“ใจเย็นๆ ก่อนนะ..ฮ่าๆ”
เจ้นวลเ้าของบ้านส่งเสียงแ่ ขณะเธอที่ยืนอยู่หน้าบ้านเก่าๆ ครึ่งปูนครึ่งไม้สองชั้น แต่ทำเลที่ตั้งติดถนน กลางซอยเงียบสงบแห่งหนึ่ง
เธอหัวเราะกลบความเก้อ เพราะตอนนี้มี ผู้เช่าบ้าน มายืนชนกันตรงประตูรั้ว... ถึงสองคน
มายด์ ชายหนุ่มร่างบางวัย29ปี ในเสื้อเชิ้ตสีครีม รีดเรียบจนไม่มีรอยย่น กำลังถือกุญแจไขประตูรั้ว ด้วยสีหน้าเรียบ แต่แววตาขุ่น
ส่วนอีกคนเดียร์ หนุ่มร่างสูงผมยุ่งในเสื้อกล้ามดำ กางเกงยีนซีด สะพายกีตาร์ไว้บนไหล่ ข้างตัวมีเป้เดินทางหนึ่งใบ เขาหยุดยืน มองมายด์ั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“ขอโทษนะครับ ผมเป็ผู้เช่าบ้านนี้ไว้”
“ผมต่างหากที่เช่า” มายด์ตอบเสียงเรียบ
“หืม... หรือว่าเรา..เช่าคนละโลกกันนะ?”
“อย่ากวนครับ ผมจ่ายเงินแล้ว มีหลักฐานพร้อมสัญญา”
เจ้นวลที่ยืนมองอยู่ข้างหลังหัวเราะกลืน ๆ แบบคนมีชนัก
“อะ..เอ่อ... คือเจ้นวลอาจจะ... รับเงินจองมาทั้งสองคน... แฮๆๆ”
“ฮ่ะ!”
สองคนหันมามองพร้อมกัน ราวกับกล้องซูมเข้าในฉากเดียว แววตาหนึ่งสงบ เยือกเย็น มีระเบียบ อีกแววตาหนึ่งฉายแววขี้เล่น และแอบสำรวจ
“งั้นต้องมีคนหนึ่งสละ?” มายด์ถาม
“ไม่ต้องหรอกค่ะ!” เจ้นวลรีบพูด
“คือ..บ้านหลังนี้ก็มีตั้งสองห้องนอน สองชั้น แบ่งกันเช่าไปเลยละกัน”
“แต่ผมไม่ชอบอยู่กับคนแปลกหน้า”
“โอ๊ยคุณคะ! เจ้นวลก็ไม่ได้อยากให้ใครอยู่ด้วยหรอกค่ะ แต่ถ้าไม่จำเป็ เจ้ก็ไม่ทำแบบนี้หรอกนะ..เห็นว่าพวกคุณโลดหรอกนะถึงรับ”
เธอหยุด ก่อนจะก้มลงกระซิบเบา ๆ
“เพราะบ้านนี้... เจ้ให้เช่าแต่คนโสดเท่านั้น”
มายด์ขมวดคิ้ว ขณะที่เดียร์หัวเราะเบา ๆ
“อ้าว แล้วผมดูไม่มีลูกเมียตรงไหนล่ะเจ๊? วันนี้ผมมาคนเดียว แต่พรุ่งนี้ลูกเมียอาจตามอยู่ด้วยก็ได้”
เดียร์แกล้งแซว แต่ดวงตาเ้าเล่ห์ จ้องมองมายด์ไม่ละสายตา
“นี่..ไม่ต้องมาอำเจ้เลย..ฮ่าๆ ...”
เจ้นวลพูดพลางหัวเราะ แต่รอยยิ้มกลับสั่นเล็กน้อย แล้วเธอก็พูดต่อเหมือนรีบตัดบท
“แต่ว่า... ห้องเก็บของใต้บันได อย่าเปิดนะ เจ้ยังไม่ได้เคลียร์ของคนเช่าคนก่อนเลย ของพวกนั้นอยู่มาั้แ่เขาหายไป... เอ่อ หมายถึง... ย้ายไปเผื่อเขากลับมารับนะ”
เธอหัวเราะฝืด ๆ อีกครั้ง ก่อนหันหลังจะกลับ แต่หยุดไว้แค่ครู่
“แล้วก็..ถ้าคืนไหนได้ยินเสียงแปลก ๆ …อย่าใส่ใจนะ มันอาจเป็เสียงลมผ่านบันไดไม้เฉย ๆ แบบบ้านไม้โบราณนะ”
เจ้นวลหายลับไปพร้อมเสียงรถจักรยานยนต์ที่เร่งเครื่องหนี เหลือเพียงความเงียบคล้ายถูกดูดเข้าไปในตัวบ้าน มายด์กับเดียร์ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างมึนงง หนึ่งคนถือกุญแจ อีกคนถือกีตาร์
เดียร์ยักไหล่ ยิ้มกวน ๆ “งั้นตกลง... เราเป็รูมเมตกันแล้วสินะ?”
“อย่าเรียกแบบนั้นครับ แค่แชร์พื้นที่”
“แชร์บ้าน แชร์ไฟ แชร์ห้องน้ำ... แล้วคงไม่แชร์เตียงด้วยใช่ไหม?”
