ตอนที่ 658 หอชมจันทร์และผู้าุโห้าเสาหลัก(2)
ระยะทางจากลานทดสอบไปยังหอชมจันทร์นั้นอยู่ห่างกันราวๆเกือบสองร้อยลี้ได้ซึ่งพื้นที่ของนิกายบัญชา์นั้นมีพื้นที่กว้างมากกว่าสี่พันลี้เลยทีเดียว นอกจากตัวอาคารหลักต่างๆของนิกายที่ตั่งอยู่ตรงใจกลางของพื้นที่ทั้งหมดแล้วก็ยังมีพื้นที่อยู่อาศัยของตระกูลใหญ่และเหล่ากองกำลังใหญ่ที่อยู่ภายใต้นิกายบัญชา์ด้วยทั้งยังมีพื้นที่อยู่ของชาวบ้านทั่วๆไปที่มาขออาศัยอยู่ในพื้นที่อีก และภายในพื้นที่ของนิกายมีูเาสูงต่ำอีกนับไม่ถ้วน......
ซึ่งหอชมจันทร์ที่เจิ้งฟู่กำลังจะไปนั้นก็ได้ตั่งอยู่บนยอดเขาบนูเาสูงลูกหนึ่งเหมือนกันซึ่งยอดเขานี้ถกเรียกว่ายอดชมจันทน์ที่เป็ยอดเขาที่มีชื่อที่สุดของนิกายและเป็ูเาที่มีพลังงาน์มากที่สุดในบันดาูเาทั้งหมดที่มีอยู่.......
พรึบ!! พรึบ!!พรึบ!!
ฟู่ววววววววววว!!
ตุบ!!
ในที่สุดนกกระเรียนขาวก็ลงจอดที่ลานกว้างหน้าตำหนักสูงเจ็ดชั้นที่อยู่บนยอดเขาที่สูงเฉียดฟ้าจนทะลุหมู่เมฆขึ้นมาทว่า้านี้กลับไม่มีลมพัดที่รุนแรงเหมือนกับตอนก่อนที่จะทะลุเมฆขึ้นมาเลยสักนิดที่นี้ทั้งสงบและเย็นสบายคล้ายกับการได้มาอาบแดดตากลมทะเลอ่อนๆเลย......
“ข้ามาส่งเ้าได้เพียงเท่านี้!ต่อจากตรงนี้ไปต้องเป็ตัวเ้าแล้วที่จะต้องเดินเข้าไปในหอชมจันทร์ที่อยู่เบื้องหน้าของเ้า!เ้าจะเข้าได้หรือไม่ได้ก็สุดแล้วแต่ตัวเ้าเอง”ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นหลังจากที่ส่งเจิ้งฟู่ลงบนลานกว้างที่ยอดเขาแล้วซึ่งตัวเขาไม่อาจที่จะลงไปเหยียบบนยอดเขานี้ได้หากไม่ได้รับอนุญาตดังนั้นชายวัยกลางจึงทำได้เพียงแค่ส่งเจิ้งฟู่และขอให้เขาโชคดีก่อนที่เขาจะสั่งให้นกกระเรียนขาวของเขาบินจากไป......
“ขอบคุณท่านผู้าุโมินโฮ!”เจิ้งฟู่ยกมือขึ้นมาประสานที่อกพร้อมกับกล่าวขอบคุณชายวัยกลางที่เตือนเขาและบอกให้เขารู้ว่าเขาต้องทำยังไงต่อไป.......
“ดูเหมือนว่านี้จะเป็การทดสอบแหะ!ก็ดี! ในเมื่อเป็การทดสอบงั้นข้าก็จะผ่านการทดสอบของพวกท่านให้ดู!!” เจิ้งฟู่คาดว่านี้คงเป็การทดสอบเขาอย่างหนึ่งหากไม่เช่นนั้นแล้วชายวัยกลางมินโฮคงเข้าไปส่งเขาที่ด่านในแล้วคงไม่ปล่อยเขาลงตรงนี้แล้วจากไปแน่......
