คำตอบของไป่ฟานเซียนทำให้ถังซื่อหยวนประหลาดใจจริงๆเขาถามต่อด้วยความไม่แน่ใจว่า
“คุณไป่้าบ้านจริงๆเหรอครับ?”
“อืม...ถ้าเป็ไปได้อยากได้ที่สงบๆหน่อย”ไป่ฟานเซียนขยายความ
“งั้นเื่คำขอของผมก็?”
“ข้าตกลง บอกเวลากับวันที่ข้าอีกทีก็แล้วกัน”ไป่ฟานเซียนตอบอย่างสงบ นางยกแก้วชาขึ้นมาจิบอย่างสง่างามหลังจากคำพูดนั้น
แต่คำตกลงของไป่ฟานเซียนกลับทำให้ถังซื่อหยวนดีใจเป็อย่างยิ่งเขาถึงกลับลุกขึ้นแล้วก้มหัวขอบคุณไป่ฟานเซียนไม่หยุด
“ขอบคุณจริงๆครับคุณไป่! ขอบคุณจริงๆ”
การกระทำของถังซื่อหยวนทำให้ลุงหวงใเขาลอบประเมินหญิงสาวตรงหน้าใหม่อีกครั้งด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม
ลุงหวงอาศัยจังหวะที่เข้ามาเติมน้ำชาให้ไป่ฟานเซียนเริ่มโคจรพลังปราณในร่าง ัั์ของเขากวาดผ่านเข้าใส่ร่างของหญิงสาวเขา้ายืนยันว่าไป่ฟานเซียนเองก็เป็ผู้ฝึกตนคนหนึ่ง
ัั์นั้นนอกจากมันจะทำหน้าที่คล้ายเรดาห์แต่หากพัฒนามันขึ้นไปจนถึงจุดหนึ่งมันจะสามารถใช้เพื่อวัดระดับพลังปราณในร่างของคนอื่นเช่นเดียวกับที่ไป่ฟานเซียนทำบ่อยๆได้ลุงหวงเองก็เป็ผู้ฝึกตนที่มีอายุอานามไม่น้อยย่อมสามารถใช้ความสามารถนี้ได้เช่นกัน
แต่สิ่งที่ทำให้เขาใก็คือเขากลับไม่สามารถััได้ถึงพลังปราณในร่างของหญิงสาวได้แม้แต่นิดเดียวไป่ฟานเซียนเป็เหมือนหญิงสาวธรรมดาที่มีร่างกายแข็งแรงเท่านั้น
นั่นทำให้เขาไม่เข้าใจเลยสักนิด
“...เ้าสำรวจจนพอใจแล้วหรือไม่?”
ไป่ฟานเซียนอยู่ๆก็ถามขึ้นนางยกแก้วชาขึ้นจิบอย่างสงบ แต่คำถามนั้นกลับทำให้ลุงหวงใจนสะดุ้ง
ในใจของเขานึกถึงความเป็ไปได้หนึ่งขึ้นมา
“อะไรเหรอครับคุณไป่?”ถังซื่อหยวนที่อยู่ตรงข้ามถามขึ้นด้วยความงุนงง เขาเห็นเพียงลุงถังที่อยู่ๆก็ทำท่าทางใ
“เ้ามีผู้ติดตามที่ดี”ไป่ฟานเซียนกล่าวกับถังซื่อหยวน
“ขออภัยที่ล่วงเกินครับ! ท่านปรมาจารย์ไป่” ลุงหวงก้าวมาแล้วก้มหัวลงจนแทบจะขนานไปกับพื้นใบหน้าของเขาขาวซีดไปหมด
“ลุงหวงเกิดอะไรขึ้น?”
