หญิงสาวตบเงินในกระเป๋าอย่างมีความสุขก่อนจะเริ่มทำความสะอาดและเก็บอุปกรณ์ต่างๆ ลงบนรถเข็นแม้จะอ่อนล้าเล็กน้อยจากเพิ่งหายไข้ แต่ทุกการกระทำของเธอกลับเต็มไปด้วยพลังและความกระตือรือร้น
ขณะที่เข็นรถกลับไปตามเส้นทางเดิมกลิ่นหอมฉุยของเนื้อตุ๋นจากร้านอาหารเล็กๆ ก็ลอยมาเตะจมูกของเธอเข้าอย่างจัง
‘เอาล่ะเพื่อเป็การฉลองเปิดกิจการวันแรก มาให้รางวัลตัวเองด้วยอาหารดีๆกันเถอะ!’
หากสามารถใช้ชีวิตดีๆได้ก็ไม่จำเป็ต้องเข้มงวดกับตัวเองมากเกินไปถึงแม้การขายอาหารข้างทางจะไม่ได้กำไรมากมายในอนาคต แต่ด้วยทักษะและระบบนี้เสิ่นเมิ่งเฟยคิดแล้วคิดอีกก็รู้สึกว่าตัวเองคงไม่น่าจะถึงขั้นอดตายในสักวันหนึ่งได้ดังนั้นเธอจึงไม่ได้รู้สึกเ็ปมากนักตอนที่ต้องควักเงินเพื่อซื้ออาหารกลางวันกลับไปกินที่บ้าน
เนื้อตุ๋นชิ้นใหญ่ที่เปื่อยนุ่มชุ่มฉ่ำราดบนข้าวสวยร้อนๆ มีราคาถึง 1 หยวนครึ่ง หากญาติพี่น้องเ่าั้ที่อยู่ในชนบทได้เห็นเธอใช้ชีวิตแบบนี้พวกเขาคงจะดุด่าหญิงสาวจนตายแน่นอน
เสิ่นเมิ่งเฟยคิดคร่าวๆว่าวัตถุดิบยังเหลือพอสำหรับทำขายพรุ่งนี้ เธอจึงยังไม่จำเป็ต้องซื้อเพิ่มวันนี้เธอเริ่มทำไปขาย 30 ชิ้นแล้วพรุ่งนี้ก็เพิ่มจำนวนเป็ 50 ก็แล้วกันและของที่เหลือยังเพียงพอที่จะทำอีก 20 ชิ้นก็เอาไปเผื่อไว้ด้วย
เมื่อเธอเข็นรถกลับไปยังบ้านเช่าแล้วก็รีบนำรถเข็นไปคืนป้าจ้าวทันที
“อ้าวกลับมาแล้วเหรอ? เร็วขนาดนี้เชียว?” เ้าของบ้านเช่าวัยกลางคนพูดอย่างสงสัย
เมิ่งเฟยส่งยิ้ม “วันนี้ฉันเตรียมของไปแค่นิดเดียวค่ะก็เลยหมดเร็ว”เธอไม่ได้ลงรายละเอียดมากมาย “แต่ว่าพรุ่งนี้คงจะต้องขอยืมเ้านี่อีกครั้งนะคะ”
“ไม่เป็ไรตอนนี้เธอใช้มันไปก่อนได้ ถึงยังไงก็ไม่มีที่ให้ใช้อยู่ดี” จ้าวหลานฮวาพูดอย่างสบายๆ
เสิ่นเมิ่งเฟยพูดขอบคุณแต่ในขณะเดียวกันเธอก็วางแผนว่าถ้ามีเงินมากกว่านี้เธอคงจะซื้อรถเข็นใหม่เพื่อใช้เองได้ประการแรกเพื่อให้ได้ใช้ของของตัวเองจะได้ไม่มีปัญหาในภายหลังอย่างที่สองก็เพราะรถเข็นอันนี้มันเก่ามากจริงๆ ตอนที่เดินเข็นไปล้อที่รับน้ำหนักก็ส่งเสียงครืดคราดตลอดทางจนเธอกลัวว่ามันจะพังอยู่ตลอด
หลังคุยกันอีกสองสามประโยคเธอก็ขอตัวกลับเข้าห้องทันที วันนี้ยังมีอะไรให้ทำอีกหลายอย่างเช่นการทำความสะอาดกับซักผ้า ชุดที่มีติดตัวมาของเธอมีเพียงแค่ 2 ชุดเท่านั้นซึ่งเธอไม่้าที่จะใส่ซ้ำข้ามวันเลยแม้แต่วันเดียว
