“เป็ไปได้อย่างไร...หรือว่ามันจะมีกายเทพเช่นเดียวกับเขา?”
“เป็ไปไม่ได้นอกจากเขาที่เป็ข้อยกเว้นแล้วคนสุดท้ายที่มีกายเทพก็คือผู้ก่อตั้งนิกายันพเก้าถึงมันจะมาจากนิกายแต่เป็ที่แน่ชัดแล้วว่าสายโลหิตนั้นได้หายไปในยุคนั้นอย่างหมดสิ้น!”
ประมุขกู่และผู้นำหลัวเริ่มตกอยู่ในความตึงเครียดการที่พวกเขาไม่สามารถจัดการกับเสี่ยวเฮยลงได้ทั้งที่เป็การต่อสู้สองรุมหนึ่งนั้นทำให้ตัวตนของบุรุษชุดดำตรงหน้าต้องนำมาพิจารณาใหม่อีกรอบ!อย่าลืมว่านี่คือการต่อสู้ของบรรพชนโบราณเก้าประตู! ดังนั้นสองต่อหนึ่งถือเป็กำลังรบที่ต่างกันไกลโขมันมีความหมายอีกอย่างหนึ่งว่า...หากเป็การต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่งชายหนุ่มชุดดำผู้นี้นั้นแข็งแกร่งกว่าพวกเขาอย่างสิ้นเชิง!
ไกลออกไปเล็กน้อยเลียบกับกำแพงอันสูงใหญ่เพราะประตูทางเข้านั้นมีทางเดียวจึงทำให้ทั้งตระกูลต้วนและสำนักเสวี่ยเยี่ยต้องเดินทางมายังด้านหน้าสิ่งที่พวกเขาเห็นก็ต้องทำให้การเดินทางหยุดลงการปรากฏขึ้นของประตูโบราณยี่สิบเจ็ดบานที่ลอยตระหง่านอยู่เหนือท้องฟ้าสีแดงฉาน...การต่อสู้ของบรรพชนโบราณเก้าประตู!
“นายน้อยต้วนท่านว่าฝ่ายใดจะชนะ?”
“โชคดีที่พวกเราเห็นแก่คำเตือนของท่านมิน่าเชื่อว่านิกายันพเก้านั้นจะเก็บงำยอดฝีมือมาโดยตลอด!”
ผู้สืบทอดจากเฮยหนานและไป๋หนวนยืนอยู่ด้านข้างของต้วนหลิงเทียนและกล่าวออกมาขณะมองไปยังภาพการต่อสู้อันรุนแรงของบรรพชนเก้าประตูเช่นเดียวกับทั้งสอง...ต้วนหลิงเทียนมองไปและจมอยู่กับความคิดถึงจะเห็นความแข็งแกร่งของชายชุดดำแต่เขาก็ยังไม่สามารถเข้าใจถึงคำสั่งที่ออกมาจากปราสาทใต้ดินอยู่ดี
“การต่อสู้นี้กำลังจะจบลงในไม่นาน...ยกเว้นแต่ว่าชายชุดดำจะยังมีไพ่ลับเก็บซ่อนอยู่”
ทั้งผู้สืบทอดของไป๋หนานและเฮยหนานต่างหันมามองอย่างสงสัยถึงแม้ว่าบรรพชนของหมู่เกาะไป๋กู่และนิกายหลัวช่วนจะกดดันชายชุดดำอยู่บ้างแต่ความเป็จริงแล้วฝ่ายที่ใช้แรงออกไปย่อมต้องเป็ฝ่ายที่โจมตีอยู่แล้วดังนั้นการที่ทุ่มออกมาทั้งหมดแต่ไม่สามารถจัดการชายชุดดำลงได้ในความเห็นของพวกเขานั้นอีกไม่นานสถานการณ์จะต้องพลิกกลับอย่างแน่นอนทุกสิ่งบนโลกนั้นย่อมมีขีดจำกัด...และขีดจำกัดของการต่อสู้ครั้งนี้ก็คือ...ประตูโบราณนั้นไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอด!
“ที่พวกเ้าคิดก็ไม่ผิดข้าเห็นด้วยว่าประตูทั้งเก้าบานของชายชุดดำจะต้องอยู่ได้นานกว่าแน่นอน แต่พวกเ้าอย่าลืมว่าการต่อสู้ครั้งนี้นั้นทั้งสองฝ่ายใช้เพียงพละกำลังของตัวเองและผลก็ออกมาอย่างที่เห็น...ชายชุดดำของนิกายันพเก้านั้นอยู่ในระดับเดียวกับบิดาของข้า!”
