หลังกาโต้พาทุกคนถอยจากไป เรย์จึงกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูอีกครั้งในสมรภูมิดวลเดี่ยวใต้ดิน ซึ่งต่างฝ่ายหมายเอาชีวิตกัน
“ดูเหมือนแกมั่นใจว่ามีดีพอตัวเลยนะที่กล้ามาเผชิญหน้ากับฉัน”
เรย์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นของซูโด แต่เลือกเดินตรงไปทางนั้นโดยไม่หวาดหวั่นและไม่หยุดฝีเท้าเลยแม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว
ถ้าไม่มีคางูยะเขาก็คงเลือกที่จะหันหลังหนี
หรือไม่ก็ปล่อยให้คนอื่นตายไปโดยที่ไม่คิดจะต่อสู้
แต่ที่เขายิ้มมุมปากออกมานั้นเขามีเหตุผลอยู่
‘เอาจริงเหรอ?ต่อหน้าศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดนี้ ไม่วิ่งหนีไปมันจะดีเหรอ?’
เสียงกระซิบกระซาบประโยคเหล่านี้ยังดังซ้ำๆ ในหัวของเขา
กระนั้นไม่ว่ายังไงความบ้าคลั่งที่ซุกซ่อนอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจยังคงขับดันให้เขายิ้มออกมาอย่างปรีดีโดยไม่รู้ตัวเขาคิดว่าอาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลอันบ้าคลั่งของความทรงจำราชาตนแรกที่ดูดกลืนมายังคงหลงเหลืออยู่และเขาเคยอ่านเจอในบทความหนึ่งซึ่งเขียนไว้ว่า อันตรายที่ถึงแก่ชีวิตนั้นคือยาเสน่ห์อันยอดเยี่ยมที่สุด
ก็อาจจะจริงดั่งว่าเรย์คิดว่าตนคงเสพติดมันเข้าให้เสียแล้ว
ก่อนหน้านี้กับคู่ต่อสู้ที่ไม่ใช่มนุษย์มีรูปร่างสรีระที่แปลกประหลาดและรวมถึงขนาด ไม่ใช่อะไรที่เขาสามารถเชี่ยวชาญในเร็ววันยังต้องทำความคุ้นชินอีกมาก ทว่าในที่สุดก็ได้เจอคู่ต่อสู้ที่ทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำได้วัดศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองหลังจากผ่านการฝึกฝน
มีเพียงคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งพอที่พร้อมจะแลกความเป็นความตายจึงจะเป็นหินทดสอบทองที่แท้จริง
เขาปรับสภาพจิตใจให้พร้อมรับสภาวะต่อการต่อสู้ที่กำลังจะเริ่มขึ้นความนึกคิดต่าง ๆ ที่มีต่อคางูยะต้องวางไว้ก่อน
เนตรมารถูกเปิดใช้งานโครงสร้างกระแสอีเธอร์ของทุกสรรพสิ่งกลายเป็นสีสันอันฉูดฉาดเมื่อทุกอย่างแปรเปลี่ยนไปตามโลกทัศน์ที่รับรู้
การไหลเวียนของลมปราณทั่วร่างเร่งเร็วขึ้นเขารั้งบังเหียนที่ต้องการต่อสู้ไว้อย่างเต็มที่
