เมื่อส้มเช้ง ปฏิบัติภารกิจเสร็จเรียบร้อยดีแล้วจึงขึ้นมาบนเรือนมินตรานั่งทำงานอยู่ยังไม่นอนก็เดินมาเปิดประตูให้ส้มเช้งเดินเข้ามาแล้วล้มตัวลงนอนตรงพื้นด้านล่างที่ปูที่นอนปิกนิกของตัวเองเอาไว้ก่อนจะหลับไปอย่างง่ายดาย เพียงแว้บเดียว ผีบุญอิ่มก็ออกจากร่างของส้มเช้งไปทิ้งไว้เพียงร่างอันเหนื่อยล้านอนเปื้อนคราบดินคราบโคลนเต็มไปหมดโดยเฉพาะเท้าที่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนจนมินตราอดไม่ได้ต้องมาเช็ดมาทำความสะอาดให้ โดยไม่รังเกียจว่าเป็นคนรับใช้ในบ้านเลยสักนิดเดียวแล้วก็ไม่วายสงสัยว่าส้มเช้งไปทำอะไรมา ทำไมดูเหนื่อยอ่อนและเปรอะเปื้อนถึงเพียงนี้
ดึกดื่นค่อนคืน ทางด้านเมขลา เธอนอนหลับสนิทอยู่ภายในห้องนอนส่วนตัวที่บ้านโคราชโดยมีวิญญาณของคุณหลวงภัสดานั่งอยู่ตรงหัวเตียงคล้ายนั่งให้หญิงสาวนอนหนุนตักคุณหลวงไม่เคลื่อนไหวร่างกาย เขานั่งนิ่งสายตาแลมองไปนอกหน้าต่างอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งสายตาแว้บไปเห็นเงาดำตรงบริเวณหน้าบ้านของเมขลาวิญญาณหนุ่มหายตัววับในทันทีส่วนเมขลาที่กำลังนอนหลับอยู่ก็ได้ยินเสียงแว่วๆเหมือนมีใครมาเปิดประตูรั้วเหล็กที่หน้าบ้านของเธอ
“แคร๊ง..!” เมขลาปรือตาแต่ยังนอนฟัง เธอได้ยินเสียงคนเดิน เป็นเสียงฝีเท้าหนักๆ
“ตุบ..!ตุบ..! ตุบ..!” เสียงฝีเท้าปริศนา เดินเข้ามาเรื่อยๆจนกระทั่งถึงประตูที่จะเปิดเข้ามาในตัวบ้านคราวนี้เมขลาตื่นขึ้นเต็มตาเธอนอนเงี่ยหูฟัง ในใจเต้นโครมครามคิดว่าโจรขึ้นบ้านสายตากวาดแลหาวิญญาณของคุณหลวงภัสดา ทว่าไม่พบ!
สักพักเมขลาก็ได้ยินเสียงบิดประตู
“แก๊กๆ แก๊ก!!” เหมือนเปิดไม่ออกเสียงบิดนั้นจึงดังอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเงียบไปในตอนนี้เมขลาตื่นแล้ว แต่ยังไม่ลุกขึ้นนั่ง เธอนอนฟังเสียงนั้นอย่างใจจดใจจ่อมันเข้าบ้านมาได้แล้ว ข้างล่างเสียงปริศนาเดินวนไปวนมาทั่วบ้าน สลับกับเงียบไปเป็นพักๆแล้วเดินต่อ เหมือนมันจะเดินหาอะไรบางอย่าง! คราวนี้เมขลาค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นสายตากวาดมองไปทั่วห้อง หาอุปกรณ์ที่เหมาะมือหูก็ยังฟังเสียงที่อยู่ด้านล่าง แต่ยังไม่ก้าวลงจากเตียงหญิงสาวแปลกใจที่ไม่เห็นวิญญาณของคุณหลวงภัสดา หรือว่าจะกลับไปที่เรือนไทยแล้วขณะที่คิดๆ อยู่ พลัน...!