ลุงหวงแอบเหลือบมองไป่ฟานเซียนทีหนึ่งเมื่อเห็นว่านางพยักหน้าเบาๆเขาก็ยกหัวขึ้นมาแล้วอธิบายให้ถังซื่อหยวนฟัง
“นายท่าน...ผม้ายืนยันให้แน่ใจจึงใช้ัั์ล่วงเกินเพื่อประเมินพลังท่านปรมาจารย์ไป่ครับ”ลุงหวงอธิบายด้วยรอยยิ้มขมขื่น
คำตอบของลุงหวงทำให้ถังซื่อหยวนประหลาดใจ
ถึงเขาจะมีระดับพลังเพียงรวมปราณแต่เพราะเขาเป็ถึงนายท่านตระกูลถัง จึงได้ยินหรือรับรู้ถึงความสามารถของัั์มาบ้าง
แล้วเขาก็รู้ดีว่าลุงหวงนั้นมีความเชี่ยวชาญด้านัั์เป็อย่างยิ่งเขาสามารถประเมินบุคคลที่เข้ามาพบปะกับคนตระกูลถังได้ค่อนข้างแม่นยำทั้งยังทำได้โดยที่เป้าหมายไม่รู้ตัว ความสามารถในด้านนี้ของเขาเหนือกว่าพ่อของเขาที่เป็จอมยุทธ์ขั้น6 เสียอีก
“แต่ผมกลับไม่สามารถััถึงพลังปราณในร่างท่านปรมาจารย์ไป่ได้เลย”ลุงหวงพูดต่อ
“ความเป็ไปได้แรกก็คือท่านเป็แค่คนธรรมดาไม่ใช่ผู้ฝึกตน”
“ส่วนอีกความเป็ไปได้หนึ่งก็คือระดับพลังของท่านอยู่สูงกว่าผมมากมากจนผมไม่สามารถััได้แม้แต่เศษเสี้ยวพลังของท่านได้เลย”
เมื่อลุงหวงพูดจบเขาก็มองไป่ฟานเซียนอย่างประหม่า
“แล้วเ้าคิดว่าไงล่ะ?”
หญิงสาวถามอย่างสงบราวกับเื่นี้ไม่เกี่ยวกับเธอเลยสักนิดนางหมุนแก้วชาในมือเล่นจนดูเหมือนกับแค่มานั่งฆ่าเวลาที่นี่เท่านั้น
“จากคำตอบของท่านผมก็รู้แล้วล่ะครับ...”
ลุงหวงก้มหัวลงเพื่อขอโทษอย่างจริงจังอีกรอบหนึ่งถังซื่อหยวนก็ไม่ยอมปล่อยให้คนของตัวเองรับผิดคนเดียวเขารีบก้าวออกมาเพื่อขอโทษด้วยตัวเองอีกครั้งเช่นกัน
“ผมขอโทษแทนคนของผมอีกครั้งจริงๆครับคุณไป่ ไม่สิ ท่านปรมาจารย์ไป่”
ถังซื่อหยวนเปลี่ยนคำพูดที่ใช้เรียกไป่ฟานเซียนเพื่อเป็การให้เกียรติที่มากกว่าเดิมแต่ไป่ฟานเซียนกลับส่ายหัวเบาๆแล้วกล่าวว่า
“เ้าจะเรียกข้าเหมือนเดิมก็ได้”
คำพูดนั้นของไป่ฟานเซียนทำให้ถังซื่อหยวนยิ้มอย่างดีใจนั่นแปลว่าไป่ฟานเซียนไม่ได้คิดมากและติดใจเอาความอะไรแล้ว
“ขอบคุณมากครับคุณไป่!”
“ขอบคุณที่ไม่ถือโทษครับท่านปรมาจารย์ไป่”
ทั้งสองนายบ่าวกล่าวออกมาพร้อมๆกัน
เมื่อบรรยากาศในห้องกลับมาผ่อนคลายเช่นเดิมแล้วพักหนึ่งก็มีคนรับใช้เข้ามาแจ้งว่าอาหารเย็นพร้อมแล้ว
ทั้งยังแจ้งต่อว่านายน้อยของบ้านหรือก็คือลูกชายคนโตของถังซื่อหยวนกลับมาแล้วเช่นกัน
พวกเขาจึงย้ายไปที่ห้องอาหารที่นั่นมีโต๊ะตัวยาวตั้งเตรียมเอาไว้อย่างเรียบร้อยอาหารหลายชนิดกำลังถูกเสิร์ฟโดยคนรับใช้ที่รับผิดชอบจนเต็มโต๊ะไปหมด
ฮุ่ยเอ๋อที่อยู่ด้านหลังไป่ฟานเซียนแอบมองอาหารเ่าั้ด้วยสายตาเป็ประกายถึงเด็กน้อยจะพึ่งทานขนมเข้าไปตั้งมากมายแต่เธอก็ยังไม่อิ่ม
เพราะเคยอดอยากมาก่อนจึงรู้ดีว่าอาหารมีค่าแค่ไหน
ที่โต๊ะอาหารไป่ฟานเซียนนั่งอยู่ด้านหนึ่ง โดยมีฮุ่ยเอ๋ออยู่ข้างๆตรงข้ามของพวกเธอคือถังซื่อหยวนและภรรยานอกจากนี้ยังมีที่ว่างอีกสองที่ซึ่งไม่มีคนนั่ง
“เล่อถงไปไหนล่ะเนี่ย?”