ผู้ติดตามของไป๋หนานและเฮยหนานต่างเข้าใจได้ในทันทีสำหรับบรรพชนโบราณเก้าประตูที่ดำรงอยู่บนโลกนี้...ทั้งเก้าคนต่างมีชื่อเสียงเลื่องลือเป็ตำนานและสิ่งที่ไม่เคยขาดหายไปในชื่อเสียงของพวกเขาก็คือ...เก้าสมบัติลับ!
“กู่โบ่ทำไมข้าถึงไม่เห็นเ้าสารเลวน้อยนั่น? หรือพวกเราควรลอบไปด้านหลังดี?”
“ไม่จำเป็!ไม่ว่าอย่างไรบรรพชนชุดดำนั่นจะต้องแพ้ให้กับบิของข้าและเ้าอย่างแน่นอน!หลังจากนั้นพวกเราค่อยจัดการเ้าสารเลวนั่นทีหลัง!ต่อให้มันหนีไปที่ได้ก็ไม่มีทางหนีการไล่ล่าของพวกเราพ้น!”
ทางด้านผู้สืบทอดของไป๋กู่และนิกายหลัวช่วนก็ยืนมองภาพการต่อสู้พร้อมกับควานหาตัวเย่ฉีไปด้วยเช่นกันอย่างไรก็ตามความแข็งแกร่งของเสี่ยวเฮยก็ได้ฝังความหวาดกลัวไว้ในจิตใจของพวกเขาตอนนี้ผ่านไปนานแล้วแม้ว่าจะร่วมมือกันโดยสองบรรพชนโฐราณเก้าประตูก็ยังไม่อาจล้มชายชุดดำลงได้!
“สหายเต๋า...เ้าลองคิดดูให้ดีอีกครั้ง!เื่ทั้งหมดจะยุติหากเ้าส่งมอบตัวเย่ฉีออกมา...ข้าสัญญาว่าการลงโทษจะไม่ถึงขั้นเอาชีวิต!”
เสียงของประมุขกู่ดังขึ้นมาอีกครั้งหลังจากปรึกษากับเ้านิกายหลัวความแข็งแกร่งของเสี่ยวเฮยนั้นจำเป็ที่พวกเขาต้องยอมถอยออกไปหนึ่งก้าว!หากสามารถรักษาสัมพันธ์นี้ได้ก็นับเป็เื่ดี! แต่หากไม่ได้อย่างไรก็ยังนับว่าเป็เื่ดีอยู่อีกไม่นานเขตแดนจะเปิดออกแล้วบรรพชนโบราณที่แข็งแกร่งเช่นเสี่ยวเฮยนั้นถือเป็กำลังที่สำคัญอย่างมากต่อโลกมนุษย์!จากการที่พวกเขาประเมิน...ในสิบบรรพชนโบราณเก้าประตูนั้นเสี่ยวเฮยมีความแข็งแกร่งอยู่ในสามอันดับแรกอย่างแน่นอน!
“หยุดพูดไร้สาระ!ลงโทษนายท่านของข้า? นี่พวกเ้าคิดว่าตัวเองเป็ใคร?”
เสียงของเฮยนั้นเต็มไปด้วยความดูถูกขณะที่กล่าวออกมาสำหรับเขาแล้วตัวตนของเย่ฉีนั้นอยู่เหนือทุกสิ่ง แต่วันนี้มนุษย์อันกระจ้อยร่อยเบื้องหน้านี้กลับคิดว่าพวกมันอยู่สูงกว่าเขา?ด้วยสายตาที่เ็ายของเสี่ยวเฮยเมื่อมองออกไปยังผู้ที่ยื่นข้อเสนอมาจึงทำให้เกิดเป็บรรยากาศอึดอัดทันที
“สหายเต๋าเื่นี้ยังไงก็ต้องมีคนรับผิดชอบ!ชื่อเสียงของสองแผ่นดินใหญ่ถูกเหยียบย่ำด้วยประมุขของเ้า…พวกเราเพียง้าทวงคืนเกียรตินั้นคืนมาแต่ถ้าหากเ้ายังขัดขืน...เช่นนั้นพวกเราก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!”