เสียงฝีเท้าปริศนานั้นก็ดังบริเวณบันไดทางขึ้นชั้นสองมายังห้องว่างอีกสองห้องที่เคยเป็นของแม่ประไพและมินตรามาก่อน
“ตุบ...!ตุบ...! ตุบ...!” แต่คราวนี้เมขลาเหมือนรับรู้ได้ถึงสิ่งผิดปกติหญิงสาวเอะใจ ทำไมเสียงเดินแบบนี้ลักษณะคล้ายๆ ผีบุญอิ่มเวลาเดินอยู่บนเรือนและเหมือนดวงวิญญาณอื่นๆ ที่เธอเคยพบเจอมา อย่าบอกนะว่า..เมขลาคิดมาถึงตรงนี้ก็นั่งตัวตรงทันที ที่ได้ยินอยู่นี้หาใช่สิ่งมีชีวิตไม่!!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีรีบหย่อนขาลงจากเตียงแล้วเดินตรงไปยังแจกันขนาดย่อมพร้อมกับไหว้พระระลึกถึงพระพุทธคุณก่อนจะยืนอยู่ใกล้ๆ ประตูแล้วเงี่ยหูฟัง เสียงฝีเท้านั้นเดินไปที่ห้องๆ หนึ่งสักพัก
“แอ๊ด....!!” เสียงเปิดประตูเข้าไปแล้ว เมขลายืนหอบหายใจถี่ๆ
เสียงนั้นเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่างเวลานี้เมขลาคิดถึงคุณหลวงภัสดาจับใจอยาก ถ้าเขามาอยู่ด้วยคงจะอุ่นใจมากกว่านี้และเธอยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าที่กำลังเผชิญอยู่คือผีหรือว่าคน แต่แล้วเสียงนั้นก็เงียบหายไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
เมขลาเห็นว่าเสียงฝีเท้าปริศนาเงียบลงไปแล้วหญิงสาวรอสักพักเพื่อให้แน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินเงียบไปแล้วจริงๆ จึงค่อยๆเปิดประตูห้องนอนตัวเองออกไปช้าๆ มือกำแจกันแน่นสายตากวาดมองไปทั่วบริเวณชั้นสองของบ้านและแล้วเธอก็แลเห็นประตูห้องที่เคยเป็นห้องนอนของแม่ประไพเปิดอยู่เมขลากระชับแจกันในมือแน่น ค่อยๆ เดินไปที่ห้องนั้น!
ท่ามกลางความมืด สายตาของเมขลาเพ่งมองไปเห็นร่างๆหนึ่ง กำลังยืนตระหง่านอยู่กลางห้องนอนของแม่ประไพ ดูคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูกเมขลาค่อยๆ เดินเข้าไป ร่างนั้นเริ่มขยุกขยิกคล้ายๆ กับจะอ้วกหรือว่าจะสำลักอะไรบางอย่างมันส่งเสียงโอ้กอ้ากเมขลาย่องเข้าไปใจเต้นตุบๆ เมื่อใกล้เข้าไปหญิงสาวก็ต้องรีบปิดจมูกทันที เพราะกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งลอยฟ่องมาแตะจมูกของเธอ ด้วยความที่เป็นคนใจร้อนและค่อนข้างคุ้นชินกับวิญญาณเมขลาไม่รอให้เข้าไปใกล้กว่านี้หญิงสาวถามเสียงดัง
“ใคร?” เสียงแม้จะดุแต่ก็สั่นไหวไม่น้อย
