ตอนที่ 7 ยืนคุยกันนานขนาดนี้ไม่ปวดเอวหรือ?
หลี่ซิ่วเจวียนมีนิสัยฉุนเฉียวชนิดที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองเดือดร้อนเลย เมื่อนางคิดว่าจู่ ๆ ก็จะมีอีกเจ็ดปากที่จะมากินข้าวที่บ้าน นางก็ไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้
แม่เฒ่าหลิวทำหน้าบูดบึ้ง แต่ก่อนที่นางจะพูด หลิวต้าหลางก็เปิดปากพูดอย่างดูถูกเหยียดหยาม
“อาสะใภ้รอง นี่คือบ้านของท่านย่าข้า นางให้ใครเข้ามาอาศัยอยู่ก็ได้ แล้วบ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร ท่านไม่คิดถึงตรงนี้บ้างเลยหรือ?”
“อะไรกัน หลิวต้าหลาง เ้ากำลังจะมาอาศัยอยู่ในบ้านคนอื่น แต่ยังกล้ามาะโใส่หน้าข้าอีกหรือ?” หลี่ซิ่วเจวียนยืนเท้าคางมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม “เ้าเป็แค่ผีพนัน มีสิทธิ์อันใดมาะโเื่ไร้สาระใส่หน้าข้าเช่นนี้? บ้านนี้สร้างขึ้นมาได้อย่างไร เกี่ยวอันใดกับเ้ามิทราบ?”
“ออกไป ออกไปจากบ้านข้าเสีย บ้านข้าไม่ต้อนรับพวกเ้า หาก้ามากินดื่มในบ้านของข้าโดยไม่จ่ายก็ฝันไปเถอะ”
“นังบ้า เ้า...”
“พอแล้ว!”
แม่เฒ่าหลิวะโ “เหตุใดต้องโต้เถียงกัน? จะเสียงดังกันเพื่ออะไร? ลูกสะใภ้รอง ข้ารู้ว่าเ้ากังวลเื่อันใด แต่ต้าหลางและคนอื่น ๆ มีที่ดินและนำอาหารทั้งหมดมาจากบ้านของพวกเขาแล้ว พวกเขาก็มีมือมีเท้าไว้ทำมาหากิน ไม่ได้จะมากินของเ้าเสียหน่อย”
“อย่างที่ข้าพูดไปเมื่อครู่นี้ ซ่อมห้องสองห้องในบ้านเก่าหลังข้าง ๆ แล้วปล่อยให้ต้าหลางและคนอื่น ๆ ไปอยู่ในนั้น ส่วนซานนีและคนอื่น ๆ จะอยู่กับข้าชั่วคราว”
ครั้นหลี่ซิ่วเจวียนรู้ว่าพวกเขาขอที่ดินของตระกูลมาได้แล้ว นางจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ได้ที่ดินมาก็ยังดี จากนั้นก็หันมามองด้วยสายตาเยาะเย้ย “แล้วเงินที่เป็หนี้ของครอบครัวพวกเขา...”
“หญิงชั่วคนนั้นจะจัดการเอง” จู่ ๆ แม่เฒ่าหลิวก็หมดความอดทนกับลูกสะใภ้รอง “เ้ารอง พาพวกเขาไปทำความสะอาดบ้านก่อนที่จะดึกเกินไป อย่างน้อยคืนนี้ก็ยังมีที่พัก แล้วพรุ่งนี้ค่อยซ่อมกัน”
ก่อนที่หลิวชิงเหอจะทันได้ตอบ หลิวต้าหลางก็พูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ท่านย่า ท่านจะให้พวกเราไปอยู่ในบ้านที่หลังคาแทบจะหลุดหมดไปแล้วงั้นหรือขอรับ?”
“ใช่แล้ว ท่านย่า ที่นั่นยังเป็ที่ให้คนอาศัยอยู่ได้อีกหรือขอรับ? หากฝนตกหนัก กำแพงได้ถล่มลงมาแน่” หลิวเอ้อร์หลางก็รังเกียจเช่นกัน จู่ ๆ เขาก็นึกเสียใจ ว่าเหตุใดท่านย่าถึงให้ตัดขาดกับแม่?
แม้ว่าบ้านหลังนั้นจะเล็ก แต่อย่างน้อยก็กำบังลมฝนได้ แล้วตอนนี้เล่า?
หลิวซานนีก็เริ่มร้องไห้ “ท่านย่า ท่านโกหกพวกเรา”
“ท่านบอกว่าหากเรามากับท่านที่นี่ แล้วจะได้กินของอร่อย ๆ อย่างมีความสุข แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเรามาที่นี่เพื่อทุกข์ทรมาน ข้าไม่อยากนอนกับท่าน ท่านตัวเหม็น”
“ข้าอยากกลับบ้าน ข้าอยากกลับบ้านไปอยู่กับท่านแม่” หลิวอู่นีก็ร้องไห้เช่นกัน
……
แม่เฒ่าหลิวโกรธมากจนปวดศีรษะ ครอบครัวของเ้ารองกำลังสร้างปัญหา ลูกหลานของนางก็กำลังสร้างปัญหาเช่นกัน นางอดไม่ได้ที่จะจ้องมองพวกเขา
“เสียงดังกันพอหรือยัง?”
