การทำยาจีนนั้น ห่อสิ่วโอวแบ่งเป็นแบบสดและแบบปรุงและมีวิธีการทำที่ต่างกันออกไปทำให้แม้ว่าจะเป็นวัตถุดิบชนิดเดียวกันอย่างห่อสิ่วโอว ก็มีฤทธิ์ยาที่ต่างกัน
การทำห่อสิ่วโอวสด ต้องทำห่อสิ่วโอวสดใหม่มาจัดการนำสิ่งแปลกปลอมออกไปล้างให้สะอาด และต้มในน้ำจนเกือบใส ก่อนจะเอาขึ้นมาพักเอาไว้ในอุณหภูมิห้องแล้วตัดออกให้เป็นแผ่น แล้วนำออกไปตากแดดเอาไว้ก็ถือว่าเสร็จสิ้น
เมื่อได้ยินว่าของขวัญที่หลินลั่วหรานจะเอามาให้ตัวเองเป็นยาที่เธอสกัดด้วยตัวเอง หวังเมี่ยวเอ๋อก็แปลกใจจนแวะเวียนมาหลายครั้งหลายคราวแต่ก็ถูกห่อสิ่วโอวที่ต้องแช่เก้าวัน ตากเก้าวัน ทำเอามึนงง
แม้ว่าจะไม่เข้าใจว่าเธอจะทำยาอะไรมาให้แต่เมื่อเห็นขั้นตอนวิธีทำที่ยุ่งยาก แม้จะยังไม่ได้รับของขวัญมา ในใจของหวังเมี่ยวเอ๋อก็เต็มไปด้วยความขอบคุณ
ตอนนั้นหินแร่ที่หลินลั่วหรานฝากติดรถมากับรถของบริษัทหลิ่วชื่อก็เดินทางมาถึงพอดีหวังเมี่ยวเอ๋อจัดการซื้ออุปกรณ์ครบครันมาให้หลินลั่วหรานเป็นการตอบแทน
ภายใต้ตึกที่หลินลั่วหรานพักอยู่ มีห้องใต้ดิน หวังเมี่ยวเอ๋อรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ดูเหมือนว่าเมื่อก่อนจะเป็นห้องที่เอาไว้เก็บทรัพย์สมบัติของตระกูลเจี่ยก่อนจะถูกผู้เป็นอาจารย์ปรับให้กลายเป็นห้องฝึกวิชา
คนที่เป็นเจ้าของบ้านอย่างหลินลั่วหราน ได้แต่รู้สึกอายเมื่อพบว่าตัวเองยังไม่รู้เรื่องบ้านดีเท่าหวังเมี่ยวเอ๋อเลยเธอสั่งให้คนขนของลงไปยังห้องใต้ดิน หลังจากนี้ตอนไหนที่เธอไม่สะดวกก็จะได้มาหลบผ่าแร่ ฝึกศาสตร์อยู่ที่นี่
ห่อสิ่วโอวที่ผ่านการแช่และตากมาเก้าวันจะต้องนำถั่วดำทับใส่ลงไปในหม้อดินเผา แล้วใช้อุปกรณ์ทำครัวไม้ในแบบวัฒนธรรมจีนต้มถั่วดำให้สุกจนใส ก็จัดการนำถั่วดำที่ต้มจนเปื่อยเหล่านั้นออกมาแล้วนำห่อสิ่วโอวไปตากจนแห้ง จากนั้นก็ใช้ถั่วดำทับลงใหม่แล้วทำแบบนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ
โชคดีที่ด้านหลังบ้านมีเตาไฟที่ตกทอดกันมาอยู่แล้วไม่งั้นก็คงจะต้องก่อเตาไฟขึ้นมาอีกอัน
เมื่อต้มมาจนถึงครั้งที่เจ็ด ก็นำหวยหนิวซีที่แช่เหล้าเอาไว้ลงไปต้มพร้อมกันจนเมื่อการต้มและตากเสร็จครบทั้งเก้าครั้งห่อสิ่วโอวก็แตกละเอียดออกเป็นผงได้เองโดยประหลาด
เมื่อเตรียมสมุนไพรทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว หลินลั่วหรานก็หาครกหินมาอันหนึ่งก่อนจะจัดการทำให้สมุนไพรทั้งหลายกลายเป็นผงละเอียด ไม่ใช่ว่าเธอทำมันโดยไร้เหตุผลแต่เป็นเพราะตามทฤษฎีเขียนเอาไว้ชัดเจนว่าให้หลีกเลี่ยงอุปกรณ์ที่ทำจากเหล็ก...ยาจีนประหลาดมากจริงๆ
ทั้งพ่อและแม่ต่างก็พากันเข้ามาดูโดยเฉพาะหลินลั่วตงที่มองการกระทำของเธอโดยไม่วางตา รอจนหลินลั่วหรานใช้น้ำผึ้งทำให้ผงยาเหล่านั้นรวมตัวกันเป็นเม็ดหลินลั่วตงมองไปยังเม็ดยาสีน้ำตาล ก่อนจะแอบกลืนน้ำลายดวงตาของเขาเปล่งประกายออกมา
“ช็อกโกแลต?”