ซึ่งการกระทำและสิ่งที่เจิ้งฟู่พูดออกมานั้นล้วนอยู่ในสายตาของชายชราทั้งห้าที่อยู่ภายในอาคารสูงเจ็ดชั้นนี้ทั้งหมดและการที่เจิ้งฟู่สามารถคาดเดาได้ว่านี้คือการทดสอบอย่างนั้นมันก็ได้ทำให้ชายชราทั้งห้าต่างก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ.......
ณ หอคอยชั้นที่เจ็ด......
“เด็กคนนี้ไม่เพียงแต่มีพร์ที่สูงแต่เขายังมีความฉลาดหลักแหลมอีกด้วย เพียงแค่เขามองและฟังจากคำพูดของผู้าุโมินโฮเขาก็เข้าใจแล้วว่านี้คือการทดสอบ!”ชายชราเคราขาวที่เคยออกไปดูเจิ้งฟู่ทดสอบก่อนหน้านี้พูดขึ้นพลางฉีกยิ้มอย่างพอใจ......
“ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่าเขาจะขึ้นมาหาพวกเราบนชั้นที่เจ็ดได้หรือไม่ก็เท่านั้นแต่ด้วยระดับพลังของเขาในตอนนี้เพียงแค่เปิดประตูตำหนักนี้ก็เป็เื่ยากแล้วอย่างน้อยข้าคิดว่าเขาน่าจะใช้เวลาสามถึงสี่วันในการเปิดประตูเข้ามา!”ชายชราอีกคนที่ได้ออกไปดูเจิ้งฟู่ทดสอบก่อนหน้านี้ได้พูดเสริมขึ้นพร้อมกับคาดเดาว่าเจิ้งฟู่จะเปิดประตูตำหนักเข้ามาได้ตอนไหน......
“หากเขาสามารถทะลวงระดับสูงระดับราก์ได้เมื่อไหร่เขาก็จักสามารถเปิดประตูบานนั้นและเข้ามายังชั้นที่หนึ่งของหอคอยได้ซึ่งการทะลวงผ่านระดับจากราชันย์เทวะสู่ราก์นั้นไม่ใช่เื่ง่ายๆเลยมีคนหลายคนที่ติดอยู่ในขั้นนี้เป็เวลาหลายสิบปี ถึงแม้จะมีพร์สูงหากแต่ไม่มีความพยายามและความเข้าใจที่มากพอมันก็เป็เื่ยากสำหรับคนคนนั้น!” ชายชราอีกคนที่อยู่ถัดไปพูดขึ้นซึ่งชายชราคนนี้ดูจะแข็งแกร่งกว่าชายชราที่พูดก่อนหน้านี้อีก......
“ถูกอย่างที่ท่านเล่าซือว่า!ต่อให้เด็กคนนี้มีพร์สูงแต่ไม่มีความพยายามทุกสิ่งทุกอย่างมันก็คงจะไร้ความหมายแต่ดูจากการที่เขาสามารถคาดเดาว่านี้คือบททดสอบแล้วข้าคิดว่าเขาน่าจะต้องมีดีบางอย่างที่พวกเราคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน!” ชายชราอีกคนที่อยู่ถัดไปพูดเสริมขึ้น.......
“ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับท่านผู้าุโสอง!ข้าเชื่อว่าเด็กคนนี้ต้องมีดีอะไรสักอย่างที่พวกเราคาดไม่ถึงยอย่างแน่นอนโดยเฉพาะนั่น!” ชายชราเคราขาวหนวดขาวที่นั่งอยู่หน้าสุดของแถวพูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วของตนไปยังเจิ้งฟู่ที่กำลังเปิดประตูให้ชายชราคนอื่นๆดู......
หือ?
...............................
กลับมาที่เจิ้งฟู่......