เสิ่นเมิ่งเฟยยกกะละมังไม้ที่บรรจุน้ำครึ่งหนึ่งมาตั้งตรงลานเล็กหน้าห้องจากนั้นก็ใช้สบู่ในการซักและถูกคราบสกปรกอย่างรวดเร็ว
วันนี้แดดค่อนข้างดีอย่างน้อยเสื้อผ้าชุดเดียวที่มีก็คงจะแห้งทันให้เธอได้ใส่ก่อนค่ำจากนั้นเธอก็นึกได้ว่าเมื่อเช้าเพิ่งได้รับทักษะการตัดเย็บมาตอนนี้เธอจึงสามารถทำงานฝีมือได้แล้วเอาไว้หลังจากขายของเสร็จพรุ่งนี้ ค่อยแวะไปตลาดเพื่อหาซื้อผ้ามาตัดชุดใหม่หรืออย่างน้อยก็ซื้อชุดสำเร็จรูปมาไว้สับเปลี่ยนสัก 1-2 ตัวก็แล้วกัน
อันที่จริงหญิงสาวยุคนี้ส่วนใหญ่ก็พอจะเย็บปะชุนเสื้อผ้าเป็กันอยู่แล้วเ้าของร่างเดิมก็เช่นกัน แต่ฝีมือของเธออยู่ในระดับแค่พอใช้ ไม่ได้โดดเด่นอะไร
ดังนั้นความคิดแรกของเสิ่นเมิ่งเฟยจึงเป็การหาซื้อเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพราะนอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว การที่เธอไม่มีจักรเย็บผ้าก็เป็ปัญหาใหญ่อีกทั้งการเย็บด้วยมือทั้งชุดก็คงใช้เวลานานเกินไป
ขณะที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาขยี้ผ้าอยู่นั้นเสียงประตูห้องเช่าที่อยู่เยื้องออกไปก็เปิดออกอย่างแ่เบาหญิงสาวเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ และได้สบตากับชายคนหนึ่งที่ก้าวออกมา เธอไม่เคยเห็นเขามาก่อนคาดเดาว่าอาจจะเป็คนที่มาเช่าห้องก่อนหน้าเธอสิ่งแรกที่เธอมองเห็นบนใบหน้านั่นก็คือดวงตาของเขาเรียวเล็กที่ฉายแววเ็าเมื่อเห็นว่าเธอมองอยู่ เขาก็จ้องเขม็งกลับมาจนเธอต้องรีบก้มหน้าซักผ้าต่อไป
‘บ้าเอ้ยน่ากลัวชะมัดเลย’ เธอคิดในใจ คนที่ดูน่ากลัวแบบนี้นึกว่าจะมีให้เห็นแต่ในทีวีเสียอีก
ชายคนนั้นเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อตักน้ำจากบ่อรวมแต่แม้จะหันหลังให้เธอก็ยังััได้ถึงบรรยากาศที่ไม่น่าเข้าใกล้เลยแม้แต่นิดเดียวเขาตักน้ำใส่ถังอย่างรวดเร็วแล้วหายกลับเข้าห้องไปเงียบๆ
เสิ่นเมิ่งเฟยสลัดความรู้สึกไม่สบายใจทิ้งไปบางทีเขาอาจจะเป็แค่คนเก็บตัวก็ได้ …
ที่ร่างเดิมเลือกมาเช่าห้องอยู่แถวนี้ก็เพราะว่ามันราคาถูกแม้จะค่อนข้างเก่าและอับชื้นไปบ้างก็ตาม ทว่าตอนนี้เมิ่งเฟยคิดแล้วว่าหลังจากเก็บเงินได้อีกสักหน่อย เธอควรย้ายไปอยู่ในที่ที่สะดวกและปลอดภัยกว่านี้