“ไม่ตอบก็ไม่เป็นไรแต่แกต้องรู้สึกเสียใจแน่ที่แส่ไม่เข้าเรื่องน่ะ”
ซูโดส่งเสียงเหอะตั้งท่าควงอาวุธในมืออย่างพร้อมรบ เขาไม่ได้รู้จักแต่จองหองบ้าบิ่นลูกเดียวยามเมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรูที่ยังประเมินไม่ได้ เขาก็เยือกเย็นดี
ทันทีที่กองทัพแมงมุมเคลื่อนตัวเข้ามาถึงก็เป็นเวลาเดียวกับที่ทั้งสองฝ่ายถีบตัวพุ่งทะยานเข้าหากัน
ประกายสีเงินสาดส่องวูบวาบละลานตา ซูโดโจมตีอย่างดุดันแข็งกร้าว
ส่วนเรย์เน้นตั้งรับด้วยแนวทางอ่อนหยุน
ทั้งสองต่างต่อสู้กันอย่างดุเดือดแม้เหล่าฝูงแมงมุมจะเข้าประชิดใกล้ก็ไม่มีใครแยแสสนใจ พวกมันถูกประกายแสงสีเงินเชือดเฉือนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยโดยการปะทะกันหนนี้ ต่างฝ่ายต่างไม่ได้งัดฝีมือที่แท้จริงออกมาแต่อย่างใด
ดาบยาวของเรย์ชี้เฉียงเบนเบือนคล้ายดั่งปราศจากเรี่ยวแรง เพราะยังหาช่องโหว่ไม่พบดาบที่ตีโต้ไปนี้จึงมุ่งต้านรับแฝงจู่โจมหลอกล่อสักเก้าส่วน จริงจังเพียงส่วนเดียวเป็นท่าทดสอบชิมลางเท่านั้น
ซูโดเองก็งุนงงอยู่ชั่วขณะหนึ่งเพราะไม่เคยเห็นกระบวนท่าอันไร้ระเบียบแบบแผนเช่นนี้เลยทิ่มอาวุธออกไปอย่างดุดันแข็งกร้าวกระบวนท่ายามใช้ออกล้วนคล้ายดั่งหัวงูที่สะบัดทิ่มแทงเลื้อยไปมา
เพลงดาบอาสัญไร้ลักษณ์ที่ได้ร่ำเรียนมาจากราชาตนแรกสูงเยี่ยมเหลือแสนตั้งแต่เรย์เริ่มใช้วิชาดาบนี้ ก็สยบศัตรูโดยไม่เคยอยู่ในสภาวะต้านรับเลย
ในยามนี้ซูโดกลับบีบบังคับจนเรย์ต้องใช้ดาบคุ้มครองตนแสดงให้เห็นถึงระยะห่างความแข็งแกร่งที่ต่างกันอยู่บางส่วน
รอบตัววูบวาบไปด้วยแสงตกค้างการก้าวเดินเคลื่อนที่ก็ไวแสนไว เงาร่างสองเงาสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งไม่หยุดหย่อน ชั่วพริบตาก็ผ่านไปกว่ายี่สิบกระบวนท่า
ความจริงแล้วเพลงดาบอาสัญไร้ลักษณ์เป็นวิชาที่ลึกล้ำพิสดารบรรลุถึงขั้นสุดยอดแต่ในกระบวนท่าร่างยังมีช่องโหว่ให้ศัตรูฉกฉวยได้บ้างทว่าเมื่อศัตรูสำแดงความแข็งแกร่งออกมา ก็จะถูกเรย์นำเอาเคล็ดวิชาทั้งเก้าที่ว่า ‘อาศัยไร้ท่าร่างเอาชัยกระบวนท่า’ มาใช้เป็นประโยชน์ ทำให้สภาวะดาบยิ่งพลิ้วไหว ยากจะคาดเดาคำนวณได้
ทั่วทั้งโลกหล้าวิชายุทธ์ล้วนแต่มีกระบวนท่า ในเมื่อมีกระบวนท่าก็ต้องมีช่องโหว่แต่หากไร้กระบวนท่าเลย ฝ่ายตรงข้ามจะสยบได้อย่างไรเล่า?
