บ่อนคาสิโนแห่งหนึ่งใจกลางเมืองเกียวโต เวลา 12:20
บรรยากาศด้านในมีผู้คนอยู่กันหน่าแน่นกําลังสนุกร่าเริงกับการเล่น ตู้สล็อตแมสชีน ไพ่และอื่นๆอีกมากมายภายในบ่อน
หว่องกําลังเล่นไพ่แบล็คแจ็ครอพี่สาวเขากําลังคุยกับผู้จัดการร้านอยู่ในห้องทํางานก่อนที่นางจะเดินออกมาจากห้อง
พร้อมกับกระเป๋าหนึ่งใบและเดินตรงมาหาหว่องที่กําลังนั่งเล่นไพ่อยู่
เพนนี: เสร็จเรียบร้อยแล้ว
หว่อง: โอเคเดี๋ยวผมตามไป เอ่อ….ขอตัวก่อนนะครับ
เ้ามือ: อ๋อ ไม่เป็ไรครับ ไว้โอกาสมาใหม่นะครับ
หว่องได้ลุกออกจากที่นั่งแล้วเดินตามพี่สาวเขาที่เดินออกจากบ่อนแล้วตรงไปที่รถลีมูซีนที่จอดรออยู่ด้านนอก
*เสียงโทรศัพท์ของเพนนีดังขึ้น*
ขณะนั้นได้มีใครบ้างคนโทรมาหา เพนนี ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าชุดสูทด้านในแล้วกดรับสาย
เพนนี: ว่ามา…
เคียวซีเกะ: นี้ผมเอง….งานที่คุณว่าจ้างมาผมทําให้คุณเรียบร้อยแล้ว
เพนนี: อืม เข้าใจล่ะ….ที่เหลือฉันฝากนายด้วย
เคียวซึเกะ: ครับ ได้เลยครับ ผมจะเป็คนลงมือจัดการเอง
เพนนี: อย่าให้ใครรู้เื่นี้เป็อันขาด ร่วมถึงพวกนั้นด้วย
เคียวซึเกะ: ฮ่าๆ ไม่ต้องห่วง ถ้ามีเื่อะไรให้ช่วยติดต่อผมมาได้ทุกเมื่อเลยนะครับ คุณเพนนี
เพนนี: แค่นี้ล่ะ
*วางสายโทรศัพท์*
เมื่อคุยเสร็จเพนนีจึงเดินเข้าไปในรถโดยที่มีหว่องนั่งรออยู่ข้างๆก่อนที่ลูกน้องของนางจะขับรถออกไป
หว่อง: มีอะไรหรอ?
เพนนี: คนของพี่กําลังไปจัดการสองคนนั้น
หว่อง: งั้นหรอ…
เพนนี: หมอนั้นเป็คนกําหนดเส้นทางตัวเองไว้แล้ว เราช่วยอะไรสองคนนั้นไม่ได้หรอก
หว่อง: . . .
โรงแรมหรูใจกลางเมืองเกียวโต เวลา 13:20
ภายในห้องพักเพนนีกําลังคุยโทรศัพท์กับลูกน้องที่โทรมาหานางโดยมีหว่องนอนเล่นอยู่บนเตียงนอน
ลูกน้องเพนนี: เป็ไงบ้างครับ?
เพนนี: ทางฝั่งนี้ไม่มีปัญหาอะไร การเจรจาไปได้ด้วยดี แล้วทางนั้นล่ะ?