“เข้ามาในบ้านฉันทำไม?” เมื่อเมขลาถามออกไปแบบนั้น ร่างนั้นหยุดชะงัก นิ่งงัน จากนั้นก็ค่อยๆหันหน้ามาแต่ตัวยังอยู่ที่เดิมโดยหันแต่คอมา เมขลาใจเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆไม่เคยพบเคยเจอการหลอกหลอนที่น่าขนพองสยองเกล้าถึงเพียงนี้ เมขลาถึงกับอึ้งเมื่อใบหน้านั้นหันมามองเธอมันหมุนแต่คอมา ดวงตาแดงก่ำซีด เหลือกไปมาเหมือนกำลังจะหาว่าหญิงสาวอยู่ที่ไหนจมูกและปากมีเลือดทะลักออกมา มันอ้าปากเรียก
“คุณเมย์...!” เสียงยาน ขาดเป็นห้วงๆ ราวกับทรมานอย่างยิ่ง
“ช่วยป้าด้วย..!” ร่างนั้นค่อยๆ เดินถอยหลังมาหาเมขลา แล้วมือก็ยื่นมาจับไหล่หญิงสาวเอาไว้
“ช่วยป้าด้วย..!!.” เสียงร้องดังขึ้นแต่ทุ้มต่ำเหมือนกับพยายามจะให้มันดังที่สุดภาพเบื้องหน้าราวกับผีร้าย มันเคลื่อนกายเข้ามาจะโอบหญิงสาวเอาไว้เมขลาดิ้นรนหนีเอาตัวรอด เธอหายใจติดขัด สองมือยกขึ้นปัดป้องไม่ให้มันเข้ามาแจกันในมือหล่นแตกกระจาย
วิญญาณตนนั้นขยับเข้ามาใกล้ ปากอ้ากว้างออกเพื่อจะเรียกชื่อหญิงสาวมือที่แห้งกรังมีเพียงเส้นเลือดที่ปูดบวม ยกขึ้นโอบร่างเมขลาเอาไว้
“คุณ..เมย์.. ช่วย...! ด้วย...!” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาคล้ายคนใจจะขาดเมขลาไม่ทันตั้งตัวก็ล้มลงไปกับพื้นวิญญาณนั้นรีบขยับขึ้นคร่อมบนร่างของเมขลาทันที มันนั่งทับตรงหน้าอกของเธอเพื่อไม่ให้ขยับโดยหันหลังให้แต่ทว่า..ใบหน้าที่หันมาแค่เฉพาะส่วนคอก็ค่อยๆ โน้มเข้ามาหาหญิงสาวเมขลาตกใจร้องออกมาสุดเสียง
“ป้าราตรี... อย่า...!!” เมขลาเรียกชื่อของใครคนหนึ่งใบหน้าของมันโน้มเข้ามาจนเกือบจะชิดหน้าของเธออยู่แล้ว ฉับพลันเสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้นเช่นกันและค่อนข้างดุดัน
“หล่อน... ตื่น..” เสียงวิญญาณของคุณหลวงภัสดานั่นเอง
“หล่อนตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!!”คราวนี้เสียงเรียกดุ หนักไปทางเกรี้ยวกราดนิดๆวิญญาณที่ชื่อป้าราตรีขยับหัวขึ้นมองหาเสียงนั้นแล้วตาเบิกโพลงเหมือนตกใจก่อนจะหายตัววับไป
เมขลาลืมตาตื่นขึ้นทันทีวิญญาณของคุณหลวงคุกเข่าประคองศีรษะหญิงสาวเอาไว้ พอเห็นว่าเป็นคุณหลวงเมขลาก็ผวาเข้าไปกอดไว้ทันทีด้วยความตระหนกวิญญาณคุณหลวงภัสดารีบประคองเธอลุกขึ้นนั่งทันทีพร้อมตบเบาๆไปที่หลังอย่างปลอบประโลม
“ไม่เป็นไรนะ ฉันอยู่นี่แล้วมันไปแล้ว” เมขลาหอบหายใจถี่ ใจเต้นระรัว
“ฉันฝันเหรอคะ?” เมขลาลูบหน้าที่มีแต่เม็ดเหงื่อผุดขึ้นเต็มไปหมด
“หล่อนฝันเห็นอะไร?” คุณหลวงถามขึ้นอย่างรวดเร็ว เมขลารีบตอบอย่างรวดเร็วเช่นกัน
“ฝันเห็นคนที่ฉันกำลังจะกลับมาตามหาค่ะ..”เมขลาพูดแล้วก็ต้องชะงักไป
