ตอนที่ 18 รวยเพียงชั่วข้ามวัน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งบ่าวในเรือนก็วิ่งออกมาเปิด
อันดับแรก บ่าวกวาดตามองผู้มาเยือนพินิจที่เครื่องแต่งกายของคนทั้งสาม พร้อมทั้งการแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง ครั้นเห็นว่าสุขุมและดูภูมิฐานคนหนึ่งเหมือนนายท่าน อีกคนเหมือนผู้ติดตาม ส่วนเด็กนั้นเหมือนลูกน้อยที่ตามติดบิดา
บ่าวจึงเอ่ยโดยไม่ลังเล"พวกท่าน… มาขอค่าเลี้ยงดูจากเถ้าแก่ของข้าหรือ"
หานซีหนิงเกือบทำกระต่ายหลุดมือขณะที่ฉีชวนนั้นมุมปากกระตุก เขากระแอมออกมาหนักๆ อย่างไม่พอใจ
เดิมนั้นฉีชวนเป็คนที่มีไหวพริบและไล่ตามเล่ห์เหลี่ยมคนได้ทันท่วงทีเขาจึงรู้ว่าหากตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ควรทำอย่างไร "ค่าเลี้ยงดูอันใด!ข้าเป็แขกของเถ้าแก่บ้านเ้า ยังไม่รีบไปเรียนเถ้าแก่ของเ้าอีก"
บ่าวรู้เช่นนั้นก็รีบเอ่ยขออภัยจากนั้นจึงกลับเข้าไปรายงานเ้านายเมื่อกลับออกมาอีกครั้งก็เชิญพวกเขาทั้งหมดไปรอที่ห้องรับรอง
พวกฉีชวนรอไม่นานเถ้าแก่จ้าวก็เดินเข้ามาในห้องโถง
เถ้าแก่จ้าวนั้นสวมอารมณ์สบายตาเป็ชุดอยู่บ้านเรียบง่าย รูปร่างเขาสมส่วน อายุราวห้าสิบต้นๆ ใบหน้าสะอาดสะอ้านมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเป็คนใจกว้าง
อีกฝ่ายกวาดตามองผู้มาเยือนโดยละเอียดเดิมทีแล้วการขอเรียกดูใบอนุญาตเป็เื่ที่เสียมารยาทมากดังนั้นหานซีหนิงจึงรู้แต่แรกแล้วว่าเถ้าแก่ระดับล่างจะไม่เคร่งครัดกฎระเบียบขอเพียงพึ่งพาอาศัย ทำการค้าร่วมกันได้ ล้วนแล้วแต่เป็ประโยชน์เธอจึงเลือกเป้าหมายเป็คนระดับนี้
เถ้าแก่จ้าวประสานมือทักทายก่อนเชิญให้ฉีชวนนั่ง ส่วนหานซีหนิงกับซานเอ้อร์ก็คอยยืนอยู่ด้านข้าง
ฉีชวนเอ่ยถึงธุระที่ตนมาหาวันนี้เถ้าแก่จ้าวได้ฟังก็รู้สึกตะลึง
"ท่านฉีเป็อย่างที่ท่านกล่าวมาจริง กิจการของข้าแม้จะเป็กิจการหลอมอาวุธเล็กๆแต่วัตถุดิบกลับนำเข้าจากแคว้นฝาง ทุกครั้งที่ส่งมอบเงินค่าวัตถุดิบข้าต้องประสบปัญหากับอัตราแลกเปลี่ยนเงินที่ผันผวนอยู่ตลอดสามเดือนก่อนข้ายังพอมีกำไร แต่พอถึงวันที่ต้องส่งมอบเงินข้ากลับต้องเผชิญปัญหาสกุลเงินเทียนที่กำลังอ่อนค่า[1] ครั้งนี้ทำให้ข้าเสียกำไรที่ควรได้ไปมหาศาล"
ฉีชวนเอ่ยแสดงความเห็นใจกับเถ้าแก่จ้าวสองสามประโยคจากนั้นก็ปล่อยให้เถ้าแก่จ้าวระบายความรู้สึกเ็ปที่สูญเสียกำไรไปจากการค้าครั้งนี้เมื่ออีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นแล้วฉีชวนจึงเอ่ยเห็นดีเห็นงามด้วย