ดาบยาวของเรย์เริ่มรวดเร็วยิ่งขึ้นทุกท่าร่างไม่มีการเคลื่อนไหวอันเสียเปล่า แทงดาบออกไปเฉียง ๆดาบลอยพลิ้วไม่แน่นอน พุ่งเกือบไปยังตำแหน่งบ่าซ้ายของซูโดเขาเห็นอีกฝ่ายควงอาวุธปัดป้องอย่างเร่งร้อนเป็นครั้งแรก เรย์จึงรั้งดาบกลับขยับก้าวถอยหลังเว้นจังหวะออกมาห้าก้าว
ดาบยาวในมือเรย์เรืองแสงแล้วสะบัดออกสุดวงแขน
‘เพลงดาบวายุกระซิบ’
แสงเย็นเหยียบตวัดวาบไม่เป็นคลื่นพลังอลังการ ไม่ทรงอนุภาพถล่มทลาย บางมาก ไวมากเหมือนกับหายวับไปในชั่วพริบตา พุ่งเป็นเส้นตรงออกไปเป็นเกลียวคลื่น
ซูโดระเบิดออร่าเข้มข้นควงอาวุธในมือขึ้นมาป้องกันแต่ดาบนี้ก็ยังกระแทกอีกฝ่ายถอยครูดออกไป
ทว่าเรย์ยังไม่หยุดกระบวนท่าเพียงเท่านี้ตามต่อด้วยท่า ‘ทัณฑ์พิพากตัดสังสาร’
เกิดเส้นคมดาบลากตัดผ่านรางรถไฟไปยังเบื้องหน้าเป้าหมาย
ซูโดเห็นเช่นนั้นรีบกระโดดถอยหลังพร้อมควงอาวุธขึ้นปัดป้องหมุนเป็นวงกลม
กลีบคมดาบระเบิดออกบานสะพรั่งแม้ซูโดป้องกันไว้ได้ แต่แรงกระแทกของมันก็ยังส่งตัวเขาให้ปลิวออกไปไกลหลายเมตร
เมื่อครู่ซูโดยกอาวุธขึ้นตั้งรับไว้ล้วนเกิดจากจิตใต้สำนึกซึ่งสั่งสมจากประสบการณ์การต่อสู้หากเขาเลือกที่จะกระโดดถอยออกมาเพียงอย่างเดียวคงถูกคมดาบล่องหนนั่นเชือดเฉือนไปทั่วร่างจนต้องสิ้นเปลืองกำลังภายในเป็นแน่
ซูโดครุ่นคิดขณะลงมือกำจัดพวกแมงมุมที่พยายามเข้ามาโจมตีรอบๆ ตัวไปพร้อมกันด้วย
‘เป็นเพลงดาบที่ยอดเยี่ยมแต่บนดาบของมันกลับมีออร่าครอบคลุมไม่เข้มข้นพอ กำลังภายในอ่อนด้อยเกินไป ไม่งั้นวิชาดาบเมื่อครู่ก็คงเสร็จมันไปแล้ว’
ซูโดมีประสบการณ์สูงล้ำปะทะกันไม่กี่กระบวนท่าก็ทราบว่าคู่ต่อสู้มีเพลงดาบอันร้ายกาจแต่ที่ขาดคือกำลังภายในและประสบการณ์อันหลากหลาย
ทางเรย์เองก็ไม่ได้หวังผลว่ากระบวนท่าที่ใช้ไปนั้นจะสามารถล้มศัตรูได้เขาเพียงต้องการสร้างจังหวะในการเข้าถึงซาบุโร่ซึ่งกำลังเอนหลังพิงกำแพงในสภาพบาดเจ็บหนักก็เท่านั้น
เขายังไม่ลืมคำไหว้วานที่ฮันเตอร์สาวคนนั้นได้ฝากฝังไว้
“ยังพอเคลื่อนไหวได้ไหมครับ”
ซาบุโร่กัดฟันพยุงตัวเองขึ้นมาและพยักหน้าตอบรับโดยมีเรย์คอยช่วยจัดการแมงมุมที่พยายามเข้ามาในบริเวณให้
หากในยามปกติแรงระเบิดจากรูนแค่นั้นคงไม่อาจทำให้ซาบุโร่สิ้นสภาพได้ขนาดนี้แต่ซูโดคำนวณเวลาลงมือได้แม่นยำจนเกินไปอาศัยช่วงเวลาที่ตนทุ่มเทแปรเปลี่ยนออร่าเพื่อจู่โจมทำให้ด้านพลังป้องกันมีช่องโหว่อย่างร้ายแรง
“ไม่ต้องสนใจฉันนายมีสมาธิสู้กับหมอนั่นไปเถอะ ฉันยังรับมือกับเจ้าพวกนี้ไหว—”
ฟุ่บ!