ลูกน้องของเพนนี: *เฮ้อ* ก็ั้แ่ที่หัวหน้าจากที่นี้ไป ไอ้พวกหว๋งเจียนมันก็แอบมาโจมตีพวกเราเป็ระยะๆ ตอนนี้ธุรกิจ กิจการ ของพวกเราเริ่มจะไม่ดีแล้วล่ะครับ ถ้าเป็ไปได้ก็รีบกลับมานะหัวหน้า พวกเราไม่รู้เลยว่าจะต้านอีกไว้ได้นานแค่ไหน
เพนนี: . . .งั้นหรอ ขอโทษนะ…ที่ฉันต้องมาทําให้พวกนายต้องมาตกระกําลําบาก
ลูกน้องของเพนนี: อย่าโทษตัวเองเลยครับ ที่มันเป็แบบนี้ก็เพราะพวกผมเองที่ไม่ระวังตัวมากพอ…
เลยพลาดท่าจนเื่มันเป็แบบนี้แหละครับ
เพนนี: อ…อืม แค่นี้ก่อนล่ะ ไว้จะกลับเมื่อไหร่ฉันจะบอกอีกที
ลูกน้องของเพนนี: ครับ หัวหน้า ผมและคนอื่นๆจะรอนะครับ
*วางสายโทรศัพท์*
หว่อง: คงเป็พี่ห่วงล่ะพี่สิ
เพนนี: ฮึๆ นั้นสินะ…
หว่อง: แล้วนี้…….เราจะไปที่ไหนกันต่อ?
เพนนี: วันนี้พอแค่นี้ก่อน…ไว้พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที่
หว่อง: โอเคครับ *เฮ้อ* สองคนนั้นจะเป็ยังไงบ้างนะ….
ณ โกดังร้างแห่งหนึ่งนอกตัวเมืองเกียวโต เวลา 21:25
เคียวซึเกะและพวกลูกน้องเขากําลังเตรียมตัวที่จะไปลักพาตัว ริต้า แฟนสาวของ คอนดะ มาที่โกดังร้างแห่งนี้
โดยที่มีลูกน้องของสึกาซะหลายคนกําลังเตรียมอาวุธปืนพร้อมที่จะจัดการกับคอนดะ คาสึฮิโระ ทันทีที่มาถึงที่นี้
สึกาซะ: นายไปลักพาตัวแฟนของหมอนั้นมา แล้วล่อให้มันมาที่นี้….พวกฉันจะจัดการมันเอง
เคียวซึเกะ: โอเค ได้
สึกาซะ: ระวังตัวด้วย
เคียวซึเกะ: อืม….เฮ้ย! ขึ้นรถ!
ลูกน้องของเคียวซึเกะ: ครับ!
เคียวซึเกะและพวกลูกน้องอีก 5 คนในชุดดําสวมหมวกไอ้โม่งขึ้นรถตู้แล้วมุ่งหน้าออกจากโกดังร้างมุ่งหน้าไปที่บ้านของริต้า
ในระหว่างทางเคียวซึเกะได้อธิบายแผนการในขณะที่นั่งอยู่บนรถกับพวกลูกน้อง
เคียวซึเกะ: ทันทีที่ไปถึงที่นั้น พวกแกสองคนลงไปพร้อมกับฉัน ส่วนเองสตารท์รถรอไว้
รอจังหวะที่นางกําลังเดินออกบ้านให้รีบนําตัวขึ้นรถแล้วออกจากที่นั้นโดยเร็วทันที
ลูกน้อง: เอ่อ แล้วถ้าหมอนั้นอยู่ที่นั้นด้วยล่ะครับ?
เคียวซึเกะ: หมอนั้นมักจะเลิกงานดึกทุกคืน….ฉันไปดักดูมาหลายวันแล้ว….เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวล
ลูกน้อง: อ๋อ ครับ
เคียวซึเกะ: อีก 1 ชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมาย…เตรียมตัวไว้
1 สัปดาห์ผ่านไป
ตึกสํานักงาน Naohka เกียวโต เวลา 11:19
เพนนี: ฝากบอก เคน ด้วยล่ะว่าเราจะกลับกันวันนี้
คนของ Naohka : ได้ครับ
วันนี้เป็วันสุดท้ายที่เพนนีและหว่องจะได้อยู่ที่ญี่ปุ่นหลังจากการเจรจาธุรกิจของทั้งสองฝ่ายไปได้ด้วยดี
ก่อนที่คนของ Naohka จะเดินจากนางไปเพนนีจึงเดินตรงไปที่ห้องประชุมที่หว่องอยู่แล้วเปิดประตูเข้าไปข้างใน
เมื่อ่สัปดาห์ที่ผ่านมาทางเ้าหน้าที่ตํารวจได้รับรายงานมาว่ามีผู้พบเห็นโกดังร้างที่ภายในนั้น
พบศพจํานวนมากนอนเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุและพบปลอกะุจํานวนมากตกอยู่ที่พื้น
ซึ่งคาดว่าอาจเกิดเหตุยิงปะทะกันของสองฝ่าย ขณะนี้ทางเ้าหน้าที่กําลังตรวจสอบสาเหตุของเื่ที่เกิดขึ้น…
หว่องกําลังนั่งดูข่าวในทีวี
เพนนี: ข่าวว่าไงบ้าง?