"เถ้าแก่จ้าวข้ารู้สึกเห็นใจท่านจริงๆ กำไรส่วนนี้หากไม่สูญไปพร้อมกับอัตราแลกเปลี่ยนท่านคิดดู กิจการของท่านจะรุ่งโรจน์กว่าแต่ก่อนเท่าใด"
"ท่านพูดถูกกิจการของข้าไม่ควรเสียกำไรเพราะเื่นี้"
เข้าทางฉีชวนแล้ว "เอาเช่นนี้ข้ามีวิธีการเปลี่ยนเงินเทียนเป็เงินฝางให้ท่านโดยสูญเสียกำไรน้อยกว่าที่ผ่านมาถึงเจ็ดเท่าท่านสนใจจะฟังสิ่งที่ข้าพูดหรือไม่"
เถ้าแก่จ้าวมีสีหน้าลังเลใกับคำพูดที่อีกฝ่ายจะลดการสูญเสียกำไรให้เขาถึงเจ็ดเท่าเถ้าแก่จ้าวจึงมองหน้าฉีชวนอย่างพินิจและรอบคอบมากขึ้น
ยามนั้นหานซีหนิงยืนฟังอยู่ตลอดแต่ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา เธอเชื่อว่าฉีชวนรับมือได้
"เถ้าแก่จ้าววิธีของข้าเพียงแต่เสนอแนะให้ท่านฟังเท่านั้น หากท่านไม่เห็นด้วยทุกอย่างก็ล้วนเป็ท่านที่ตัดสินใจ ธุระของข้าก็คงจบลงเพียงเท่านี้ เห็นหรือไม่ข้าไม่ได้บีบบังคับท่านแต่อย่างใด แต่หากท่านไม่วางใจถ้าเช่นนั้นข้าก็ยินดีขายวิธีการของข้าให้ท่านในราคาหนึ่งพันเหรียญเงินเทียบกับเงินสองหมื่นเหรียญทองที่ท่านเสียไปเงินส่วนนี้ซื้อวิธีของข้าถือว่าน้อยนิดสำหรับท่านนัก"
เถ้าแก่จ้าวหวั่นไหวนึกถึงเงินฝางที่ต้องส่งมอบเย็นวันนี้แล้ว เขาก็ไม่มีเวลาให้ตัดสินใจมากนัก
"ก็ได้!ข้าจะลองฟังวิธีของท่านดู"
ฉีชวนเผยยิ้ม"เถ้าแก่จ้าวช่างปราดเปรื่องยิ่งสมแล้วที่กิจการหลอมอาวุธของท่านรุ่งเรืองมาถึงทุกวันนี้" เขาโบกมือขึ้นหานซีหนิงจึงส่งกระเป๋าให้ซานเอ้อร์
ขอทานหนุ่มใหญ่เปิดกระเป๋าแล้วหยิบหนังสือสัญญาออกมาวางลงบนโต๊ะสองฉบับ
ฉีชวนผายมือ "เถ้าแก่จ้าวเชิญอ่าน"
เมื่อเห็นสัญญาเถ้าแก่จ้าวก็ชะงักไปหลายอึดใจ แต่เมื่ออ่านข้อความบนกระดาษแล้วเขาก็วางใจลงได้ในที่สุด ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ล้วนเป็เขาที่ได้รับมากกว่าดังนั้นจึงหยิบพู่กันจุ่มน้ำหมึกแล้วลงนามในสัญญาทั้งสองแผ่น
"เถ้าแก่จ้าวอย่าได้กังวลจนกว่าท่านจะได้รับกำไรสองหมื่นเหรียญทองนั้นพวกข้าจะยังอยู่ที่เรือนของท่าน"
"แล้วจากนี้ข้าควรทำอย่างไร"
ฉีชวนยืดตัวขึ้นเล็กน้อยเขาเงียบไปนานอยู่เหมือนกัน จนเกือบจะผิดปกติ จากนั้นถึงเผยยิ้มแล้วเอ่ยอย่างผู้มีภูมิความรู้
สำหรับเถ้าแก่จ้าวการกระทำนี้ของฉีชวนดูน่าเชื่อถือและมีความเป็มืออาชีพมาก
แต่สำหรับหานซีหนิงนั้นเธอรู้ว่าฉีชวนลืม เขาลืมบทที่ต้องพูด ทว่าภายนอกกลับยังสุขุม
ฉีชวนเอ่ย "ไม่ยากเถ้าแก่จ้าวนำเงินไปที่ร้านฝากตระกูลเจียงได้เลย เพียงแต่ท่านต้องแลกเงินเทียนเป็เงินตี้จากนั้นก็เอาเงินตี้ไปแลกเงินฝาง"
เถ้าแก่จ้าว "......"