“หากอยากส่งเสียงดังก็ออกไปเสีย ที่นี่คือบ้านของข้า ข้าอนุญาตให้ใครมาอยู่ก็ได้ ไม่สนใจแล้ว”
“ส่วนต้าหลางกับพวกเ้า มีที่ให้อยู่อาศัยก็ดีแล้ว อีกสักครู่ไปตัดหญ้ากลับมาคลุมหลังคาไม่ได้หรือ?”
“ทำไม พวกเ้ายังอยากกลับไปหาแม่ผู้โเี้และดุร้ายที่ไม่้าพวกเ้าอีกหรือ?”
“พวกเ้าแน่ใจหรือว่านางจะยอมให้พวกเ้ากลับไป?”
……
หลินจิ่วเหนียงย่อมไม่รู้ว่าหลิวเอ้อร์หลางและคนอื่น ๆ รู้สึกเสียใจทันทีที่พวกเขาจากไป
ถึงบ้านจะทรุดโทรม แต่นี่ก็เป็บ้านของนางเอง
นางยินดีที่จะใช้เวลาในการจัดระเบียบบ้านใหม่ จึงใช้พลังงานทั้งหมดที่มีจากการกินเนื้อสัตว์เมื่อคืนนี้เพื่อขนย้ายหม้อ กระทะ ตู้ และอื่น ๆ ในครัวไปที่บ่อน้ำ แล้วหันหลังเดินไปทางห้องครัว
สุดท้ายห้องครัวก็เป็สถานที่สำหรับทำอาหาร นางทนใช้ห้องครัวที่สกปรกไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะกินอาหารที่นางทำเองไม่ลงเมื่อนึกถึงสภาพสกปรกเ่าั้
เมื่อนางออกมาจากห้องครัวสกปรก นางก็เห็นหลิวซื่อหลางกำลังล้างตู้ และมีหม้อและกระทะที่สะอาดวางอยู่ข้างเขา
นางหัวเราะเยาะ “หลิวซื่อหลาง เ้ากำลังทำอันใดอยู่?”
“เหตุใดไม่ย้ายออกไปอยู่บ้านใหม่ของเ้าเล่า? มาอยู่ขวางหูขวางตาข้าที่นี่อีก เ้าระวังจะโดนข้าฟาดเอานะ…เ้า”
หลิวซื่อหลางยืนขึ้นด้วยความประหม่าเล็กน้อย “ท่านแม่...”
“หยุด” หลินจิ่วเหนียงะโให้หยุดทันที พลางหรี่ตามองเขา “อย่าเรียกข้าว่าท่านแม่ เราตัดขาดความสัมพันธ์กันแล้ว และตกลงกันว่าจะไม่ติดต่อกันอีกตลอดไป เ้าอย่ามาเรียกข้าเช่นนั้น ข้าไม่อาจมีลูกชายเช่นเ้าได้”
หากนางทำได้ นางก็อยากจะะโว่า ‘ข้าไม่อาจให้กำเนิดลูกชายที่อายุเท่าเ้าได้' เนื่องจากเมื่อวันก่อนนางยังอายุยี่สิบปีอยู่เลย...
หลิวซื่อหลางเม้มปากแน่น “ท่านจะเป็แม่ของข้าตลอดไป ข้าจะไม่ไปกับพวกเขา ข้าจะอยู่กับท่านแม่เท่านั้น”
หลังจากพูดจบ เขาก็ก้มหน้าขัดตู้ต่อไป
หลินจิ่วเหนียงเลิกคิ้วขึ้น นางไม่คิดว่าลูกคนที่สี่ที่เคยถูกนางทอดทิ้ง และไม่เป็ที่โปรดปรานมากที่สุดในอดีต จะยืนกรานที่จะอยู่ข้างนาง โดยที่นางไม่อาจไล่ออกไปได้
ยิ่งกว่านั้น ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมยังเล่าว่า สาเหตุที่เ้าของร่างเดิมไม่อดตายแม้จะอดข้าวมาหลายวัน ก็เพราะลูกคนที่สี่แอบเก็บเสบียงส่วนของเขาไว้ให้เ้าของร่างเดิมกิน ทำให้เ้าของร่างเดิมไม่อดตาย
แต่ถึงกระนั้น เขาก็เป็ผู้สมรู้ร่วมคิดกับคนอื่น และมีความผิดฐานทอดทิ้งนางอยู่ดี
หลินจิ่วเหนียงจึงหัวเราะเยาะ “หากชอบทำงานนัก หลังจากทำความสะอาดตู้แล้ว ก็ไปทำความสะอาดบ้านด้วย”
หลิวซื่อหลางเหลือบมองนาง พยักหน้า แล้วก้มหน้าทำงานต่อไป
หลินจิ่วเหนียงนึกเย้ยหยัน ก่อนหยิบตะกร้าที่มีรอยแตกด้านข้างโดยไม่เอ่ยคำใด แล้วหันหลังเดินออกไปข้างนอก
