ลําน้ำสายแรกที่สามารถมองเห็นได้จากทางอากาศคือริโอนิโกร ซึ่งคณะของกองถ่ายภาพยนตร์ทั้ง 3 ได้ไปรออยู่เบื้องริมฝั่งเมื่อไม่นานมานี้มันเป็แม่น้ำซึ่งเมื่อถึงฤดูน้ำหลากแล้วจะกว้างพอ ๆ กับโดเวอร์ทีเดียวแม้แต่ในฤดูแล้งเช่นนี้กระแสน้ำก็ยังไหลแรง และแม้เครื่องบินจะผ่านแม่น้ำอีกถึง 2สายมาแล้ว แต่ก็ยังสามารถมองเห็นแม่น้ำริโอ นิโกรสีดําเข้มได้อย่างชัดเจน เนื่องด้วยมันขนานอยู่กับแม่น้ำอเมซอนแต่มิได้ไหลเข้ามารวมกัน และไม่อาจจะเทียบกับความยิ่งใหญ่ของอเมซอนได้
แต่ทว่าในความรู้สึกของโทนี่นั้นทุกสิ่งทุกอย่างในแถบนี้มันจะดูใหญ่โตมโหฬารไปเสียทั้งนั้นแม่น้ำแต่ละสายในแถบอเมริกาใต้นี้มีลักษณะเหมือนงูั์ที่ทอดลําตัวคดเคี้ยวยาวเหยียดกว่า 4 พันไมล์ โดยมีส่วนหางของมันจรดมหาสมุทรแปซิฟิคและส่วนหัวจรดมหาสมุทรแอตแลนติค ส่วนปากที่อ้ากว้างนั้นกว่า 2๐๐ ไมล์เสียด้วยซ้ำ มหิทธานุภาพแห่งอเมซอนในฤดูน้ำหลากนั้นสามารถจะกลืนพื้นที่ไว้ได้กว้างไกล เกือบจะเท่าขนาดของรัฐเท็กซัสทีเดียวดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ชาวสเปนในสมัยบุกเบิกนั้นจะเข้าใจผิดว่าสายน้ำนี้คือท้องทะเลกว้าง
ซินยอร์กาเซียร์นั่งเคียงข้างโทนี่ตลอดเวลาแห่งการเดินทาง หลาย ๆครั้งที่เขาจะชี้ชวนให้เธอชมภูมิประเทศกับในบางแห่งที่พื้นดินลูกกลับขึ้นเห็นเป็สีน้ำตาลอยู่ท่ามกลางป่าชัฏ แต่ส่วนใหญ่แล้วแทบจะมองไม่เห็นบ้านเรือนของผู้คนเลยนอกจากบริเวณริมฝั่งน้ำ
“นี่ถ้าเครื่องบินต่ำกว่านี้ละก็คุณจะรู้เลยว่าอเมซอนนั่นมันกว้างใหญ่ขนาดไหน” ซินยอร์กาเซียร์เอ่ยขึ้น“เกือบครึ่งทางที่เราผ่านมาน่ะผลจากน้ำท่วมปีที่แล้วทําให้โคลนตมลมสูงกันขึ้นมาเป็แนวยาวทีเดียว ส่วนใหญ่บ้านในแถบนี้เขาจะปลูกอยู่กันบนเสาสูงๆ เหมือนหอคอย หลังจากที่น้ำท่วมปีที่แล้วมันเลยดูมีสภาพเหมือนปลูกอยู่เหนือหน้าผาสูง ๆ ยังไงยังงั้นเลยทีเดียว” แม้ว่ากาเซียร์จะพูดภาษาอังกฤษได้ดีแต่ขณะนี้เขากําลังคุยกับโทนี่ด้วยภาษาปอร์ตุเกส เนื่องจากโทนี่้าจะฝึกพูดภาษานั้นไว้ให้คล่อง
“ยิ่งถ้าได้เดินทางมาทางน้ำละก็คุณจะยิ่งประทับใจกว่านี้มากทีเดียว” กาเซียร์พูดต่อ “ผมเองก็ชอบนะ แต่ส่วนใหญ่แล้วมันต้องเร่งรีบเสมอมันก็เป็ธรรมดาเมื่อคนเรามีเื่ต้องรับผิดชอบมากมาย...”