ง่ายเช่นนี้เองหรือ?
หานซีหนิงยิ้มในใจตอนนี้คู่เงินแคว้นฝางกับแคว้นตี้ หนึ่งกำลังแข็งค่า[2] เพราะความบริสุทธิ์ของเหล็กที่กำลังเปลี่ยนแปลงข่าวการค้นพบแหล่งโลหะใหม่ของแคว้นตี้ที่ไม่มีใครให้ความสำคัญแต่กลับทำให้ค่าเงินของแคว้นตี้เริ่มแข็งค่ามากขึ้นโดยที่ใครต่างก็ไม่รู้ตัวค่าเงินแคว้นฝางเริ่มอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วเพราะความบริสุทธิ์โลหะที่ค้นพบต่างจากแคว้นตี้มาก
ดังนั้นเหล็กแคว้นฝางราคาถูกกว่าก็จริงแต่ความบริสุทธิ์ไม่มากพอย่อมเป็ที่้าน้อย
หานซีหนิงอาศัยตัวเลขเล็กๆเหล่านี้มาคำนวณ ก็สามารถคาดการณ์อัตราแลกเปลี่ยนที่จะเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าได้แล้วสิ่งที่เธอคิดได้ แต่คนบนโลกนี้กลับยังไม่ตระหนัก เพราะไม่ใช่เสมอไปที่ซื้อเงินสกุลหนึ่งมาจากนั้นก็นำไปแลกเป็เงินอีกสกุลแล้วจะทำให้ได้กำไรมหาศาล
อย่างที่รู้การทำกิจการมีความเสี่ยงเื่อัตราแลกเปลี่ยนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาหากคาดการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ว่าสกุลเงินใดจะผันผวนขึ้นหรือลงโดยไม่คาดคิดก็อาจจะทำให้เสียกำไรมหาศาล
สิ่งที่เธอทำอยู่คือเล่นอยู่กับความเสี่ยงที่ไม่มีวันแน่นอน
เถ้าแก่จ้าวยกนิ้วชี้ขึ้นลงเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง ครั้นเห็นสัญญาแล้วก็รู้สึกวางใจไปได้เปลาะหนึ่งถึงจะกังวลอยู่ลึกๆ แต่เขาก็ทำการค้าอยู่กับความเสี่ยงนี้มานานหลายสิบปีกำไรที่เสียจึงขึ้นอยู่ที่ว่าจะมากหรือน้อยเท่านั้น
ดังนั้นเถ้าแก่จ้าวจึงลุกขึ้นไปเรียกพ่อบ้านกำชับให้รับรองคนในห้องโถงให้ดีแล้ว ตนเองก็หันกลับมากล่าว
"ทุกท่านรอสักครู่ข้าจะออกไปแลกเงินเดี๋ยวนี้แหละ"
เถ้าแก่จ้าวรีบจากไปพร้อมกับผู้ช่วย
ทุกคนที่ยังอยู่จึงได้แต่รอ...ฉีชวนสบตาหานซีหนิง หรี่ตาแล้วทำหน้าเข้ม มือก็ชี้ที่หานซีหนิงประหนึ่ง้าตักเตือนเธอ
แต่เด็กหญิงหาได้สนใจไม่แหย่นิ้วแคะจมูกตัวเองอย่างใส่ซื่อ
ฉีชวนมองหานซีหนิงแวบหนึ่งจากนั้นก็หยิบขนมบนจานที่พ่อบ้านตระกูลจ้าวยกมารับรองแขก ส่งให้หานซีหนิง
เด็กหญิงถึงกับยิ้มร่าแววตาประหนึ่งขบขันของฉีชวนราวกับกำลังบอกว่า...ข้ารู้ว่าเ้ารอเวลานี้มานานแล้วผีตะกละจอมหิวโหย!