หลังจากที่เขาเดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าตำหนักเจิ้งฟู่ก็ลองสังเกตและใช้จิตััของเขาตรวจสอบประตูบานใหญ่นี้ดูก่อนที่เขาจะพบว่าประตูบานใหญ่นี้มีคลื่นพลังงาน์เคลือบเอาไว้อยู่ หากไม่ใช่คนที่มีพลังงาน์มากพอหรืออยู่ในระดับราก์ขึ้นไปคงเปิดประตูบานนี้ไม่ออกแน่ๆแต่สำหรับเจิ้งฟู่แล้ว ถึงเขาจะไม่ใช้ผู้ฝึกตนระดับราก์แต่เขาก็มีพลังเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนระดับราก์ขั้นที่หกแล้วเหลือเพียงแค่รอเวลาในการเลื่อนระดับเท่านั้น........
“เราควรที่จะเข้าไปข้างในหรือจะอยู่ที่ด้านหน้านี้เพื่อทะลวงระดับต่อไปดีนะ?”เจิ้งฟู่รู้สึกลังเลที่จะเลือกว่าเขาควรที่จะทำอย่างไรก่อนดี “เอาเป็ว่าอยู่ข้างนอกนี้แล้วทะลวงผ่านระดับดีกว่า!”เมื่อคิดไปคิดมาเจิ้งฟู่ก็คิดว่าเขาควรที่จะทะลวงระดับต่อไปก่อนเพราะการทะลวงระดับต่อไปเป็ระดับราก์แล้วเขาอาจะดูดซับพลังงาน์ได้เร็วขึ้นก็ได้.......
ตุบ!!
เมื่อติดสิ้นใจได้แล้วเจิ้งฟู่ก็ไม่รอช้านั่งลงในท่าขัดสมาธิที่บริเวณหน้าประตูทางเข้าตำหนักหอชมจันทร์เจ็ดชั้นในทันทีก่อนจะทำการรวบรวมพลังงานทั้งหมดของเขาให้มันหมุนเวียนไปทั่วร่างกายของเขา หวืด!!!กึก! กึก! กึก!! ซึ่งหลังจากที่เจิ้งฟู่ทำให้พลังงาน์ที่เขามีอยู่หมุนวนผ่านเส้นชีพจรทั้งหมดทั่วร่างกายของเขาแล้วเสียงกระดูกและกล้ามเนื้อภายในร่างกายของเขาก็เกิดเสียงดังขึ้นราวกับว่ามันกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างอย่างนั้นแหละ.......
จากกระดูกที่แข็งแกร่งอยู่แล้วมันเริ่มที่จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นจากเดิมที่กระดูกของเขาเป็สีขาวมันค่อยๆเปลี่ยนเป็สีทองอย่างช้าๆ เส้นชีพจรของเขาก็เกิดการขยายตัวกว้างขึ้นทำให้พลังงานที่มีอยู่สามารถไหลผ่านไปดีขึ้นและสะดวกขึ้นกว่าเดิมกล้ามเนื้อที่มีอยู่ไม่มากในตอนแรกก็ขยายเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยรวมถึงผมของเขาที่งอกยาวมากกว่าเดิมจนถึงเอวแล้วและในตอนที่การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างของร่ายกายของเขาหยุดลงเสียงกระหึ่มภายในตัวของเจิ้งฟู่ก็ดังขึ้น.......
บู้มมมมมมมมมมมมมม!!
อ้า!!!!
ในที่สุดเจิ้งฟู่ก็สามารถเลื่อนระดับสู่ระดับราก์จนได้ทว่าไม่ได้ระดับราก์ขั้นที่หนึ่งแต่เป็ขั้นที่หกระดับราก์แทนซึ่งการเพิ่มระดับจากระดับราชันย์เทวะขั้นสูงสุดไประดับราก์ขั้นที่หกในคราวเดียวนั้นเป็เื่ที่น่าใมากไม่ว่าใครได้เห็นย่อมไม่อยากที่จะเชื่อในสายตาของตนเองเป็แน่หนึ่งคือเจิ้งฟู่ไม่ได้ใช้ยาทิพย์ใดๆช่วย สองเขาไม่ได้ใช้ของวิเศษใดๆที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับเขาสามเขาเพียงแค่นั่งลงทำสมาธิและปรับแต่งพลังของเขาเท่านั้น.......