ถังซื่อหยวนถามอย่างแปลกใจ
“พ่อ แม่ผมกลับมาแล้ว” ไม่ทันที่ถังซื่อหยวนจะพูดจบ ก็มีชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องอาหารเขาก็คือถังเล่อถงที่มีศักดิ์เป็คุณชายตระกูลถัง ที่ปัจจุบันนั้นมีอายุ 20 ปีแล้ว
“ผมไปดูอาการน้องมาแล้วก็แวะเอายาที่ท่านปู่ปรุงเสร็จไปให้น้องด้วย”
“โอ้แล้วเย่เย่เป็ยังไงบ้าง”
“น้องดูอาการดีขึ้นสีหน้าผ่อนคลายและมีพลัง ตอนนี้กำลังพักผ่อนอยู่ครับ”
“ดีเลย! เดี๋ยวทานข้าวเสร็จพ่อกับแม่จะรีบขึ้นไปดู”
ถังเล่อถงรายงานก่อนจะนั่งลงแต่เขาก็ต้องชะงักเพราะตรงหน้าของเขาคือเด็กผู้หญิงตัวเล็กหน้าตาน่ารักน่าชังอย่างยิ่งกำลังจ้องมองเขาอย่างสงสัย
และข้างๆเธอนั้นคือหญิงงามที่สวยยิ่งกว่าผู้หญิงคนใดที่เขาเคยเจอกำลังนั่งอยู่อย่างสงบถึงก่อนหน้านี้เขาจะได้พบกับซ่งรุ่ยซีที่งดงามเหมือนกัน แต่ถ้านำมาเทียบกับผู้หญิงตรงหน้าเขามั่นใจว่าซ่งรุ่ยซียังเทียบไม่ติด
แล้วยิ่งยามที่สายตาของพวกเขาประสานกันถังเล่อถงรู้สึกเหมือนหัวใจของเขากำลังเต้นแรงและรัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“พ่อจะแนะนำให้รู้จักคุณผู้หญิงคนนี้คือคุณไป่ฟานเซียนหรือปรมาจารย์ไป่ วันนี้เธอมาเป็แขกของพ่อ ลูกห้ามเสียมารยาทกับเธอเด็ดขาดล่ะ”
ถังซื่อหยวนพูดด้วยรอยยิ้ม
“สะ..สวัสดีครับ!”