แท่งปราณลำแสงสีม่วงเรียวแหลมถูกปล่อยออกมาจากปลายหอกแน่นอนว่าพุ่งเป้ามายังซาบุโร่ เรย์รีบตวัดดาบฟันสกัดไว้ได้ทันท่วงที
“เอ้าเอ้า อย่าทำเป็นลืมว่าฉันยังอยู่ตรงนี้สิโว้ยไอ้กร๊วก! ถ้าว่างมากขนาดมีเวลาคิดเรื่องของคนอื่นสู้คิดหาวิธีทำให้ตัวเองรอดตายจะดีกว่ามั้ง”
ซูโดยังไม่ทันเอ่ยจบประโยคก็พุ่งเข้ามาประชิดดั่งลูกธนูพุ่งจากคันสรถึงเบื้องหน้าของเรย์อย่างรวดเร็วขวานปลายหอกตั้งฉากขนาดพื้นพร้อมปรากฏแสงออร่าสีม่วงจาง ๆ ไหลออกมา
‘เจ็ดคมเขี้ยวอสรพิษ’
ในหนึ่งวินาทีอาวุธในมือของซูโดถูกกระหน่ำทิ่มแทงต่อเนื่องเจ็ดครั้งออร่าที่หลั่งไหลก่อรูปร่างจนปลายหอกปรากฏเป็นภาพเศียรงูทั้งเจ็ดตัวกำลังฉกใส่เป้าหมายเรย์ตอบสนองตั้งรับการโจมตีอย่างฉับพลันสูญเสียกำลังภายในไปหลายส่วนเพื่อต้านรับกระบวนท่านี้
เสียงอาวุธปะทะกันตึงตังถี่ยิบ จังหวะเร็วมากเรย์ใช้สัญชาตญาณนำร่างกาย การพลิกแพลงมีแต่จะเร็วขึ้น เพียงพริบตาทั้งคู่หักหาญกันกว่าเกือบห้าสิบกระบวนท่าเคลื่อนตัวปะทะกันผ่านทุกแนวระนาบของพื้นที่อันจำกัดภายใต้อุโมงค์
เรย์รู้ตัวดีว่าหากคู่ต่อสู้อยู่ในสภาวะเต็มร้อยไม่สะสมอาการบาดเจ็บไว้เขาคงไม่มีทางนำอาวุธไปกระทบกับอีกฝ่ายยิ่งหากแม้นวัดกันด้วยค่าสถานะของอุปกรณ์สวมใส่และอาวุธ เขาคงแพ้ขาดลอยทว่าด้วยปัจจัยหลายอย่างที่เอื้ออำนวย ทำให้เขาสามารถต่อสู้ได้อย่างสูสี
เขาในยามนี้จะบอกว่าจิตใจสงบนิ่งก็ย่อมสงบนิ่งใจบอกไม่สงบนิ่งก็ย่อมไม่สงบนิ่งเป็นความรู้สึกที่แสดงออกมาพร้อมกันอย่างคาบเกี่ยวเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ต่อสู้แลกชีวิตกับศัตรูที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัดแต่ถึงอย่างนั้นมันกลับยิ่งทำให้เขารู้สึกสงบใจอย่างประหลาดเมื่อได้เจอกับคู่ต่อสู้อันแข็งแกร่ง
อานุภาพกระบวนท่าศัตรูยิ่งกล้าแข็งเพลงดาบของเขายิ่งกล้าแข็ง
ความเร็วกระบวนท่าผกผันตามความเร็วคู่ต่อสู้
เรย์เริ่มเผาผลาญลมปราณอย่างรวดเร็วผ่านทุกเคล็ดกระบวนท่า
แสงดาบฉวัดเฉวียนประกายดาบขยับเคลื่อนวิบวาบทั่วอาณาเขต
แมงมุมไม่สามารถเคลื่อนตัวผ่านหรือเข้าใกล้จุดที่พวกเขาต่อสู้อยู่ได้
ซูโดเริ่มสัมผัสได้ว่าตนกำลังถูกกระบวนท่าอันลึกล้ำของคู่ต่อสู้สะกดไว้ทั้งที่เห็น ๆ อยู่ว่าตนเองกำลังรุกไล่แต่กลับถูกเกาะติดอย่างเหนียวแน่นไม่อาจเปร่งพลังฝีมือได้เท่าที่ควรพลันจู่โจมพลันล่าถอยเช่นนี้ตลอดเวลาซูโดยิ่งจู่โจมรวดเร็วก็ยิ่งล่าถอยเร็วขึ้นอีก ในพริบตาเดียวได้บุกกระหน่ำไปสิบสามกระบวนท่าก็ล่าถอยถึงสิบสามครั้ง
ทุกคราที่พยายามเชื่อมต่อกระบวนท่ากลับถูกตีรวนจังหวะอย่างแม่นยำยิ่งเร่งเร้ากระบวนท่าเข้าใส่ยามพบช่องโหว่ให้ตอบโต้ทว่าเมื่อรู้สึกตัวอีกทีกลายเป็นตนที่กำลังถูกลงมือใส่ช่องโหว่เสียเองซึ่งแม้แต่ตัวซูโดเองยังไม่ทันรับรู้เลยด้วยซ้ำว่าเผลอสร้างช่องว่างให้ศัตรูนำไปใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่เมื่อใด
“แกมันน่าหงุดหงิดชะมัดเลยว่ะ!”