ในเวลานั้นใบหน้าของเสี่ยวเฮยก็ต้องสลดลงความวิตกเกิดขึ้นในพริบตาสิ่งที่ชายวัยกลางคนผู้เป็ศัตรูทั้งสองถือไว้ในตอนนี้ก็คือรูปภาพบานหนึ่งที่มีขนาดไม่ใหญ่นักในมือของเ้าเกาะกู่และสร้อยลูกปัดสีดำสนิทในมือของเ้านิกายหลัว
“สมบัติเทพ...”
ใบหน้าของเสี่ยวเฮยหมองลงทันทีสมบัติเทพนั้นเป็สิ่งของระดับสูงที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจที่แตกต่างกัน ปีก์ของเสี่ยวเฮยนั้นก็เป็หนึ่งในสมบัติเทพเช่นเดียวกันแน่นอนว่าในหมู่สมบัติเทพก็มีการแบ่งสูงต่ำปีก์ของเสี่ยวเฮยนั้นคือสมบัติเทพชั้นสูงที่แม้แต่ธิดา์ก็ยัง้าแต่ถึงจะเป็เช่นนั้นความจริงก็ไม่เปลี่ยนแปลง ตอนนี้ศัตรูของเขามีสิ่งของที่อยู่ในระดับเดียวกับปีก์ถึงสองคน!
ที่ด้านหลังของเสี่ยวเฮย...ศิษย์ของนิกายันพเก้าต่างมองไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่ถูกบีบรัดที่เสี่ยวเฮยต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็เพราะว่าปกป้องพวกเขา!สายตาของโจผิงบัดนี้เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวถึงขีดสุด…นิกายันพเก้าไม่เคยมีคนขี้ขลาด!พวกเขาไม่เคยหวั่นเกรงต่อความตาย ความรู้จากกู่หยา ความโอบอ้อมจากเหลียนซานและความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญจากเผ่ยิ!พวกเขาทั้งหมดที่ยืนอยู่ตรงนี้คือเหล่าบุรุษที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยสามปีศาจของนิกาย!
“ท่านบรรพชน!โปรดนำโล่ของท่านกลับไป! พวกเราไม่มเคยหวั่นเกรงต่อศัตรู...ท่านไม่ต้องสนใจพวกเรา!นิกายันพเก้าไม่ได้อ่อนแออย่างที่พวกมันคิด!”
นำโดยโจผิง...เสียงของศิษย์ทั้งหมดที่เหลืออยู่ต่างดังก้องขึ้นมาทั่วทั้งบริเวณนั้นพวกเราเกิดและตายเพื่อนิกาย!ศิษย์เช่นพวกเขาเพียงหนึ่งพันคนหากตายไปก็ไม่ได้มีสิ่งใดนอกจากการสูญเสียเล็กๆแต่ถ้าหากพวกเขาสูญเสียบรรพชนเก้าประตูไป...นั่นคือหายนะ!
ภาพเช่นนี้แม้ว่าจะเป็ศัตรูอย่างพวกประมุขกู่และเ้านิกายหลัวก็ยังอดมิได้ที่จะชื่นชมพวกเขาเองก็เป็ตัวตนชั้นผู้นำเช่นกัน ดังนั้นการที่ได้เห็นผู้ใต้บังคับบัญชานับพันที่เหี้ยมหาญซื้อสัตย์เช่นนี้นับว่ามิใช่เื่ง่ายเลยอย่างไรก็ตามนี่คือการต่อสู้ พวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะแม้ว่าจะเป็การกวาดล้างผู้บริสุทธิ์ก็ตาม!
ชนะเป็จ้าวแพ้เป็โจร!
“เช่นนั้นก็หมดหนทางแล้ว! รับมือ!”
ทั้งสองกล่าวออกมาพร้อมกับเปิดใช้งานสมบัติของตนทันทีในระหว่างที่เสี่ยวเฮยลังเลอยู่นั้นคือโอกาสที่ดีที่สุดพวกเขาไม่อาจมั่นใจได้อย่างเต็มที่ว่าจะสามารถชนะได้หรือไม่หากอีกฝ่ายเลิกให้การป้องกันศิษย์ของนิกายและนำโล่์กลับมาใช้!
