กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    No.11 ช่วยเหลือเร่งด่วน [1]

    ในป่าของเกาะแห่งหนึ่ง
    "ตูมมมม!!!!!!!!!!!"
    เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งป่า กลับปรากฏร่างของชายวัยกลางคนในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดเป็นจำนวนมากที่ยังไม่แห้งสนิทดี แขนซ้ายของชายวัยกลางนั้นกำลังคนโอบอุ้มเด็กสาวที่สลบอยู่ ส่วนมือขวาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดถือดาบขนาดใหญ่ ด้านหลังของชายวัยกลางคนมีร่างหญิงสาววัยกลางคนที่กำลังบาดเจ็บสาหัสอยู่ และโชกไปด้วยเลือดเช่นเดียวกัน ส่วนด้านหน้าก็มีกลุ่มคนราวๆ 30 กว่าคน กำลังรายล้อมพวกเขาอยู่ พร้อมกับอาวุธครบมือ
    "อัก!!! เจ้า..เสิ่นเยว่ ไอ้พวกสารเลว พวกเจ้าทำร้ายได้แม้กระทั่งเด็ก" ชายวัยกลางคนกระอักเลือด ก่อนจะเอ่ยอย่างเดือดดาล
    "ช่วยไม่ได้ มีคำสั่งลงมา ให้พวกเจ้าทั้งหมดหายสาบสูญไปตลอดกาล" เสิ่นเยว่ หัวหน้าของกลุ่มคนเหล่านี้ เอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับว่าการฆ่าคนนั้นเป็นเพียงเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกวัน ก่อนจะเอ่ยสั่งกลุ่มลูกน้องของตนสั้นๆ "จัดการให้หมด"
    "คุณค่ะ รีบพาลูกหนีไป ฉันจะอยู่รั้งท้ายเอง"
    "ไม่ คุณนั่นแหละที่ต้องพาลูกหนีไป ผมจะอยู่รั้งท้ายให้เอง"
    สองสามีภรรยา ต่างก็ต้องการให้คู่ของเขาและบุตรสาวหนีรอดออกไปได้ แต่ตัวภรรยานั้นรู้ดีว่าถึงเธอจะหนีไปพร้อมกับบุตรสาวได้ แต่คงไม่อาจรักษาบุตรสาวของเธอที่ถูกพิษได้แน่ ขอเพียงสามีของเธอพาบุตรสาวหนีไปได้ ย่อมมีโอกาสในการรักษาชีวิตบุตรสาวมากกว่า จึงต้องเร่งเร้าสามีของเธอ "นี่ไม่ใช่เวลามาเอาแต่ใจนะคุณ ถ้าไม่หนีพวกเราทุกคนจะตายทั้งหมด ฉันไม่ยอมให้ลูกของเราต้องมาตายที่นี่"
    ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง กลุ่มคนเหล่านี้ก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ทำให้ชายหนุ่มรีบใช้ดาบในมือขวากวาดไปด้านหน้า ทำให้เกิดเป็นคลื่นพลังเข้าโจมตี แต่ทว่าการโจมตีเพียงแค่นี้ ไม่อาจที่จะสกัดกั้นกลุ่มคนเหล่านี้ได้
    หญิงสาวจึงพยายามฝืนยันร่างกายให้ลุกขึ้น ก่อนจะเร่งพลังในร่างให้สูงขึ้น และใช้มือทั้งสองข้างประกบกับผืนดิน ก่อให้เกิดกำแพงดินขวางกั้นกลุ่มคนเหล่านี้ ก่อนจะไปพูดกับสามีด้วยน้ำเสียงจริงจัง "รีบหนีไป ดูแลลูกของพวกเราให้ดี" แม้ชายหนุ่มไม่อยากที่จะหนี แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือบุตรสาวของพวกเขา ตัวเขาเองได้แต่กัดริมฝีปากอย่างอับจนหนทาง ก่อนจะฝืนพยักหน้าให้กับภรรยาของตน ก่อนจะนำร่างของบุตรสาวที่ยังไม่ได้สติในอ้อมกอดพุ่งทะยานออกไปในทันที
    ทว่าเขากลับถูกหยุดด้วย ชายคลุมหน้าทั้ง 4 คนที่ยืนขวางหน้า ชายกลางคนจึงคิดที่จะตีฝ่าออกไปอีกทาง แต่หนึ่งในสี่ของกลุ่มชายคลุมหน้าออกมาสะกัดกั้นเขา โดยที่ชายคลุมหน้าอีกสามคนที่เหลือ เพียงมองดูอยู่ห่างๆ ราวกับว่าพวกเขานั้นไม่จำเป็นต้องลงมือใดใด กับชายกลางคนนี้เลยด้วยซ้ำ ส่วนชายกลางคนนั้นรู้ดีอยู่แล้วชายคลุมหน้าทั้ง 4 คนนี้แข็งแกร่งมาก และอาจจะมากกว่าเสิ่นเยว่หัวหน้าของกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยซ้ำไป เขาจึงไม่รีรอแล้วรีบเร่งพลังปราณสูงสุด ไปที่ท่าร่างเพื่อเร่งความเร็วในการหลบหนี 
    "พรึ่บ!!"