ซูโดตะเบ็งเสียงชักอาวุธกลับหวังใช้ส่วนของด้านขวานเพื่อเกี่ยวดาบศัตรูกดลงพื้นแต่เรย์กลับดึงอาวุธหลบอย่างรู้ทัน
ทว่านั่นคือสิ่งที่ซูโดต้องการเพื่อหยุดการรุกคืบของอีกฝ่ายไว้
‘อสรพิษทะลวงศูนย์’
ซูโดเลือกใช้วิชาซึ่งออกท่าได้ไวที่สุดของตนเองโดยไม่ต้องตั้งลำอาวุธ
ประกายแสงจากคมหอกสว่างวาบขึ้น เรย์ซึ่งใช้เนตรมารเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงไหลเวียนของกำลังภายในศัตรูเลยเอนหัวหลบได้อย่างหวุดหวิดลำคอเกิดรอยบาดเล็กน้อยจากคลื่นออร่าลมปราณซึ่งแผ่ขยายออกมาจากอาวุธอีกฝ่าย
สภาวะดุร้ายเช่นนี้กดดันเรย์ให้ต้องถอยร่นออกมาตั้งหลักด้วยการสบัดดาบส่งเพลงดาบวายุกระซิบติดต่อกันสามครั้งเกิดเป็นคลื่นเกลียวดาบแผ่พุ่งออกไปสามเส้นต่อเนื่อง
ชูโดเลียดตัวลงต่ำลากอาวุธขนานไปกับพื้นจนเกิดประกายไฟคล้ายงูที่กำลังเลื้อยหลบการโจมตีของเรย์เป็นตัว Z ได้อย่างเรียบเนียนหมดจรด พร้อมกันทันทีนั้นซูโดถีบตัวเองลอยขึ้นกลางอากาศชั่วขณะหนึ่งควบแน่นลมปราณเข้าสู่อาวุธจนเกิดเป็นประกายจ้าสาดสะท้อนใบหน้าพุ่งตัวลงมาดุจดาวตกใส่ศัตรู
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากตั้งแต่ซูโดหลบการโจมตีและสวนกลับ
ออร่าของซูโดอบอวลไปทั่วเรย์ถีบเท้าถอยปราดไปด้านหลังโดยเร็วเขามองเห็นปลายหอกทิ่มลงพื้นห่างไปเกือบสิบวาเบื้องหน้า ก่อนที่ซูโดจะงัดมันขึ้นก่อเกิดเป็นคลื่นระเบิดอัดกระแทกหนึ่งสายตวัดม้วนหอบพาเศษหินเศษปูนที่ระเบิดออกโดยมีเขาเป็นเป้าหมาย
เรย์คำนวณแล้วว่าไม่สามารถเคลื่อนตัวออกจากระยะของท่าโจมตีนี้พ้นรีบลงมือตวัดดาบฟันใส่เศษหินที่กำลังถาโถมเข้ามาเพื่อลดทอนความเสียหาย
ม่านควันจากการระเบิดของพื้นดินอบอวลปกคลุมสมรภูมิใต้ดิน
ซูโดไม่รอช้าฉกฉวยโอกาสนี้อำพรางตัวเองอยู่หลังม่านฝุ่น วิ่งอ้อมไต่กำแพงในแนวระนาบซูโดรู้ดีว่าต่างฝ่ายต่างไม่อาจมองเห็นตำแหน่งของกันและกันได้จากผลกระทบของการโจมตีครั้งนี้จึงใช้วิธีการจับเสียงกระทบผ่านดาบของศัตรู ที่กำลังสะบัดปัดป้องเศษหินดินทรายอยู่ขณะนี้เป็นตัวระบุตำแหน่ง
เคร้ง เคร้ง เคร้ง—
ซูโดอำพรางจิตสังหารลอบเข้าด้านข้างอย่างเงียบเฉียบราวกับงูเสือกอาวุธในมือแทงเข้าใส่เป้าหมายท่ามกลางฝุ่นควัน
เพล้ง!