หานซีหนิงนั่งกินขนมอย่างเอร็ดอร่อยมือหนึ่งกิน อีกมือก็ส่งให้ซานเอ้อร์และเสี่ยวทู่
พวกเขารอเถ้าแก่จ้าวกลับมาผ่านไปราวสองชั่วยาม ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าหยุดลงที่หน้าประตูเรือนเสียงฝีเท้าคนสองคนที่เร่งเดินเข้ามา ฟังดูก็รู้ว่าทั้งสองรีบร้อนมาก
หานซีหนิงใจเต้นแรงในโลกก่อนเธอได้รับฉายานักเก็งกำไรมือฉมังก็จริงทว่าในโลกใบนี้กลับเป็ครั้งแรกที่ได้ลงมือเล่น ครั้งแรกจึงมักจะตื่นเต้นเสมอพลอยทำให้ซานเอ้อร์ที่อ่านสีหน้าคนเก่งเกิดความกังวลไปด้วย
เขากระซิบ "น้องซีหนิงเ้า..."
หานซีหนิงยกนิ้วชี้ขึ้นแนบปากเป็เสียง"ชู่ว์..." หยุดคำพูดของเขาร้อยพันแปดหมื่นครั้งจะทำลายขวัญกำลังใจของใครก็ได้แต่ไม่ใช่ฉีชวน
รอจนเถ้าแก่จ้าวเดินมาถึงหน้าประตูร่างสมส่วนของเขายืดไหล่แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับพยายามเก็บอาการตื่นเต้นแต่เมื่อได้เห็นคนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องโถงแล้ว เถ้าแก่จ้าวก็พลันยิ้มร่าเก็บความรู้สึกไม่อยู่อีก
"ท่านฉี เป็อย่างที่ท่านว่าเงินที่ส่งมอบให้พ่อค้าแคว้นฝางครั้งนี้ ข้าใช้เงินเทียนในจำนวนที่น้อยมากหักลบกลบหนี้แล้ว กำไรครั้งนี้ไม่ใช้แค่สองหมื่นเหรียญทองแต่เป็สามหมื่นแปดพันเหรียญทอง!"
เถ้าแก่จ้าวไม่เคยดีใจอะไรขนาดนี้มาก่อนจึงเอ่ยชวนฉีชวนและลูกสาวของเขาอยู่กินข้าวที่เรือนของตนทว่าฉีชวนปฏิเสธอย่างนิ่มนวล กล่าวว่าหากมีคราวหน้าที่พวกเขาได้ร่วมงานกันอีกน้ำใจครั้งนี้ค่อยรับไว้ทีหลังก็ยังไม่สาย
เถ้าแก่จ้าวดีใจจนควบคุมความรู้สึกตนเองได้ยากนักทั้งยังพบคนพูดคุยถูกคอ จึงกล่าวอย่างใจกว้าง "ท่านฉีกล่าวได้ถูกต้องครั้งหน้าข้าต้องรบกวนท่านเป็ที่ปรึกษาเื่การแลกเปลี่ยนเงินให้ข้าอีกอย่างแน่นอนมาๆ ท่านฉี นี่คือเงินหนึ่งพันเหรียญทอง เป็น้ำใจส่วนหนึ่งของข้าในครั้งนี้"
ผู้ช่วยเถ้าแก่จ้าวยกหีบมาวางบนโต๊ะเหรียญทองเหลืองอร่ามจนแสบตา
กระนั้นฉีชวนก็ยังปฏิเสธเมื่อครู่ตามที่ตกลงกันคือหนึ่งพันเหรียญเงิน หรือเท่ากับสิบเหรียญทองเท่านั้นทว่าเถ้าแก่จ้าวกลับจะให้เพิ่มขึ้นถึงหนึ่งพันเหรียญทอง คิดจะทดสอบเขาหรือไร