ถังเล่อถงทักทายอย่างตะกุกตะกักเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับไป่ฟานเซียนอีกครั้งแล้ว จึงรีบนั่งลงไปอย่างร้อนรน แม้กระทั่งคำว่า“ปรมาจารย์” ที่พ่อของเขาพูดออกมาก็ไม่ได้เข้าหัวเลยสักนิด
“สวัสดี”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้าแล้วทักทายเรียบๆ
แต่ก่อนที่สถานการณ์มันจะน่าอึดัดกว่านี้ท้องน้อยๆของฮุ่ยเอ๋อก็ร้องออกมาเบาๆโดยที่เด็กน้อยไม่รู้ตัวเพราะสายตาของเธอจับจ้องไปที่อาหารตรงหน้าอยู่
เธอไม่กล้าลงมือกินก่อนที่คนอื่นจะเริ่มหรือนายหญิงจะอนุญาตจึงได้แต่จ้องอาหารตรงหน้าพลางกลืนน้ำลายเงียบๆ
แต่เพราะเหตุนั้นบรรยากาศบนโต๊ะจึงผ่อนคลายลงอย่างมากถังซื่อหยวนหัวเราะเสียงดังโดยมีภรรยาอย่างถังซินหลานที่ยกมือขึ้นมาปิดปากแล้วหัวเราะเบาๆอยู่ข้างๆ
“ฮ่าๆเป็ลุงถังที่ผิดเอง มันแต่พูดจาเวิ่นเว้อ ทุกคนรีบลงมือทานกันเถอะคุณไป่เชิญครับ”
เมื่อถังซื่อหยวนพูดอย่างนั้นทุกคนก็เริ่มลงมือทานอาหารโดยมีลุงหวงอยู่ข้างๆคอยบริการในสิ่งที่ขาดเหลืออย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“เล่อถงปู่ของลูกเป็ยังไงบ้าง มีอะไรคืบหน้าไหม?”
ถังเล่อถงที่กำลังแอบมองไป่ฟานเซียนเงียบๆถูกพ่อของเขาถามขึ้นจนสะดุ้งแต่เมื่อกลายเป็เื่จริงจัง เขาก็คล้ายจะกลายเป็คนละคน
“วันนี้ท่านปู่ลงมือปรุงโอสถคืนพลังด้วยตัวเองที่เมื่อครู่น้องอาการดีขึ้นก็เพราะมันนี่แหละครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจนิดๆ
“โอสถคืนพลัง?พ่อศึกษาสูตรของมันจนสำเร็จแล้วเหรอ?”ถังซื่อหยวนที่ได้ยินคำกล่าวของลูกชายถามด้วยความตื่นเต้น
“แน่นอนครับส่วนหนึ่งก็เพราะเย่เย่ ท่านปู่เลยทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ไปกับการศึกษาโอสถตัวนี้จนเมื่อเย็นหลังจากที่ผ่านการทดลองกับคนจนสมบูรณ์ท่านก็รีบให้ผมกลับมาลองใช้กับเย่เย่ก่อนนี่ล่ะครับ”
“งั้นยาที่ลูกบอกเมื่อครู่นี้ก็?”
“ใช่ครับหลังจากที่ผมให้โอสถคืนพลังกับน้อง ไม่นานสีหน้าของน้องก็ดีขึ้นมากผมเลยปล่อยให้น้องได้พักผ่อนต่อครับ”ถังเล่อถงยิ้มด้วยความดีใจขณะที่กำลังเล่าให้พ่อและแม่ของเขาฟัง
“ดีแล้ว ดีแล้ว! แล้วปู่ของลูกรู้เื่แล้วใช่ไหม?”
“ครับผมโทรบอกท่านแล้ว ท่านปู่กำลังรีบเคลียร์งานให้เสร็จ จะกลับมาเร็วๆนี้ครับ”
ไป่ฟานเซียนนั่งฟังครอบครัวถังถุยกันบนโต๊ะอาหารเงียบๆเธอทานอาหารค่ำที่เป็เสเต๊กเนื้อย่างกลิ่นหอมกรุ่นไปเพียงเล็กน้อยตัวตนอย่างเธอสามารถอยู่ได้นานโดยไม่ต้องทานอาหารอยู่แล้วแต่เมื่อชื่อของโอสถคืนพลังออกมาจากปากของเด็กหนุ่มมันกลับสามารถเรียกความสนใจจากไป่ฟานเซียนได้นิดหน่อย
สำหรับจักรพรรดินีโอสถอย่างเธอชื่อของโอสถคืนพลังแน่นอนว่าเธอย่อมต้องรู้จัก มันเป็โอสถระดับ 3 ที่เทียบได้กับผู้ฝึกตนระดับจอมยุทธ์จากที่ได้ฟัง การที่จอมยุทธ์ระดับ 6อย่างนายใหญ่ตระกูลถังสามารถเริ่มปรุงมันได้เป็เื่น่าชื่นชม
เพราะศาสตร์การปรุงโอสถมันเอามาเทียบกับศาสตร์การฝึกตนไม่ได้
เพียงแต่มันมีบางอย่างที่ติดใจในบทสนทนาเมื่อครู่
“พวกเ้าปรุงโอสถคืนพลังงั้นหรือ?”