“ในที่สุดข้าก็สามารถทำลายกฎเกณฑ์ของระดับพลังที่ถูกจำกัดโดยโลกเบื้องล่างเสียทีอ่า! ระดับราก์มันต่างจากระดับราชันย์เทวะมากขนาดนี้เชียวเหรอเนี่ย?ไม่คิดเลยว่าเพียงแค่เลื่อนเป็ระดับราก์พลังที่ััได้จะมากมายถึงขั้นนี้!”เจิ้งฟู่รู้สึกดีใจมากที่ในที่สุดเขาก็สามารถก้าวผ่านระดับราชันย์เทวะที่เป็ขีดสุดของระดับพลังในโลกเบื้องล่างได้ซึ่งความรู้สึกที่เขาได้รับจากระดับพลังระดับใหม่นี้มันช่างมากมายแตกต่างจากเดิมมาก.......
เพียงแค่เขาขยับมือเบาๆมันก็ทำให้เกิดความผันผวนบนอากาศเล็กๆแล้วหากเขาใช้พลังทั้งหมดเต็มสิบส่วนแล้วละก็ การทำลายูเาทั้งลูกคงไม่ใช่เื่ยากแต่ว่าในโลกเบื้องบรนี้มันแตกต่างจากโลกเบื้องล่างถึงตัวเขาระเป็ผู้ฝึกตนระดับราก์แล้วแต่มันก็เป็เพียงแค่รากหรือก็คือจุดเริ่มต้นของการฝึกตนที่แท้จริงเท่านั้น อย่างเช่นผู้าุโมินโฮที่มาส่งเขาเจิ้งฟู่แทบจะไม่รู้เลยว่าชายวัยกลางนั้นมีระดับพลังเท่าใดที่รู้ก็มีเพียงแค่ความรู้สึกที่แข็งแกร่งที่เขาแผ่ออกมา.......
การที่เจิ้งฟู่สามารถทะลวงผ่านระดับได้ในครั้งนี้ได้ทำให้เหล่าชายชราทั้งห้าและหนึ่งชายวัยกลางที่นั่งอยู่บนจุดสูงสุดถึงกับแสดงสีหน้าตื่นใออกมาเลยทีเดียวเพราะไม่เพียงแค่เลื่อนระดับมาเป็ระดับราก์ได้เท่านั้นเขายังก้าวข้ามไปถึงขั้นที่หกของระดับราก์ในคราเดียวอีก......
หลังจากที่เจิ้งฟู่เลื่อนระดับเสร็จแล้วเขาใช้เวลาอีกราวๆหนึ่งชั่วยามในการปรับแต่งพลังและความสมดุลทั้งหมดให้คงทีก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปเปิดประตูบานใหญ่ของตำหนักหอชมจันทร์ออก......
แอ๊ดดดดดดดดดด!!
เสียงเปิดประตูช่างโหยหวนและชวนให้ขนลุกยิ่งนักมิหนำซ้ำคลื่นแรงกดดันที่ถูกพลันออกมาจากภายในตัวตำหนักยังรุนแรงและหนักอึ้งอีกด้วยเพียงแค่เจิ้งฟู่ัักับคลื่นแรงกดดันนี้แค่เพียงเล็กน้อยคลื่นพลังภายในร่างกายของเขาก็เกิดการปั่นป่วนราวกับถูกน้ำบ่อที่นิ่งสงบอยู่แล้วมีใครนำหินมาโยนใส่จนน้ำเกิดการสั่นไหว........
พรึบ!!
“ก็แค่แรงกดดันกระจอกๆคิดจะทำให้ข้าคนนี้ยอมแพ้อย่างนั้นรึ? ฝันไปเถอะ!!”เจิ้งฟู่ค่อยๆปรับสภาพร่างกายของเขาให้คงที่ ก่อนปลดปล่อยคลื่นพลังของเขาออกมาต้านแรงกดดันจากตำหนักหอชมจันทร์ที่อัดกระแทกใส่เขาให้สลายหายไป.......
หึ!!