    "อัก!!"
    เพียงแค่เขาพุ่งทะยานออกไป กลับถูกหนึ่งในชายคลุมหน้ามาปรากฏตัวด้านหน้าเขาราวกับเงาตามตัว ก่อนจะซัดฝ่ามือใส่ชายวัยกลางคน จนกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงดิน ที่หญิงสาวกลางคนสร้างขึ้นมาเพื่อสะกัดกั้นกลุ่มคนเบื้องหน้า จนแตกกระจาย ส่งผลให้สองสามีภรรยาคู่นี้ กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
    สองสามีภรรยาในตอนนี้ ไม่แม้แต่จะลุกขึ้นมาได้อีก ทั้งสองจึงได้แต่ตะเกียกตะกายคืบคลานเข้ามา เพื่อที่จะโอบกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย ภายในอ้อมกอดของพวกเขานั้น ยังมีบุตรสาวที่ไม่ได้สติอยู่คั่นระหว่างกลาง ตอนนี้พวกเขาล้วนสิ้นหนทางที่จะหนีรอดได้อีก จึงทำได้เพียงแต่ก้มหน้ารับชะตากรรม
    ศาสตราวุธ และคลื่นพลังต่างๆ มากมาย พุ่งมาจากหลายทิศทาง พวกเขาทั้งสามคนคงไม่อาจจะมีชีวิตรอดจากสถานการณ์แบบนี้ได้อีกแล้ว แต่พลันในใจของพวกเขาก็ยังนึกถึงและเป็นห่วงใครบางคนอยู่ 
    "น็อก พ่อ/แม่ ขอโทษนะ"
    "บึ้มมม!!! ตูมมม!!!"
    ท่ามกลางความสะใจของกลุ่มคนเหล่านี้ ผิดกับชายคลุมหน้าทั้ง 4 คนที่สามารถสัมผัสได้ถึงออร่าพลังบางอย่างที่มหาศาล ของผู้มาใหม่ จนเนื้อตัวเริ่มสั่นสะท้าน ความรู้สึกบ่งบอกอย่างรุนแรงว่า "ให้รีบหนี"
    เมื่อกลุ่มควันเริ่มจางลง ปรากฏกลุ่มคนแปลกหน้าขึ้นมา 8 คน พร้อมกับมีม่านพลังบางๆ ที่ปกป้องการโจมตีเมื่อสักครู่ สายตาของแต่ละคนนั้นเย็นชา ไม่มีชีวิตจิตใจ ราวกับมองเห็นพวกเขาเป็นเพียงแค่แมลงที่ไร้ค่า โดยเฉพาะเด็กหนุ่มตรงหน้า [น็อก] ซึ่งแววตาของเขานั้นต่างออกไป เพราะมันมีเพียงความกระหายในการฆ่าฟันที่รุนแรงมาก ก่อนที่กลุ่มคนเหล่านี้จะได้สติ 
    "พวกแกเป็นใครกัน?" เสิ่นเยว่เอ่ยถามอย่างเดือดดาล เพราะอีกเพียงนิดเดียวก็จะสำเร็จภารกิจแล้ว
    ".....!!?" ไร้เสียงตอบรับใดใด ราวกับว่ากลุ่มคนเหล่านี้ไม่มีค่าพอจะให้พูดคุยด้วยซ้ำน็อกแทบจะไม่สนใจกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยซ้ำ ก่อนจะเดินไปหาพ่อกับแม่และน้องสาวของเขาทันที 
    "พ่อครับ แม่ครับ ผมขอโทษที่มาช้า ลิลลี่พี่มารับเราแล้วนะ" 
    น้ำเสียงของน็อกนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและ เสียใจเป็นอย่างมาก หากเขามาช้ากว่านี้อีกเพียงนิดเดียว เขาจะไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะได้กล่าวขอโทษอีกเลยตลอดชีวิต ก่อนจะเรียก เอิร์น ไอซ์ ไนท์ ให้รีบทำการรักษาครอบครัวเขาอย่างเร่งด่วน ในระหว่างทางที่มา น็อกได้ทำการตรวจสอบข้อมูลหลักๆ ของ AI ทุกตน ทำให้รับรู้ถึงความสามารถของแต่ละคนโดยละเอียด