ถังซื่อหยวนหันมามองไป่ฟานเซียนอย่างแปลกใจจึงถามขึ้นว่า
“คุณไป่รู้จักโอสถคืนพลังด้วยเหรอครับ?”
“อืม”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับอย่างสงบนางยกแก้วชาขึ้นมาจิบเบาๆด้วยท่าทางสง่างามอย่างเคย
“สมกับที่เป็คุณไป่จริงๆครับกับโอสถที่มีบันทึกตกทอดมาอย่างไม่สมบูรณ์อย่างนั้นก็ยังรู้จัก”
ถังซื่อหยวนชื่นชมอย่างจริงใจโอสถคืนพลังนี้ไม่ใช่เื่ใหญ่หรือความลับอะไร เพราะมันถูกค้นพบในบันทึกเก่าแก่ ทั้งยังเปิดเผยต่อผู้ฝึกตนทั่วไปทำให้ตอนที่เขาพูดคุยเื่นี้ไม่จำเป็ต้องระมัดระวังสามารถให้คนนอกอย่างไป่ฟานเซียนร่วมฟังด้วยได้อย่างไม่มีปัญหา
ทั้งถ้าเกิดนางสนใจจริงๆก็จะยิ่งดีเขาจะได้มอบโอสถนั่นส่วนหนึ่งเป็ของตอบแทนเพิ่มเติม
แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าโอสถคืนพลังนั้นบันทึกส่วนหนึ่งของมันเสียหายจนไม่สมบูรณ์ทำให้เหล่าผู้ปรุงโอสถในยุคนี้ถือเป็เื่ท้าทายและ้าจะไขปริศนาของมันให้ได้
ถังเทียนจี๋ที่เป็นายใหญ่ตระกูลถังก็คือหนึ่งในนั้น
ในตอนแรกเขาเพียงสนใจมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่ว่า่ไม่กี่ปีมานี้หลานสาวคนเล็กของเขากลับล้มป่วยลงจนร่างกายยอยู่ในสภาวะอ่อนแอแทบจะตลอดเวลาเขาทดลองใช้โอสถหลายแขนงที่ตระกูลถังมีหรือสามารถปรุงขึ้นมาได้ก็ไม่ได้ผลจนสุดท้ายเขาก็ไปฝากความหวังไว้กับโอสถที่มีชื่อว่า “คืนพลัง” นี้
จนในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จ
โอสถคืนพลังนั้นก็ตามชื่อของมันมันสามารถมอบพละกำลังที่สูญเสียไปให้กับผู้ใช้ได้จริงๆ เพียงแต่ว่า “แหล่ง”พลังที่มันดึงมามอบให้นั่นแหละที่เป็ปัญหา
“เ้าใช้มันกับน้องสาวคนเล็กที่อ่อนแอของเ้า?”ไป่ฟานเซียนถามไปทางถังเล่อถง
เด็กหนุ่มที่อยู่ๆก็ถูกหญิงสาวถามขึ้นกะทันหันก็กลายเป็คนเขินอายอีกครั้งเขาไม่นึกว่าความสามารถในการปรุงโอสถจะสามารถดึงดูดความสนใจจากเธอได้ถึงมันจะไม่ใช่เขาที่ปรุงเองแต่เป็ท่านปู่ก็เถอะ
ทำให้เขาตอบไป่ฟานเซียนกลับไปอย่างตะกุกตะกัก
“ชะ...ใช่ครับคุณไป่ ผมพึ่งให้น้องสาวทานมันไปก่อนลงมาที่ห้องอาหารนี้เอง”
“หืม...?”ไป่ฟานเซียนวางแก้วชาลงเบาๆ
นางเงยหน้าขึ้นสบตากับถังเล่อถงจนเด็กหนุ่มััได้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของตัวเอง
“...เ้าอยากให้น้องสาวตายงั้นรึ?