เมื่อคลื่นพลังและแรงกดดันจากตำหนักหอชมจันทร์หายไปแล้วเจิ้งฟู่ก็เดินเข้าไปภายในตำหนักหอชมจันทร์ในทันทีซึ่งในชั้นแรกของตำหนักหอชมจันทร์นั้นเป็ห้องโล่งไม่มีโต๊ะ เก้าอี้หรือชั้นวางใดๆอยู่ในห้องนี้เลย นอกจากความว่างเปล่ากับบันไดขึ้นไปยังชั้นที่สองเท่านั้น......
“ช่างเป็การทดสอบที่เอาเื่จริงๆภายในโถงที่ว่างเปล่านี้มันกลับไม่ได้ว่างเปล่าอย่างที่ตาเห็น หากมองด้วยตาเปล่าคงเห็นเพียงแค่ความว่างเปล่าแต่หากใช้ความรู้สึกมองแล้วละก็ ภายในโถงแห่งนี้ล้วนเต็มไปด้วยกลไกลและค่ายกลจำนวนมาก!”เจิ้งฟู่บ่นพึมพำออกมาเบาๆอย่างเข้าใจและรู้ว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปถึงจะขึ้นไปยังชั้นที่สองได้.......
เนื่องจากในโถงที่ว่างเปล่านี้มีกลไกลอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งหากเดินเข้าไปโดยไม่ระมัดระวังและไปกระตุ้นกลไกลเหล่านี้ตัวเขาคงได้รับบาทเจ็บสาหัสหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ดังนั้นเจิ้งฟู่จึงต้องเดินผ่านกลไกลเหล่านี้อย่างระมัดระวังซึ่งเขาใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่อึดใจก็ผ่านกลไกลเ่าั้มาได้อย่างง่ายดายและไปถึงบันไดทางขึ้น.......
...................................
ณชั้นที่เจ็ดของตำหนักหอชมจันทร์.......
“ไม่คิดเลยว่าเขาจะสามารถหลบกลไกลค่ายกลเ่าั้ได้ทั้งหมดโดยที่ไม่ไปกระตุ้นโดนค่ายกลไหนเลยมันช่างวิเศษนัก! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” ชายชรากงเจี้ยนซึ่งดำรงตำแหน่งผู้าุโเสาหลักคนที่ห้าพูดขึ้นอย่างมีความสุขหลังจากที่เขาเห็นว่าเจิ้งฟู่สามารถหลบกลไกลค่ายกลทั้งหมดในชั้นที่หนึ่งมาได้อย่างปลอดภัยแถมยังไม่ทำให้ค่ายกลไหนทำงานอีกด้วย......
“หากใช้เพียงแต่ตาเปล่ามองเขาคงไม่อาจรอดพ้นค่ายกลเหล่านี้ไปได้แค่นี้ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านจิติญญาและสมาธิที่แข็งแกร่งของเขาแล้ว!” ซึ่งชายชราจูกงที่นั่งอยู่ข้างๆกันก็กล่าวชมเจิ้งฟู่เช่นกัน......
“แต่ในชั้นที่สองมันจะไม่ง่ายอย่างชั้นที่หนึ่งนะสิ!หากเขาสามารถผ่านชั้นที่สองขึ้นมาได้ แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทดสอบนี้แต่หากเขาไม่สามารถผ่านขั้นที่สองไปได้ มันก็ไม่ได้แย่อะไรนักเพราะยังไงเขาก็อยู่เพียงแค่ระดับราก์เท่านั้น!”ชายชราเล่าซือที่นั่งถัดจากชายชราจูกงเองก็คาดหวังกับเจิ้งฟู่ไว้พอสมควรซึ่งหากเจิ้งฟู่สามารถผ่านชั้นที่สองชั้นต่อไปได้ เขาจะลงไปรับเจิ้งฟู่ขึ้นมาในทันทีแต่หากเจิ้งฟู่ไม่สามารถผ่านชั้นที่สองไปได้ เขาก็ส่งเจิ้งฟู่กลับออกไปแล้วออกไปพูดคุยกันที่ด้านนอกตำหนักแทน......
อื้ม!