เมื่อหลิวต้าหลางและพวกหมาป่าตาขาวจากไป พวกเขาได้นำอาหารชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ที่บ้านออกไปด้วย หากนางไม่ออกไปหาอาหารตอนนี้ก็จะต้องหิวมากตอนกลางคืน ซึ่งนางเกลียดความหิว
หลังจากออกจากบ้านก็ตรงไปทีู่เา
แม้จะไม่เคยกินเนื้อหมูแต่ก็เคยเห็นหมูวิ่ง ในบรรดานิยายแนวตัวเอกข้ามกาลเวลามา นางเอกมักจะไปหาอาหารบนูเา นางจึงคิดจะไปลองเสี่ยงโชคดูบ้าง เมื่อเดินผ่านหมู่บ้าน สตรีขี้นินทาหลายคนก็ชี้มาที่นาง แต่หลินจิ่วเหนียงไม่ได้สนใจพวกนาง
หากนางร่ำรวยขึ้นมา นางจะเดินตบก้นออกจากสถานที่วุ่นวายแห่งนี้ทันที
น่าเสียดายที่ตอนนี้มีสมบัติน้อยนิดจนถุงเงินยังต้องละอาย จึงได้แต่จำต้องอยู่ไปก่อน
แต่หลินจิ่วเหนียงก็รู้สึกผิดหวัง
แน่นอนว่านิยายแนวข้ามเวลาเป็เื่โกหก ไม่ว่าใครต่างก็พูดว่ามีูเาแล้วจะไม่อดตาย หากขึ้นไปบนูเาก็จะพบของป่าทันที
เหตุใดนางเดินวนไปรอบใหญ่แล้ว แต่ก็ยังไม่พบอะไรเลย
ยอดอ่อนของผักป่าที่กินได้นั้นถูกเก็บไปนานแล้ว ส่วนที่เหลือก็แก่จนกินไม่ได้
หลินจิ่วเหนียงมองท้องฟ้าและกำลังจะมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง หากยังหาไม่ได้อีก นางก็จะกลับไปหาทางอื่น
นางบ่ายหน้าไปยังูเาที่ใช้สร้าง “ถ้ำทิ้งคนชรา” โดยไม่รู้ตัว และอยากจะหันหลังเดินจากไป แต่แล้วก็เดินมาถึง “ถ้ำทิ้งคนชรา” อย่างอธิบายไม่ได้ มือที่ถือตะกร้ากำแน่นขึ้น หัวใจก็พลันเต้นเร็วขึ้น ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังคนชราร่างกายผอมแห้งใน 'ถ้ำทิ้งคนชรา'
ั์ตาขุ่นมัวเป็ฝ้าของนางราวกับบ่งบอกว่า 'ไม่มีสิ่งใดน่าเศร้าเกินกว่าจิตใจที่แตกสลาย' ขณะนอนหายใจรวยรินอย่างสิ้นหวัง
หลินจิ่วเหนียงค่อย ๆ เดินไปนั่งยอง ๆ ตรงหน้าถ้ำที่ไม่ได้ปิดสนิท “ท่านอาสะใภ้สี่...”
เมื่อหญิงชราได้ยินเสียงของหลินจิ่วเหนียง สายตาเหม่อลอยก็หันมาจับจ้องหลินจิ่วเหนียง เสียงอันแหบพร่าและอ่อนแรงเอ่ยยานคาง “เป็... จิ่ว... เหนียง!”
หลินจิ่วเหนียงพยักหน้าและถอนหายใจ ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมบอกนางว่า ก่อนที่เ้าของร่างเดิมจะล้มป่วย ท่านอาสะใภ้สี่คนนี้ยังสบายดี ไม่สิ แค่เป็หวัดเล็กน้อยเหมือนนาง
บางทีหากนางไม่ข้ามเวลามา เ้าของร่างเดิมก็อาจจะถูกทอดทิ้งเช่นนี้ก่อนท่านอาสะใภ้สี่อีก
“ท่านอาสะใภ้สี่ นี่ข้าเอง ข้าจะพาท่านลงจากูเา โรคของท่านสามารถรักษาได้”
หญิงชราส่ายหัวด้วยความยากลำบาก ริมฝีปากที่ไม่ได้ดื่มน้ำเป็เวลานานแตกเป็ขุย เนื่องจากคอแห้งผาก เสียงที่เปล่งออกมาจึงแหบพร่าราวเสียงเลื่อยไม้
“ไม่... ต้องแล้ว ข้ากำลังจะไปแล้ว มันช่างดีนักที่... ได้พบใครสักคน... ก่อนตาย!”
...............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
หรือว่าลูกคนที่สี่คนนี้จะกลับเนื้อกลับตัวได้กันนะ มีแววจะเป็ลูกที่ดีได้ก็เอาใจช่วยนะคะ
สงสารอาสะใภ้สี่จัง
ไหหม่า(海馬)