“ให้ผู้ช่วยทำเหรอ”
“ถึงคุณจะไม่ค่อยเห็นเธอ แต่เธอรู้จักคุณเป็อย่างดีแน่นอนครับ” เผลอ ๆ รู้ลึกรู้ละเอียดกว่าเขาด้วยซ้ำ
“เร็ว ๆ ด้วยล่ะ ผมอยากจัดการปัญหานี้ให้เร็วที่สุด ไม่งั้นเครียดตายเลย” ถอนหายใจแล้วทำหน้าเซ็ง
“เครียดกว่างานอีกเหรอครับ” ฉันทวิชญ์เห็นท่าทางของเ้านายแล้วอดที่จะหลุดขำไม่ได้ ไม่ว่างานหรือสาวสวยคนไหนก็ไม่มีทางทำให้คนอย่างปัถย์มีสีหน้าอย่างนี้ได้ยกเว้นผู้หญิงที่ชื่อ ‘มลฤดี’
“แน่ล่ะสิ” คิดถึงหน้าแม่แล้วเขาได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ และโบกมือ เท่านั้นเป็อันรู้กันว่า ฉันทวิชญ์ต้องเลิกพูดเหลวไหลและบอกตารางงานของวันนี้ได้แล้ว
ซึ่งโชคดีที่วันนี้ไม่มีนัดลูกค้า แต่มีประชุมยาวยันบ่าย และพอออกจากห้องประชุม ฉันทวิชญ์ที่กำลังจะเดินตามเ้านายเข้าไปในห้อง ก็เห็นวาริศาเดินถือเอกสารมาพอดี จึงเดินถอยหลังกลับ
“ที่ให้หาใช่ไหม”
“ค่ะห้าคนก่อนตามที่สั่งค่ะ ที่เหลือซีจะเร่งทำให้นะคะ” วาริศายื่นเอกสารปึกเล็ก ๆ ปึกหนึ่งให้แล้วยื่นรอระหว่างที่ฉันทวิชญ์ตรวจสอบรายละเอียดอีกที
“ขอบใจ แต่มีงานอื่นที่เร่งกว่าก็ทำก่อนเลยนะ พวกนี้รวบรวมมาวันล่ะห้าหกคนก็พอ ดูทีละเยอะ ๆ จะทำให้ขาดการพิจารณาและตัดสินใจยาก”
“รับทราบค่ะ” วาริศารับคำและกำลังจะเดินผละออกมา ฉันทวิชญ์ก็ถามขึ้น “ทรายอาการเป็ไงบ้าง”
“ก็ทรง ๆ แหละค่ะ” เมื่อพูดถึงน้องสาวที่ป่วยอยู่สีหน้าสดใสเมื่อครู่ก็หม่นเศร้าลงโดยที่แม้แต่เ้าตัวก็ไม่รู้ ซึ่งฉันทวิชญ์ก็ไม่รู้จะปลอบยังไงก็ได้แต่ตบที่ไหล่บอบบางนั้นเบา ๆ และดึงความสนใจของหญิงสาวมาที่เื่งาน “เดี๋ยวเราออกไปเอาหนังสือที่ร้านประจำให้ท่านประธานด้วยนะ”
“ได้ค่ะ”
ฉันทวิชญ์มองตามหญิงสาวที่หมุนตัวเดินห่างออกไปแล้วได้แต่ถอนหายใจ ทำไมผู้หญิงที่ทั้งนิสัยดีและน่ารักอย่างวาริศาถึงได้โชคร้ายนักนะ
พ่อแม่จากไปั้แ่ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัย น้องสาวที่อายุยังน้อยก็มาเป็มะเร็งระยะสุดท้าย ไม่รู้จะยื้อไปได้อีกนานแค่ไหน นอกจากนี้เธอไม่มีญาติที่ไหนอีกเลย
ทุกบ่ายวาริศาจะเอาข้อมูลของผู้หญิงท่านประธานมาวางบนโต๊ะของฉันทวิชญ์ และฉันทวิชญ์ก็จะนำมันไปให้ปัถย์ ทำอยู่อย่างนี้มาทั้งอาทิตย์สุดท้ายก็ยังเลือกไม่ได้
“ไม่เข้าตาเลยสักคนหรือครับ” ฉันทวิชญ์ถามอย่างไม่รู้จะไปหาผู้หญิงที่ไหนมาให้เ้านายเลือกอีก เพราะวาริศาโน้ตเอาไว้ว่าชุดนี้เป็ชุดสุดท้ายแล้ว
“เหมือนกันหมด ถ้าผมขืนเอาตัวเข้าไปยุ่งมากกว่านี้ บทสรุปน่าจะจบที่ต้องแต่งงานแน่นอน” ปัถย์โยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รู้สึกว่างานนี้จะยากกว่าที่คิด
“ทำไมไม่ลองคุยดูล่ะครับ” ฉันทวิชญ์แนะนำเมื่อเ้านายตัดสินผู้หญิงเหล่านี้จากแค่ตัวหนังสือที่วาริศาหามาให้ แม้ปัถย์จะรู้จักพวกเธอเ่าั้มาก่อน แต่ก็คบหากันแค่ผิวเผินเท่านั้น
“ถึงเ้าตัวจะตกลง แต่พ่อแม่ทางนั้นรู้เข้าคิดเหรอว่าเขาจะยอม แต่ละคนธรรมดาเสียที่ไหน ผ่านมาแล้วผ่านไปดีที่สุด” ปัถย์ไม่กล้าเสี่ยงจริง ๆ ถ้าลองพูดเื่นี้ดู คิดว่าคงมีไม่น้อยที่ยอม แต่พวกเธอเ่าั้ฐานะทางครอบครัวไม่ใช่ธรรมดา อำนาจในมือก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เมื่อเกิดเื่ขึ้น การที่เขาจะโดนบีบบังคับให้รับผิดชอบด้วยการแต่งงานก็ไม่ใช่เื่ยาก