เม็ดยาสีน้ำตาลก้อนกลม อีกทั้งยังส่งกลิ่นหอมออกมามองดูแล้วก็รูปร่างเหมือนก้อนช็อกโกแลตจริงๆ ถ้าไม่ใช่ว่าดวงตาคมชัดของหลินลั่วหรานได้เห็นผงสมุนไพรก่อนที่จะรวมตัวกันเป็นก้อนแบบนี้ และเห็นพลังต่างๆที่ถูกบีบเข้าไว้ด้วยกัน พลังของยาทั้งหลายต้องนิ่งสงบ ไม่มีการขัดแย้งกันเกิดขึ้นอีกทั้งยังส่งพลังที่ยาจีนทั่วไปไม่อาจมีได้ออกมา เธอก็คงจะแอบสงสัยว่าสิ่งที่ตัวเองใช้เวลามากมายทำขึ้นมานี้ที่จริงเป็นเพียงก้อนช็อกโกแลตแล้วเช่นกัน
“ลูก นี่ทำยาอะไรออกมาเนี่ย มันกินได้จริงใช่ไหม?” ผู้เป็นแม่หยิบเม็ดยาขึ้นมานอกจากกลิ่นยาที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว อะไรก็ไม่สามารถมองออกได้เลย
หลินลั่วหรานหยิบขวดที่เตรียมมาอย่างดีแล้วจัดการนำเม็ดยาบรรจุใส่ลงไปที่ละเม็ดเม็ดยาที่มีขนาดใหญ่กว่าถั่วเหลืองเล็กน้อย ถูกจัดใส่ลงในขวดซ้ำๆ ทั้งหมดสี่ขวดแต่ละขวดบรรจุเม็ดยาราวๆ หนึ่งร้อยเม็ด
หลังจากบรรจุเม็ดยาลงไปเรียบร้อยแล้ว เธอก็หันไปพูดกับผู้เป็นแม่ “แน่นอนว่าต้องเห็นผลนี่ไม่ใช่ว่าทำตามที่หนังสือที่บ้านของเราเขียนไว้เหรอ? อ้อใช่แล้วพ่อ หนังสือเล่มนั้นของบ้านเราล่ะ?”
ครอบครัวของหลินลั่วหรานนั้นจนมาก แต่ก็มีของสืบทอดมาสองชิ้น นั่นก็คือสร้อยข้อมือ และหนังสือขาดๆ อีกเล่ม ที่มีเพียงครึ่งบนเท่านั้นตัวหนังสือมากมายที่โดนแมลงกัดกิน ในตอนเด็กๆหลินลั่วหรานเรียนเขียนพู่กันกับอาหลี่เอ้อร์ เธอไม่มีเงินซื้อสมุดคัดลอกเธอก็เลยเปิดหนังสือยา แล้วหาที่ให้การคัดมันซ้ำไปมาทำให้เธอสามารถจำทุกตัวอักษรได้อย่างแม่นยำ และมันก็คือวิธีการทำเม็ดยาที่เธอทำในวันนี้นั่นเอง
ชื่อของเม็ดยานั้นดูธรรมดามาก มันชื่อว่า “เม็ดผิวหยก” ฤทธิ์ของมันก็เป็นไปตามชื่อคือช่วยในเรื่องความงามของหญิงสาวหลินลั่วหรานกล้าที่จะนำเอาของที่ปลูกอยู่ในพื้นที่ลึกลับและห่อสิ่วโอวอันล้ำค่าของเธอ มาจัดการทำยาพวกนี้ แน่นอนว่ามันเป็นเพราะเธอเชื่อในวิธีการที่เขียนเอาไว้ในหนังสือเล่มนั้น น่าจะพูดได้ว่า หลังจากที่ได้รับพื้นที่ลึกลับจากไข่มุกมาเธอก็เชื่อมันมากขึ้น อย่างไรหนังสือยาเล่มนั้นก็เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเธอส่งต่อสืบทอดมาให้
หนังสือยาของตระกูลหลินเล่มนี้ มีเพียงส่วนบน อีกทั้งยังพังเปื่อยแต่กลับทำให้ชายชาวสวนบ้านนอกแสนซื่ออย่างพ่อของหลินลั่วหรานได้เรียนรู้สึกสมุนไพรนานาชนิด ในตอนเด็กๆ เวลาที่ป่วยก็จะทำตามที่ด้านในเขียนเอาไว้ หาสมุนไพรอะไรมาต้มๆ กินตามไปปกติเพียงการกินแค่ครั้งเดียวก็จะเห็นผลแล้ว สามารถรักษาบรรดาโรคเล็กๆ ทั่วไปได้ดี
เมื่อมาคิดถึงในตอนนี้ มันก็น่าจะเป็นสมบัติชิ้นหนึ่งใช่ไหม? แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้มีส่วนที่เหลือ...