ในความรู้สึกของโทนี่นั้นกาเซียร์ออกจะเป็คนน่าเบื่ออยู่ แต่ไม่ถึงขนาดที่ไทกับบาร์เนย์รู้สึกเพราะถึงอย่างไรเธอก็ยังชอบใจที่เขาช่วยเจรจาจนคณะของเธอได้รับอนุญาตจากทางการบราซิลให้เข้ามาถ่ายทําภาพยนตร์ได้หน้าที่สําคัญของโทนี่คือต้องติดต่อกับเ้าหน้าที่ของทางรัฐบาลในหลาย ๆ ประเทศและโดยเฉพาะในแถบอเมริกาใต้นี่ เธอก็ได้ผ่านพบมาแล้วหลายประเทศและมีเ้าหน้าที่ของรัฐหลายประเทศเช่นกันที่ให้ความร่วมมือน้อยกว่า ดิโอโกกาเซียร์ คนนี้ แม้โทนี่จะไม่ใคร่ชอบบุรุษร่างอ้วนเตี้ยท่าทางจุกจิกคนนี้นักแต่เขาก็ช่วยเหลืออํานวยความสะดวกให้กับคณะของเธอ โดยเฉพาะเมื่อคณะของเธอยกกองไปถ่ายทําภาพยนตร์ในริโอเดอ จาไนโร เขาถึงกับอนุญาตให้เธอกับพวกใช้บ้านพักซึ่งโดยปกติแล้วเขากับภรรยาจะมาใช้พักผ่อนรับรองแขกเหรือในบางโอกาสได้อีกด้วย
ความอดทนในธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งมีอยู่ในตัวโทนี่นั้นทําให้เธอรักษาสถานภาพของตัวเองไว้ได้อย่างมั่นคงยิ่งแม้เธอจะยังดูเด็กต่อหน้าที่ผู้กํากับแต่เธอก็สามารถทํางานอย่างมีประสิทธิภาพทุ่มเทเวลาและตัวเองลงไปในงานอย่างเต็มที่ หลังจากที่สามีได้เสียชีวิตไปเมื่อ 5ปีก่อนความจงรักภักดีในสามีทำให้โทนี่มิได้สนใจในความสัมพันธ์เชิงพิศวาสที่ทั้งไทกับบาร์เนย์มอบให้และบัดนี้ในวัยเพียง 23 เธอรับตําแหน่งผู้กํากับมาถึง 3ปีแล้ว
ความรู้เื่ภาษาสเปนช่วยโทนี่มากเมื่อเดินทางมาถ่ายทําภาพยนตร์ในเม็กซิโก และเลยเข้ามาถึงอาณาบริเวณอเมริกาใต้ประสบการณ์ทางด้านภาษานี้เริ่มมาั้แ่เมื่อครั้งที่เธอยังเป็ลูกสาวตัวน้อยของครอบครัวซึ่งโยกย้ายมาอยู่และเนื่องจากมีพื้นฐานด้านภาษาสเปนอยู่จึงเป็การง่ายที่จะฝึกพูดภาษาปอร์ตุเกสซึ่งไทกับบาร์เนย์ไม่มีทางจะสู้ในเื่นี้ได้เลย
“เท่าที่พิจารณาจากความเป็คนที่มีธุรกิจรัดตัวอยู่ตลอดเวลาของคุณแล้ว”โทนี่เสริมขึ้นทันทีที่กาเซียร์หยุดเว้นระยะลง “ก็ต้องนับว่าเป็ความกรุณาอย่างยิ่งนะคะที่คุณอุตส่าห์พาเรามาพบกับคุณหมอเควนทอลด้วยตัวเองตอนแรกฉันคิดว่าคุณจะให้ผู้ช่วยพามาเสียอีก”
“คืออย่างนี้ครับ...ผมก็มีธุระอยู่เหมือนกันน่ะเป็ธุระส่วนตัว...ซึ่งเป็เื่ที่จะพูดจากันทางจดหมายเห็นจะไม่ได้...แล้วก็ในเมื่อหลุยส์...ผมหมายถึงเควนทอลนั่นแหละชื่อต้นเขาชื่อหลุยส์คุณรู้หรือเปล่าล่ะ....คือในเมื่อหลุยส์เองก็ไม่ได้ไปริโอ เดอจาไนโรมาหลายเดือนแล้ว...เพราะฉะนั้น มันก็จําเป็จะต้องมีใครสักคนหนึ่งอธิบายเื่อะไรต่อมิอะไรให้เขาเข้าใจ และประกอบกับเวลามันก็มีน้อย...