ฉีชวนมีสีหน้านิ่งเรียบไม่แสดงออกว่าโลภมาก ทั้งยังยืนยันคำเดิมคือ"ตามที่ตกลงกันไว้คือหนึ่งพันเหรียญเงิน เถ้าแก่จ้าวอย่าได้กดดันข้าข้าทำกิจการโปร่งใสและตรงไปตรงมา โอกาสหน้ายังต้องพึ่งท่านร่วมงานกันใหม่ข้ายึดถือข้อกำหนดในสัญญาเป็หลัก แต่ถึงอย่างนั้นน้ำใจของท่านข้าก็ไม่อาจปฏิเสธตรงๆจริงหรือไม่"
ฉีชวนเปลี่ยนเื่แล้วพูดว่า"เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เถ้าแก่จ้าว ข้ามีทางออกให้กับเราทุกฝ่ายเพียงแค่ท่านช่วยเขียนหนังสือรับรองการร่วมค้ากำไรครั้งนี้ของพวกเราขึ้นมาสักหนึ่งแผ่นข้าจะขอบพระคุณท่านอย่างมาก"
เถ้าแก่จ้าวชอบการค้าที่ซื่อสัตย์และตรงไปตรงมานี้ของฉีชวนเขาจึงตอบตกลงอย่างง่ายดายโดยเรียกผู้ช่วยยกเครื่องเขียนเข้ามาแล้วร่างหนังสือรับรองขึ้นมาหนึ่งแผ่นพร้อมกับประทับตรากิจการหลอมอาวุธตระกูลจ้าว และตรารับรองอาวุธระดับศิลาและเงินตามสัญญาคือหนึ่งพันเหรียญเงิน มอบให้ฉีชวนทั้งหมด
จากนั้นฉีชวนก็กล่าวลาเถ้าแก่จ้าวและพาทุกคนออกมาจากเรือนหลังนี้ ฝีเท้าก้าวเร็วกว่าปกติเล็กน้อยราวกับ้าไปให้พ้นจากที่นี่โดยเร็ว
_____________________________________
[1] เงินอ่อนค่า หมายถึงเงินสกุลนั้นมีค่า 'ลดลง' เมื่อเทียบกับเงินอีกสกุลยกตัวอย่าง เงินบาทอ่อนค่า เทียบกับเงินดอลลาร์ สมมติอยู่ที่ 30 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ เมื่อเงินบาทอ่อนค่าจากเดิม 30 บาท ก็จะกลายเป็ 36 บาทดังนั้นจึงต้องแลกเงินดอลลาร์อยู่ที่ 36 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ทำให้ต้องจ่ายเพื่อแลกเงินดอลลาร์เพิ่มขึ้น 6 บาท สรุป เงินบาทอ่อนค่า ซื้อเงินดอลลาร์แพงขึ้น
[2] เงินแข็งค่า หมายถึงเงินสกุลนั้นมีค่า 'เพิ่มขึ้น' เมื่อเทียบกับเงินอีกสกุลยกตัวอย่าง เงินบาทแข็งค่า เทียบกับเงินดอลลาร์ สมมติอยู่ที่ 30 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ เมื่อเงินบาทแข็งค่าจากเดิม 30 บาท ก็จะกลายเป็ 26 บาท ดังนั้นจึงแลกเงินดอลลาร์ได้อยู่ที่26 บาทต่อ 1 ดอลลาร์จึงต้องจ่ายเพื่อแลกเงินดอลลาร์ลดลงจากเดิม 4 บาท สรุป เงินบาทแข็งค่า ซื้อเงินดอลลาร์ได้ถูกขึ้น