เมื่อได้ยินคำถามของลูกสาว ผู้เป็นพ่อก็ได้แต่เกาหัว “ถ้าไม่พูดขึ้นมาก็คงลืมไปแล้ว ตอนออกมาวันนั้นกะทันหันมากก็เลยลืมเอาไว้ที่บ้าน เอาไว้ค่อยกลับไปเอาแล้วกันนั่นเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเราสืบทอดต่อกันมา”
เมื่อได้ยินว่าจะกลับไปที่หมู่บ้านหลี่หลินลั่วหรานก็เลิกคิ้วขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอไม่อยากให้พ่อกับแม่กลับไปกันเองจึงพูดออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ให้พ่อกับแม่กลับไปก็ต้องนั่งรถลำบากเกินไปแล้ว เอาไว้หนูขับรถไปเอาเองจะดีกว่า”
“เม็ดผิวหยก” นั้นเต็มไปด้วยพลัง และมีกลิ่นยาที่ดึงดูดคนน้ำที่ใช้ในทุกขั้นตอนต่างก็เป็นน้ำจากบ่อน้ำแร่แถมวัตถุดิบส่วนมากก็เป็นของจากพื้นที่ลึกลับหลินลั่วหรานรู้สึกว่าผลของมันไม่น่าจะมีเพียงเท่าที่เขียนเอาไว้เมื่อมองไปยังพ่อและแม่ที่ช่วงนี้ดื่มน้ำแร่ และกินผักจากพื้นที่ลึกลับจนช่วยชะลอความแก่ลงไปได้มากหลินลั่วหรานก็จัดการยื่นขวดยาออกไปให้ทั้งสอง
ผู้เป็นแม่ทั้งเชื่อทั้งสงสัยไม่รู้ว่าจะเชื่อได้อย่างไรว่าหากกินของสิ่งนี้เข้าไปแล้วจะทำให้เด็กลงได้ส่วนผู้เป็นพ่อก็ได้แต่เขินอาย ไม่อยากจะกินของที่ดูเป็นของผู้หญิงพวกนี้
หลินลั่วหรานไม่รู้จะพูดอะไร พ่อกับแม่ยังคงยึดติดกับความคิดแบบเดิมๆแม้ว่าเธอจะบอกเรื่องพื้นที่ลึกลับไปแล้ว แต่คนที่เข้าไปได้ก็มีเพียงแค่เธอไม่สามารถที่จะพาพวกเขาเข้าไปได้ การฝึกของหลินลั่วหรานก็ยังไม่ได้เห็นผลสักเท่าไรคนแก่ทั้งสองจึงยังคงยึดติดอยู่แบบเดิมเอาแต่คิดว่าเธอยังคงเป็นลูกสาวที่ดูแลพวกเขาอย่างดีคนเดิมและไม่ได้สนใจเรื่องที่เธอกำลังฝึกเป็นผู้ฝึกศาสตร์เลยสักนิด
หลินลั่วหรานไม่รู้จะทำอย่างไรโชคดีที่ช่วงนี้เธอสามารถควบคุมพลังที่กระจายอยู่ทั่วร่างได้แล้ว เธอจึงนำพลังก่อตัวรวมกันเป็นเส้นนำมันออกมานอกร่างกาย แล้วหยิบใบไม้ที่ตกลงมาบนหัวของผู้เป็นแม่ออกมา
เมื่อเห็นว่าใบไม้กำลังขยับโดยไร้แรงลมอีกทั้งยังหมุนวนอยู่รอบตัวทั้งสองโดยไม่มีเหตุผลพ่อและแม่ของหลินลั่วหรานก็เริ่มจะรับรู้แล้วว่า ลูกสาวของตนเองนั้น มีพลังพื้นฐานของเทพสาวแล้ว หากมองด้วยผักกองใหญ่ที่มีรสชาติดี รูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนไปอีกทั้งยังสามารถทำยาได้ แถมยังควบคุมใบไม้ได้อีก ถ้านี่ไม่ใช่วิธีของเทพสาวแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?
เมื่อเห็นว่าทั้งสองยอมรับยาไปแล้ว หลินลั่วหรานก็ถอนหายใจออกมา แล้วนำเอายาอีกสองขวดที่เหลือเก็บไว้ในพื้นที่ลึกลับเมื่อหันหลังกลับมาก็เห็นว่าเสี่ยวลั่วตงกำลังมองมาที่เธอด้วยความประหลาดใจและใช้ความคิดอย่างหนัก
ท่าทีที่ดูตั้งใจของหลินลั่วตง ทำให้หลินลั่วหรานยิ้มออกมาดูเหมือนว่าในสายตาของเด็กๆ แล้ว การที่อยู่ๆ ก็ทำให้ของหายไปได้จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่ใช่ไหม?
ลั่วตงเองก็ถือเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว เธอควรจะหาเวลาแล้วสอนให้เขารู้เกี่ยวกับการฝึกศาสตร์เหล่านี้ดีไหมนะ?
เมื่อคิดขึ้นมาได้ว่า ครอบครัวของเธอก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาหลินลั่วหรานจึงรู้สึกลังเลกับความคิดนี้ของตัวเอง