มายด์เงยหน้ามองอย่างไม่อยากเชื่อ ในความปากไวของอีกฝ่ายก่อนจะตอบเรียบ ๆ
“ไม่ต้องห่วงครับ... ผมคงนอนไม่หลับถ้ามีคนเสียงดังใกล้หู”
“หึ!” เดียร์หัวเราะเบา ๆ แล้วเดินลากกระเป๋าเข้าไปในบ้าน
ในจังหวะเดียวกับที่ลมเย็นพัดผ่านปะทะฝาบ้าน เสียงบางอย่างดัง “กึก…กึก…” เหมือนเหล็กกระทบไม้เบา ๆ
มายด์เดินเข้าโถงชั้นล่าง หันกลับไปมองห้องบันไดใต้ช่องมืดสนิทนั้น เหมือนมี เงาเสื้อผ้าบางอย่าง ห้อยอยู่ และเงานั้นขยับ... ช้า ๆ เหมือนคนกำลังเย็บผ้าโดยไม่มีมือ
“ตึ๊ง…” เสียงกีตาร์ของเดียร์ดังขึ้นพอดี
สายดีดเบา ๆ กลบเสียงจักรเย็บผ้าที่เขาได้ยินแว่วผ่าน ผสมลมพัดแ่ ให้เหลือเพียงความสั่นะเืในอากาศ
“เพราะไหม?”
เสียงทุ้มเอ่ยโดยไม่หันมอง เดียร์ยังคงแกล้งดีดกีตาร์เล่นที่โซฟาหวายเก่าๆ มุมห้องโถงนั่งเล่น
“ผมรับรองเลย อยู่กับผม... ไม่มีวันเหงาแน่”
“เหงากับผีน่ะสิ!”
มายด์พร่ำบ่นขณะยกกระเป๋า เตรียมจะก้าวขึ้นบันได ทันใดนั้น ลมแรงพัดผ่านเข้ามา “ปั้ง!” ประตูปิดกระแทกเสียงดังลั่น
“โอ๊ย!” มายด์สะดุ้งสุดตัว จนแทบทำกระเป๋าตก ส่วนเดียร์นั่งหัวเราะลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ ขวัญอ่อนจริงนะคุณ”
“ฉัน... ฉันเลือกห้องฝั่งขวานะ” มายด์รีบพูดกลบเกลื่อน แก้มขึ้นสี
“ตามสบายเลย ผมนอนตรงนี้ก็ยังได้”
เดียร์หันมาจับคอกีตาร์ เตรียมซ้อมเพลงต่อ เพราะเย็นนี้เขาต้องไปเล่นที่ผับ เสียงสายดีดอีกครั้ง ก่อนเขาจะะโขึ้น
“อ้อ! ผมเดียร์นะ อายุยี่สิบเจ็ด ร้องเพลงอยู่ผับแถวตลาด... คุณล่ะ?”
เสียงเงียบ ไม่มีคำตอบจากชั้นสอง เขาขมวดคิ้ว ก่อนวางกีตาร์แล้วรีบวิ่งขึ้นบันได
พอถึงหน้าห้องประตูเปิดอยู่พอดี ร่างของมายด์ก้าวถอยอย่างใชนเข้ากับเขาเต็มแรง
“อื้อ—!” มายด์ร้องเสียงหลุด เมื่ออีกคนพรวดพราดเข้ามาในห้อง
เดียร์หัวเราะเบา ๆ
“ขวัญอ่อนจริง ๆ …คุณชื่ออะไร ยังไม่ตอบผมเลยนะ”
“ทำไมต้องตอบ?”
มายด์วางกระเป๋าไว้บนโชฟาหวายเล็กๆ ในห้อง เสียงเรียบแต่แววตาวูบไหวอย่างซ่อนอาการไม่มิด
“ไม่ตอบ... ก็เดาได้อยู่ดี”
เดียร์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ และใกล้พอให้ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่ลอยอยู่รอบตัวอีกฝ่าย
“ทำไมต้องเดา...” เสียงมายด์แ่ แต่ใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่
กลิ่นกายนั้น หอมสะอาดปนกลิ่นวูดดี้อ่อน ๆ ที่เขาคุ้นเคย กลิ่นของคนเ้าสำอาง ที่รู้วิธีทำให้ใครสักคน เผลอหายใจแรงโดยไม่รู้ตัว
“คุณยังไม่มีแฟน... หรือเพิ่งเลิก?”
เดียร์พูดเหมือนอ่านใจออก ดวงตาเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ไม่เสือกครับ”
มายด์จ้องกลับ เสียงแข็ง แต่ปลายนิ้วยังกำเสื้อแน่น แล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที มือใหญ่ของเดียร์จะแกล้งจับแก้มมายด์
แต่กลับพลาด เพราะอีกผ่านหันมาพอดี เขาจึบรีบคว้าท้ายทอยอีกคน โน้มเข้ามาใกล้ จนลมหายใจแทบหลอมรวม ริมฝีปากอุ่นดันพลาด ราวผีผลักประกบจูบกัน โดยไม่มีสัญญาณเตือน
“จุ๊บ... อือ—อื้อ! ไอ้บ้า!”