หว่อง: ตายกันเป็ร้อย….แต่ไม่มีวี่แววของหมอนั้นเลย…รวมถึงแฟนของหมอนั้นด้วย
เพนนี: รอดไปได้สินะ…
หว่อง: จะตามล่ากันต่อไหม?
เพนนี: พอแค่นี้แหละ…ถึงจะทําไม่สําเสร็จแต่ยังไงคนของ Naohka ก็ต้องตามฆ่าแทนเราอยู่ดี…
หว่อง: นั้นสินะ
เพนนี: นี้ใกล้เวลาเที่ยวบินพวกเราแล้ว ไปกันเถอะ
หว่อง: ลงไปก่อนเลยเดี๋ยวผมตามไป
เพนนีเดินออกจากห้องไปแล้วเดินไปเข้าห้องนํ้า
หว่อง: ยกโทษให้พวกเราด้วย…
หว่องนั่งพูดขอขมาคอนดะแล้วลุกออกจากเก้าอี้เดินไปปิดทีวีและเปิดประตูเดินออกจากห้องไป
หว่อง: ?
ทันทีที่เดินออกจากห้องไปเขาก็ได้สังเกตเห็น ริว กําลังเดินตรงมาหาเขา
ทางด้านของเพนนีที่ทําธุระส่วนตัวเสร็จแล้วกําลังเปิดนํ้าล้างมืออยู่ในห้องนํ้า
*เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น*
เพนนี: ?
เพนนีรีบเช็ดมือก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าชุดสูทซึ่งคนที่โทรมานั้นคือลูกน้องของนางก่อนจะกดรับสาย
เพนนี: ว่ามา
ลูกน้องของเพนนี: หัวหน้าครับ! มีเื่สําคัญจะแจ้งให้ทราบ
เพนนี: มีเื่อะไร?
ลูกน้องของเพนนี: บิลลี่ เพื่อนของน้องชายคุณน่ะครับ
เพนนี: ?
ลูกน้องของเพนนี: บิลลี่ คือหนึ่งในสมาชิก หว๋งเจียน ที่แฝงตัวมาในกลุ่มพวกเราครับ
เพนนี: !!
ลูกน้องของเพนนี: ทางเราสืบค้นมาว่า…หมอนั้นเคยแฝงตัวไปเป็สมาชิกของแก๊งอื่นๆในกลุ่มพันธมิตรเรา
หมอนั้นฆ่าหัวหน้าแก๊งนั้นๆและพวกลูกน้องจนย่อยยับล้มสลายมาแล้วครับ
เพนนี: บ้าน่า…นี้ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี้ย!?
ลูกน้องของเพนนี: จะทําอย่างไงดีครับ หัวหน้า?
เพนนี: . . .
ลูกน้องของเพนนี: หัวหน้า?
เพนนี: โอเค…...ฟังนะ…..เก็บเื่นี้เป็ความลับเอาไว้อย่าให้ใครรู้เป็อันขาดร่วมถึง อาหว่อง ด้วย
ฉันจะหาทางแก้ไขเื่นี้เอง ก่อนที่มันจะเกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้น
ลูกน้องของเพนนี: อธิบายแผนการมาเลยครับ
เพนนี: ยังก่อน รอให้ฉันกลับไปที่ฮ่องกงก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีว่าจะทําอย่างไง
ลูกน้องของเพนนี: ครับ ระหว่างนี้พวกเราจะจับตาดูหมอนั้นเอง
เพนนี: อืม ระวังเอาไว้!