คําพูดของกาเซียร์จางหายไปเมื่อเขาใช้นิ้วกลัดรังดุมเสื้อเชิ้ตผ้าลินินให้แน่นเข้าด้วยท่าทางครุ่นคิดราวกับการเอ่ยถึงนายแพทย์เควนทอลนั้นเป็จุดที่เปราะบางที่สุด
“ฉันได้ยินมาว่าคุณเกี่ยวดองเป็ญาติกับหมอเควนทอลด้วยการแต่งงานกับน้องสาว...คือผู้ช่วยของคุณน่ะค่ะ เล่าเื่นี้ไปให้เราทราบทางจดหมายฉบับล่าสุด”
“อ้าว...นี่คุณยังไม่รู้จริงๆ น่ะหรือ” สีหน้าของกาเซียร์บอกความแปลกใจ “เอ...ผมว่าผมเคยเล่าเื่นี้ไปให้ฟังหลายเดือนแล้วนี่อย่างน้อยก็ตอนที่เราพบกันครั้งหลังสุดนั่นไอ้การเกี่ยวดองเป็ญาติกับตระกูลเควนทอลนั่นมันไม่ใช่เื่ที่จะเก็บไว้เป็ความลับได้หรอกครับ”เขาจบประโยคคําพูดลงพร้อมด้วยเสียงหัวเราะ
แม้โทนี่จะมิได้รู้สึกเห็นขันตามไปด้วยแต่เธอก็ยังยิ้มให้อย่างมีมารยาท
“บางทีคุณอาจจะเล่าเื่ความเกี่ยวข้องทางครอบครัวไปให้ฟังจริงๆ นั่นแหละค่ะ ซินยอร์กาเซียร์” ซึ่งตามความเป็จริงแล้วจากการติดต่อกันในครั้งแรกเริ่มแทบจะมิได้มีการกล่าวถึงเื่นี้เลยก็ตาม “แต่ถึงยังไง ตอนนั้นชื่อเควนทอลก็ไม่ได้มีความหมายอะไรสําหรับฉันหรอกค่ะ”
กาเซียร์เป่าลมอยู่กับแก้ม
“อา...แต่เมื่อมาถึงเวลานี้คุณคงจะทราบแล้วว่าชื่อนี้มีความสําคัญยังไงผมคิดว่าตัวเองคงจะไม่ได้พูดเกินความจริงเลย ถ้าจะบอกว่าตระกูลเควนทอลน่ะถ้าเปรียบก็เห็นจะเป็พวกศักดินาแห่งลุ่มแม่น้ำอเมซอนก็ว่าได้... ใช่...ถูกต้องที่สุด...พวกเืสีน้ำเงินไงล่ะ”
“เท่าที่ฉันทราบมานะคะต้นตระกูลเควนทอลที่มาอยู่ในแถบนี้ ดูเหมือนสร้างตัวเป็มหาเศรษฐีขึ้นมาจากการทําสวนยางในเมนอสนี่คะแล้วก็เดาเอาเองว่าท่านคงจะเกิดล้มละลายลงอะไรทํานองนั้น เหมือนกับคนอื่น ๆใช่ไหมคะ”
“ล้มละลายรึ”กาเซียร์ทําท่าเหมือนผงะไป “ตรงกันข้ามเลยละครับ...โอ...ตรงกันข้ามอย่างที่สุดบุคคลแรกของตระกูลเควนทอลน่ะเป็คนที่มีสายตายาวไกลมากท่านมองเห็นอย่างชัดเจนเลยตอนที่การเพาะปลูกยางพาราจะเข้าไปมีบทบาทในตลาดเมื่อประมาณสัก 70 ปีมาแล้วเห็นจะได้ท่านขายหุ้นทั้งหมดไปก่อนหน้าที่จะถูกโจมตีโดยตลาดมืดแล้วก็ไปลงทุนทําอย่างอื่นต่อเช่น ทําไร่กาแฟ ธุรกิจการซื้อขายที่ดิน ทำเหมืองแร่แล้วก็เมื่อมาถึงบั้นปลายชีวิตท่านก็ขายกิจการทั้งหมดนั่นแหละไปอีกแล้วก็ไปเริ่มต้นสร้างหลักฐานของวงศ์ตระกูลให้เป็ปึกแผ่นด้วยการตั้งกองทุนสาธารณกุศลบ้างทํางานด้านสังคมสงเคราะห์มีศูนย์อํานวยการอยู่ริโอ เดอ จาไนโร โน่น คือทําคล้าย ๆกับท่านเกิดรู้สํานึกในความผิดขึ้นมาอย่างนั้นแหละครับ” กาเซียร์พูดปนหัวเราะ“คุณรู้ไหมครับมูลนิธิเควนทอลนี้มีชื่อเสียงที่สุดในบราซิลผมเองน่ะบริหารอยู่เฉพาะในส่วนเล็ก ๆ เท่านั้นก็เพราะเหตุนี้ละครับผมถึงต้องมาหาหลุยส์เขาที่นี่อยู่บ่อย ๆ”