ประกายไฟแปลบปลาบยามคมอาวุธกระทบกัน
เรย์เอี้ยวตัวฟันเสยสกัดกั้นการโจมตีนี้จากทางฝั่งซ้ายล่างของตนอย่างแม่นยำ
ใบหน้าของซูโดแข็งทื่อขึ้นซึ่งน่าจะเกิดจากความประหลาดใจที่ชั่วขณะเห็นว่าสีหน้าของศัตรูนั้นนิ่งกว่าที่ตัวเองคาดไว้คิดว่าการลอบโจมตีเมื่อครู่ของตนเองทำได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วแท้ ๆ เดิมทีเจ้านั่นไม่ควรมองเห็นในสถานการณ์เช่นนี้ ทว่าการคาดการณ์นั้นก็กลับตาลปัตร ปฏิกิริยาของมันกลับบ่งชี้ว่าทราบถึงตำแหน่งของเขาเป็นอย่างดี
ตั้งแต่เริ่มต่อสู้ซูโดเองพยายามสังเกตบนร่างของอีกฝ่ายอยู่ตลอดเขามองไม่เห็นอาร์ติแฟกต์หรืออุปกรณ์สวมใส่พิเศษที่แสดงพลังในตัวออกมาแต่อย่างใด
‘จำแนกทิศทางได้แม่นยำเกินไป หมอนี่เป็นพวกอาร์คีไทป์งั้นรึ? ...เดาว่าจัดอยู่ในประเภทหูทิพย์ตาทิพย์ หรือไม่ก็พวกประสาทรับกลิ่นงั้นสินะ’
ซูโดจำต้องพิจารณาตนเองใหม่ว่าการประเมินฝีมือของตนนั้นยังต่ำไปหน่อยหรือเปล่า
ขณะอาวุธปะทะกันซูโดได้เผลอปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในภวังค์ความคิดไปวูบหนึ่ง ดูเหมือนว่าการโจมตีสกัดกั้นของเรย์นั้นเป็นแบบสองชั้นฝักดาบในมือขวาลอดผ่านข้างลำตัว ฟาดใส่สีข้างของซูโดช้ากว่าดาบสกัดกั้นในมือซ้ายเพียงเสี้ยววินาที ทั้งรับและรุกไปพร้อมกัน
ซูโดที่เผลอใจลอยชั่วขณะถูกฟาดใส่สีข้างดังปึกเขารีบยืมแรงส่งจากการโจมตีนี้กลิ้งม้วนตัวออกข้างแล้วดีดตัวเองออกมาตั้งหลักรักษาระยะและป้องกันกระบวนท่าต่อเนื่องของฝ่ายศัตรู แม้ว่าจะถูกโจมตีเข้ามาเต็ม ๆก็จริง แต่มันกลับสร้างอาการบาดเจ็บให้เขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นซูโดคิดว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเพราะอีกฝ่ายคงทุ่มเทกำลังภายในหลายส่วนไปกับการโจมตีปัดป้องเมื่อก่อนหน้า
‘การเคลื่อนไหวของลมปราณขณะรุกรับยังใช้การไม่ค่อยได้ราวกับมือใหม่... หึ! มีเพลงดาบลึกล้ำขนาดนี้แต่ดันมีปัญหาอยู่ที่ปริมาณและวิธีการควบคุมกำลังภายใน ช่างเสียของจริง ๆ’
ทางฝั่งเรย์เองก็เก็บดาบเข้าฝักไม่คิดตามเข้าไปจู่โจมซ้ำเขารู้ดีว่าการโจมตีเมื่อครู่ไม่รุนแรงพอสร้างความเสียหายแก่ศัตรูได้ด้วยกำลังภายในที่ห่างชั้นกันเริ่มส่งผล ตอนนี้ศัตรูเพียงแค่ถูกความลึกล้ำในเพลงดาบของตนกดข่มไว้เท่านั้น
ทั้งสองต่างลืมไปแล้วว่ากำลังถูกฝูงแมงมุมรายล้อมพวกมันไม่อาจเรียกร้องความสนใจจากพวกเขาที่กำลังจับจ้องกันและกันได้