ลูกน้องของเพนนี: ครับ!
*วางสายโทรศัพท์*
เพนนี: ฉันไม่น่าไว้ใจแกเลย…
เพนนีกดวางสายแล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าด้านในชุดสูทเหมือนเดิมก่อนจะเดินออกจากห้องนํ้าไป
เพนนี: ต้องเก็บเป็ความลับเอาไว้…จะให้ อาหว่อง รู้ไม่ได้เด็ดขาด
เพนนีนึกคิดในใจในขณะที่กําลังเดินกลับไปหาหว่องที่ห้อง
เพนนี: ?
ขณะนั้นนางได้เห็นหว่องกําลังยืนคุยกับริวอยู่กันที่หน้าห้องประชุม
*ริวกําลังใช้ปืนพกจ่อไปที่หว่อง*
เพนนี: !
จู่ๆริวก็ได้หยิบปืนพก [Beretta 92SB] ออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วจ่อเล็งไปที่หว่อง
เพนนีที่เห็นท่าไม่ดีเข้าจึงหยิบปืนพก [USP COMPACT] ของตัวเองออกมาแล้วค่อยๆเดินไปทางด้านหลังริว
หว่อง: นี้นาย….คงไม่คิดจะยิงจริงๆใช่ไหม?
ริว: เลิกยุ่งกับพวกเขาซะ!
หว่อง: ริว ฟังฉันนะ…เื่นี้ไม่มีแค่พวกเรา-
ริว: งั้นไปบอกพวกมันสิ! ไม่งั้นฉัน-
เพนนี: หยุดอยู่แค่นั้นแหละ!
ริว: !?
เพนนีใช้ปืนพกจ่อเล็งหัวของริวเอาไว้ทางด้านหลังเขา
เพนนี: อย่าเอาปืนมาเล็งที่น้องฉันจะได้ไหม!
ริว: ทําไมพวกคุณถึงยังตามล่าเขาอีกล่ะ!?
เพนนี: เื่นี้มันไม่เกี่ยวกับเธอ นอกจากพวกเราแล้วยังมีคนที่อยู่เื้ัเื่นี้อีก
ริว: หมายความว่าไง?
หว่อง: นอกจากพวกเราแล้วยังมีสมาชิกของ Naohka ที่รู้เื่นี้ด้วย นายลองไปถามเ้าเคนดูสิ เพื่อหมอนั้นจะรู้อะไรบ้าง
ริว: เคน!?
เพนนี: ถ้าเธอยังไม่ลดปืนอีกล่ะก็….ฉันจะเป่าสมองของเธอซะตอนนี้เลย!
ริว: . . . . .เข้าใจล่ะ
ริวลดปืนลงแล้วเพนนีจึงลดปืนลงตามก่อนที่หว่องจะเดินไปอยู่ข้างๆพี่สาวเขา
หว่อง: ฉันไม่โกรธหรอกนะที่นายทํากับฉันแบบนี้…..เอาเป็ว่าฉันขอให้นายได้พบกับจริงเร็วๆนี้ก็แล้วกัน ลาก่อน
ริว: . . .