“แต่ทำไมในฝันป้าราตรีเหมือนผียังไงก็ไม่รู้?”ขณะที่จะพูดต่อเมขลาก็ต้องตกใจเพราะเธอพบว่าตัวเองมานอนอยู่ในห้องแม่ประไพแล้วรอบตัวเธอมีรอยแตกกระจายของแจกันเต็มพื้นไปหมด เมขลาหน้าซีดราวกระดาษหญิงสาวลูบหน้าตัวเอง ‘ไม่ใช่ความฝัน’
“ป้าราตรีเป็นใคร?” คุณหลวงหนุ่มซักเสียงดุ อย่างไม่รอช้า
“ฉันมาที่นี่ได้ยังไง? แล้วคุณหลวงไปไหนมา?” เมขลาสับสนไปหมดเธออยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอคุณหลวงเองก็อยากรู้สาเหตุที่เธอมาที่นี่เช่นกันเหมือนกับว่าต่างคนต่างอยากรู้ในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น
“ถ้าหล่อนไม่เล่าหล่อนก็จะไม่ได้รู้ว่าทำไมวิญญาณนั่นถึงตามหล่อนมาที่บ้าน” คุณหลวงใช้ไม้เด็ดเป็นการบังคับให้หญิงสาวพูดในสิ่งที่เก็บงำเอาไว้เมขลาเงียบ ยอมจำนน ก่อนจะเล่าทุกอย่างให้คุณหลวงฟังช้าๆ และชัดเจน
คุณหลวงพาเมขลากลับมายังห้องนอนของเธอหญิงสาวเริ่มต้นเล่าเหตุผลทั้งหมดให้ฟัง ว่าทำไมเธอจึงกลับมาที่โคราชบ้านเก่าของเธออีกครั้งคุณหลวงนั่งฟังอย่างตั้งใจแต่สายตายังคงหวาดระแวง เขากวาดตามองไปรอบห้องทั้งยังแลเลยออกไปนอกหน้าต่างอีกด้วยถึงแม้ว่าเมขลาจะเล่าด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมากแต่ก็ได้ยินชัดเจนเพราะบรรยากาศค่ำคืนนี้เงียบผิดปกติ ออกไปทางวังเวงด้วยซ้ำ
“ที่ฉันตัดสินใจมาที่นี่เพราะฉันมาตามหาป้าราตรี” เมขลาเล่าความในใจของตัวเองออกมา
“ป้าราตรีเคยเป็นแม่บ้านตอนที่แม่ประไพของฉันยังมีชีวิตอยู่และป้าราตรีนี่แหละที่ดูแลเรื่องอาหารการกินของแม่ทุกอย่างตอนที่แม่ป่วย” คุณหลวงพยักหน้าเริ่มเข้าใจเหตุผลเมขลามากขึ้น เขามีแววตาที่ครุ่นคิด
“พอฉันรู้ความจริงว่าปู่กับแม่ตายเพราะพวกมัน ฉันคิดถึงใครไม่ได้เลยนอกจากป้าราตรีคนนี้คนเดียวป้าราตรีเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับแม่ตลอดนี่เป็นสาเหตุเดียวที่ต้องรีบบึ่งกลับมาที่นี่เพื่อจะไปตามหาป้าราตรีและถามให้รู้ความว่าถูกรัศมีจ้างวานให้ทำหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ป้าราตรีแล้วใครจะทำได้เพราะรัศมีอยู่กรุงเทพฯ มีแต่ป้าราตรีนี่แหละที่น่าสงสัยที่สุด” เมขลาเล่าละเอียดยิบ คุณหลวงนิ่งฟังหล่อนชาญฉลาดนักมีเหตุมีผลและไม่ตีโพยตีพายพูดอะไรออกมาเพราะเป็นเพียงแค่ความสงสัยยังจับไม่ได้คาหนังคาเขา จึงต้องรีบมาหาหลักฐานด้วยตัวเองเช่นนี้ คุณหลวงแอบชื่นชมในตัวหญิงสาวไม่น้อย
“หล่อนสันนิษฐานได้ดี” คุณหลวงเอ่ยชมต่อหน้า เมขลาจับปอยผมขึ้นทัดหูทั้งคู่แววตากังวลแต่คนละเรื่องกัน ขณะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ปัง...!!”