสั่งเสียงดุ ทำให้ซูเหวินต้องก้าวเข้าไปนั่งในรถม้าอย่างขัดไม่ได้
"เสี่ยวถิงออกรถม้า" เมื่อในรถม้าก่อนหันมาออกคำสั่งเสียงเข้ม
"นี่เ้าเป็อะไรของเ้าถึงได้มาหงุดหงิดใส่ข้าเช่นนี้" เมื่อเข้าไปนั่งในรถม้าแล้วจึงได้เอ่ยถามขึ้น
".........." เขายังคงนั่งนิ่งใบหน้าบึ้งตึง
"ไม่ได้พกปากออกมาจากหอซุนเฟิงด้วยหรืออย่างไร" เมื่อเห็นว่าเขานิ่งเงียบ
"............."