เมื่อต่างฝ่ายต่างประเมินคู่ต่อสู้และเตรียมแผนรับมือในแบบของตัวเองเสร็จสิ้นแล้ว ต่างพุ่งทะยานเข้าหากันดุจเกาทัณฑ์ไร้การเหนี่ยวรั้ง
ดาบคาตานะยาวและขวานยาวปลายหอกของซูโดเหวี่ยงปะทะกันนับครั้งไม่ถ้วนสร้างความเสียหายให้กับอาณาเขตโดยรอบผ่านคลื่นลมปราณที่แผ่ขยายออกไปไม่หยุด
แม้เรย์จะได้เปรียบด้านความเร็วของกระบวนท่าอยู่เล็กน้อยแต่ดูเหมือนซูโดจะเหนือกว่าด้านการเร่งเร้าลมปราณอย่างฉับพลัน ทำให้ในแง่ผลลัพธ์แล้ว ทั้งสองปะทะกันอย่างเท่าเทียม
ซูโดหมุนร่างกายร้อยแปดสิบองศาวาดอาวุธในมือออกไปเป็นครึ่งวงกลม
เนตรมารของเรย์แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นในการโจมตีนี้เขาเลือกหลีกเลี่ยงถอยหลังออกมาสองก้าว
“หึเซนส์ดีจริงนะ คงสัมผัสถึงลมปราณมากกว่าปกติได้ล่ะสิ แต่ว่า...”
ซูโดที่ยังไม่ทันเก็บท่าร่างรูดมือเลื่อนลงมาจับที่ปลายด้าม ส่วนคมหอกชี้ไปทางศัตรูอาศัยช่วงความยาวของอาวุธเพื่อเพิ่มระยะ ประกายออร่าสีม่วงเรืองแสง ซูโดใช้ท่า ’สามเขี้ยวอสรพิษ’ แทงต่อเนื่องย้ำจุดเดียวสามครั้งในเสี้ยววินาทีอาศาสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามผู้ใช้ แม้ปลายคมหอกจะพุ่งไปไม่ถึงเป้าหมายแต่ก็ยังมีคลื่นลมปราณเรียวแหลมถูกยิงออกเป็นเส้นตรง
การโจมตีนี้มาอย่างกะทันหันเรย์ที่ยังอยู่ในระหว่างท่วงท่าของการก้าวถอยไม่สามารถหลบได้จำต้องพลิกใบดาบขึ้นมารับการโจมตีนี้ไว้
กึก กึก กึก!
มันได้ทิ้งจุดร่องรอยสีแดงฉานของความร้อนไว้บนใบดาบคาตานะยาว
เรย์ถูกผลของการโจมตีผลักถอยครูดไปไกลหลายช่วงตัว
‘หากดวลกันด้วยกระบวนท่าฉันย่อมสู้แกไม่ได้ก็จริงแต่เพียงแค่เพิ่มกำลังภายในเข้ากดข่มก็ดูเหมือนจะแสดงผลทันทีเลยนะไอ้กร๊วกเอ๊ย’
ซูโดเริ่มเปลี่ยนวิธีสู้เขาสลับออร่าที่ใช้ป้องกันเจ็ดส่วนมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังโจมตี
เรย์ที่รับการโจมตีเมื่อครู่เข้าไปถึงกับร่างซวนเซเล็กน้อยยังดีที่เขามองเห็นและคำนวณปริมาณกำลังภายในของศัตรูไว้อย่างพอเหมาะทำให้สลายอานุภาพการโจมตีนี้ได้อย่างเป็นสัดส่วนไม่สิ้นเปลืองกำลังภายในมากจนเกินไปแต่ถึงกระนั้นมันก็ยังสร้างความชาให้กับข้อมือซ้ายของเรย์ที่รับภาระจากแรงกดอันหนักหน่วงเรย์ตระหนักได้ทันทีว่าศัตรูเริ่มจับจุดอ่อนของเขาได้เสียแล้ว
'แต่ก็... สนุกชะมัดเลยแหะ'