    พ่อกับแม่ของน็อกนั้นเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจึงหันไปมองอย่างฉับพลัน ความรู้สึกต่างๆปนเปไปมา พอจะพูดก็กลับรู้สึกเหมือนจุกอยู่ในลำคอ ไม่กล้าที่จะพูดหรือถามอะไร เอิร์น ไอซ์ ไนท์ ที่ได้รับคำสั่ง ก็รีบทำการถ่ายเทลมปราณไปเพื่อรักษาพวกเขาในทันที 
    "ฟิ้ววววว!!?" ชายคลุมหน้าทั้ง 4 เมื่อตั้งสติได้ก็รีบทะยานหนีออกไปอย่างเงียบเชียบในทันที
    แต่กระนั้นก็ไม่อาจหลบรอดสายตาของน็อกไปได้ ก่อนที่เขาจะเอ่ยอย่างเย็นชาเพียงสั้นๆว่า "เฟิร์น ตามพวกมันไป สังหารให้หมด และจงนำร่างพวกมันกลับมา อย่างสมบูรณ์ที่สุด"
    "รับทราบค่ะ" เอิร์นตอบรับทันที ก่อนจะพุ่งตัวเป็นเงาติดตามไป ซึ่งไม่นานนักก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังต่อเนื่องขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับเสียงร้องอย่างโหยหวน น่าเวทนาตามมา ส่งผลให้กลุ่มคนเหล่านี้พากันขนลุกชูชันไปทั่วทั้งร่าง เสินเยว่และกลุ่มคนเหล่านี้รับรู้ได้ทันทีว่า การที่ชายชุดคลุมทั้ง 4 ที่รับงานภารกิจฆ่า แต่กลับหนีเอาตัวรอดไปทั้งแบบนี้ แสดงว่ากลุ่มคนที่มาใหม่นั้นจะต้องไม่ธรรมดาเป็นอย่างแน่นอน เมื่อตั้งสติได้จึงรีบพูดขู่ออกไปในทันที 
    "ไอ้หนุ่มถึงพวกเจ้าจะแข็งแกร่ง แต่หากพวกเจ้ากล้าแตะต้องพวกข้าแล้วล่ะก็ ตระกูลหงเยี่ย จะไม่มีทางรามือแน่นอน และคุณชายหงเยี่ยเอง ก็ยังเป็นศิษย์สายในของตำหนักพยัคฆ์ขาว ทางที่ดีเจ้าไปซะ อย่าได้มายุ่งเรื่องของพวกข้าอีก"
    น็อกขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่เคยรู้ระดับความสำคัญของเหล่าตระกูลพวกนี้อยู่แล้ว แต่ตำหนักทั้ง 9 นั้นมีอยู่ในความทรงจำเต็มเปี่ยม แต่ปัญหาคือกำลังรบในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ และยังไม่รู้ความแข็งแกร่งเบื้องหลังของอีกฝ่าย เพราะฉะนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดคือ สังหารให้หมด อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว 
    "ขอบใจนะ ที่เตือนสติข้า เพราะฉะนั้นพวกเจ้าทั้งหมดก็จงต้องตายซะที่นี่" น็อกพูดอย่างเย็นชา เจตนาในการฆ่าพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด แม้กระทั่งพ่อและแม่ของเขายังอดตกตะลึงไม่ได้ ลิลลี่เริ่มได้สติขึ้นมา สายตาที่พร่ามัวจ้องไปยังร่างของ น็อก ภาพที่เคยพร่ามัวเริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อง "พี่จ๋าาา!!" ลิลลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง
    น็อกหันไปชำเลืองมองน้องสาวตัวน้อย ก่อนจะยกยิ้มอย่างสดใส "ลิลลี่ เจ้าพักรักษาตัวไปก่อน เดี๋ยวพี่จัดการธุระเสร็จจะพาเจ้ากลับบ้าน" ลิลลี่พยักหน้ารับอย่างอ่อนแรง ก่อนจะเริ่มเดินลมปราณที่ถูกหญิงสาวแปลกหน้าถ่ายทอดมาให้ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ก่อนที่ น็อกจะหันกลับไปมองยังกลุ่มคนเบื้องหน้า ด้วยแววตาที่ดุร้าย และกระหายเลือด
    เสิ่นเยว่ มองไปยังดวงตาที่ดำสนิทของเด็กหนุ่ม ด้วยอาการสั่นกลัว อย่างไม่มีสาเหตุ ตัวมันแม้จะไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่ก็มีอายุไม่น้อย ตัวมันนั้นผ่านการรบราฆ่าฟันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับเกิดความหวาดกลัวในจิตใจขึ้นจากเด็กหนุ่มเพียงคนเดียว และเริ่มรับรู้ได้ถึงหายนะจากปีศาจร้ายในร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้า "ฆ่ามัน สังหารเจ้าเด็กนั้นซะ" มันรีบสั่งการออกไปทันที เพื่อซื้อเวลาให้ตัวเองได้มีการหลบหนีได้
    ทันใดนั้นเอง ขณะที่กลุ่มคนเบื้องหน้าพยายามที่จะบุกเข้าโจมตีพร้อมๆกัน ใบหน้าที่เย็นชากลับแสยะยิ้ม และระเบิดเสียงหัวเราะออกมา จากนั้นพื้นที่ยืนเริ่มที่จะถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็งโดยรอบ ถูกย้อมไปด้วยสีฟ้าของความหนาวเย็น ความน่ากลัวของมันราวกับจะสามารถแช่แข็งโลกทั้งใบได้เพียงแค่การจ้องมองเสิ่นเยว่ มองไปยังพลังน้ำแข็งด้วยความตกตะลึง มันที่เคยเห็นการประลองแต่ละตำหนัก ที่จัดขึ้นทุกๆ ครึ่งปี รูปแบบพลังของเด็กหนุ่มตรงหน้านั้น บ่งบอกว่าเขาจะต้องมีสถานะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน 
    ในเวลาเดียวกันนั้น ร่างของกลุ่มคนเบื้องหน้าที่เข้าโจมตีเด็กหนุ่ม ก็เริ่มที่จะกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งกันทีละคนสองคน ส่วนบางคนที่เห็นคนในกลุ่มกลายเป็นน้ำแข็ง ก็พยายามที่จะทะยานหนีไปตามทิศทางต่างๆ แต่กลับกลายเป็นตุ๊กตาน้ำแข็งในทันที และร่วงหล่นจากความสูง ตกลงไปแตกสลายยังพื้นเบื้องล่าง ผ่านไปไม่นานทุกอย่างโดยรอบก็ถูกแช่แข็งโดยสมบูรณ์ เว้นช่องว่างไว้แค่กลุ่มของน็อก และเสิ่นเยว่
    "ทะ ทท ท่านนนผู้ยิ่งใหญ่ ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!!!" เสิ่นเยว่ รีบคุกเข่าทันที ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยความหวาดกลัวจนถึงก้นบึงของหัวใจ ความตายสำหรับมันนั้นไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่การที่เด็กหนุ่มตรงหน้าเลือกจะไว้ชีวิตมัน แสดงว่าการตายแบบสบายๆ คงเป็นไปไม่ได้แน่นอน
    "ชู่ววว!! อย่าเสียงดังไป" สิ้นเสียงของเด็กหนุ่มชั้นน้ำแข็งเกาะกุมไปยังแขนขา และปากของเสิ่นเยว่จนไม่สามารถขยับร่างกาย หรือเปิดปากพูดออกมาได้อีก