แสงอรุณยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาในห้องนอน ชางชุนกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตา เขามองไปยังร่างของ หลี่เซียวหลง ที่นอนหลับอย่างสงบอยู่บนเตียง ใบหน้าของนายท่านดูผ่อนคลายขึ้นมาก ความร้อนรุ่มจากพิษกำหนัดได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ชางชุนถอนหายใจอย่างโล่งอก เขานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน สตรีร่างใหญ่เทอะทะผู้นั้น... นางเป็ใครกันแน่? ในความทรงจำของเขา หอนายโรม "เมิ่งฮวน" ไม่มี "นายคณิกา" คนใดที่อ้วนขนาดนั้น ยิ่งไปกว่านั้น ยาที่นางป้อนให้นายท่านก็ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วราวกับปาฏิหาริย์
"ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก" ชางชุนพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกถึงความผิดปกติหลายอย่าง แต่ในเมื่อนายท่านปลอดภัย เขาก็ไม่มีเวลามาคิดเื่นี้มากนัก สิ่งสำคัญคือการพานายท่านกลับจวนและสืบหาต้นตอของพิษร้ายนี้
ในอีกด้านหนึ่ง หลินเยว่ ที่กลับมาถึงบ้านในหมู่บ้านหวงหลิงแล้ว กำลังนั่งจิบชาสมุนไพรที่ปรุงเองจากพืชสมุนไพรในมิติพกพา เธอนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองดูชาวบ้านที่เริ่มออกมาใช้ชีวิตตามปกติหลังโรคระบาดคลี่คลายลง เธอยังคงลดน้ำหนักและดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของเธอกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และใบหน้าก็งดงามเปล่งปลั่งจนน่าใ
เธอนึกถึงเหตุการณ์ในหอนายโรมเมื่อคืน "ชายผู้นั้น... รูปงามไม่เบา" เธอแอบยิ้มเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้าที่หล่อเหลาของ หลี่เซียวหลง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่านั้น สำหรับเธอ เขาเป็เพียงผู้ป่วยที่เธอช่วยเหลือด้วยสัญชาตญาณแพทย์เท่านั้น
"ไม่คิดเลยว่าการมาเที่ยวเมืองหลวงครั้งแรกของหวงเฟยเฟย จะเจอเื่แบบนี้" เธอกล่าวกับตัวเองพลางส่ายหน้า
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือน หลินเยว่ยังคงใช้ชีวิตในหมู่บ้านหวงหลิงอย่างสงบ เธอช่วยเหลือชาวบ้านด้านสุขภาพและสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอเป็ที่รักและเคารพของชาวบ้านอย่างแท้จริง รูปลักษณ์ที่งดงามของเธอตอนนี้เป็ที่ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนในหมู่บ้าน และข่าวลือเื่ "หวงหมอผู้เลอโฉม" ก็เริ่มแพร่กระจายไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง
แต่แล้ว วันหนึ่ง อาการบางอย่างก็ทำให้หลินเยว่ต้องหยุดชะงัก
"คลื่นไส้... อ่อนเพลีย... กินอะไรไม่ลง..." หลินเยว่รู้สึกไม่สบายตัวมาสองสามวันแล้ว เธอพยายามวินิจฉัยอาการของตัวเองด้วยความรู้ทางการแพทย์ แต่ในใจก็เริ่มรู้สึกผิดปกติ
เธอเดินไปที่กระจกทองเหลือง จ้องมองใบหน้าของตัวเองที่ดูซีดเซียวเล็กน้อย เธอจับชีพจรของตัวเองอย่างระมัดระวัง และในที่สุด เมื่อััได้ถึงจังหวะชีพจรที่เต้นผิดปกติ ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือดลงทันที
"ไม่จริงน่า..." หลินเยว่พึมพำกับตัวเอง ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของเธอ "อาการแบบนี้... หรือว่า..."
เธอรีบเพ่งสมาธิไปยังมิติพกพา และเรียกชุดทดสอบการตั้งครรภ์แบบฉุกเฉินออกมา ซึ่งเป็อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้
ผลลัพธ์ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน... สองขีดสีแดงเข้ม
หลินเยว่ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธอไม่เชื่อสายตาตัวเอง เธอทำซ้ำอีกสองสามครั้ง ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็เช่นเดิม
"ข้า... ตั้งครรภ์!" เธออุทานออกมาเสียงแ่ ใบหน้าของเธอขาวซีดราวกับกระดาษ
ความทรงจำของคืนนั้นในหอนายโรมเมิ่งฮวนพุ่งเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มผู้รูปงามที่นอนซมด้วยพิษกำหนัด การช่วยเหลือของเธอ... และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
"ลูกของใครกัน... ต้องเป็ของชายผู้นั้นแน่ๆ" ความรู้สึกใ ความสับสน และความกังวลถาโถมเข้ามาในใจของหลินเยว่ เธอไม่เคยคิดฝันว่าการทะลุมิติมายังโลกนี้จะนำพาเธอมาพบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเช่นนี้
เธอไม่ใช่คนในยุคนี้ เธอเป็แพทย์จากโลกที่ล่มสลาย การมีบุตรในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ โดยที่บิดาของเด็กคือใครก็ไม่รู้ชัดเจน... มันคือความท้าทายครั้งใหญ่ในชีวิตของเธอ
แต่แล้ว เมื่อเธอนึกถึงชีวิตใหม่ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นในครรภ์ ความรู้สึกบางอย่างที่อบอุ่นและอ่อนโยนก็แผ่ซ่านเข้ามาในใจของเธอ สัญชาตญาณของความเป็แม่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
"ไม่ว่าเ้าจะเป็ลูกของใคร... แม่จะปกป้องเ้าเอง" หลินเยว่กล่าวเสียงแ่ มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องที่ยังราบเรียบด้วยความอ่อนโยน แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความใ บัดนี้กลับฉายแววความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว
เธอตัดสินใจที่จะเก็บเื่การตั้งครรภ์นี้ไว้เป็ความลับที่สุด เธอไม่้าให้ใครรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบิดาของเด็ก เพราะเธอไม่้าให้เื่นี้มาผูกมัดหรือสร้างปัญหาให้กับชีวิตของเธอและลูกในอนาคต
"ฉันจะต้องเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม เพื่อลูกของฉัน" หลินเยว่กำหมัดแน่น เธอรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าจะไม่ง่าย แต่เพื่อชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้น เธอพร้อมที่จะทำทุกวิถีทาง
ในขณะที่เมล็ดพันธุ์แห่งโชคชะตาได้เริ่มงอกเงยขึ้นในครรภ์ของหลินเยว่ เธอไม่รู้เลยว่าการมาถึงของชีวิตน้อยๆ เหล่านี้ จะเปลี่ยนแปลงไม่เพียงแค่ชีวิตของเธอ แต่ยังรวมถึงชะตากรรมของราชวงศ์ต้าโจวและยุทธภพทั้งหมดอีกด้วย