“อ๋อ...ก็หมายความว่าคุณหมอเควนทอลประสานงานอยู่กับมูลนิธิด้วยงั้นหรือคะ” ถ้าเช่นนั้นนี่เองคือคำอธิบายว่าทําไมเขาจึงต้องเดินทางเข้าไปใน ริโอ เดอ จาไนโร
“ประสานงานน่ะหรือครับ...อ้าว...ก็ใช่น่ะสิก็เวลานี้หลุยส์เขาเป็ประมุขของครอบครัวนี้แต่ที่จริงเขาไม่ค่อยจะชอบงานที่ยุ่งยาก ้าประชุมคณะกรรมการอะไรนั่นมากนักหรอกชอบชีวิตป่า ๆ ดง ๆ อย่างนี้มากกว่า”
“เอ๊ะ...ทําไมถึงเป็อย่างนั้นล่ะคะ”โทนี่ถาม้าจะได้รับคําตอบตรง ๆ
กาเซียร์ขมวดคิ้วย่นขยับเท้าอยู่ไปมาก่อนจะตอบคําถามนั้นออกไป
“หลุยส์เขามัน...เอ้อ...เขามันคนที่... ออกจะขมขื่นอยู่” กาเซียร์พยายามเลือกใช้คําพูดอย่างระมัดระวัง
“ฉันได้ยินมาว่าเขาไม่ค่อยจะชอบผู้หญิงนักทําไมถึงเป็อย่างนั้นล่ะคะ”
นิ้วมือของกาเซียร์จับจ้องอยู่กับปกเสื้อดูเหมือนคำถามประโยคนั้นจะเรียกเหงื่อให้ซึมออกมาบ้าง
“มันอาจจะเป็เพราะปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรงมาั้แ่ครั้งยังเด็กก็เป็ได้เพราะว่ากับความเป็ตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาล ก็เลยทําให้มีผู้หญิงมากหน้าหลายตาพยายามจะยัดเยียดตัวเองเข้าไปในเส้นทางชีวิตของเขาหรือมิฉะนั้นก็อาจจะเป็เพราะเขาบังเกิดความเบื่อหน่ายในความสําเร็จของตัวเองก็เป็ได้นะครับแต่สําหรับตัวผมเองแล้ว ไม่คิดอะไรมากไปกว่าการที่เขาเป็คนรับผิดชอบในภาระหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุดคนหนึ่งเท่านั้น”
มันก็น่าจะเป็ไปได้โทนี่คิด ที่สภาพการณ์เช่นนั้นจะทําให้คนเราเยาะหยันต่อชีวิตแต่ความเยาะหยันมันมีอิทธิพลมากจนถึงกับชักนําให้เขาต้องละทิ้งโลกภายนอกเข้ามาซุกตัวอยู่ในบ้านเชียวหรือ
“แต่ตอนที่เราอยู่ในบราซิลเลียฉันไม่เคยพบกับภรรยาคุณเลยนะคะ” โทนี่พูดด้วยน้ำเสียงแจ่มใสแฝงความหวังที่จะได้รับรู้รายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลในตระกูลเควนทอลให้มากขึ้น “สุขภาพของซินยอร์กาเซียร์คงจะสมบูรณ์ดี...”
กาเซียร์ถอนหายใจลูบไล้ฝ่ามืออยู่กับเรือนผม
“ครับแต่ก็คงจะเพลีย ๆ อยู่มาก ก็เลยพาพวกบริวารกลับไปอยู่ที่ริโอพักหนึ่งคุณคงเข้าใจนะครับว่า สภาพมันเป็ยังไงในเมื่อผมเองก็มีงานสําคัญจะต้องทําอยู่ตลอดเวลา เราแทบจะไม่มีเวลาเป็ของตัวเองเลยเดี๋ยวต้องไปงานโน่นงานนี่ ไปเปิดอาคาร ไปตัดริบบิ้นเปิดงานต้องคอยต้อนรับแเื่ที่เป็บุคคลสําคัญ แล้วก็ใช่ว่าคนในตําแหน่งอย่างผมจะส่งใครออกไปทําหน้าที่แทนได้ด้วย”