หว่องและเพนนีทั้งสองได้เดินจากริวไปแล้วกดลิฟท์ลงไปชั้นล่างแล้วตรงไปที่รถลีมูซีนที่จอดอยู่ลานจอดรถนอกตัวตึก
เพนนี: กลับไปที่โรมแรม
ลูกน้องของเพนนี: ครับ
ลูกน้องเพนนีขับรถออกจากตึกสํานัก Naohka แล้วมุ่งหน้าตรงไปที่โรมแรมที่ทั้งสองพักกันอยู่
โรงแรมหรูใจกลางเมืองเกียวโต เวลา 12:30
เพนนีและหว่องกําลังเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเดินทางกันอยู่ในห้องนอน
เพนนี: ไม่ได้ลืมอะไรใช่ไหม
หว่อง: ครับ
หว่องและเพนนีเดินออกจากห้องไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางและปิดประตูห้องเดินไปกดลิฟท์ลงไปชั้นล่าง
ทั้งคู่ยืนนิ่งอยู่ในลิฟท์ไม่พูดไม่จากันระหว่างที่กําลังรอลงไปชั้นล่าง
*ประตูลิฟท์เปิด*
ทั้งคู่เดินออกมาจากลิฟท์ยื่นบัตรห้องคืนให้พนักงานโดยมีลูกน้องของเพนนีที่เป็คนขับนั่งรออยู่
ลูกน้องของเพนนี: เก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้วนะครับ?
หว่อง: เรียบร้อยไปที่สนามบินเลย
ลูกน้องของเพนนี: ครับ
ทั้งหมดเดินออกจากโรงแรมแล้วตรงไปที่รถลีมูซีนที่จอดอยู่ลานจอดรถข้างนอกหว่องและเพนนีเปิดประตูขึ้นไปบนรถส่วนลูกน้องของเพนนีที่เป็คนขับสตารท์รถและขับออกจากโรงแรมมุ่งหน้าไปที่สนามบินทันที
ท่าอากาศยานนานาชาติเกียวโต เวลา 13:35
พวกเขาได้เดินทางมาถึงสนามบินก่อนจะเดินลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าเดินทางแล้วเดินเข้าไปด้านใน
ลูกน้องของเพนนี: เดินทางปลอดภัยนะครับ
เพนนี: ? ไม่กลับกับพวกเราล่ะ?
ลูกน้องของเพนนี: ผมยังมีเื่ที่ต้องจัดการอยู่ที่นี้อีก…..ไว้เสร็จธุระแล้วผมจะกลับไป
เพนนี: อืม….ดูแลตัวเองด้วย
ลูกน้องของเพนนี: ครับ
เพนนีและหว่องเดินจากเขาไปแล้วเดินตรงเข้าไปในสนามบิน
ณ ห้อง V.I.P. ในภัตตาคารอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองฮ่องกง เวลา 15:00
หลาง: สถานการณ์ตอนนี้ล่ะ?
เทียนลู่: คนของเราได้ยึดครองเขตของพวกมันไปแล้ว 80% ครับ
หลาง: ฮ่าๆ ดีมาก
เทียน: ฮึ! ั้แ่ที่ผู้หญิงคนนั้นไม่อยู่คนของพวกมันก็เริ่มหมดกําลังลง
เปิดโอกาสให้เราจัดการไอ้พวกนั้นและยึดครองกิจการพวกมันมาอย่างง่ายดายมา
หลาง: อีกไม่นานนี้เขตการปกครองของพวกมัน จะถูกพวกเรายึดไปทั้งหมด
หลาง,เทียน และเทียนลู่ กําลังคุยสนทนากันหลังจากทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เทียนลู่: จะว่าไปแล้ว บิลลี่ ล่ะพี่ใหญ่?…..หมอนั้นอยู่ในกลุ่มพวกมันนี่
หลาง: หมอนั้นหาทางเอาตัวรอดได้ เท่าที่รู้มาหมอนั้นเองก็รู้จัก ท่านฟ่งผู้ก่อตั้งกลุ่มของอีกาขาว
และที่อยู่ของสมาคมของพวกมันเป็อย่างดี
เทียนลู่: งั้นเท่ากับว่าตอนนี้เรารู้ที่อยู่สมาคมของพวกมันแล้ว…
หลาง: ที่ทําได้ในตอนนี้…คือเตรียมคนของเราให้พร้อม…แล้วรอให้หมอนั้นติดต่อมาอีกที….
เมื่อถึงตอนนั้น….เราจะฆ่าพวกมันทุกคนที่อยู่ที่นั้น