ทว่าใน่เวลาที่ลำแสงครอบคลุมสมบัติเทพของสองผู้นำ...ก่อนที่มันจะถูกเปิดใช้งานในเวลานั้นเสียงที่เต็มไปด้วยความสะกดข่มก็ดังก้องไปทั่วทั้งท้องฟ้าสีแดงฉาน!มันยังมาพร้อมกับแรงกดดันระลอกหนึ่งที่สามารถบังคับให้ประตูทั้งยี่สิบเจ็ดบานปิดลงในทันที!
ท่ามกลางความตื่นตระหนกของคนจำนวนมากเหนือขึ้นไปบนท้องฟ้าก็ปรากฏเป็ร่างของเด็กชายคนหนึ่งในชุดสีขาวและชายหนุ่มในชุดสีฟ้า!สายตาของพวกผู้สืบทอดไป๋กู่และหลัวช่วนต่างหดเล็กลงในทันทีพร้อมกับยิ้มเหี้ยมเกรียม!ในที่สุดต้นตอของเื่ก็ปรากฏตัวแล้ว โดยที่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้หัวใจของเ้าเกาะกู่และเ้านิกายหลัวของพวกเขาต่างเต้นโครมไปด้วยความหวาดกลัวชนิดที่อยากจะหลบหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!
การที่ใครบางคนสามารถบังคับให้ประตูโบราณทั้งยี่สิบเจ็ดบานปิดลงในทันทีเพียงแค่พลังสะกดข่ม...ใครคนนั้นจะต้องเป็ตัวตนที่พวกเขาไม่อาจเงยหน้ามองด้วยซ้ำ!
เย่ฉีมองไปยังกลุ่มศิษย์ของนิกายันพเก้าด้วยโทสะเพียงแค่กวาดตามองเขาก็สามารถระบุได้ทันทีว่าจำนวนของคนที่เขานำมาเหลือไม่ครบเท่าเดิมเย่ฉีนั้นไม่เคยแยแสต่อโลกและไม่เคยหวาดเกรงศัตรู...ทว่ากับคนของเขาเย่ฉีจะไม่ปล่อยให้ตายไปอย่างไร้ค่าเด็ดขาด!
“ให้ข้าจัดการเลยดีกว่า...อย่าลืมว่าเ้ายังมีเื่ต้องตอบแทนข้าอยู่นะ!”
“ไม่จำเป็!เ้าลืมเกี่ยวกับกฎไปแล้วรึไง?”
เย่ฉีกล่าวขัดขึ้นมาและในเวลานั้นเสียงของชายชราคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาที่ด้านข้างของหลี่หลิงเทียนก่อนจะปรากฏเป็ชายชราในชุดสีขาว
“ท่านราชันักล่าวถูกแล้ว...ถึงท่านจะลงจากตำแหน่งไปแล้วแต่ก็ยังเป็ตัวตนที่ถูกระบุไว้ตามกฎอย่างชัดเจนจนกว่าเขตแดนจะเปิดออกต่อให้เป็ ‘หลี่’ ก็ไม่สามารถฝ่าฝืนกฏของโลกมนุษย์ได้!”
ทั้งเย่ฉีและหลี่หลิงเทียนต่างหันมามองผู้มาใหม่ก่อนที่หลี่หลิงเทียนจะบุ้ยปากอย่างไม่พอใจเย่ฉีเองก็พยักหน้าเพื่อตอบรับคำทักทายของอีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่าชายชราผู้นี้ยังมีความเคารพในตัวของทั้งสองคน…แต่เขาก็จะไม่ปล่อยให้กฎถูกละเมิดเช่นเดียวกัน!
“ไม่ต้องห่วง...หลิงเทียนเ้าระงับเก้าประตูของพวกมันเอาไว้ก็พอ”
สายตาของเย่ฉีมองผ่านผู้นำทั้งสองของไป๋กู่และหลัวช่วนไปยังด้านหลังของพวกเขากองกำลังราวๆ สามพันคนที่นำโดยผู้สืบทอดของสองมหาอำนาจใหญ่!เย่ฉีรู้ดีว่าเขายังไม่อาจจัดการกับบรรพชนโบราณได้โดยเฉพาะพวกที่มีเก้าประตูโบราณแต่เขาก็ไม่คิดจะปล่อยให้เื่ราวจบลงไปเช่นนี้แน่นอน!
“หนี้เืในครั้งนี้...ข้าจะนำศิษย์ของนิกายที่เหลืออยู่ชำระมันด้วยตัวเอง!”